
สรุปสั้น (TL;DR)
Share of Voice (SOV) คือสัดส่วนที่แบรนด์ของคุณถูกเห็นหรือถูกพูดถึง เทียบกับทุกแบรนด์ในตลาดเดียวกัน สูตรพื้นฐานคือ ส่วนของเรา ÷ ทั้งตลาด × 100 สำหรับ Share of Voice ใน AI จะนับว่า เมื่อคนถาม ChatGPT, Gemini หรือ Google AI เรื่องในหมวดของคุณ แบรนด์คุณถูกเอ่ยชื่อกี่ครั้ง เทียบกับจำนวนครั้งที่ทุกแบรนด์ถูกเอ่ยชื่อในชุดคำถามเดียวกัน
- SOV มี 4 แบบหลัก: โฆษณา (งบ) · ผลค้นหา (การมองเห็นใน Google) · โซเชียล (การพูดถึง) · AI (การถูกเอ่ยชื่อในคำตอบ) แต่ละเครื่องมือนิยาม AI SOV ไม่เหมือนกัน จึงต้องบอกสูตรทุกครั้งที่รายงาน
- คำตอบ AI แกว่งมาก ในงานทดสอบของเรา เมื่อถาม ChatGPT คำถามเดิมซ้ำ ชื่อแบรนด์ที่แนะนำซ้ำกับรอบแรกมีแค่ราว 11% จึงควรวัดอย่างน้อย 50 คำถาม × 2 รอบ (ค่าคลาดเคลื่อนราว ±14%) และนับว่าถูกเอ่ยชื่อบ่อยแค่ไหน ไม่ใช่ดูว่าอยู่ “อันดับ” ไหน
- แต่ละแพลตฟอร์มให้ผลต่างกัน ในข้อมูลหมวดบัตรเครดิตของเรา ลิงก์ที่ ChatGPT ใช้อ้างอิงเป็นเว็บแบรนด์ 63% แต่ใน Google AI Overviews มีแค่ 41% จึงควรรายงาน SOV แยกแพลตฟอร์ม
สารบัญ
Share of Voice คืออะไร
Share of Voice (SOV) คือสัดส่วนที่แบรนด์ของคุณถูกเห็นหรือถูกพูดถึง เทียบกับคู่แข่งทั้งหมดในตลาดเดียวกัน นักการตลาดใช้ SOV ดูว่าแบรนด์ “ดังแค่ไหน” ในช่องทางหนึ่ง เมื่อเทียบกับทุกคนที่แข่งอยู่ ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกยอดขายโดยตรง แต่บอกว่าคนในตลาดมีโอกาสเห็นคุณมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
สูตรพื้นฐานมีบรรทัดเดียว: SOV = ส่วนของแบรนด์เรา ÷ ส่วนของทั้งตลาด × 100 แต่ละช่องทางนับ “ส่วน” ไม่เหมือนกัน เช่น นับงบโฆษณา นับจำนวนครั้งที่ถูกพูดถึง หรือนับจำนวนครั้งที่ AI เอ่ยชื่อ

AI SEO For Dummies บทที่ 1 จัด Share of Voice ไว้ในกลุ่มตัวชี้วัดใหม่ของยุค AI ร่วมกับ coverage (ถูกพูดถึงในกี่เปอร์เซ็นต์ของคำถาม) และ prominence (ถูกพูดถึงเด่นแค่ไหน) ส่วนบทที่ 7 แนะนำให้วัด SOV เทียบกับชุดคู่แข่งที่เลือกไว้ชัดเจน ราว 5–10 แบรนด์ ทั้งคู่แข่งตรง คู่แข่งใกล้เคียง และเจ้าตลาดในหมวด
ความเห็นของผม (ไอซ์): ผมใช้ Share of Voice ดูว่าตอนนี้เรายืนอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่ง หลักๆ คือใช้เป็น benchmark หรือเส้นวัดของตลาด ว่าเราห่างจากคู่แข่งเยอะไหม และมีมิติไหนที่เรามีโอกาสชนะ เช่น คำถามบางกลุ่มหรือแพลตฟอร์มบางตัว พอเห็น Share of Voice ของทุกแบรนด์ เราก็จะรู้ว่าใครได้ส่วนแบ่งเยอะที่สุด หรือใครคือเจ้าตลาดตัวจริง
