
สรุปสั้น (TL;DR)
Google AI Mode (ภาษาไทยเรียกว่า “โหมด AI”) คือโหมดค้นหาแบบถามตอบต่อเนื่องของ Google ที่ใช้ Gemini แตกคำถามเป็นหลายคำค้น แล้วสรุปคำตอบพร้อมลิงก์ไปยังเว็บที่ใช้ตอบ ใช้ภาษาไทยได้ตั้งแต่ 8 ต.ค. 2025 ไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเสียเงิน และอยู่เป็นแท็บแยกจากผลค้นหาปกติ เปิดได้ 4 ทาง คือ พิมพ์ google.com/ai, ค้นใน Google แล้วกดแท็บ “โหมด AI”, แตะ “โหมด AI” ในแอป Google หรือเปิดแท็บใหม่ใน Chrome แล้วเลือก “โหมด AI” ข้างช่องค้นหา โดยไม่ต้องสมัคร Search Labs (Google Search Help และ Chrome Help, ตรวจ 4 พ.ย. 2026)
- ผลทดสอบคำถามภาษาไทย 20 ข้อของเรา (ต.ค. 2026, ผลเบื้องต้น): AI Mode อ้างแหล่งข้อมูลไทย 56–67% ของลิงก์ แต่เมื่อเก็บวันเดียวกัน ลิงก์ซ้ำกับ AI Overviews ของคำถามเดียวกันแค่ราว 1 ใน 5
- คำตอบแกว่งมาก: ถามคำถามเดิมซ้ำในวันเดียวกัน ลิงก์ที่ AI Mode อ้างซ้ำกันแค่ 24% จึงวัดผลจากการถามครั้งเดียวไม่ได้
- เจ้าของเว็บไม่ต้องทำอะไรพิเศษตามเอกสารของ Google และดูผลได้ในรายงาน Generative AI ของ Search Console ซึ่งนับ AI Overviews กับ AI Mode รวมกันและแสดงแค่ impressions (จำนวนครั้งที่ลิงก์ถูกแสดง) ไม่มีคลิก
สารบัญ
- โหมด AI หายไปไหน เปิดยังไง
- AI Mode คืออะไร
- ใช้ได้ในไทยตั้งแต่เมื่อไร ใช้โมเดลอะไร
- เปิดใช้ AI Mode ยังไง ฟรีไหม
- ปิด AI Mode ได้ไหม
- AI Mode ต่างจาก AI Overviews และ Gemini ยังไง
- AI Mode เลือกเว็บมาตอบยังไง
- ผลทดสอบ: AI Mode อ้างเว็บไหนเมื่อคนไทยถาม
- AI Mode ในงานวิจัยอื่นของเรา: 13 กลุ่มธุรกิจและรถไฟฟ้า
- AI Mode กระทบ SEO และทราฟฟิกแค่ไหน
- เจ้าของเว็บควรทำอะไร และไม่ต้องทำอะไร
- วัดผล AI Mode ใน Search Console
- คำถามที่พบบ่อย
โหมด AI หายไปไหน เปิดยังไง
โหมด AI ไม่ได้หายไป ยังใช้ได้ในไทย ถ้าไม่เห็นแท็บ “โหมด AI” ในหน้าผลค้นหา ให้พิมพ์ google.com/ai ในเบราว์เซอร์ได้เลย ประเทศไทยและภาษาไทยยังอยู่ในรายชื่อที่ Google ระบุว่าใช้โหมด AI ได้ (Google Search Help, ตรวจ 4 พ.ย. 2026)
หน้าช่วยเหลือของ Google (Search และ Chrome) ระบุทางเข้าไว้ 4 ทาง
- พิมพ์ google.com/ai ในเบราว์เซอร์
- ค้นหาใน google.com ตามปกติ แล้วแตะ “โหมด AI”
- ในแอป Google แตะ “โหมด AI” ที่หน้าจอหลัก
- ใน Chrome บนคอมพิวเตอร์ เปิดแท็บใหม่แล้วเลือก “โหมด AI” ทางขวาของช่องค้นหา หรือกดไอคอนโหมด AI ทางขวาของแถบที่อยู่ (Chrome Help)
Google ไม่ได้อธิบายไว้ทุกกรณีว่าทำไมบางคนไม่เห็นปุ่ม แต่หน้าช่วยเหลือบอกไว้ 3 เรื่อง เรื่องแรก โหมด AI ใน Chrome ยังไม่พร้อมใช้กับบางกลุ่มหรือบางอุปกรณ์ และกำลังทยอยเปิดให้คนนอกสหรัฐฯ และผู้ใช้ภาษาที่ไม่ใช่อังกฤษ (Chrome Help) เรื่องที่สอง ไอคอนโหมด AI ในแถบที่อยู่ของ Chrome ซ่อนได้ ถ้าเคยยกเลิกตัวเลือก “แสดงโหมด AI เสมอ” ไอคอนจะหายไป เปิดคืนได้โดยคลิกขวาที่แถบที่อยู่แล้วเลือกตัวเลือกนี้อีกครั้ง (Chrome Help) เรื่องที่สาม Google กำลังอัปเดตการตั้งค่าของบริการ Search จึงอาจไม่ตรงกับที่หน้าช่วยเหลือเขียนไว้ (Google Search Help) วิธีลองแก้ทีละข้อดูในหัวข้อ ปิด AI Mode ได้ไหม ทำไมโหมด AI หายไป
