หน้าแรก › AI Search › AI Search คืออะไร? ทำงานอย่างไร และธุรกิจไทยต้องทำอะไร

AI Search คืออะไร? ทำงานอย่างไร และธุรกิจไทยต้องทำอะไร

AI Search คือการค้นหาที่ AI อ่านหลายเว็บแล้วสรุปเป็นคำตอบเดียว บทความนี้อธิบายว่ามีกี่แบบ ทำงานอย่างไร แต่ละเจ้าต่างกันอย่างไร พร้อมผลทดสอบว่า AI อ้างอิงเว็บไหนเมื่อคนไทยถาม และแผน 30 วันสำหรับธุรกิจ

ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

เผยแพร่ 3 ต.ค. 2026 ·

อัปเดตล่าสุด 3 ต.ค. 2026

ภาพประกอบ AI Search: การ์ดคำตอบสีเหลืองตรงกลางที่สรุปมาจากหน้าเว็บหลายหน้าซึ่งไฮไลต์ไว้รอบๆ
AI Search อ่านหลายเว็บแล้วสรุปเป็นคำตอบเดียว เว็บที่ถูกเลือกจะเป็นแหล่งอ้างอิงของคำตอบนั้น

สรุปสั้น (TL;DR)

AI Search คือการค้นหาที่ AI แตกคำถามเป็นหลายคำค้น อ่านข้อมูลจากหลายเว็บ แล้วสรุปเป็นคำตอบเดียวพร้อมลิงก์อ้างอิง แทนการให้รายการลิงก์ 10 อันดับ เป้าหมายของแบรนด์จึงเปลี่ยนจาก “ติดอันดับ” เป็น “ถูก AI เลือกไปตอบและเอ่ยชื่อ”

  • AI Search มี 2 ฝั่ง คือ AI ในหน้า Google (AI Overviews, AI Mode) และแชตบอตที่ค้นเว็บได้ (ChatGPT, Gemini, Perplexity) ซึ่งดึงข้อมูลจากแหล่งต่างกัน
  • เมื่อมี AI Overview อัตราคลิกของผลอันดับ 1 ลดลงราว 58% (Ahrefs, ก.พ. 2026) ส่วนคนที่ยังคลิกเข้ามา ในมุมมองของผมมักตั้งใจมากกว่า
  • SEO ยังเป็นฐาน เพราะ Google ระบุว่าไม่มีเงื่อนไขหรือการปรับแต่งพิเศษเพิ่มเติมสำหรับ AI Overviews และ AI Mode

AI Search คืออะไร

AI Search คือการค้นหาข้อมูลที่ระบบ AI ทำหน้าที่ค้น อ่าน และสรุปแทนผู้ใช้ ผู้ใช้พิมพ์คำถามเป็นประโยค แล้ว AI แตกคำถามเป็นคำค้นย่อยหลายคำ อ่านหลายเว็บ และเรียบเรียงเป็นคำตอบเดียวพร้อมลิงก์ไปยังแหล่งที่ใช้ การค้นหาแบบนี้ได้เปรียบมากในคำถามที่ซับซ้อน เช่น การเปรียบเทียบสินค้า การวางแผน หรือการถามต่อเนื่องหลายรอบ

แผนภาพ AI Search: ผู้ใช้ถามคำถาม AI ค้นและอ่านหลายเว็บ แล้วตอบเป็นคำตอบเดียวพร้อมแหล่งอ้างอิง
AI Search ต่างจากการค้นหาแบบเดิมตรงที่ AI เป็นคนอ่านและสรุปแทนผู้ใช้ เว็บที่ถูกเลือกจะปรากฏเป็นลิงก์อ้างอิงในคำตอบ

ความเห็นของผม (ไอซ์): ถ้าต้องอธิบายให้ผู้บริหารฟัง ผมจะบอกว่า AI Search คือการค้นหาผ่าน AI ที่ให้คำตอบตรงกับสิ่งที่แต่ละคนต้องการ จึงแนะนำได้ดีกว่าการค้นหาแบบเดิม ในอนาคตผู้ใช้ทุกคนจะค้นหาแบบนี้ และเว็บของธุรกิจจะกลายเป็น “ฐานข้อมูล” ให้ AI ดึงไปใช้ ยิ่งข้อมูลบนเว็บละเอียดและมีประโยชน์ ยิ่งมีโอกาสถูก AI หยิบไปแนะนำ