Share of Voice คิดยังไง: สูตร 4 แบบ
Share of Voice คิดได้ 4 แบบหลักตามช่องทาง ทุกแบบใช้โครง “ของเรา ÷ ทั้งตลาด” เหมือนกัน แต่หน่วยที่นับต่างกัน ก่อนเทียบตัวเลขกับรายงานอื่น ให้เช็กก่อนเสมอว่าเขานับอะไร
| แบบ | สูตร | นับอะไร | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| SOV โฆษณา | งบโฆษณาของเรา ÷ งบโฆษณาทั้งหมวด × 100 | งบสื่อ (บางทีใช้ impressions แทน) | ตัวเลขงบคู่แข่งเป็นค่าประมาณจากเครื่องมือเสมอ |
| SOV ในผลค้นหา | คลิกหรือการมองเห็นที่คาดว่าเราได้ ÷ ของทุกเว็บ ในชุด keyword เดียวกัน × 100 | อันดับ × ปริมาณค้นหา × CTR (อัตราคลิก) โดยประมาณ | ขึ้นกับชุด keyword ที่เลือก เปลี่ยนชุดแล้วตัวเลขเปลี่ยน |
| SOV โซเชียล | จำนวนครั้งที่แบรนด์ถูกพูดถึง ÷ การพูดถึงทุกแบรนด์ในหมวด × 100 | โพสต์ คอมเมนต์ รีวิว ข่าว | ควรแยกการพูดถึงด้านบวกและด้านลบ |
| AI SOV | จำนวนครั้งที่ AI เอ่ยชื่อแบรนด์เรา ÷ การเอ่ยชื่อทุกแบรนด์ ในชุดคำถามเดียวกัน × 100 | ชื่อแบรนด์ในคำตอบ ChatGPT, Gemini, Google AI ฯลฯ | คำตอบแกว่งทุกครั้งที่ถาม ต้องถามหลายคำถามหลายรอบ |
SOV ในผลค้นหาเป็นแบบที่คนทำ SEO คุ้นที่สุด เครื่องมืออย่าง Semrush เคยอธิบายว่าคิดจากทราฟฟิกจากผลค้นหาที่เว็บเราได้ หารด้วยทราฟฟิกรวมของทุกเว็บ จากชุด keyword เดียวกัน วิธีนี้สอดคล้องกับหลักวัดผลใน The Art of SEO บทที่ 8 ที่ให้ตั้งค่าฐาน (baseline) ก่อน แล้ววัดการเปลี่ยนแปลงเทียบกับค่าฐานนั้นเป็นช่วงๆ
Share of Voice ใน AI คืออะไร ต่างจาก SOV แบบเดิมยังไง
Share of Voice ใน AI (AI SOV) คือสัดส่วนที่แบรนด์ของคุณถูกเอ่ยชื่อในคำตอบของ AI เทียบกับทุกแบรนด์ที่ถูกเอ่ยชื่อ เมื่อคนถามคำถามในหมวดของคุณ เช่น “บัตรเครดิตไหนดีสำหรับคนเงินเดือน 30,000” AI SOV ต่างจาก SOV แบบเดิม 3 ข้อ คือ ไม่มีหน้าผลค้นหาให้นับอันดับ คำตอบเปลี่ยนทุกครั้งที่ถาม และแต่ละแพลตฟอร์มตอบไม่เหมือนกัน

ในงานวัด AI จะเจอตัวชี้วัด 3 ตัวที่คนมักใช้ปนกัน ควรแยกให้ชัดตั้งแต่แรก:
- AI Share of Voice = การเอ่ยชื่อแบรนด์เรา ÷ การเอ่ยชื่อทุกแบรนด์ในทุกคำตอบ ตอบคำถามว่า “เราได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคู่แข่ง”
- Visibility หรือ mention rate = จำนวนคำตอบที่มีชื่อเรา ÷ จำนวนคำตอบทั้งหมด ตอบคำถามว่า “คนถาม 100 ครั้ง เจอชื่อเรากี่ครั้ง”