AI Mode คืออะไร
Google AI Mode คือโหมดค้นหาของ Google ที่ให้ผู้ใช้ถามเป็นประโยคยาวและถามต่อได้เรื่อยๆ เหมือนคุยกับผู้ช่วย แล้ว AI ตอบเป็นคำตอบสรุปพร้อมลิงก์ไปยังเว็บที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูล ในหน้าภาษาไทยปุ่มนี้ชื่อ “โหมด AI” และอยู่เป็นแท็บแยกจากผลค้นหาปกติ ใครที่เคยใช้ ChatGPT จะคุ้นกับหน้าตา แต่ข้อมูลที่ใช้ตอบมาจากระบบค้นหาของ Google
Google อธิบายว่า AI Mode ใช้เทคนิคที่เรียกว่า query fan-out คือแตกคำถามของเราเป็นหลายคำค้นย่อย ค้นพร้อมกัน แล้วรวมผลมาเขียนเป็นคำตอบเดียว (Google, 22 ส.ค. 2025) ผลที่ได้จึงกว้างกว่าการค้นด้วยคีย์เวิร์ดครั้งเดียว และ Google ระบุว่ามีผู้ใช้ AI Mode มากกว่า 1,000 ล้านคนต่อเดือน (Google I/O, 19 พ.ค. 2026)
คนไทยค้นคำว่า “ai mode” เฉลี่ยราว 18,000 ครั้งต่อเดือน (Ahrefs, ต.ค. 2026) จากไม่ถึง 300 ครั้งในเดือน มี.ค. 2025 คนจำนวนมากพิมพ์คำนี้เพื่อหาทางเข้าใช้งาน ส่วนข้อมูล Google Ads ให้ตัวเลขเดือน ก.ย. 2026 ราว 60,500 ครั้ง
AI Mode ใช้ได้ในไทยตั้งแต่เมื่อไร และใช้โมเดลอะไร
AI Mode เปิดในไทยครั้งแรกเมื่อ 22 ส.ค. 2025 โดยตอนนั้นใช้ได้แค่ภาษาอังกฤษ และรองรับภาษาไทยตั้งแต่ 8 ต.ค. 2025 (Google ประเทศไทย) บทความไทยหลายชิ้นที่ยังเขียนว่า “ไทยยังต้องรอ” หรือ “ใช้ได้แค่ภาษาอังกฤษ” จึงล้าสมัยแล้ว และผู้ช่วย AI บางตัวยังหยิบข้อมูลเก่าเหล่านี้ไปตอบอยู่ (ทดสอบ ต.ค. 2026)

AI Mode ใช้ Gemini เวอร์ชันที่ Google ปรับมาสำหรับงานค้นหา และ Google เปลี่ยนรุ่นโมเดลอยู่เรื่อยๆ ในงาน Google I/O วันที่ 19 พ.ค. 2026 Google ประกาศว่า Gemini 3.5 Flash เป็นโมเดลเริ่มต้นของ AI Mode และผู้ใช้ที่เห็น AI Overviews กดถามต่อเข้าไปใน AI Mode ได้ทันทีทั่วโลก (Google I/O 2026) ตอนนี้หน้าช่วยเหลือของ Google เรียกโมเดลหลักว่า “อัตโนมัติ” หรือ “รวดเร็ว” ส่วนสมาชิก Google AI Pro และ Ultra ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปเลือก Gemini 4 Argon ได้จากเมนูในช่อง “ถามอะไรก็ได้” ไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ใช้ได้ ต้องล็อกอินด้วยบัญชี Google ส่วนตัว และมีขีดจำกัดการใช้งานต่อวัน (Google Search Help, ตรวจ 4 พ.ย. 2026)
| วันที่ | เกิดอะไรขึ้น | ที่มา |
|---|---|---|
| พ.ค. 2025 | เปิดตัว AI Mode ในสหรัฐฯ | Google I/O 2025 |
| 22 ส.ค. 2025 | เปิดในไทยเป็นภาษาอังกฤษ | Google ประเทศไทย |
| 8 ต.ค. 2025 | รองรับภาษาไทย | Google ประเทศไทย |
| 19 พ.ค. 2026 | ผู้ใช้เกิน 1,000 ล้านคนต่อเดือน, Gemini 3.5 Flash เป็นค่าเริ่มต้น, ถามต่อจาก AI Overviews ได้ | Google I/O 2026 |
| 3 มิ.ย. 2026 | รายงาน Generative AI และสวิตช์เลือกไม่ร่วมใน Search Console (ทยอยเปิด) | |
| 31 ส.ค. 2026 | รายงานและสวิตช์ใช้ได้ทุกเว็บทั่วโลก |
เปิดใช้ AI Mode ยังไง ใช้ฟรีไหม