AI Search มีกี่แบบ

AI Search แบ่งได้ 2 ฝั่ง (ดูคู่มือ AI Search ทั้งหมด) คือ AI ที่อยู่ในหน้า Google และแชตบอตที่ค้นเว็บได้ ทั้งสองฝั่งตอบคำถามคล้ายกัน แต่ดึงข้อมูลจากแหล่งต่างกัน และวัดผลคนละแบบ นักการตลาดจึงควรแยกให้ออกก่อนวางแผน

  • AI ในหน้า Google: AI Overviews (กล่องสรุปด้านบนผลค้นหา) และ AI Mode (โหมดถามตอบต่อเนื่อง) ใช้ข้อมูลจากดัชนีของ Google Search
  • แชตบอตที่ค้นเว็บได้: ChatGPT, Gemini, Perplexity และ Microsoft Copilot ซึ่งบางครั้งตอบจากความรู้ของโมเดล บางครั้งค้นเว็บก่อนตอบ
แผนผัง AI Search 2 ฝั่ง: AI ในหน้า Google มี AI Overviews และ AI Mode ส่วนแชตบอตมี ChatGPT, Gemini, Perplexity และ Copilot
AI Search 2 ฝั่ง ฝั่ง Google ดึงจากดัชนีของ Google Search ส่วนแชตบอตแต่ละเจ้าใช้แหล่งข้อมูลและ bot ของตัวเอง

ความเห็นของผม (ไอซ์): หลายคนอยากติดทุกแพลตฟอร์ม แต่ถ้าดูข้อมูลส่วนแบ่งตลาด เจ้าใหญ่คือ Google และ ChatGPT ข้อมูลของ Statcounter เดือนกันยายน 2026 พบว่าในไทย Google มีส่วนแบ่งการค้นหา 99.37% ส่วนคลิกที่แชตบอตส่งไปยังเว็บไซต์ มาจาก ChatGPT 69.84% และ Gemini 24.65% ถ้ามีทรัพยากรจำกัด ผมแนะนำให้เริ่มที่ Google ก่อน เพราะผู้ใช้อยู่ที่นี่มากที่สุด แล้วค่อยขยายไป ChatGPT และจับตา Gemini ที่ในไทยส่งคลิกสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกราว 2 เท่า

AI Overviews และโหมด AI (AI Mode) ใน Google คืออะไร

AI Overviews คือกล่องคำตอบที่ AI สรุปไว้ด้านบนหน้าผลค้นหา Google พร้อมลิงก์ไปยังเว็บที่ใช้อ้างอิง ส่วน AI Mode คือโหมดค้นหาที่ผู้ใช้ถามตอบต่อเนื่องได้เหมือนคุยกับผู้ช่วย ทั้งสองแบบใช้ภาษาไทยได้แล้ว โดย Google เปิด AI Mode ภาษาไทยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2025 และรองรับการถามด้วยเสียงและรูปภาพ

ชื่อเดิมของ AI Overviews คือ Search Generative Experience (SGE) ซึ่ง Google เปลี่ยนชื่อในปี 2024 บทความที่ยังเรียก SGE จึงเป็นข้อมูลเก่า ตามรายงานของ Google ในเดือนพฤษภาคม 2026 AI Mode มีผู้ใช้เกิน 1,000 ล้านคนต่อเดือน

เปรียบเทียบหน้าตา AI Overviews ซึ่งเป็นกล่องสรุปบนหน้าผลค้นหา กับ AI Mode ซึ่งเป็นหน้าถามตอบต่อเนื่อง
AI Overviews แสดงเป็นกล่องสรุปในหน้าผลค้นหาปกติ ส่วน AI Mode เป็นอีกหน้าที่ถามต่อได้เรื่อยๆ ทั้งคู่แสดงลิงก์แหล่งอ้างอิง (ภาพจำลองเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ภาพหน้าจอจริง)

AI Overviews คืออะไร + วิธีทำให้เว็บถูกอ้าง · Google AI Mode คืออะไร

AI Search ทำงานอย่างไร

AI Search ทำงาน 4 ขั้น คือ เข้าใจคำถาม แตกเป็นคำค้นย่อย ดึงย่อหน้าที่ตอบตรงที่สุด แล้วสรุปเป็นคำตอบพร้อมแหล่งอ้างอิง ขั้นที่ 2 เรียกว่า query fan-out ซึ่ง Google ระบุในเอกสารทางการว่าทั้ง AI Overviews และ AI Mode อาจใช้เทคนิคนี้ ผลคือหน้าเว็บของคุณอาจถูกหยิบไปใช้เพราะตอบคำถามย่อยข้อเดียวได้ดี แม้ไม่ได้ติดอันดับคำค้นหลัก

