The Missing Piece
ตรวจเว็บฟรี

AI Overview คืออะไร ทำยังไงให้เว็บถูกอ้างอิง (ข้อมูลไทย 2026)

AI Overview คือคำตอบสรุปที่ Google สร้างด้วย AI แสดงไว้บนสุดของหน้าผลค้นหา พร้อมลิงก์ไปยังเว็บที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูล บทความนี้ตอบว่าใช้ในไทยตั้งแต่เมื่อไร เลือกเว็บไหนมาอ้าง ทำให้คลิกลดลงแค่ไหน และเจ้าของเว็บต้องทำหรือไม่ต้องทำอะไร จากข้อมูลทดสอบภาษาไทยและเอกสารของ Google

ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

เผยแพร่ 6 ต.ค. 2026 ·

อัปเดตล่าสุด 3 พ.ย. 2026

ภาพประกอบหน้าผลค้นหาที่เป็นเส้นสีน้ำเงิน มีการ์ดสรุปสีเหลืองลอยเด่นอยู่ด้านบน
AI Overview คือคำตอบสรุปที่ขึ้นเหนือผลค้นหาปกติของ Google

สรุปสั้น (TL;DR)

AI Overview (ชื่อทางการ AI Overviews) คือคำตอบสรุปที่ Google สร้างด้วย AI แสดงบนสุดของผลค้นหา พร้อมลิงก์ไปยังเว็บที่ใช้ตอบ ใช้ได้ในไทยและภาษาไทยแล้ว เว็บที่ถูกอ้างส่วนใหญ่คือเว็บที่ติดอันดับอยู่แล้ว และ Google ระบุว่าไม่มีเงื่อนไขทางเทคนิคพิเศษนอกจากหน้าต้องถูก index และแสดง snippet ได้

  • ในการทดสอบคำถามภาษาไทย 20 ข้อของเรา (ต.ค. 2026) AI Overviews ขึ้นทุกข้อ และ 74% ของลิงก์ที่อ้างอยู่ในผลค้นหาหน้าแรกของคำถามเดียวกัน
  • ข้อมูลต่างประเทศปี 2025–2026 พบว่าเมื่อมี AI Overviews คนคลิกผลค้นหาน้อยลง แต่หน้าที่ถูกอ้างได้คลิกมากกว่าหน้าที่ไม่ถูกอ้างราว 2 เท่า (Seer, เม.ย. 2026)
  • เจ้าของเว็บดูผลได้ในรายงาน Generative AI ของ Search Console (แสดงแค่ impressions) และเลือกไม่ให้เว็บอยู่ใน AI ของ Google ได้ด้วยสวิตช์ใหม่ (ทุกเว็บทั่วโลก 31 ส.ค. 2026)

AI Overview คืออะไร

AI Overview คือคำตอบสรุปที่ Google สร้างด้วย AI แสดงไว้บนสุดของหน้าผลค้นหา พร้อมลิงก์ไปยังเว็บที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูล ชื่อทางการของฟีเจอร์คือ AI Overviews ส่วนคนไทยมักค้นว่า “AI Overview” Google ระบุว่าฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Google Search เหมือน knowledge panel และมีผู้ใช้มากกว่า 2,500 ล้านคนต่อเดือน (Google, มิ.ย. 2026)

AI Overviews ไม่ได้ขึ้นทุกคำค้น ระบบจะแสดงเมื่อ Google มองว่าคำตอบสรุปช่วยผู้ใช้ได้มากกว่าผลค้นหาปกติ เช่น คำถามที่ต้องรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง ข้อมูลจาก Seer Interactive (เม.ย. 2026) พบว่า AI Overviews ขึ้นในคำค้นเชิงหาข้อมูล 36% แต่ขึ้นในคำค้นเชิงเปรียบเทียบก่อนซื้อแค่ 8% และคำค้นเชิงซื้อ 5%

ภาพหน้าจอ AI Overview ภาษาไทยบนมือถือ ชี้ส่วนคำตอบสรุป ลิงก์แหล่งอ้างอิง และผลค้นหาปกติด้านล่าง
AI Overview ภาษาไทยมี 3 ส่วนหลัก: คำตอบสรุป ลิงก์แหล่งที่ใช้ตอบ และผลค้นหาปกติที่อยู่ถัดลงไป เว็บที่ถูกอ้างจะได้ทั้งการมองเห็นและโอกาสได้คลิก