- Citation share = ลิงก์ที่ชี้มาที่เว็บเรา ÷ ลิงก์ทั้งหมดที่ AI ใส่เป็นแหล่งอ้างอิง ตอบคำถามว่า “AI ใช้เว็บเราเป็นหลักฐานบ่อยแค่ไหน”
ถูกเอ่ยชื่อกับถูกอ้างลิงก์ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน งานของ Semrush ร่วมกับ Growth Memo (มิ.ย. 2026, 115 คำถาม 14 ประเทศ) พบว่า 62% ของการอ้างอิงไม่มีการเอ่ยชื่อแบรนด์เจ้าของเว็บเลย บทความนี้เน้น SOV ที่นับจากการเอ่ยชื่อ ส่วนวิธีทำให้แบรนด์ถูกเอ่ยชื่อมากขึ้น อ่านต่อได้ในบทความ Brand Mention คืออะไร
เครื่องมือแต่ละตัวนิยาม AI SOV ต่างกัน ตัวเลขจากต่างเครื่องมือจึงเทียบกันตรงๆ ไม่ได้:
| แหล่ง | นิยาม AI SOV | ผลต่อตัวเลข |
|---|---|---|
| Profound | คำตอบที่เอ่ยชื่อเรา ÷ การเอ่ยชื่อแบรนด์ทั้งหมดในทุกคำตอบ (ตัวอย่างในคู่มือ: 20 ÷ 100 = 20%) และแยก Visibility เป็นอีกตัว คือ % ของคำตอบที่มีชื่อแบรนด์ใดก็ตาม แล้วมีชื่อเราด้วย | ทุกคำถามมีน้ำหนักเท่ากัน |
| Ahrefs Brand Radar | ส่วนแบ่งของ impressions เทียบกับแบรนด์ที่ติดตาม โดย impressions = การถูกเอ่ยชื่อถ่วงด้วยปริมาณค้นหาใน Google | คำถามที่คนค้นเยอะมีน้ำหนักมากกว่า |
| Semrush | ส่วนแบ่งการเอ่ยชื่อเทียบคู่แข่ง เอกสารทางการไม่เปิดสูตรละเอียด แหล่งรองระบุว่านับทั้งความถี่และตำแหน่ง | ถ้านับตำแหน่ง ชื่อที่ถูกเอ่ยก่อนจะได้คะแนนมากกว่า ตรวจสูตรกับผู้ให้บริการก่อนเทียบ |
| AI SEO For Dummies บทที่ 4–5 | ให้คะแนนตามลำดับที่ถูกเอ่ยชื่อ (ชื่อแรกได้คะแนนสูงสุด) หารด้วยคะแนนรวมของทุกแบรนด์ และถ่วงตามแพลตฟอร์มที่กลุ่มเป้าหมายใช้ | ถูกเอ่ยชื่อก่อน และแพลตฟอร์มที่คนใช้มาก มีน้ำหนักมากกว่า |
ระวังการถ่วงน้ำหนักด้วยตำแหน่ง: งานของ SparkToro ร่วมกับ Gumshoe (ม.ค. 2026) พบว่าเมื่อถามคำถามเดิมซ้ำ AI ให้รายชื่อแบรนด์ชุดเดิมไม่ถึง 1 ใน 100 ครั้ง และเรียงลำดับเหมือนเดิมราว 1 ใน 1,000 ครั้ง ลำดับในคำตอบ AI จึงแกว่งมาก SparkToro แนะนำให้วัดความถี่ที่ถูกเอ่ยชื่อแทนตำแหน่ง ซึ่งตรงกับที่ AI SEO For Dummies บทที่ 22 บอกว่า ChatGPT ไม่มี “อันดับ” ที่คงที่ (ส่วนบทที่ 5 ของหนังสือเล่มเดียวกันยังมีสูตรที่ให้คะแนนตามตำแหน่ง)
ตัวอย่างคิดเลข AI Share of Voice ทีละขั้น
ตัวอย่างนี้ใช้แบรนด์สมมุติ 3 แบรนด์ (ก, ข, ค) ในหมวดเดียวกัน เพื่อให้เห็นว่า SOV กับ visibility ให้ตัวเลขต่างกันยังไง ตัวเลขทั้งหมดในตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมุติ
- เตรียมคำถาม: 50 คำถามที่ลูกค้าในหมวดถามจริง เช่น “…ไหนดี” “…ราคาเท่าไหร่” “…ต่างกันยังไง”
- ถาม 2 รอบ: ถาม ChatGPT ด้วยชุดเดิม 2 รอบ ได้ 100 คำตอบ
- นับชื่อ: ในแต่ละคำตอบ นับว่าแบรนด์ไหนถูกเอ่ยชื่อ (นับ 1 ครั้งต่อแบรนด์ต่อคำตอบ) รวมได้การเอ่ยชื่อทั้งหมด 200 ครั้ง: แบรนด์ ก 48 · แบรนด์ ข 36 · แบรนด์ ค 18 · แบรนด์อื่นรวมกัน 98
- คิด SOV: แบรนด์ ก = 48 ÷ 200 = 24% · แบรนด์ ข = 36 ÷ 200 = 18% · แบรนด์ ค = 18 ÷ 200 = 9%
- คิด visibility: แบรนด์ ก อยู่ใน 48 จาก 100 คำตอบ = 48% · แบรนด์ ข 36% · แบรนด์ ค 18%

ตัวเลข 2 ตัวนี้ตอบคนละคำถาม SOV 24% บอกว่าแบรนด์ ก ได้ส่วนแบ่งเกือบ 1 ใน 4 ของการเอ่ยชื่อทั้งหมด ส่วน visibility 48% บอกว่าคนถาม 100 ครั้งจะเห็นชื่อแบรนด์ ก ราว 48 ครั้ง ถ้ามีแบรนด์อื่นโผล่มาในคำตอบมากขึ้น SOV ของเราจะลดลงทันที แม้จำนวนคำตอบที่มีชื่อเรา (visibility) จะเท่าเดิม จึงควรดูทั้งสองตัวคู่กัน
ตัวอย่างจากข้อมูลจริง: ส่วนแบ่งการอ้างอิงตามประเภทเว็บ
สูตรเดียวกันใช้กับข้อมูลจริงได้ แต่ตัวอย่างนี้นับ “ลิงก์อ้างอิง” (citation share) ไม่ได้นับการเอ่ยชื่อ ข้อมูลมาจากงานวิจัย AI อ้างอิงเว็บไหนใน 13 อุตสาหกรรมไทย เราถาม AI 5 แพลตฟอร์มด้วยคำถามภาษาไทยเรื่องบัตรเครดิต 50 ข้อ (ต.ค. 2026 ถามรอบเดียว ค่าคลาดเคลื่อนระดับคำถาม ±14%) ได้ลิงก์อ้างอิงรวม 1,070 ลิงก์ แล้วคิดว่าเว็บแต่ละประเภทได้กี่เปอร์เซ็นต์ของลิงก์ทั้งหมด:
| ประเภทเว็บ | ส่วนแบ่งของลิงก์อ้างอิง |
|---|---|
| เว็บผู้ให้บริการ/แบรนด์ (ธนาคาร ผู้ออกบัตร) | 53% |
| เว็บเปรียบเทียบ/รีวิว | 17% |
| โซเชียล/ชุมชน | 13% |
| ภาครัฐ/สถาบัน | 7% |
| สื่อ/บล็อก | 3% |
| อื่นๆ/ยังไม่จำแนก | 6% |

ข้อสรุปของตัวอย่างนี้คือ คู่แข่งใน AI SOV ไม่ได้มีแค่แบรนด์คู่แข่ง ถ้าคุณเป็นผู้ออกบัตร ลิงก์อ้างอิงราว 17% ในคำตอบ AI ไปที่เว็บเปรียบเทียบ และอีก 13% ไปที่โซเชียล การวัด SOV จึงควรนับทั้งชื่อแบรนด์ในคำตอบ และดูว่าเว็บไหนเป็นแหล่งที่ AI ใช้เป็นหลักฐาน
ต้องวัด Share of Voice ใน AI กี่คำถาม กี่รอบ ถึงเชื่อได้
AI Share of Voice ต้องวัดจากหลายคำถามและหลายรอบ เพราะคำตอบ AI แกว่งทุกครั้งที่ถาม ในงานทดสอบที่เราถาม ChatGPT ด้วยคำถามชุดเดิม 2 รอบ ชื่อที่แนะนำซ้ำกันระหว่างรอบ 1 กับรอบ 2 มีเฉลี่ยแค่ 11% และถ้าเปลี่ยนไปถามเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อที่ซ้ำกับตอนถามภาษาไทยเหลือแค่ 5% (50 คำถาม × 2 รอบ ผลจากโหมดค้นเว็บของ ChatGPT ผ่านเครื่องมือเก็บข้อมูล DataForSEO ตั้งค่าประเทศไทย 7–8 ต.ค. 2026 · นับชื่อแบบคร่าวๆ จากข้อความตัวหนาในคำตอบ)