  1. เข้าใจคำถาม: อ่านเจตนา บริบท และชื่อแบรนด์หรือสินค้าที่ถูกพูดถึง
  2. แตกคำถาม (query fan-out): สร้างคำค้นย่อยหลายคำ แล้วค้นพร้อมกัน
  3. ดึงข้อมูล: เลือกย่อหน้าที่ตอบคำถามย่อยแต่ละข้อได้ชัดที่สุดจากหลายเว็บ
  4. สรุปคำตอบ: เรียบเรียงเป็นคำตอบเดียว พร้อมลิงก์ไปยังเว็บที่ใช้

ตัวอย่างจริง: เมื่อเราถาม ChatGPT ว่า “AI Search คืออะไร และธุรกิจควรทำอะไร” (2 ต.ค. 2026) ChatGPT แตกเป็นคำค้นภาษาอังกฤษ 4 คำ ก่อนจะสรุปคำตอบเป็นภาษาไทย ทั้ง 4 คำมุ่งหาเอกสารทางการ ซึ่งสอดคล้องกับผลทดสอบด้านล่างที่ ChatGPT อ้างเว็บไทยเพียง 6%

  1. AI search generative engine optimization business AI Overviews ChatGPT search Perplexity official documentation 2026
  2. Google AI Overviews Search Central AI features content guidelines business
  3. OpenAI ChatGPT search publishers OAI-SearchBot official
  4. Perplexity publisher program search citations official
ตัวอย่าง query fan-out: คำถามภาษาไทย 1 ข้อ ถูก ChatGPT แตกเป็นคำค้นภาษาอังกฤษ 4 คำ
คำถามภาษาไทยข้อเดียวถูกแตกเป็นคำค้นหลายคำ และหลายคำเป็นภาษาอังกฤษ ข้อสังเกตของเรา: เว็บไทยที่มีศัพท์อังกฤษกำกับอาจมีโอกาสถูกพบมากขึ้น (ทดสอบโดย The Missing Piece วันที่ 2 ต.ค. 2026 รอบเดียว)

AI Search ต่างจากการค้นหาบน Google แบบเดิมอย่างไร

AI Search ต่างจากการค้นหาแบบเดิมใน 4 เรื่อง คือ ผลลัพธ์เป็นคำตอบสำเร็จรูป คำค้นยาวขึ้นเป็นประโยค แหล่งข้อมูลถูกเลือกระดับย่อหน้า และความสำเร็จวัดจากการถูกเอ่ยชื่อหรืออ้างอิง ไม่ใช่แค่อันดับ ความต่างนี้ทำให้วิธีวัดผลต้องเปลี่ยนตาม

การค้นหาแบบเดิมAI Search
ผลลัพธ์รายการลิงก์เรียงอันดับคำตอบที่ AI สรุป พร้อมลิงก์อ้างอิงบางส่วน
คำค้นสั้น 2–4 คำยาวเป็นประโยค ถามต่อเนื่องได้
สิ่งที่ AI เลือกไปใช้ทั้งหน้าเว็บย่อหน้าหรือส่วนที่ตอบคำถามย่อยได้
ความสำเร็จอันดับและคลิกถูกเอ่ยชื่อ ถูกอ้างอิง และ AI พูดข้อมูลแบรนด์ถูกต้อง
วัดผลด้วยอันดับ, impressions, คลิกสัดส่วนที่ถูกเอ่ยชื่อ, citation, share of voice (สัดส่วนที่แบรนด์ถูกพูดถึงเทียบคู่แข่ง), ความถูกต้องของคำตอบ
เปรียบเทียบการค้นหาแบบเดิมกับ AI Search ใน 5 มิติ
เปรียบเทียบผลค้นหาแบบเดิมที่เป็นรายการ 10 ลิงก์ กับ AI Search ที่ให้คำตอบเดียวพร้อมแหล่งอ้างอิง
การค้นหาแบบเดิมให้ผู้ใช้เลือกอ่านเองจาก 10 ลิงก์ ส่วน AI Search อ่านแทนแล้วให้คำตอบเดียว เว็บจึงต้องแข่งกันเป็น “แหล่งอ้างอิง” แทนการแข่งเป็นลิงก์ที่ถูกคลิก