AI Overviews ต่างจาก Featured Snippet ตรงที่ Featured Snippet ยกข้อความจากเว็บเดียวมาแสดง แต่ AI Overviews เรียบเรียงคำตอบใหม่จากหลายเว็บ แนวคิดที่ว่าแต่ละส่วนของหน้าถูกจัดอันดับแยกกันได้ (passage) มีมาก่อนยุค AI แล้ว (The Art of SEO บทที่ 3) และ AI SEO For Dummies บทที่ 1 อธิบายว่ายุคนี้ “การชนะ” ไม่ได้มีแค่อันดับ แต่รวมถึงการถูกอ้างในคำตอบด้วย

AI Overview ใช้ได้ในไทยและภาษาไทยตั้งแต่เมื่อไร

AI Overviews เปิดในไทยครั้งแรกเมื่อ 28 ต.ค. 2024 แต่ตอนนั้นตอบได้เฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาอื่นอีก 5 ภาษา ยังไม่มีภาษาไทย Google ขยายเป็นกว่า 200 ประเทศและดินแดน และกว่า 40 ภาษาเมื่อ 20 พ.ค. 2025 และหน้าช่วยเหลือของ Google มีภาษาไทยในรายการภาษาที่รองรับแล้วอย่างน้อยตั้งแต่ 30 พ.ค. 2025 (ตรวจจากสำเนาหน้าเว็บใน Wayback Machine) บทความไทยที่เขียนก่อนกลางปี 2025 ซึ่งบอกว่า AI Overviews “ยังไม่รองรับภาษาไทย” จึงล้าสมัยแล้ว

ไทม์ไลน์ AI Search ของ Google ในไทย: พ.ค. 2024 เปิดตัวในสหรัฐฯ, 28 ต.ค. 2024 ไทยภาษาอังกฤษ, 20 พ.ค. 2025 ขยาย 40 ภาษา, 22 ส.ค. 2025 AI Mode ไทยภาษาอังกฤษ, 8 ต.ค. 2025 AI Mode ภาษาไทย, 3 มิ.ย. 2026 รายงานและสวิตช์ใน Search Console, 31 ส.ค. 2026 ทุกเว็บทั่วโลก
ไทม์ไลน์ AI Overviews และ AI Mode ในไทย จากประกาศของ Google ใช้เช็กได้ว่าบทความที่อ่านอยู่เขียนก่อนหรือหลังการเปลี่ยนแปลงสำคัญ

AI Mode ซึ่งเป็นโหมดถามตอบต่อเนื่องของ Google ตามมาทีหลัง: เปิดในไทยเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ 22 ส.ค. 2025 และรองรับภาษาไทยเมื่อ 8 ต.ค. 2025

Google ไม่ได้ประกาศวันที่ AI Overviews เริ่มตอบเป็นภาษาไทยไว้ชัดเจน ประกาศ 20 พ.ค. 2025 ไม่ได้ระบุชื่อภาษาไทย แต่สำเนาหน้าช่วยเหลือของ Google ใน Wayback Machine แสดงว่าประเทศไทยเข้ามาอยู่ในรายการระหว่าง 3 ต.ค.–2 พ.ย. 2024 และภาษาไทยอยู่ในรายการภาษาแล้วเมื่อ 30 พ.ค. 2025 ถ้าพบประกาศทางการเราจะอัปเดตวันที่

คำค้นภาษาไทยบางคำยังได้คำตอบเป็นภาษาอังกฤษ ในการตรวจของเรา (4 ต.ค. 2026, มือถือ, ตั้งค่าไทย) คำค้น “ai overview” ได้ AI Overview ภาษาอังกฤษ ส่วน “ทำยังไงให้เว็บติด ai overview” ได้คำตอบภาษาไทย จากตัวอย่าง 2 คำค้นนี้ ภาษาของคำตอบดูเหมือนขึ้นกับถ้อยคำที่ค้นด้วย ไม่ได้ขึ้นกับประเทศอย่างเดียว

AI Overview เลือกเว็บไหนมาอ้างอิง

AI Overview เลือกแหล่งอ้างอิงส่วนใหญ่จากหน้าที่ติดอันดับอยู่แล้ว ในการทดสอบคำถามภาษาไทย 20 ข้อของเรา 74% ของลิงก์ที่ AI Overviews อ้าง (85 จาก 115 ลิงก์) อยู่ในผลค้นหาปกติหน้าแรกของคำถามเดียวกัน และหน้าอันดับ 1–3 ถูกอ้าง 63% เทียบกับ 46% ของอันดับ 4–10 (TMP AI Citation Test #1, ต.ค. 2026)