AI Mode ใช้ได้โดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเสียเงินและไม่ต้องเปิดตั้งค่าอะไรเพิ่ม เข้าใช้ได้จากแท็บ “โหมด AI” ในหน้าผลค้นหา Google จากลิงก์ google.com/ai หรือจากแอป Google บนมือถือ บางฟีเจอร์ เช่น คำตอบที่ปรับตามข้อมูลส่วนตัว (Personal Intelligence) ใช้ได้เฉพาะผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วน Gemini 4 Argon ใช้ได้เฉพาะสมาชิก Google AI Pro และ Ultra ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป (Google Search Help)
ถ้าใช้ Chrome เปิดแท็บใหม่แล้วเลือก “โหมด AI” ข้างช่องค้นหาได้เลย (Chrome Help) และไม่ต้องสมัคร Search Labs ก่อนใช้ (Labs มีไว้ลองฟีเจอร์ใหม่ก่อนคนอื่นเท่านั้น) แต่ Google ระบุว่าโหมด AI ใน Chrome ยังไม่เปิดให้ทุกคนและทุกอุปกรณ์ ขั้นตอนทางการทั้งหมดอยู่ใน Google Search Help
- ค้นหาใน Google ตามปกติ แล้วกดแท็บ “โหมด AI” ใต้ช่องค้นหา หรือพิมพ์ google.com/ai ในเบราว์เซอร์
- พิมพ์คำถามเป็นประโยคเต็ม ยิ่งบอกเงื่อนไขชัด เช่น งบ พื้นที่ หรือเป้าหมาย คำตอบยิ่งตรง
- อ่านคำตอบ แล้วกดดูลิงก์แหล่งที่มาทางขวาหรือใต้ข้อความ เพื่อเช็กข้อมูลจากต้นทาง
- ถามต่อในช่องเดิมได้เลย AI Mode จำบริบทของคำถามก่อนหน้าในบทสนทนานั้น
ถ้าเห็น AI Overviews ด้านบนผลค้นหาปกติ ก็กดถามต่อจากกล่องนั้นเข้าไปใน AI Mode ได้ (Google I/O, 19 พ.ค. 2026) ผู้ใช้ทั่วไปได้โมเดล “อัตโนมัติ” หรือ “รวดเร็ว” ซึ่ง Google ระบุว่าช่วยตอบคำถามส่วนใหญ่ได้เร็ว (Google Search Help)
AI Mode ไม่ได้ตอบพร้อมแหล่งที่มาทุกครั้ง ในผลทดสอบของเรา 2–3 จาก 20 คำตอบไม่มีลิงก์แหล่งที่มาเลย และ Google ระบุว่าถ้าระบบไม่มั่นใจพอ AI Mode จะแสดงชุดลิงก์เว็บแทนคำตอบ AI (Google Search Help) จึงควรกดเช็กแหล่งที่มาทุกครั้งก่อนเชื่อ
ปิด AI Mode ได้ไหม ทำไมโหมด AI หายไป
ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องปิด AI Mode เพราะ AI Mode เป็นแท็บแยก ถ้าไม่กดแท็บ “โหมด AI” ก็จะเห็นผลค้นหาแบบเดิม ส่วนคนที่ไม่อยากเห็นคำตอบ AI เลย ให้ใช้แท็บ “เว็บ” ซึ่งแสดงเฉพาะลิงก์ข้อความ ไม่มี AI Overviews (Google Search Help)
คำค้น “โหมด ai หายไปไหน” มีคนค้นราว 250 ครั้งต่อเดือน (Ahrefs, ต.ค. 2026) Google ไม่ได้อธิบายทุกกรณีว่าทำไมปุ่มหาย เท่าที่หน้าช่วยเหลือระบุคือ โหมด AI ใน Chrome ยังทยอยเปิด ไอคอนในแถบที่อยู่ของ Chrome ซ่อนได้ด้วยตัวเลือก “แสดงโหมด AI เสมอ” และการตั้งค่าของ Search กำลังอัปเดต (ดู โหมด AI หายไปไหน เปิดยังไง) วิธีที่แน่นอนที่สุดคือเข้า google.com/ai ตรงๆ
ถ้าเข้าแล้วระบบแจ้งว่าโหมด AI ยังใช้ไม่ได้ ให้ลองเช็ก 2 ข้อ (1) ล็อกอินด้วยบัญชี Google ส่วนตัวแทนบัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียน เพราะการตั้งค่าบางอย่างของบัญชี Google Workspace เปิดได้เฉพาะผู้ดูแลระบบ (2) เข้า google.com/ai ตรงๆ หรืออัปเดตแอป Google และ Chrome เป็นรุ่นล่าสุด Google ไม่ได้อธิบายสาเหตุไว้ทุกกรณี ทั้ง 2 ข้อจึงเป็นวิธีลองแก้ ไม่ใช่สาเหตุที่ยืนยันแล้ว
เจ้าของเว็บที่ไม่อยากให้เว็บของตัวเองไปอยู่ใน AI Mode มีอีกทางหนึ่ง คือสวิตช์ใน Search Console ซึ่งอธิบายไว้ในหัวข้อ วัดผล AI Mode ใน Search Console