AI Search แต่ละเจ้าต่างกันอย่างไร ใช้ฟรีได้ไหม

AI Search ทุกเจ้าหลักใช้ภาษาไทยได้และมีแบบใช้ฟรี แต่ต่างกันที่แหล่งข้อมูล การแสดงแหล่งอ้างอิง และ bot ที่เข้ามาอ่านเว็บ สำหรับเจ้าของเว็บ คอลัมน์ที่สำคัญที่สุดคือ bot เพราะถ้าบล็อก bot ผิดตัว เว็บจะไม่ถูกหยิบไปตอบในแพลตฟอร์มนั้น

แพลตฟอร์มข้อมูลมาจากแสดงแหล่งอ้างอิงbot ที่ต้องอนุญาตใน robots.txtดูทราฟฟิกที่ไหน
Google AI Overviewsดัชนี Google SearchมีGooglebotSearch Console (นับรวมในประเภท Web แยกไม่ได้)
Google AI Modeดัชนี Google SearchมีGooglebotSearch Console (รวมใน Web)
ChatGPT searchผลค้นหาเว็บ + ความรู้ของโมเดลมี เมื่อค้นเว็บOAI-SearchBot (GPTBot ใช้สำหรับฝึกโมเดล)GA4 referral chatgpt.com
GeminiGoogle Search + ความรู้ของโมเดลมีบางคำตอบGooglebot · Google-Extended ควบคุมการนำไปใช้กับ GeminiGA4 referral gemini.google.com
Perplexityผลค้นหาเว็บแทบทุกคำตอบPerplexityBotGA4 referral perplexity.ai
Microsoft Copilotดัชนี BingมีBingbotGA4 referral copilot.microsoft.com
เปรียบเทียบ AI Search 6 เจ้า ข้อมูล ณ ตุลาคม 2026 จากเอกสารทางการของแต่ละแพลตฟอร์ม ทุกเจ้าใช้ภาษาไทยได้และมีแบบใช้ฟรี โดเมน referral (ทราฟฟิกที่มาจากการคลิกลิงก์ในเว็บอื่น) เป็นค่าที่พบจริงใน GA4 ทราฟฟิกจาก AI บางส่วนเข้าเป็น Direct เพราะไม่ส่ง referrer

บล็อก GPTBot ได้โดยไม่กระทบการถูกอ้างใน ChatGPT search เพราะ OpenAI แยก bot สำหรับฝึกโมเดล (GPTBot) ออกจาก bot สำหรับค้นหา (OAI-SearchBot) ถ้าอยากถูกอ้างใน ChatGPT ต้องไม่บล็อก OAI-SearchBot (อ่านต่อ: robots.txt สำหรับ AI bots)

แผนผัง bot ที่ต้องอนุญาตใน robots.txt เพื่อให้ถูกอ้างใน AI Search แต่ละเจ้า: Googlebot, OAI-SearchBot, PerplexityBot และ Bingbot
bot ที่ควรอนุญาตเพื่อให้ถูกอ้างใน AI Search แต่ละเจ้า แยกจาก bot ที่ใช้ฝึกโมเดลซึ่งเลือกบล็อกได้

AI อ้างอิงเว็บไหนเมื่อคนไทยถามเรื่อง AI Search

แต่ละ AI Search อ้างอิงแหล่งข้อมูลต่างกันมาก The Missing Piece ทดสอบโดยถามคำถามภาษาไทยเรื่อง AI Search 20 ข้อ กับ Google, ChatGPT, Gemini และ Perplexity รวม 80 คำตอบ (2 ต.ค. 2026) พบว่าสัดส่วนแหล่งอ้างอิงที่เป็นเว็บไทยมีตั้งแต่ 87% ใน Google AI Overviews ไปจนถึง 6% ใน ChatGPT ผลนี้บอกว่าการถูกอ้างในแพลตฟอร์มหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าจะถูกอ้างในอีกแพลตฟอร์ม