ตัวเลขของไทยสูงกว่าข้อมูลทั่วโลกมาก Ahrefs วิเคราะห์ 863,000 คำค้น (มี.ค. 2026) แล้วพบว่ามีแค่ 38% ของลิงก์ใน AI Overviews ที่มาจากหน้า 10 อันดับแรก ส่วนหนึ่งเพราะ Google แตกคำถามเป็นคำค้นย่อยหลายคำ (query fan-out) แล้วหยิบหน้าจากผลของคำค้นย่อยเหล่านั้นด้วย (AI SEO For Dummies บทที่ 2 อธิบายกลไกนี้ไว้เช่นกัน) ตัวอย่างไทยของเรามีแค่ 20 คำถาม จึงใช้ดูทิศทางได้ แต่ยังสรุปทั้งตลาดไม่ได้

กราฟเทียบสัดส่วนลิงก์ใน AI Overviews ที่มาจากผลค้นหาหน้าแรก: การทดสอบภาษาไทยของ TMP 74% เทียบกับ Ahrefs ทั่วโลก 38%
ลิงก์ที่ AI Overviews อ้างซึ่งอยู่ในผลค้นหาหน้าแรก: TMP (20 คำถามภาษาไทย, ต.ค. 2026) เทียบ Ahrefs (863,000 คำค้น, มี.ค. 2026) สำหรับคำถามภาษาไทย การติดหน้าแรกยังเป็นทางที่ตรงที่สุด

AI Overviews ภาษาไทยอ้างโซเชียลบ่อยด้วย ในการทดสอบเดียวกัน facebook.com ถูกอ้าง 16 ครั้งใน 13 จาก 20 คำถาม และ 87% ของลิงก์เป็นเว็บไทย ถ้าคำตอบที่ดีที่สุดของหัวข้อหนึ่งอยู่ในโพสต์หรือคลิป AI ก็หยิบโพสต์หรือคลิปนั้นได้เหมือนกัน

ในการทดสอบ 13 กลุ่มธุรกิจไทยของเรา มีเพียง 40% ของลิงก์ที่ AI Overviews อ้างที่เป็นหน้าเดียวกับผลค้นหาปกติหน้าแรกของคำถามเดียวกัน และ 26% ของลิงก์เป็นโซเชียล (ผลเบื้องต้น ต.ค. 2026) ดูผลแยกตามอุตสาหกรรม

AI Overview ต่างจาก AI Mode และ ChatGPT ยังไง

AI Overview เป็นคำตอบสั้นที่ขึ้นเองในหน้าผลค้นหาปกติ ส่วน AI Mode เป็นโหมดถามตอบต่อเนื่องที่ผู้ใช้ต้องกดเข้าไปเอง และ ChatGPT เป็นแชตบอตของ OpenAI ที่ค้นเว็บด้วยระบบของ OpenAI ร่วมกับผู้ให้บริการค้นหาภายนอก แยกจาก Google Search ทั้ง 3 อย่างเลือกแหล่งต่างกัน งานด้านนี้จึงต้องดูแยกตามแพลตฟอร์ม (อ่านภาพรวมใน AI Search คืออะไร และบทความ AI Search ทั้งหมด)

AI OverviewsAI ModeChatGPT (ค้นเว็บ)
อยู่ที่ไหนบนสุดของผลค้นหา Googleแท็บ/โหมดแยกใน Googleแอปและเว็บของ OpenAI
ขึ้นเมื่อไรขึ้นเองเมื่อ Google มองว่าช่วยได้ผู้ใช้กดเข้าเอง ถามต่อได้หลายรอบผู้ใช้ถามเอง
แหล่งที่ใช้ดัชนีของ Googleดัชนีของ Google (แตกคำค้นย่อยมากกว่า)ระบบค้นหาของ OpenAI + ผู้ให้บริการภายนอก
คำถามไทยในการทดสอบของเราขึ้น 20/20 ข้อ อ้างเว็บไทยและ Facebook มาก— (ทดสอบในบทความ AI Mode)อ้างเอกสารทางการบ่อยกว่า
ดูผลได้ที่รายงาน Generative AI ใน Search Consoleรายงานเดียวกัน (ไม่มีตัวกรองแยกจาก AI Overviews)ไม่มีรายงานจาก OpenAI ต้องทดสอบเอง
AI Overviews, AI Mode และ ChatGPT เทียบกัน (ข้อมูล ต.ค. 2026)

ข้อมูลไทยของเรายืนยันว่าแหล่งที่อ้างต่างกันจริง: 38% ของลิงก์ที่ ChatGPT อ้างเป็นหน่วยงานรัฐและสถาบัน แต่ใน AI Overviews มีแค่ 2% (ผลทดสอบ 13 กลุ่มธุรกิจ)