AI Mode ต่างจาก AI Overviews และ Gemini ยังไง
AI Mode ต่างจาก AI Overviews ตรงที่ผู้ใช้ต้องเลือกเข้าไปเอง และถามต่อได้หลายรอบ ส่วน AI Overviews เป็นคำตอบสั้นที่ขึ้นเองบนสุดของผลค้นหาปกติ ทั้งสองอยู่ใน Google Search และใช้ข้อมูลจากดัชนีของ Google เหมือนกัน ส่วน Gemini เป็นแอปผู้ช่วย AI แยกต่างหาก ทำงานได้หลายอย่างนอกจากค้นหา
| AI Overviews | AI Mode (โหมด AI) | Gemini (แอป) | |
|---|---|---|---|
| อยู่ที่ไหน | บนสุดของหน้าผลค้นหาปกติ | แท็บแยกใน Google Search และ google.com/ai | แอปและเว็บ gemini.google.com |
| ขึ้นเมื่อไร | ขึ้นเองเมื่อ Google มองว่าช่วยได้ | ผู้ใช้กดเข้าไปเอง | ผู้ใช้เปิดแอปเอง |
| ถามต่อได้ไหม | ได้ โดยกดต่อเข้า AI Mode | ได้ หลายรอบ | ได้ |
| ความยาวคำตอบ | สั้น | ยาวกว่า มีหัวข้อย่อย | แล้วแต่คำถาม |
| ข้อมูลที่ใช้ตอบ | ดัชนีค้นหาของ Google | ดัชนีค้นหาของ Google + query fan-out | โมเดล Gemini + ค้นเว็บเมื่อจำเป็น |
| ปิดได้ไหม | ผู้ใช้ปิดไม่ได้ ใช้แท็บ “เว็บ” แทน | ไม่ต้องปิด ไม่กดแท็บก็ไม่เห็น | ไม่ต้องใช้แอป |
| เจ้าของเว็บดูผลที่ไหน | รายงาน Generative AI ใน Search Console (นับรวมกัน) | ไม่มีรายงานจาก Google | |
งานวิจัยของ Ahrefs ในสหรัฐฯ พบว่า AI Overviews กับ AI Mode ตอบคำถามเดียวกันได้ใจความใกล้กัน แต่อ้างลิงก์ซ้ำกันแค่ 13.7% (Ahrefs, ข้อมูลสหรัฐฯ ก.ย. 2025 จาก 540,000 คู่คำถาม เผยแพร่ ธ.ค. 2025) ผลทดสอบภาษาไทยของเราก็ออกมาในทางเดียวกัน คือสองระบบนี้เลือกแหล่งข้อมูลต่างกันมาก การติด AI Overviews จึงไม่ได้แปลว่าติด AI Mode ไปด้วย
AI Mode เลือกเว็บมาตอบยังไง
AI Mode เลือกเว็บมาตอบด้วยการแตกคำถามเป็นหลายคำค้นย่อย (query fan-out) แล้วดึงข้อความจากหน้าที่ Google มีในดัชนีมาประกอบเป็นคำตอบ Google ระบุว่าเทคนิคนี้ทำให้ AI Mode แสดงลิงก์ได้กว้างและหลากหลายกว่าการค้นแบบเดิม และหน้าที่จะถูกเลือกต้องถูก index (เก็บเข้าฐานข้อมูลของ Google) และแสดง snippet (ข้อความตัวอย่างใต้ลิงก์) ได้ตามปกติ ไม่มีเงื่อนไขทางเทคนิคเพิ่ม (Google Search Central, AI features and your website)

ผลที่ตามมาคือหน้าเว็บที่ตอบคำถามย่อยได้ชัดมีโอกาสถูกอ้าง แม้ไม่ได้ติดอันดับ 1 ของคีย์เวิร์ดหลัก หนังสือ AI SEO For Dummies (บทที่ 2 และ 9) แนะนำให้วางแผนเนื้อหาจากคำถามย่อยเหล่านี้ เช่น คำถามใน People Also Ask (กล่องคำถามที่เกี่ยวข้องในหน้าผลค้นหา) และคำถามต่อเนื่องที่ลูกค้าจะถามจริง
ผลทดสอบ: AI Mode อ้างเว็บไหนเมื่อคนไทยถาม
AI Mode อ้างแหล่งข้อมูลไทยเป็นส่วนใหญ่ แต่เลือกลิงก์ต่างจาก AI Overviews มาก และเปลี่ยนลิงก์บ่อยแม้ถามซ้ำในวันเดียวกัน นี่คือผลจากการถามคำถามภาษาไทยเรื่อง AI Search 20 ข้อชุดเดียวกับ AI Citation Test #1 ผ่าน Google AI Mode ประเทศไทย 3 รอบ (4 ต.ค. และ 14 ต.ค. 2026 อีก 2 รอบห่างกันไม่กี่นาที) แล้วเทียบกับ AI Overviews และผลค้นหาหน้าแรก (รอบ 14 ต.ค. เทียบวันเดียวกัน รอบ 4 ต.ค. เทียบข้อมูลวันที่ 2 ต.ค.)
