The Missing Piece
ตรวจเว็บฟรี

วิธีปักหมุดร้าน Google Maps ฟรี ด้วย Google Business Profile (ชื่อเดิม Google My Business) ทีละขั้น 2026

ปักหมุดร้านใน Google Maps ทำได้ฟรีผ่าน Google Business Profile (ชื่อเดิม Google My Business): ค้นร้านใน Google Maps ก่อน ถ้ามีอยู่แล้วให้อ้างสิทธิ์ ถ้ายังไม่มีให้สร้างที่ business.google.com/add แล้วยืนยันตัวตนตามวิธีที่ Google เลือกให้ คู่มือนี้มีชื่อปุ่มภาษาไทย 5 วิธียืนยันพร้อมเวลาที่ Google ระบุ วิธีแก้ปักหมุดแล้วไม่ขึ้น และวิธีปิดหรือลบหมุดร้าน

ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2026 ·

อัปเดตล่าสุด 15 ต.ค. 2026

ปกบทความ วิธีปักหมุดร้าน Google Maps ฟรี ด้วย Google Business Profile ทีละขั้น 2026
ปักหมุดร้าน Google Maps ฟรี ทำเองทีละขั้น 2026

สรุปสั้น (TL;DR)

ปักหมุดร้าน Google Maps ให้ลูกค้าเห็นทำได้ฟรีผ่าน Google Business Profile (ชื่อเดิม Google My Business) ขั้นแรกให้ค้นชื่อร้านใน Google Maps ก่อน ถ้าร้านมีอยู่แล้วให้กด “อ้างสิทธิ์ในธุรกิจนี้” ถ้ายังไม่มีให้สร้างใหม่ที่ business.google.com/add แล้วยืนยันตัวตนด้วยวิธีที่ Google เลือกให้

  • การยืนยันตัวตนมี 5 วิธี (โทรศัพท์หรือ SMS · อีเมล · วิดีโอคอลสด · ไปรษณียบัตร · บันทึกวิดีโอ) Google เป็นคนกำหนดวิธีและเปลี่ยนเองไม่ได้ การตรวจอาจใช้เวลาถึง 5 วันทำการ ส่วนไปรษณียบัตรมักมาถึงภายใน 14 วัน
  • Google ระบุว่าการเพิ่มและอ้างสิทธิ์ธุรกิจไม่เสียเงิน ไม่เก็บเงินเพื่อยืนยันหรือกู้คืนโปรไฟล์ และไม่เคยขอรหัส OTP ใครโทรมาขายบริการ “ปักหมุดให้ติดหน้าแรก” ไม่ได้มาจาก Google
  • ใช้ชื่อร้านตามป้ายจริงเท่านั้น การเติมคำค้นลงในชื่อผิดแนวทางของ Google และอาจทำให้โปรไฟล์ถูกระงับจนร้านหายจากแผนที่

Google Business Profile คืออะไร (ชื่อเดิม Google My Business)

Google Business Profile คือโปรไฟล์ธุรกิจฟรีของ Google ที่ทำให้ร้านมีหมุดบน Google Maps และมีการ์ดข้อมูลร้านบน Google Search เช่น ชื่อ ที่อยู่ เวลาเปิด เบอร์โทร รูป และรีวิว เครื่องมือนี้เหมาะกับธุรกิจที่พบลูกค้าตัวจริง ทั้งร้านที่ลูกค้าเดินเข้ามา และธุรกิจที่ออกไปให้บริการถึงบ้านลูกค้า คำว่า “ปักหมุดร้าน” ที่คนไทยใช้ จึงหมายถึงการเพิ่มหรืออ้างสิทธิ์โปรไฟล์นี้ แล้วยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของ

ชื่อ Google My Business ถูกเปลี่ยนเป็น Google Business Profile ในเดือนพฤศจิกายน 2021 พร้อมกับย้ายการจัดการโปรไฟล์ร้านเดียวไปทำบนหน้า Google Search และแอป Google Maps ส่วนแอป Google My Business บนมือถือหยุดทำงานในปี 2022 คู่มือหรือคลิปที่ยังพูดถึง “แอป Google My Business” จึงเป็นข้อมูลก่อนการเปลี่ยนนี้ ทั้งสองชื่อหมายถึงเครื่องมือเดียวกัน