AI Overview ทำให้คนคลิกเข้าเว็บน้อยลงแค่ไหน

AI Overview ทำให้คนคลิกผลค้นหาน้อยลงจริงในข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ แต่ตัวเลขเปลี่ยนเร็วและทั้งหมดเป็นข้อมูลต่างประเทศ (Pew เป็นข้อมูลสหรัฐฯ ส่วน Ahrefs และ Seer ไม่ได้ระบุตลาด) ยังไม่มีงานศึกษาสาธารณะของไทย ตัวเลขด้านล่างจึงใช้ดูทิศทาง ไม่ใช่ใช้คาดการณ์ traffic ของเว็บไทยโดยตรง

งานศึกษาข้อมูลผล
Pew Research Center (ก.ค. 2025)ผู้ใหญ่สหรัฐฯ 900 คน, 68,879 การค้นหาคลิกผลค้นหา 8% เมื่อมี AI summary เทียบ 15% เมื่อไม่มี · คลิกลิงก์ใน AI summary แค่ 1%
Ahrefs (ก.พ. 2026)300,000 คำค้น, ข้อมูล Search Console ธ.ค. 2023 vs ธ.ค. 2025CTR ของอันดับ 1 ลดลง 58% เมื่อมี AI Overviews
Seer Interactive (เม.ย. 2026)53 แบรนด์, 5.47 ล้านคำค้น, ม.ค. 2025–ก.พ. 2026CTR เฉลี่ยปี 2025: ถูกอ้าง 2.07% · ไม่ถูกอ้าง 0.94% · ไม่มี AI Overviews 3.35% · CTR บนคำค้นที่มี AI Overviews ฟื้นจาก 1.3% (ธ.ค. 2025) เป็น 2.4% (ก.พ. 2026)
งานศึกษาเรื่อง AI Overviews กับการคลิก ทุกชิ้นเป็นข้อมูลเชิงสัมพันธ์ Ahrefs และ Seer ระบุเองว่าสรุปเป็นเหตุและผลไม่ได้
กราฟแท่ง CTR เฉลี่ยปี 2025 จาก Seer Interactive: ไม่มี AI Overviews 3.35%, มี AI Overviews และถูกอ้าง 2.07%, มี AI Overviews แต่ไม่ถูกอ้าง 0.94%
ถ้า AI Overviews ขึ้นอยู่แล้ว แบรนด์ที่ถูกอ้างมี CTR สูงกว่าแบรนด์ที่ไม่ถูกอ้างราว 2 เท่า (เป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล) (Seer Interactive, ข้อมูลปี 2025)

ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงมี 2 ข้อ ข้อแรก คำค้นเชิงหาข้อมูลจะได้คลิกน้อยลง ควรวัดผลด้วยการถูกเอ่ยชื่อและถูกอ้าง ไม่ใช่ดูแค่ traffic ข้อสอง เมื่อ AI Overviews ขึ้นแล้ว เว็บที่ถูกอ้างเสียคลิกน้อยกว่าเว็บที่ไม่ถูกอ้าง เป้าหมายจึงเป็นการอยู่ในคำตอบ AI SEO For Dummies บทที่ 1 อธิบายตัวชี้วัดแบบใหม่นี้ไว้ในทิศทางเดียวกัน

ความเห็นของผม (ไอซ์): AI Overviews ทำให้เสียคลิกแน่นอน และคลิกจะน้อยลงเรื่อยๆ เพราะว่าถ้าดูพฤติกรรมของผู้ใช้ คนจะเห็นข้อมูลที่ AI สรุปให้ แล้วค้นหาต่อหรือถามต่อ (follow-up question) ในหน้าเดิม คลิกเข้าเว็บจึงลดลงแน่นอนหลังจากนี้ ในเชิงกลยุทธ์ เราควรยอมรับว่าตัวเลขคลิกจะลดลง แล้วดูตัวชี้วัดใหม่แทน คือ AI mention และ AI citation เพราะถ้าเราถูก AI พูดถึง แบรนด์เราก็มีตัวตนให้ลูกค้าเห็น ส่วนคนที่เข้ามาในเว็บแล้ว เราต้องทำให้ journey ดี และหาวิธีเก็บเขาเป็น lead ให้ได้เพื่อทำ lead nurturing ต่อ เพราะคนเข้าเว็บจะน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าเข้ามาแล้วเราต้องเก็บเขาไว้ให้ได้ทางใดทางหนึ่ง ในอนาคต agentic commerce (การซื้อขายที่ให้ AI ทำแทนลูกค้า) มาแน่นอน เราควรปรับเว็บให้รองรับด้วย ถึงตอนนั้นคนอาจไม่ได้เข้าเว็บเราเลย แต่เป็น AI ที่เข้ามาแทน สุดท้ายเว็บเราจะกลายเป็นฐานข้อมูลให้ AI และใครมีข้อมูลที่ดี มากพอ และละเอียดพอ คนนั้นจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้