| ตัวชี้วัด | รอบ 4 ต.ค. | รอบ 14 ต.ค. (1) | รอบ 14 ต.ค. (2) |
|---|---|---|---|
| คำถามที่ AI Mode ตอบ | 20/20 | 20/20 | 20/20 |
| คำตอบที่มีลิงก์แหล่งที่มา | 18/20 | 17/20 | 17/20 |
| ลิงก์ทั้งหมด | 73 | 70 | 81 |
| สัดส่วนแหล่งข้อมูลไทย | 67% | 57% | 56% |
| สัดส่วนโซเชียล (Facebook, LinkedIn ฯลฯ) | 12% | 14% | 11% |
| ลิงก์ที่ซ้ำกับ AI Overviews ของคำถามเดียวกัน | 45%* | 20% | 22% |

สิ่งที่เห็นจากผลทดสอบมี 3 ข้อ ข้อแรก ลิงก์ของ AI Mode อยู่ในผลค้นหาหน้าแรกของคำถามเดียวกันแค่ 6–24% เมื่อเทียบผลค้นหาวันเดียวกัน (รอบ 4 ต.ค. ที่เทียบกับผลค้นหาจาก 2 วันก่อนได้ 59%) ขณะที่ลิงก์ของ AI Overviews อยู่ในหน้าแรก 48% ในวันเดียวกัน (และ 74% ในการทดสอบบนมือถือเมื่อ 2 ต.ค.) การติดหน้าแรกจึงช่วย AI Overviews มากกว่า AI Mode ข้อสอง AI Mode กับ AI Overviews อ้างลิงก์ซ้ำกันแค่ราว 1 ใน 5 สอดคล้องกับงานวิจัยของ Ahrefs ในสหรัฐฯ ข้อสาม AI Mode อ้างโพสต์โซเชียล เช่น Facebook และ LinkedIn 11–14% ของลิงก์ (ราว 1 ใน 8) โพสต์โซเชียลของแบรนด์จึงเป็นแหล่งที่ AI หยิบไปได้

ผลที่สำคัญที่สุดสำหรับคนวัดผลคือความไม่นิ่ง เมื่อถามคำถามเดิมซ้ำในวันเดียวกัน ลิงก์ที่ AI Mode อ้างซ้ำกันแค่ 24% และเมื่อห่างกัน 10 วันเหลือ 18% หนังสือ AI SEO For Dummies (บทที่ 8) เตือนเรื่องนี้ไว้ว่าผลจาก AI แกว่งตามรอบ จึงต้องถามชุดคำถามเดิมหลายรอบแล้วดูเป็นสัดส่วน ไม่ใช่ดูจากการถามครั้งเดียว วิธีตั้งชุดคำถามและวัดซ้ำอธิบายไว้ใน Prompt Tracking
วิธีทดสอบ: คำถามภาษาไทย 20 ข้อเรื่อง AI Search ชุดเดียวกับ AI Citation Test #1 เก็บผ่าน DataForSEO (Google AI Mode, ประเทศไทย, ภาษาไทย, เดสก์ท็อป) 3 รอบ เทียบกับ AI Overviews และผลค้นหา 10 อันดับแรก (วันเดียวกันสำหรับรอบ 14 ต.ค.) ความนิ่งวัดจากลิงก์ที่ซ้ำกันเทียบกับลิงก์ทั้งหมดของสองรอบรวมกัน นับ “แหล่งไทย” จากโดเมน .th หรือชื่อหน้าที่เป็นภาษาไทยเป็นหลัก 20 คำถามยังเป็นผลเบื้องต้น ตัวเลขจะแกว่งได้มาก เราจะขยายเป็น 50 คำถาม × 2 รอบและอัปเดตบทความนี้
AI Mode ในงานวิจัยอื่นของเรา: 13 กลุ่มธุรกิจและรถไฟฟ้า
งานวิจัยอีก 2 ชุดของเราชี้ว่า AI Mode เลือกแหล่งต่างจาก AI Overviews และชุดที่ถามซ้ำ 2 รอบพบว่า AI Mode ตอบไม่นิ่งที่สุด ชุดแรกคือ AI อ้างอิงเว็บไหนใน 13 กลุ่มธุรกิจ (คำถามไทย 350 ข้อ ถามรอบเดียว 6–7 ต.ค. 2026) ชุดที่สองคือ AI แนะนำรถไฟฟ้ายี่ห้อไหน (50 คำถาม × 2 รอบ 13 ต.ค. 2026)
| ประเภทแหล่ง (% ของลิงก์) | AI Mode (1,272 ลิงก์) | AI Overviews (2,397 ลิงก์) |
|---|---|---|
| เว็บแบรนด์/ผู้ให้บริการ | 37% | 33% |
| เว็บเปรียบเทียบ | 12% | 10% |
| หน่วยงานรัฐ/สถาบัน | 3% | 2% |
| โซเชียล | 16% | 26% |
| ลิงก์ของ Google เอง | 22% | 16% |
- AI Mode ใช้ลิงก์ของ Google เองมากกว่า 22% ของลิงก์ใน AI Mode ชี้กลับไปที่บริการของ Google เทียบกับ 16% ใน AI Overviews ส่วนโซเชียลน้อยกว่า (16% เทียบ 26%)
- AI Mode บางหมวดตอบโดยไม่ใส่ลิงก์เลย คำตอบที่ไม่มีลิงก์อยู่ระหว่าง 2–50% แล้วแต่กลุ่ม เช่น รถยนต์ 10 จาก 20 คำตอบ และการศึกษา 9 จาก 20 คำตอบ (ค่าคลาดเคลื่อน ±22% ที่ความเชื่อมั่น 95%)