ยิ่งวัดน้อยคำถาม ค่าคลาดเคลื่อนยิ่งกว้าง สูตรมาตรฐานของสัดส่วนที่ความเชื่อมั่น 95% คือ ±1.96 × √(p(1−p)/n) ถ้าคิดแบบกรณีที่คลาดเคลื่อนมากที่สุด (สัดส่วน 50%) ได้ค่าแบบนี้:
| จำนวนคำถาม (n) | ค่าคลาดเคลื่อน (±) | ใช้ได้แค่ไหน |
|---|---|---|
| 20 | ±21.9% | ผลเบื้องต้น ดูทิศทางคร่าวๆ |
| 50 | ±13.9% | ขั้นต่ำที่เราใช้ (ถาม 2 รอบ) |
| 100 | ±9.8% | เห็นแนวโน้มรายเดือนชัดขึ้น |
| 200 | ±6.9% | ติดตามรายเดือนแบบละเอียด |
| 400 | ±4.9% | รายงานผู้บริหารหรือเผยแพร่ |

- คำถามเดิมทุกรอบ: ใช้ชุดคำถามเดิม ภาษาเดิม ตั้งค่าประเทศเดิม ไม่อย่างนั้นการขยับของ SOV อาจมาจากการเปลี่ยนคำถาม ไม่ใช่จากงานของเรา
- ถามซ้ำอย่างน้อย 2 รอบ: แล้วใช้ค่าเฉลี่ย เพราะคำตอบรอบเดียวแกว่งมาก
- ตัวเลขชุดเล็กใช้ช่วงความเชื่อมั่น: ถ้าแบรนด์ถูกเอ่ยชื่อน้อย เช่น 2 ใน 20 คำตอบ ค่าจริงอาจอยู่ได้ตั้งแต่ราว 3% ถึง 30% (Wilson interval) จึงไม่ควรรายงานเป็นตัวเลขเดียว
Share of Voice ต่างกันตามแพลตฟอร์ม (ChatGPT, Google, Gemini)
Share of Voice ของแบรนด์เดียวกันต่างกันมากในแต่ละแพลตฟอร์ม BrightEdge (ส.ค. 2025 ข้อมูลของผู้ขายเครื่องมือ) พบว่า ChatGPT กับ Google AI แนะนำแบรนด์ไม่ตรงกันใน 61.9% ของคำถามเดียวกัน สาเหตุหลักคือแต่ละแพลตฟอร์มดึงข้อมูลต่างกัน Google AI Overviews และ AI Mode สร้างคำตอบจาก index ของ Google ร่วมกับการแตกคำถามย่อย (query fan-out) ส่วน ChatGPT ค้นเว็บด้วยระบบของตัวเอง การรวมทุกแพลตฟอร์มเป็นตัวเลขเดียวจึงซ่อนจุดที่เราชนะหรือแพ้ไว้
ข้อมูลไทยของเราเห็นภาพเดียวกัน ในหมวดบัตรเครดิต สัดส่วนลิงก์ที่ไปเว็บแบรนด์คือ ChatGPT 63% · Perplexity 62% · Google AI Mode 56% · Gemini 45% · Google AI Overviews 41% ส่วนเว็บเปรียบเทียบได้ 28% ของลิงก์ใน Gemini แต่ ChatGPT ไม่อ้างเลยในชุดนี้ และ AI Overviews อ้างโซเชียล 29%

เวลาสรุปภาพรวม ให้ถ่วงน้ำหนักตามแพลตฟอร์มที่ลูกค้าของคุณใช้จริง ตัวเลขที่ใช้ดูได้คือ Statcounter (ก.ย. 2026) ซึ่งนับทราฟฟิกที่ AI chatbot ส่งต่อมายังเว็บที่ติดตั้ง Statcounter (ไม่ใช่จำนวนผู้ใช้) ข้อมูลนี้บอกว่าในไทย ChatGPT มีส่วนแบ่ง 69.96% และ Gemini 24.5% ขณะที่ทั่วโลก Gemini มีแค่ 10.91% (ทราฟฟิกจาก AI Overviews และ AI Mode นับเป็น Google ไม่อยู่ในตัวเลขนี้) ส่วนแบ่งของ Gemini ในไทยจึงสูงกว่าทั่วโลกราว 2 เท่า แบรนด์ไทยไม่ควรวัดแค่ ChatGPT และควรถ่วงน้ำหนักตามแพลตฟอร์มที่กลุ่มเป้าหมายใช้ ตามแนวคิดใน AI SEO For Dummies บทที่ 4 ภาพรวมของตัวเลข AI ทั้งหมดที่ใช้คู่กับ Share of Voice อยู่ใน AI Visibility คืออะไร