ทำยังไงให้เว็บถูก AI Overview อ้างอิง

การทำให้เว็บถูก AI Overview อ้างอิงคือการทำ SEO ให้ดีบนหน้าที่มีข้อมูลใหม่ Google ระบุว่าหน้าที่จะถูกใช้ใน AI features ต้องถูก index และแสดง snippet (ข้อความตัวอย่างใต้ลิงก์) ได้เท่านั้น ไม่มีเงื่อนไขทางเทคนิคเพิ่ม และคู่มือ AI optimization ของ Google (อัปเดต ก.ค. 2026) ย้ำว่าการทำให้ติด AI Search ก็ยังเป็น SEO

  1. เปิดให้ Googlebot เก็บและ index หน้าได้ — ไม่บล็อกใน robots.txt ไม่ใส่ noindex หรือ nosnippet โดยไม่ตั้งใจ และเนื้อหาหลักอยู่ใน HTML ไม่ใช่โหลดด้วย JavaScript อย่างเดียว (Googlebot render JavaScript ได้ แต่ bot อื่นหลายตัวไม่ render) (AI SEO For Dummies บทที่ 10, The Art of SEO บทที่ 7)
  2. ติดอันดับหน้าแรกของคำถามหลักและคำถามย่อย — ข้อมูลไทยของเราชี้ว่า 74% ของลิงก์ที่ถูกอ้างอยู่หน้าแรกอยู่แล้ว ให้วางแผนคำค้นตามคำถามย่อยที่คนถามต่อด้วย
  3. ตอบคำถามตั้งแต่ประโยคแรกของแต่ละหัวข้อ — ประโยคแรกบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไรหรือคำตอบคืออะไร ไม่ปูพื้นยาว
  4. มีข้อมูลที่หน้าอื่นไม่มี — ผลทดสอบของตัวเอง ตัวเลขของตลาดไทย หรือประสบการณ์ตรง Google เรียกสิ่งนี้ว่าเนื้อหาที่ไม่ใช่ของทั่วไป (non-commodity) และ The Art of SEO บทที่ 9 ก็ย้ำให้ “ต่างและดีกว่า”
  5. ใช้ตารางเมื่อต้องเทียบข้อมูล — ตารางอ่านง่ายทั้งสำหรับคนและ AI (AI SEO For Dummies บทที่ 11) ในการตรวจหน้าที่ AI อ้างของเรา ตารางเป็นองค์ประกอบเดียวที่ต่างกันชัด แต่เป็นข้อมูลของ Perplexity (หน้าที่ถูกอ้างในเนื้อคำตอบมีตาราง 52% เทียบ 30%) ส่วนหน้าที่ AI Overviews อ้างยังไม่ต่างชัด จึงถือเป็นสัญญาณเบื้องต้น ไม่ใช่กฎ
การ์ด 5 ข้อทำให้เว็บถูก AI Overview อ้างอิง: เปิดให้ index, ติดหน้าแรก, ตอบตั้งแต่ประโยคแรก, มีข้อมูลใหม่, ใช้ตารางเมื่อเทียบข้อมูล
5 ข้อที่สอดคล้องกับเอกสารของ Google และข้อมูลทดสอบไทยของเรา ใช้ได้ทั้งกับผลค้นหาปกติและ AI Overviews

การถูกเอ่ยชื่อทั่วเว็บสัมพันธ์กับ AI Overviews มากกว่าจำนวนลิงก์ Ahrefs วิเคราะห์ 75,000 แบรนด์ (26 พ.ค. 2025) พบว่าจำนวนครั้งที่ชื่อแบรนด์ถูกพูดถึงทั่วเว็บ สัมพันธ์กับการถูกเอ่ยชื่อใน AI Overviews สูงที่สุดในปัจจัยที่ทดสอบ (ค่าความสัมพันธ์ 0.664) สูงกว่าจำนวน backlink (0.218) มาก Ahrefs ระบุเองว่าเป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล แต่ผลนี้สอดคล้องกับ Zero Click Marketing บทที่ 15 ที่บอกว่างาน search ยุคนี้คือการมีอิทธิพลต่อสิ่งที่คนเห็นและจำ ไม่ใช่แค่ชนะคลิก ในทางปฏิบัติ ให้แบรนด์ถูกเขียนถึงในหน้ารีวิว หน้าเปรียบเทียบ และสื่อในหมวดของคุณ ด้วยคำอธิบายแบรนด์ที่ตรงกัน