กราฟผลทดสอบ TMP AI Citation Test #1: ประเภทของแหล่งที่ Google AI Overviews, ChatGPT, Gemini และ Perplexity อ้างอิงเมื่อถามเป็นภาษาไทย
สัดส่วนแหล่งอ้างอิงที่เป็นเว็บไทยใน AI Search แต่ละเจ้า เมื่อถามเป็นภาษาไทย 20 คำถาม (TMP AI Citation Test #1, 2 ต.ค. 2026) Perplexity นับเฉพาะแหล่งที่อ้างในเนื้อคำตอบ
  • Google แสดง AI Overview ทุกคำถาม: ครบ 20 จาก 20 คำถาม และเมื่อนับแยกทีละคำถาม 84 จาก 110 โดเมนที่ AI Overview อ้าง (76%) ติด 10 อันดับแรกของผลค้นหาปกติในหน้าเดียวกันอยู่แล้ว การติดหน้าแรกจึงยังเป็นทางเข้าหลักของ AI Overviews
  • ChatGPT แทบไม่อ้างเว็บไทย: จาก 71 ลิงก์ที่ ChatGPT อ้าง มีเว็บไทยเพียง 4 ลิงก์ (6%) ส่วน 65% เป็นเอกสารทางการของแพลตฟอร์ม เช่น Google, OpenAI และ Microsoft แม้จะถามเป็นภาษาไทยจากประเทศไทย
  • Gemini ไม่ให้แหล่งอ้างอิงในบางคำตอบ: Gemini ตอบโดยไม่แนบแหล่งอ้างอิงเลย 6 จาก 20 คำถาม แต่เมื่อแนบ 72% เป็นเว็บไทย
  • Perplexity ผสมเว็บไทยกับต่างประเทศ: 35% ของแหล่งที่อ้างในเนื้อคำตอบเป็นเว็บไทย ส่วนที่มากที่สุด (39%) เป็นบล็อกของเครื่องมือ SEO ต่างประเทศ
  • เว็บเอเจนซีไทยถูกอ้างมากที่สุด: 30% ของ 345 การอ้างอิงจากทั้ง 4 แพลตฟอร์มมาจากเว็บเอเจนซีและผู้ให้บริการเว็บหรือการตลาดไทย มีเพียง 3 โดเมนที่ถูกอ้างครบทั้ง 4 แพลตฟอร์ม ส่วน Facebook (โพสต์ วิดีโอ และกลุ่ม) ถูก AI Overviews อ้าง 16 ครั้ง
  • ถูกอ้างอิงไม่เท่ากับถูกเอ่ยชื่อ: ชื่อที่ AI เอ่ยในเนื้อคำตอบบ่อยที่สุดคือแพลตฟอร์ม AI เอง (Google 71 จาก 80 คำตอบ) แบรนด์ไทยถูกเอ่ยชื่อน้อยมาก ส่วนใหญ่อยู่ในคำถามเรื่องที่เรียน AI SEO และมีบางคำตอบที่เอ่ยถึงสื่อหรือชุมชนอย่าง Pantip

ข้อจำกัดของการทดสอบ: เป็นภาพ ณ วันเดียว ถามแต่ละคำถามแพลตฟอร์มละ 1 ครั้ง และคำตอบของ AI เปลี่ยนได้ทุกครั้งที่ถาม หัวข้อที่ถามเป็นเรื่อง SEO และ AI Search ซึ่งเอเจนซีไทยเขียนถึงมาก ผลจึงอาจไม่ตรงกับอุตสาหกรรมอื่น ข้อมูลเก็บผ่าน DataForSEO โดย Perplexity ใช้ API ซึ่งอาจต่างจากแอป ชุดคำถาม 20 ข้อและวิธีทดสอบอยู่ในหัวข้อด้านล่าง เราจะทดสอบซ้ำด้วยชุดคำถามเดิมและอัปเดตผลในบทความนี้ทุกไตรมาส

วิธีทดสอบและชุดคำถาม 20 ข้อ

เก็บข้อมูลวันที่ 2 ต.ค. 2026 ผ่าน DataForSEO ถามแต่ละคำถามแพลตฟอร์มละ 1 ครั้ง ตั้งค่าเป็นประเทศไทยและภาษาไทย Google วัดจาก AI Overview บนผลค้นหามือถือ ChatGPT และ Gemini วัดจากแหล่งที่แสดงในคำตอบ Perplexity นับเฉพาะแหล่งที่อ้างในเนื้อคำตอบ ประเภทและประเทศของแต่ละโดเมนจัดโดยทีม The Missing Piece