Share of Voice เท่าไหร่ถึงดี
Share of Voice ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้ทุกตลาด เพราะขึ้นกับจำนวนคู่แข่งในหมวด ในตลาดที่มี 3 แบรนด์ SOV 30% อาจเป็นอันดับสุดท้าย แต่ในตลาดที่มี 30 แบรนด์ SOV 10% อาจเป็นเจ้าตลาด สิ่งที่ควรดูคือตำแหน่งเทียบคู่แข่ง และทิศทางเมื่อเวลาผ่านไป
ความเห็นของผม (ไอซ์): ผมคิดว่าไม่มีตัวเลขที่บอกว่า SOV “เริ่มดีแล้ว” สิ่งที่ผมแนะนำให้ดูคือตอนนี้เราได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่ และตอนนี้เราอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เป้าสูงสุดคือได้ส่วนแบ่งมากที่สุดในตลาด แต่ถ้าถามว่า “เริ่มดีหรือยัง” ผมจะดูที่ทิศทาง ถ้า SOV ของเราขยับขึ้นต่อเนื่องทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน นั่นคือสัญญาณที่ดีครับ
ในโลกโฆษณามีแนวคิด Excess Share of Voice (ESOV) คือส่วนที่ SOV สูงกว่าส่วนแบ่งตลาด (SOV ลบส่วนแบ่งตลาด) Nielsen (มี.ค. 2025) สรุปงานของ Binet และ Field จาก 171 แคมเปญ (ปี 1980–2010) ว่า ESOV ที่เพิ่มขึ้นทุก 10 จุด สัมพันธ์กับส่วนแบ่งตลาดที่โตขึ้นราว 0.5 จุด และย้ำว่าผลต่างกันไปตามช่องทาง หมวดสินค้า และขนาดแบรนด์ กฎนี้มาจาก SOV ของงบโฆษณา ยังไม่มีงานไหนพิสูจน์ว่าใช้กับ AI SOV ได้ จึงไม่ควรเอาไปตั้งเป้าตรงๆ
วัด Share of Voice ใน AI ด้วยเครื่องมือหรือทำเอง
การวัด AI SOV ทำได้ 2 ทาง คือใช้เครื่องมือที่ถามแทนและนับให้อัตโนมัติ หรือถามเองแล้วบันทึกลงชีต เครื่องมือเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องติดตามหลายร้อยคำถามทุกสัปดาห์ ส่วนการทำเองเหมาะกับการเริ่มต้นและเข้าใจว่า AI ตอบหมวดของคุณยังไง
| ใช้เครื่องมือ | ทำเองด้วยชีต | |
|---|---|---|
| ตัวอย่าง | Ahrefs Brand Radar, Profound, Semrush AI Visibility Toolkit | ถาม AI เอง แล้วกรอกชีต |
| จำนวนคำถาม | หลายร้อยถึงหลายพันคำถาม | เริ่ม 50 คำถาม × 2 รอบ |
| ข้อดี | เร็ว ทำซ้ำได้ มีกราฟย้อนหลัง | ไม่มีค่าใช้จ่าย เห็นคำตอบจริงทุกคำตอบ |