คำถามที่คนพิมพ์ใน AI Search ยาวและซับซ้อนขึ้นกว่าคีย์เวิร์ดเดิมมาก Google รายงานว่าคำค้นใน AI Mode ของสหรัฐฯ ยาวเฉลี่ย 3 เท่าของคำค้นปกติ และคำถามต่อ (follow-up) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 40% ต่อเดือน (Google, AI Mode U.S. Insights, พ.ค. 2026) ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลสหรัฐฯ ยังไม่มีตัวเลขของไทย แต่ชี้ทิศทางเดียวกันว่าการวางแผนเนื้อหาต้องเริ่มจากคำถามและสถานการณ์ของลูกค้า ไม่ใช่คีย์เวิร์ดคำเดียว

ความเห็นของผม (ไอซ์): สิ่งที่อยากบอกเลยคือ ตอนนี้ผู้ใช้ไม่ได้ค้นหาเป็นคีย์เวิร์ดแล้ว และการค้นหายาวขึ้นมาก สิ่งที่ต้องทำเลยคือหา prompt ที่เกี่ยวกับธุรกิจเราให้ได้ อาจเอาคีย์เวิร์ดที่มี search volume สูงมาคิดต่อว่าผู้ใช้น่าจะค้นหาแบบไหนบ้าง หรือโทรสัมภาษณ์ลูกค้าเลยว่าเขาจะค้นหาแบบไหน เราจะเข้าใจว่าเขาคิดอะไร แล้วเอามาทำ mindmap ว่าการค้นหาของเขามีสถานการณ์ (scenario) อะไรบ้าง และทำ content รองรับทุก scenario สมัยผมอยู่ V Square Clinic ผมก็ใช้วิธีคล้ายกัน คือโทรสัมภาษณ์ลูกค้าว่าทำไมเขาถึงใช้บริการ เพราะเหตุผลอะไร ยิ่งเป็นนักการตลาด เรายิ่งต้องเข้าใจลูกค้าให้มากที่สุดว่าเขาต้องการอะไร แล้วเอาคำหรือคำถามเหล่านั้นมาค้นหาและทำการตลาดต่อ

สิ่งที่ไม่ต้องทำ แม้ AI ของ Google จะแนะนำ

AI ของ Google เองยังแนะนำคนไทยในบางเรื่องที่เอกสารของ Google บอกว่าไม่จำเป็น เมื่อเราถาม AI Overviews และ AI Mode ว่า “ทำยังไงให้เว็บติด AI Overview” (4 ต.ค. 2026) AI Overviews แนะนำให้ใส่ FAQ schema ส่วน AI Mode แนะนำ FAQ/HowTo schema และคำตอบยาว 40–60 คำ ทั้งสองอ้างบทความเอเจนซีไทยและโพสต์ในโซเชียล ไม่ได้อ้างเอกสารของ Google (ถามครั้งเดียว คำตอบอาจต่างในแต่ละครั้ง)

คำแนะนำที่พบบ่อยเอกสารของ Google บอกว่าสรุป
ใส่ FAQ/HowTo schema เพื่อให้ติด AI Overviewstructured data ไม่ใช่เงื่อนไขของ AI featuresไม่จำเป็นสำหรับ AI Overviews · Google เลิกแสดงผลพิเศษของ FAQ (7 พ.ค. 2026) และ HowTo (ก.ย. 2023) แล้ว · ใส่ได้ถ้าตรงกับเนื้อหาบนหน้า
เขียนคำตอบ 40–60 คำไม่ได้พูดถึงความยาวคำตอบเลยไม่พบแหล่งต้นทางของตัวเลขนี้ · ตอบให้ครบในประโยคแรกพอ
หั่นเนื้อหาเป็นชิ้นเล็กให้ AI อ่านง่ายไม่ต้องแบ่งเนื้อหาเป็นชิ้นเพื่อ AIเขียนให้คนอ่านรู้เรื่อง
ทำไฟล์ llms.txtSearch ของ Google ไม่ได้ใช้ llms.txtไม่ช่วย AI Overviews (อ่านเรื่อง llms.txt)
เขียนใหม่ทั้งเว็บให้เป็นภาษาของ AIไม่ต้องเขียนใหม่เพื่อ AIปรับหน้าที่ข้อมูลล้าสมัยก่อน
คำแนะนำที่ AI ของ Google และบทความทั่วไปพูดถึง เทียบกับคู่มือ AI optimization ของ Google (อัปเดต 10 ก.ค. 2026)