- คำถามเรื่องรถไฟฟ้า AI Mode นิ่งน้อยที่สุด ถ้าคำถามไหนมี BYD อย่างน้อย 1 รอบ AI Overviews, ChatGPT และ Gemini ยังเอ่ย BYD ทั้ง 2 รอบ 79–86% แต่ AI Mode แค่ 26% (6 จาก 23 ข้อ และเป็นค่าขั้นต่ำ เพราะเครื่องมือเก็บข้อมูลตัดบางคำตอบของ AI Mode) และ AI Mode อ้างโซเชียล 23.8% ของ 172 ลิงก์ เทียบกับ 41% ของ 622 ลิงก์ใน AI Overviews
ทุกชุดเป็นผลเบื้องต้นที่ยังต้องวัดซ้ำ แต่ตัวเลขชี้ว่าการวัดผล AI Mode ต้องแยกจาก AI Overviews และต้องถามหลายรอบ เราจะอัปเดตตัวเลขในบทความนี้เมื่อมีผลรอบถัดไป
AI Mode กระทบ SEO และทราฟฟิกแค่ไหน
AI Mode น่าจะทำให้คนคลิกเข้าเว็บน้อยลงในบางคำถาม เพราะได้คำตอบในหน้า Google เลย แต่ยังไม่มีตัวเลขทางการจาก Google ว่าคลิกลดลงเท่าไร เพราะ Google นับคลิกจาก AI Mode รวมอยู่ในรายงาน “Web” ของ Search Console ไม่แยกออกมา (Google Search Central) ส่วนรายงาน Generative AI ที่ออกใหม่แสดงแค่ impressions ไม่มีคลิก เจ้าของเว็บจึงยังวัดคลิกจาก AI Mode แยกไม่ได้
สิ่งที่บอกได้จากข้อมูลตอนนี้มี 2 ข้อ ข้อแรก AI Mode เลือกแหล่งต่างจาก AI Overviews ในงานวิจัยสหรัฐฯ ของ Ahrefs และต่างจากผลค้นหาหน้าแรกในผลทดสอบไทยของเรา เว็บที่ติดอันดับดีอยู่แล้วจึงไม่ได้รับประกันว่าจะอยู่ในคำตอบของ AI Mode ข้อสอง (สมมติฐานที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน) คนที่คลิกจากคำตอบ AI น่าจะได้ภาพรวมมาแล้ว และกำลังหาข้อมูลเฉพาะ หน้าที่ให้รายละเอียดจริง เช่น ราคา เงื่อนไข ขั้นตอน และตัวอย่าง จึงสำคัญขึ้น
SEO ยังเป็นฐานของ AI Mode เพราะหน้าที่ไม่ถูก index จะไม่มีโอกาสถูกเลือกไปตอบเลย สิ่งที่เปลี่ยนคือเป้าหมายจะเพิ่มจาก “ติดอันดับ” เป็น “ถูกอ้างในคำตอบ” ด้วย และต้องวัดด้วยวิธีใหม่ วิธีทำ AI SEO ทีละขั้น อธิบายลำดับงานไว้ครบ ส่วนบทความเรื่องนี้ทั้งหมดดูได้ที่ บทความ AI Search ทั้งหมด
เจ้าของเว็บควรทำอะไร และไม่ต้องทำอะไร
เจ้าของเว็บควรทำ SEO พื้นฐานให้ครบและเขียนเนื้อหาให้ตอบคำถามจริงของลูกค้า Google ระบุในคู่มือ AI optimization (10 ก.ค. 2026) ว่าไม่ต้องทำ llms.txt ไม่ต้องหั่นเนื้อหาเป็นชิ้นเล็กเป็นพิเศษ และไม่ต้องเขียนแบบเฉพาะสำหรับ AI เพื่อให้ปรากฏใน AI Overviews และ AI Mode งานที่ควรทำจึงเป็นงานที่ช่วยทั้งคนอ่านและ AI ไปพร้อมกัน

- ให้หน้าสำคัญถูก index และแสดง snippet ได้ ตรวจว่าไม่มี noindex หรือ nosnippet โดยไม่ตั้งใจ และ robots.txt ไม่บล็อก Googlebot
- ตอบคำถามตั้งแต่ประโยคแรกของแต่ละหัวข้อ AI ดึงข้อความเป็นช่วงๆ ช่วงที่ตอบตรงและอ่านเข้าใจได้ในตัวมีโอกาสถูกหยิบมากกว่า (AI SEO For Dummies บทที่ 11) แนวคิดนี้ต่อยอดจากเรื่อง passage ที่ Google ใช้จัดอันดับย่อหน้าดีๆ ในบทความยาวมาตั้งแต่ก่อนยุค AI (The Art of SEO บทที่ 3)
- ตอบคำถามย่อยที่ลูกค้าจะถามต่อ เพราะ AI Mode แตกคำถามเป็นหลายคำค้น หน้าที่ตอบคำถามย่อยได้ชัดจะมีโอกาสถูกเลือก
- ใส่ข้อมูลเฉพาะที่หาที่อื่นไม่ได้ เช่น ราคา เงื่อนไข ขั้นตอน ตัวเลขของคุณเอง และตัวอย่างจริง