| ข้อควรระวัง | แต่ละเครื่องมือใช้สูตรต่างกัน และคำถามภาษาไทยอาจมีน้อย | ใช้เวลา และผลจากหน้าแชตที่ล็อกอินอาจถูกปรับตามประวัติผู้ใช้ |
ถ้าทำเอง ชีตหนึ่งแถวคือหนึ่งคำตอบ คอลัมน์ที่ต้องมีคือ วันที่ · แพลตฟอร์ม · รอบ · คำถาม · กลุ่มคำถาม (เช่น ราคา เปรียบเทียบ เลือกผู้ให้บริการ) · แบรนด์ที่ถูกเอ่ยชื่อ (คั่นด้วยจุลภาค) · เว็บที่ถูกอ้างอิง · มีชื่อเราไหม (0/1) จากนั้นใช้สูตร COUNTIF นับชื่อแต่ละแบรนด์ แล้วหารด้วยการเอ่ยชื่อทั้งหมด

AI SEO For Dummies บทที่ 6 แนะนำให้ทำ dashboard ติดตามผลทุกสัปดาห์ใช้เวลาแค่ราว 10 นาที ชีต Tracking ใน AI Search Starter Kit (ฟรี) ใช้ต่อยอดเป็นชีต AI SOV ตามโครงข้างบนได้
เพิ่ม Share of Voice ใน AI ยังไง
การเพิ่ม AI Share of Voice เริ่มจากดูว่า AI ใช้แหล่งไหนเป็นหลักฐานในคำถามที่เราแพ้ แล้วทำให้ชื่อเราไปอยู่ในแหล่งเหล่านั้น พร้อมทำเว็บของเราให้ตอบคำถามเหล่านั้นได้ชัดที่สุด AI SEO For Dummies บทที่ 7 ย้ำว่าผู้ชนะใน AI ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชนะใน Google จึงต้องดูข้อมูลของ AI แยกต่างหาก
- หาจุดที่แพ้: แยก SOV ตามกลุ่มคำถามและแพลตฟอร์ม เช่น ชนะคำถามราคาใน ChatGPT แต่แพ้คำถาม “ไหนดี” ใน AI Overviews
- ดูแหล่งที่ AI อ้าง: ในคำถามที่แพ้ ดูว่า AI อ้างเว็บประเภทไหน เว็บเปรียบเทียบ โซเชียล หรือเว็บแบรนด์คู่แข่ง
- ทำให้เว็บเราตอบได้ตรงกว่า: เพิ่มหน้าที่ตอบคำถามย่อยชัดๆ เช่น ราคา เงื่อนไข การเปรียบเทียบ ตามแนวทางใน เช็กลิสต์เนื้อหาที่ AI อ้างอิงได้
- ไปอยู่ในแหล่งที่ AI ใช้: ถ้า AI อ้างเว็บเปรียบเทียบหรือรีวิว ให้ทำให้แบรนด์ถูกใส่ในหน้าเหล่านั้นด้วยข้อมูลจริง รายละเอียดอยู่ใน Brand Mention คืออะไร
- วัดซ้ำด้วยชุดคำถามเดิม: ทุกเดือน แล้วดูทิศทาง ไม่ใช่ดูตัวเลขรอบเดียว หรือวางเป็นรอบวัดซ้ำทุกสัปดาห์ด้วย Signal-to-Strategy Loop™
คำถามที่พบบ่อย
Share of Voice ต่างจาก market share ยังไง
Share of Voice วัดส่วนแบ่งการถูกเห็นหรือถูกพูดถึง ส่วน market share วัดส่วนแบ่งยอดขาย SOV มักเป็นตัวชี้วัดนำ คือขยับก่อนยอดขาย แต่ไม่ได้รับประกันว่ายอดขายจะตาม
SOV ย่อมาจากอะไร
SOV ย่อมาจาก Share of Voice แปลตรงตัวว่าส่วนแบ่งเสียง หมายถึงสัดส่วนที่แบรนด์ถูกเห็นหรือถูกพูดถึงเทียบกับคู่แข่งในตลาดเดียวกัน
Share of Voice ที่ดีคือกี่เปอร์เซ็นต์
ไม่มีตัวเลขกลาง เพราะขึ้นกับจำนวนคู่แข่งในหมวด ให้ดูว่า SOV ของเราอยู่ตรงไหนเทียบกับคู่แข่ง และขยับขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ควรวัด AI Share of Voice บ่อยแค่ไหน