คำตอบของ AI จึงไม่ใช่แหล่งข้อมูลทางการ แม้จะเป็น AI ของ Google เอง ก่อนลงมือให้เช็กกับเอกสารต้นทาง ส่วน schema ยังมีประโยชน์กับผลค้นหาแบบอื่น (อ่านใน Schema markup คืออะไร) แต่ไม่ใช่ทางลัดสู่ AI Overviews

วัดผล AI Overview ใน Search Console

รายงาน Generative AI ใน Google Search Console คือที่วัดผล AI Overviews จากข้อมูลของ Google โดยตรง รายงานนี้แสดงจำนวนครั้งที่ลิงก์ของเว็บเราขึ้นใน AI Overviews และ AI Mode (impressions) แยกตามหน้า ประเทศ วันที่ และอุปกรณ์ เปิดให้ทุกเว็บทั่วโลกเมื่อ 31 ส.ค. 2026

รายงานนี้มีข้อจำกัด 2 ข้อที่ต้องรู้ก่อนอ่านตัวเลข ข้อแรก ไม่มีคลิก CTR หรืออันดับ มีแค่ impressions ข้อสอง หน้าช่วยเหลือไม่ได้ระบุตัวกรองแยก AI Overviews กับ AI Mode (มีแค่หน้า ประเทศ วันที่ อุปกรณ์ และประเภทการค้นหา) จึงยังต้องถามคำถามชุดเดิมซ้ำทุกเดือนเพื่อดูว่าเว็บเราถูกอ้างในคำถามไหน (AI SEO For Dummies บทที่ 5–6 แนะนำให้ทำชุดคำถามและ dashboard แบบนี้)

The Missing Piece เปิดเว็บเมื่อ 1 ต.ค. 2026 และใช้เว็บตัวเองเป็นเคสวัดผล ณ วันเปิดเว็บ traffic จาก AI ของเรายังเป็น 0 เราจะอัปเดตตัวเลขจากรายงานนี้ที่ 30 และ 90 วัน

ปิด AI Overview ได้ไหม

ปิด AI Overview ได้ใน 2 ความหมายที่ต่างกัน คนค้นหาซ่อน AI Overviews ได้ทีละการค้นหา ส่วนเจ้าของเว็บเลือกไม่ให้เว็บของตัวเองถูกใช้ใน AI ของ Google ได้ บทความส่วนใหญ่พูดถึงแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

แผนภาพ 2 ทางปิด AI Overview: ฝั่งคนค้นหาใช้ตัวกรอง Web, ฝั่งเจ้าของเว็บใช้สวิตช์ใน Search Console หรือคำสั่ง nosnippet และ data-nosnippet
“ปิด AI Overview” มี 2 แบบ: ฝั่งคนค้นหาซ่อนได้ทีละครั้ง ฝั่งเจ้าของเว็บถอนเว็บออกจาก AI ของ Google ได้ทั้งเว็บหรือบางส่วน

ฝั่งคนค้นหา: ใช้ตัวกรอง Web

คนค้นหาปิด AI Overviews ถาวรไม่ได้ Google ระบุว่า AI Overviews เป็นฟีเจอร์หลักของ Search เหมือน knowledge panel ทางที่ทำได้คือกดตัวกรอง “Web” หลังค้นหา ซึ่งจะแสดงเฉพาะลิงก์แบบข้อความ ไม่มี AI Overviews

ภาพหน้าจอผลค้นหา Google บนมือถือ ชี้ตำแหน่งตัวกรอง Web ที่ซ่อน AI Overviews
ตัวกรอง Web ในผลค้นหา Google ใช้ซ่อน AI Overviews ได้ทีละการค้นหา

ฝั่งเจ้าของเว็บ: สวิตช์ใน Search Console หรือคำสั่งในหน้า

เจ้าของเว็บถอนเว็บออกจาก AI ของ Google ได้ด้วยสวิตช์ “Search generative AI” ใน Search Console (Settings › Search generative AI) สวิตช์นี้มีผลกับ AI Overviews, AI Mode และ AI ใน Google Discover ทั้ง property (เว็บที่ยืนยันใน Search Console) ค่าเริ่มต้นคือ Include และถ้าเลือก Exclude เนื้อหาจะหายจากฟีเจอร์เหล่านี้ภายในราว 1–2 วัน

ภาพหน้าจอ Search Console หน้า Settings › Search generative AI ของ themissingpiece.co.th ตั้งเป็น Inherit และค่าปัจจุบันคือ Include พร้อมตัวเลือก Include และ Exclude
สวิตช์ Search generative AI ใน Search Console ของ The Missing Piece (4 ต.ค. 2026) เราใช้ค่าเริ่มต้น Include เพราะต้องการให้เว็บถูก AI ของ Google อ้างอิง