- ดูแลข้อมูลแบรนด์นอกเว็บ ผลทดสอบพบว่า AI Mode อ้างโพสต์โซเชียล 11–14% ของลิงก์ ข้อมูลบน Facebook, LinkedIn และเว็บรีวิวต้องตรงกับเว็บหลัก
สำหรับ Google Search ไม่ต้องรีบทำ llms.txt เพราะ Google ระบุว่าไม่อ่านไฟล์แบบนี้ (คู่มือ AI optimization · อ่าน llms.txt คืออะไร ต้องทำไหม) ส่วน schema นั้น Google ระบุว่าไม่ต้องใส่ schema พิเศษสำหรับ AI แต่ยังควรใช้ schema ตามปกติเพื่อสิทธิ์ใน rich result (คู่มือ AI optimization) เช็กลิสต์ละเอียดว่าคอนเทนต์แบบไหนที่ AI หยิบไปตอบอยู่ใน Checklist คอนเทนต์ที่ AI หยิบไปตอบ
วัดผล AI Mode ใน Search Console
เจ้าของเว็บดูผลจาก AI Mode ได้ในรายงาน Generative AI performance ของ Google Search Console รายงานนี้นับรวม AI Overviews กับ AI Mode แสดงจำนวนครั้งที่ลิงก์ของเว็บถูกแสดงในคำตอบ AI (impressions) แยกตามหน้า ประเทศ วัน และอุปกรณ์ แต่ไม่มีข้อมูลคลิก (Google Search Console Help) รายงานนี้เปิดให้ทุกเว็บทั่วโลกตั้งแต่ 31 ส.ค. 2026 ถ้ายังไม่เห็นรายงาน มักเป็นเพราะเว็บยังมี impressions จาก AI ไม่มากพอ
- ดูหน้าที่ถูก AI แสดงมากที่สุด แล้วเทียบกับหน้าที่ได้คลิกจาก Google มากที่สุดในรายงาน Performance เดิม
- ดูแนวโน้มเป็นสัปดาห์ ไม่ตัดสินจากวันเดียว เพราะคำตอบ AI แกว่งตามรอบ และ export ข้อมูลเก็บไว้เป็น baseline เพราะ Search Console เก็บข้อมูลย้อนหลังแค่ 16 เดือน (The Art of SEO บทที่ 8)
- วัดคู่กับชุดคำถามของแบรนด์ Search Console บอกว่าลิงก์ถูกแสดงบ่อยแค่ไหน แต่ไม่บอกว่า AI พูดถึงแบรนด์ว่าอะไร ส่วนนี้ต้องถามชุดคำถามเดิมซ้ำเอง
Google ยังเพิ่มสวิตช์ในหน้า Settings ของ Search Console สำหรับเว็บที่ไม่ต้องการให้ลิงก์ของตัวเองไปอยู่ใน AI Overviews, AI Mode และฟีเจอร์ AI ใน Discover เว็บที่เลือกไม่ร่วมยังแสดงในผลค้นหาปกติตามเดิม และ Google ระบุว่าไม่ใช่สัญญาณจัดอันดับ แต่จะไม่ได้ impressions และคลิกจากฟีเจอร์ AI เหล่านั้นเลย สวิตช์นี้ครอบคลุมเฉพาะฟีเจอร์ AI ใน Search และ Discover ส่วนการนำข้อมูลไปฝึกโมเดลและใช้ในระบบอื่นของ Google จัดการผ่าน Google-Extended (คำสั่งใน robots.txt) แยกต่างหาก (Google Search Central)
คำแนะนำของเรา: สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ควรเลือกไม่ร่วม เพราะคำตอบ AI ยังคงขึ้นอยู่ดีโดยใช้ข้อมูลจากเว็บอื่นแทน ทำนองเดียวกับที่หนังสือ AI SEO For Dummies (บทที่ 22) เตือนว่าการบล็อก AI crawler แบบเหมารวมไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเสมอไป ข้อยกเว้นคือเว็บที่ขายเนื้อหาเป็นสินค้าหลัก ซึ่งควรชั่งน้ำหนักเป็นกรณีไป
คำถามที่พบบ่อย
AI Mode กับ AI Overview ต่างกันยังไง
AI Overviews เป็นคำตอบสั้นที่ขึ้นเองบนสุดของผลค้นหาปกติ ส่วน AI Mode เป็นแท็บแยกที่ผู้ใช้กดเข้าไปเองและถามต่อได้หลายรอบ ทั้งสองอ้างลิงก์ต่างกันมาก ในผลทดสอบไทยของเรา เมื่อเก็บวันเดียวกันลิงก์ซ้ำกันแค่ราว 1 ใน 5
AI Mode ใช้ฟรีไหม ใช้ภาษาไทยได้หรือยัง
ใช้ได้โดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเสียเงิน และรองรับภาษาไทยตั้งแต่ 8 ต.ค. 2025 เข้าได้จากแท็บ “โหมด AI” ในหน้าผลค้นหา หรือ google.com/ai