เราแนะนำให้สรุป SOV เต็มชุดเดือนละครั้ง และเช็กสั้นๆ รายสัปดาห์ตามที่ AI SEO For Dummies บทที่ 6 แนะนำ ดูทิศทางหลายรอบ ไม่ตัดสินจากรอบเดียว
ใช้ ChatGPT ตัวเดียววัดพอไหม
ไม่พอสำหรับตลาดไทย เพราะแพลตฟอร์มแนะนำแบรนด์ต่างกันมาก และ Gemini มีส่วนแบ่งทราฟฟิกในไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ควรวัดอย่างน้อย ChatGPT, Gemini และ Google AI Overviews แยกกัน
ใช้เครื่องมืออะไรวัด AI Share of Voice ได้บ้าง
ตัวอย่างเช่น Ahrefs Brand Radar, Profound และ Semrush AI Visibility Toolkit แต่ละตัวใช้สูตรต่างกัน ถ้าเพิ่งเริ่มจะถามเองแล้วบันทึกลงชีตก่อนก็ได้
อยากให้ AI Agent ช่วยวัดว่า AI พูดถึงแบรนด์คุณแค่ไหน: คอร์สเรียน SEO & AI Search แบบ Agentic สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานต่อกับเว็บของคุณทุกสัปดาห์
แหล่งอ้างอิง
- Nielsen, What is share of voice (มี.ค. 2025; สรุปงานของ Binet & Field)
- Profound, Profound glossary · Ahrefs, AI visibility metrics (3 ก.ย. 2026) · Semrush, AI SEO metrics · Semrush, Share of voice (2022)
- SparkToro × Gumshoe, AIs are highly inconsistent when recommending brands or products (ม.ค. 2026) · BrightEdge, ChatGPT vs Google AI: 62% brand recommendation disagreement (27 ส.ค. 2025)
- Semrush × Growth Memo, The ghost citations study (9 มิ.ย. 2026)
- Statcounter, AI chatbot market share Thailand และ worldwide (ก.ย. 2026, ตรวจ 9 ต.ค. 2026)
- ข้อมูลของ The Missing Piece: AI Citation 13 อุตสาหกรรมไทย (ต.ค. 2026 ผลเบื้องต้นรอบ 1 ไม่จัดอันดับแบรนด์) · ทดสอบภาษาของ prompt กับ ChatGPT (ค้นเว็บ) 50 คำถาม × 2 รอบ (7–8 ต.ค. 2026)
- Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 1 (ตัวชี้วัดใหม่ รวม Share of Voice), 4 (SOV ถ่วงตามแพลตฟอร์มที่กลุ่มเป้าหมายใช้), 5 (สูตร SOV ให้คะแนนตามลำดับที่ถูกเอ่ยชื่อ), 6 (dashboard รายสัปดาห์), 7 (วัด SOV เทียบชุดคู่แข่ง 5–10 แบรนด์ และผู้ชนะใน AI ไม่ใช่ผู้ชนะใน Google เสมอ), 22 (ไม่มีอันดับคงที่ใน ChatGPT)
- Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 8 (วัดผลเทียบค่าฐาน)
ตรวจข้อมูลล่าสุด: 9 ต.ค. 2026 · เครื่องมือวัด AI เปลี่ยนนิยามบ่อย เราจะตรวจนิยามและตัวเลข Statcounter ทุกไตรมาส