สวิตช์นี้ไม่กระทบอันดับในผลค้นหาปกติ และไม่ได้ห้ามการนำข้อมูลไปฝึกโมเดล ถ้าต้องการห้ามการฝึกโมเดลต้องใช้ Google-Extended ใน robots.txt แยกต่างหาก (อ่านวิธีตั้งค่า) ส่วนเว็บที่ต้องการถอนเฉพาะบางหน้าหรือบางย่อหน้า ใช้คำสั่งในหน้าได้

คำสั่งทำอะไรผลข้างเคียง
nosnippet (meta robots)ไม่ให้ใช้เนื้อหาของหน้านั้นเป็น snippet และใน AI featuresผลค้นหาปกติไม่มีคำอธิบายใต้ลิงก์
data-nosnippet (ใส่ใน HTML)ไม่ให้ใช้เฉพาะส่วนที่ครอบไว้กระทบเฉพาะส่วนนั้น
max-snippetจำกัดความยาวข้อความที่ Google ใช้ได้snippet ปกติสั้นลงด้วย
noindexไม่ให้หน้าอยู่ใน Google เลยหายจากผลค้นหาทั้งหมด
คำสั่งระดับหน้าที่ Google รองรับสำหรับ AI features (เอกสาร AI features and your website) กลไก robots meta อธิบายไว้ใน The Art of SEO บทที่ 7

ก่อนถอนเว็บ ให้ชั่งสิ่งที่จะเสีย: AI Overviews ขึ้นในคำค้นเชิงหาข้อมูลราว 36% (Seer, เม.ย. 2026) และเมื่อขึ้นแล้ว แบรนด์ที่ถูกอ้างมี CTR สูงกว่าแบรนด์ที่ไม่ถูกอ้าง ส่วนคู่แข่งที่ยังอยู่ในคำตอบจะได้การมองเห็นแทน AI SEO For Dummies บทที่ 22 ก็ชี้ว่าการบล็อก AI แบบเหมารวมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมบางคำค้นไม่มี AI Overview

Google แสดง AI Overviews เฉพาะเมื่อมองว่าช่วยผู้ใช้ได้ ส่วนใหญ่เป็นคำถามเชิงหาข้อมูล คำค้นเชิงซื้อหรือคำค้นสั้นที่ชัดเจนอยู่แล้วมักไม่มี ข้อมูล Seer (เม.ย. 2026) พบ AI Overviews ในคำค้นเชิงเปรียบเทียบก่อนซื้อ 8% และเชิงซื้อ 5%

ต้องติดหน้าแรกก่อนไหมถึงจะถูก AI Overview อ้าง

ไม่บังคับ แต่ช่วยมาก ในการทดสอบภาษาไทยของเรา 74% ของลิงก์ที่ถูกอ้างอยู่หน้าแรกอยู่แล้ว ส่วนข้อมูลทั่วโลกของ Ahrefs อยู่ที่ 38% เพราะ Google หยิบหน้าจากคำค้นย่อยด้วย

AI Overview อ้างเว็บเราผิด หรือตอบผิด ทำอะไรได้บ้าง

กดส่ง feedback ใต้ AI Overview นั้นได้ และควรแก้หน้าของเราให้ข้อมูลถูกต้องชัดเจนตั้งแต่ประโยคแรก เพราะ AI ดึงข้อมูลจากหน้าเว็บที่มีอยู่ ถ้าข้อมูลผิดมาจากเว็บอื่น การมีหน้าที่ตอบถูกและติดอันดับคือทางแก้ที่ยั่งยืนกว่า

ใช้ Google-Extended บล็อกแล้ว จะหายจาก AI Overview ไหม

ไม่หาย Google-Extended ใช้ควบคุมการนำข้อมูลไปฝึกโมเดล Gemini ไม่ได้ควบคุม AI Overviews ถ้าต้องการถอนจาก AI Overviews ให้ใช้สวิตช์ Search generative AI ใน Search Console หรือคำสั่ง nosnippet

AI Overview กับ ChatGPT ต่างกันไหม

ต่างกัน AI Overviews อยู่ในผลค้นหา Google และใช้ดัชนีของ Google ส่วน ChatGPT เป็นแชตบอตแยกที่ค้นเว็บด้วยระบบของ OpenAI ร่วมกับผู้ให้บริการค้นหาภายนอก เว็บที่ถูกอ้างในสองที่จึงไม่เหมือนกัน

แหล่งอ้างอิง