ปิด AI Mode ได้ไหม
ไม่ต้องปิด เพราะ AI Mode เป็นแท็บแยก ถ้าไม่กดก็จะเห็นผลค้นหาแบบเดิม ถ้าไม่อยากเห็นคำตอบ AI เลย ให้ใช้แท็บ “เว็บ” ซึ่งแสดงเฉพาะลิงก์
ติดอันดับ 1 แล้วจะถูก AI Mode อ้างไหม
ไม่แน่นอน ในผลทดสอบภาษาไทยของเรา ลิงก์ที่ AI Mode อ้างอยู่ในผลค้นหาหน้าแรกของคำถามเดียวกันแค่ 6–24% (รอบที่เทียบผลค้นหาเก่า 2 วันได้ 59%) น้อยกว่า AI Overviews เพราะ AI Mode แตกคำถามเป็นหลายคำค้นและเลือกแหล่งกว้างกว่า
ดูทราฟฟิกจาก AI Mode ได้ที่ไหน
คลิกจาก AI Mode นับรวมอยู่ในรายงาน “Web” ของ Search Console ไม่แยกออกมา ส่วนรายงาน Generative AI แสดง impressions ของ AI Overviews และ AI Mode รวมกันโดยไม่มีคลิก
ต้องทำ llms.txt เพื่อ AI Mode ไหม
ไม่ต้อง Google ระบุในคู่มือ AI optimization (ก.ค. 2026) ว่าไม่ต้องทำ llms.txt หั่นเนื้อหาพิเศษ หรือเขียนแบบเฉพาะสำหรับ AI เพื่อให้ปรากฏใน AI Overviews และ AI Mode
โหมด AI หายไปไหน
โหมด AI ไม่ได้หายไป ยังใช้ได้ในไทย ถ้าไม่เห็นแท็บ “โหมด AI” ในหน้าผลค้นหา ให้พิมพ์ google.com/ai ตรงๆ หรือแตะ “โหมด AI” ในแอป Google ส่วนใน Chrome ถ้าไอคอนโหมด AI หายจากแถบที่อยู่ ให้คลิกขวาที่แถบที่อยู่แล้วเลือก “แสดงโหมด AI เสมอ” นอกจากนี้ Google ระบุว่าโหมด AI ใน Chrome ยังไม่พร้อมใช้กับบางกลุ่มหรือบางอุปกรณ์
แหล่งอ้างอิง
- Google, AI Mode in Google Search (I/O 2025) (พ.ค. 2025)
- Google ประเทศไทย, เปิดตัว AI Mode ในประเทศไทย (22 ส.ค. 2025)
- Google ประเทศไทย, AI Mode รองรับภาษาไทย และ Google AI Plus (8 ต.ค. 2025)
- Google, Google Search at I/O 2026 (19 พ.ค. 2026)
- Google Search Help, Get AI-powered responses with AI Mode
- Google Search Help (ภาษาไทย), โหมด AI และ Google Chrome Help, ใช้โหมด AI ใน Chrome (ตรวจ 4 พ.ย. 2026)
- Google Search Help, AI Overviews in Google Search
- Google Search Central, AI features and your website (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)
- Google Search Central, AI optimization guide (อัปเดต 10 ก.ค. 2026)
- Google, New controls for website owners (3 มิ.ย. 2026, อัปเดต 31 ส.ค. 2026)
- Google Search Console Help, Generative AI performance report (Search)
- Ahrefs, AI Overviews vs AI Mode (15 ธ.ค. 2025, ข้อมูลสหรัฐฯ ก.ย. 2025)
- The Missing Piece, ผลทดสอบ Google AI Mode ภาษาไทย 20 คำถาม × 3 รอบ (4 และ 14 ต.ค. 2026, ผลเบื้องต้น) และ AI Citation Test #1 (2 ต.ค. 2026)
- The Missing Piece, AI อ้างอิงเว็บไหนใน 13 กลุ่มธุรกิจ (6–7 ต.ค. 2026, ผลเบื้องต้น) · AI แนะนำรถไฟฟ้ายี่ห้อไหน (13 ต.ค. 2026)
- Google, Meet AI Mode (YouTube) · Google Thailand, โหมด AI ใน Google Search มาแล้ว (YouTube)
- Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026) บทที่ 2, 8, 9, 11, 22
- Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023) บทที่ 3 (passages) และ 8 (baseline และ Search Console)
อัปเดตล่าสุด: พ.ย. 2026