  1. AI Search คืออะไร
  2. AI Search ต่างจาก Google ยังไง
  3. AI Overviews คืออะไร
  4. AI Mode ของ Google คืออะไร
  5. AI Search ทำงานยังไง
  6. GEO คืออะไร
  7. AEO กับ SEO ต่างกันยังไง
  8. ใช้ AI ตัวไหนค้นหาข้อมูลดีที่สุด
  9. ChatGPT Search กับ Perplexity ต่างกันยังไง
  10. AI Overviews ทำให้คนคลิกเข้าเว็บน้อยลงจริงไหม
  11. SEO ยังสำคัญไหมในยุค AI
  12. ทำยังไงให้เว็บติด AI Search
  13. ทำยังไงให้แบรนด์ถูกพูดถึงใน ChatGPT
  14. ธุรกิจ SME ควรเตรียมตัวกับ AI Search อย่างไร
  15. เขียนบทความยังไงให้ AI ดึงไปตอบ
  16. วัดผล AI Search ยังไง
  17. เครื่องมือเช็กว่าแบรนด์ติด AI Search มีอะไรบ้าง
  18. llms.txt คืออะไร จำเป็นไหม
  19. เรียน AI SEO ที่ไหนดี
  20. เลือกเอเจนซี่ SEO ยุค AI ยังไง

คนไทยใช้ AI Search มากแค่ไหน และทราฟฟิกเว็บลดลงจริงไหม

ทราฟฟิกจาก Google ลดลงจริงในคำถามที่ AI ตอบจบบนหน้าผลค้นหา งานวิจัยของ Ahrefs (ก.พ. 2026 จากข้อมูล desktop เดือน ธ.ค. 2025, 300,000 keyword) พบว่าเมื่อมี AI Overview อัตราคลิกของผลอันดับ 1 ลดลงราว 58% ส่วน Pew Research Center (เผยแพร่ ก.ค. 2025 จากข้อมูล มี.ค. 2025, ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ 900 คน) พบว่าผู้ใช้คลิกลิงก์เพียง 8% เมื่อมีสรุปจาก AI เทียบกับ 15% เมื่อไม่มี

ข้อมูลการใช้งานในไทยยังมีไม่มาก ตัวเลขที่มีแหล่งอ้างอิงได้มีดังนี้ และยังไม่มีงานวิจัยอัตราคลิกของผู้ใช้ไทยที่เปิดเผยต่อสาธารณะ The Missing Piece จะเผยแพร่ข้อมูลของเราเองเมื่อเว็บมีข้อมูลเพียงพอ

ตัวเลขค่าแหล่งและช่วงเวลา
ผู้ใช้ AI Mode ทั่วโลกมากกว่า 1,000 ล้านคน/เดือนGoogle, I/O พ.ค. 2026
ผู้ใช้แอป Gemini ทั่วโลก950 ล้านคน/เดือนAlphabet, ผลประกอบการ Q2 ก.ค. 2026
AI Mode ภาษาไทยเปิดใช้งานGoogle ประเทศไทย, 8 ต.ค. 2025
ผู้ใช้ ChatGPT รายสัปดาห์ในไทยเติบโตราว 4 เท่าใน 1 ปีOpenAI ผ่าน Khaosod English, ก.ย. 2025
การเข้าเว็บเครื่องมือ AI จากไทย130.56 ล้านครั้ง (มิ.ย. 2026) อันดับ 26 ของโลกAITools.xyz ผ่าน Nation Thailand, ส.ค. 2026 (ข้อมูลประมาณการ)
ส่วนแบ่งการค้นหาของ Google ในไทย99.37%Statcounter, ก.ย. 2026
สัดส่วนคลิกที่แชตบอตส่งไปเว็บไซต์ในไทยChatGPT 69.84% · Gemini 24.65% · Perplexity 3.39%Statcounter, ก.ย. 2026 (วัดจากคลิก ไม่ใช่จำนวนผู้ใช้)
อัตราคลิกอันดับ 1 เมื่อมี AI Overviewลดลงราว 58%Ahrefs, ก.พ. 2026
ตัวเลข AI Search ที่ตรวจสอบแหล่งได้ ณ ตุลาคม 2026 ตัวเลขทั่วโลกและตัวเลขไทยมาจากแหล่งต่างกัน ไม่ควรนำมาเทียบกันโดยตรง
สรุปตัวเลข AI Search: CTR อันดับ 1 ลดราว 58% เมื่อมี AI Overview, ผู้ใช้ AI Mode เกิน 1,000 ล้านคนต่อเดือน, Google มีส่วนแบ่งการค้นหาในไทย 99.37%
ตัวเลขสำคัญที่ใช้ตัดสินใจเรื่อง AI Search ทุกตัวมีแหล่งและวันที่ในตารางด้านบน

SEO ยังสำคัญไหมในยุค AI Search

SEO ยังเป็นฐานของ AI Search เพราะ Google ระบุในเอกสาร “AI features and your website” ว่าไม่มีเงื่อนไขหรือการปรับแต่งพิเศษเพิ่มเติมเพื่อให้ปรากฏใน AI Overviews หรือ AI Mode หน้าที่จะถูกเลือกต้องถูก index และแสดง snippet (ข้อความตัวอย่างใต้ลิงก์) ได้ตามปกติ สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือวิธีเขียนและวิธีวัดผล ไม่ใช่การทิ้ง SEO

คำว่า AI SEO, GEO (Generative Engine Optimization) และ AEO (Answer Engine Optimization) ยังไม่มีนิยามมาตรฐานกลาง และหลายคนใช้แทนกัน สิ่งที่ทุกคำตรงกันคือเป้าหมาย 2 ข้อ คือ แบรนด์ถูกแนะนำในคำตอบของ AI และ AI พูดข้อเท็จจริงของแบรนด์ถูกต้อง (AI SEO For Dummies บทที่ 4)

แผนภาพ 3 ชั้น: SEO พื้นฐานด้านล่าง เนื้อหาที่ AI ยกไปใช้ได้ตรงกลาง และ AI visibility ด้านบน
AI Search เป็นชั้นที่ต่อยอดจาก SEO หน้าที่ไม่ถูก index จะไม่มีโอกาสถูกเลือกไปตอบ
ความเชื่อข้อเท็จจริง
SEO ตายแล้วGoogle ยังใช้หลัก SEO เดิมกับ AI Overviews และ AI Mode และ AI แชตบอตหลายเจ้ายังดึงจากผลค้นหาเว็บ
ต้องใส่ schema พิเศษถึงจะติด AIGoogle ระบุว่าไม่ต้องมี markup พิเศษ schema ช่วยให้ข้อมูลชัดขึ้น แต่ไม่ใช่สวิตช์เปิดปิด
ต้องมี llms.txtllms.txt เป็นข้อเสนอ ยังไม่เป็นมาตรฐาน และ Google ไม่ได้กำหนดให้ใช้
มี “อันดับ” ใน ChatGPTคำตอบของ AI เปลี่ยนไปตามรอบและผู้ใช้ การวัดผลจึงใช้สัดส่วนที่ถูกเอ่ยชื่อจากชุดคำถาม ไม่ใช่อันดับเดียว
ความเชื่อที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Search เทียบกับสิ่งที่เอกสารทางการและข้อมูลบอก (แนวคิดจาก AI SEO For Dummies บทที่ 22)

SEO vs AEO vs GEO ต่างกันอย่างไร · GEO คืออะไร · AI SEO: วิธีทำให้แบรนด์ติด AI Search

ธุรกิจไทยควรเริ่มทำอะไรกับ AI Search ใน 30 วัน

ธุรกิจไทยควรเริ่มจากวัดว่าวันนี้ AI พูดถึงแบรนด์อย่างไร แล้วเปิดทางให้ bot ที่ถูกตัว และปรับหน้าสำคัญให้ตอบคำถามตั้งแต่ประโยคแรก ลำดับนี้ใช้ได้กับทั้งธุรกิจเล็กและองค์กร เพราะเริ่มจากเครื่องมือฟรีและเว็บที่มีอยู่แล้ว ตามกรอบ AI-Ready Website ของ The Missing Piece

  1. สัปดาห์ 1 วัดจุดเริ่มต้น: เขียนคำถามที่ลูกค้าถามจริง 20 ข้อ ถามใน Google, ChatGPT และ Gemini แล้วจดว่าแบรนด์คุณและคู่แข่งถูกเอ่ยชื่อไหม เก็บภาพหน้าจอพร้อมวันที่
  2. สัปดาห์ 2 เปิดทางให้ bot: ตรวจ robots.txt และ firewall ว่าไม่บล็อก Googlebot, OAI-SearchBot และ PerplexityBot และเนื้อหาสำคัญอยู่ใน HTML ที่ bot อ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ JavaScript โหลด
  3. สัปดาห์ 3 ปรับ 3 หน้าสำคัญ: ใส่คำตอบไว้ประโยคแรกของแต่ละหัวข้อ เพิ่มตารางและ FAQ ที่แสดงบนหน้า และทำข้อมูลแบรนด์ (ชื่อ คำอธิบาย ราคา) ให้ตรงกันทุกที่
  4. สัปดาห์ 4 วัดซ้ำ: ถามคำถามชุดเดิม เทียบกับสัปดาห์ 1 ตั้ง channel “AI Chatbots” ใน GA4 แล้ววางแผน 90 วัน
แผนเริ่มทำ AI Search 4 สัปดาห์ ตั้งแต่วัดจุดเริ่มต้นจนถึงวัดซ้ำ
แผน 30 วันสำหรับเริ่มทำ AI Search ผลใน AI แกว่งตามการอัปเดตของโมเดล จึงควรดูแนวโน้มอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ไม่ตัดสินจากครั้งเดียว

เส้นทางเรียน AI Search ฟรี 5 โมดูล · วัดผล AI Search · Checklist คอนเทนต์ที่ AI หยิบไปตอบ

คำถามที่พบบ่อย

โหมด AI ใน Google Search คืออะไร

โหมด AI (AI Mode) คือโหมดค้นหาของ Google ที่ให้ถามตอบต่อเนื่องได้เหมือนคุยกับผู้ช่วย AI จะค้นหลายรอบแล้วสรุปคำตอบพร้อมลิงก์อ้างอิง ใช้ภาษาไทยได้ตั้งแต่ 8 ตุลาคม 2025

AI Search ใช้ฟรีไหม

ใช้ฟรีได้ทุกเจ้าหลัก ทั้ง Google AI Overviews, AI Mode, ChatGPT, Gemini, Perplexity และ Copilot แบบเสียเงินเพิ่มความสามารถ เช่น โมเดลที่เก่งกว่าหรือการค้นคว้าเชิงลึก

เชื่อคำตอบของ AI Search ได้แค่ไหน

ควรตรวจซ้ำเสมอในเรื่องสำคัญ เพราะ AI อาจสรุปผิดหรือใช้ข้อมูลเก่า ให้เปิดดูแหล่งอ้างอิงที่ AI แนบมา โดยเฉพาะเรื่องเงิน สุขภาพ และกฎหมาย

SGE คืออะไร ยังมีอยู่ไหม

SGE (Search Generative Experience) คือชื่อช่วงทดลองของ AI ในผลค้นหา Google ซึ่งพัฒนาเป็น AI Overviews ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 ปัจจุบันจึงไม่มีชื่อ SGE แล้ว บทความที่ยังใช้ชื่อนี้มักเป็นข้อมูลเก่า

Deep Research ต่างจาก AI Search อย่างไร

Deep Research คือโหมดที่ AI ใช้เวลาค้นคว้าหลายนาทีและอ่านหลายสิบแหล่ง แล้วเขียนเป็นรายงาน ส่วน AI Search ทั่วไปตอบภายในไม่กี่วินาที ทั้งสองแบบใช้เว็บเป็นแหล่งข้อมูลเหมือนกัน

ธุรกิจเล็กทำ AI Search ได้ไหม

ทำได้ และธุรกิจเล็กมีโอกาสมากกว่าการแข่งอันดับแบบเดิม เพราะ AI เลือกย่อหน้าที่ตอบคำถามเฉพาะได้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่เว็บใหญ่ เริ่มจากแผน 30 วันด้านบนด้วยเครื่องมือฟรี

แหล่งอ้างอิง

อัปเดต 2 ต.ค. 2026: เขียนใหม่ทั้งบทความ เพิ่มตารางเปรียบเทียบแพลตฟอร์ม ผลทดสอบการอ้างอิงของ AI และตัวเลขล่าสุด

อ่านต่อ

ดูทั้งหมด →

สรุป AI Search ทุกวันจันทร์

ข่าวที่สำคัญจริงและสิ่งที่ควรทำต่อ อ่านจบใน 5 นาที

สมัครรับ Newsletter