ทุกวันนี้คุณจัดการโปรไฟล์ได้ 2 ทาง คือเข้า business.google.com แล้วเลือก “แก้ไขโปรไฟล์” บนคอมพิวเตอร์ หรือเปิดแอป Google Maps แล้วแตะแท็บ “ธุรกิจ” ที่มุมขวาล่าง ส่วนธุรกิจที่มีหลายสาขาใช้ Business Profile Manager จัดการหลายโปรไฟล์พร้อมกัน

Google Business Profile เป็นจุดเริ่มต้นของ Local SEO (การทำให้ร้านถูกพบในการค้นหาแถวบ้านลูกค้า) แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของงาน ปัจจัยที่ Google ใช้จัดอันดับร้านในแผนที่ ความสอดคล้องของข้อมูลร้าน และรีวิว อธิบายไว้แล้วใน Local SEO คืออะไร บทความนี้เน้นการปักหมุดให้สำเร็จและไม่ผิดกติกาตั้งแต่ครั้งแรก แล้วสรุปสิ่งที่เจ้าของร้านทำได้เพื่อให้ติดอันดับไว้ในหัวข้อ วิธีทำให้ร้านติดอันดับใน Google Maps

ขั้นตอนและชื่อปุ่มในบทความนี้เป็นหน้าจอภาษาไทย ณ ต.ค. 2026 ตามหน้าช่วยเหลือของ Google เราจะตรวจซ้ำทุกไตรมาสและลงวันที่ทุกครั้งที่แก้ AI SEO For Dummies บทที่ 23 แนะนำการบันทึกการเปลี่ยนแปลงแบบลงวันที่ เพราะทั้งคนอ่านและ AI ต้องรู้ว่าข้อมูลนี้สดแค่ไหน

ปักหมุดแบบไหนที่คุณต้องการจริง: 4 ทางที่คนมักสับสน

คำว่า “ปักหมุด Google Map” ใช้เรียกการกระทำ 4 แบบที่ให้ผลต่างกันมาก และมีแค่แบบเดียวที่ทำให้คุณเป็นเจ้าของหมุดร้านและแก้ข้อมูลได้เอง ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านที่อยากให้ลูกค้าค้นเจอ ทางที่ใช่คือทางที่ 4 ผลค้นหาไทยปนทั้ง 4 แบบ เช่น คลิปหลายคลิปในหน้าแรกของคำว่า “ปักหมุด google map” สอนปักหมุดบ้าน ไม่ใช่ปักหมุดร้าน

คุณกำลังทำอะไรใครเห็นได้เป็นเจ้าของหมุดไหมใช้เมื่อไหร่
1. ปักหมุดส่วนตัว (กดค้างบนแผนที่แล้วบันทึก)คุณคนเดียว อยู่ในรายการที่บันทึกของบัญชีคุณไม่จำที่ตั้งบ้านหรือที่ที่จะไปอีก
2. Google My Maps (สร้างแผนที่ของตัวเอง)คนที่คุณแชร์ลิงก์แผนที่ให้ไม่ทำแผนที่เส้นทาง ทริป หรือจุดนัดพบ
3. “เพิ่มสถานที่ที่ขาดหายไป” ใน Google Mapsทุกคน เมื่อเพิ่มสำเร็จไม่ผู้ใช้ทั่วไปแจ้งสถานที่ที่ยังไม่มีบนแผนที่
4. เพิ่มหรืออ้างสิทธิ์ Google Business Profileทุกคน บน Google Search และ Mapsใช่ หลังยืนยันตัวตนเจ้าของหรือผู้จัดการธุรกิจตัวจริง
ปักหมุด 4 แบบใน Google: มีเพียงการเพิ่มหรืออ้างสิทธิ์ Google Business Profile ที่ให้สิทธิ์จัดการข้อมูลร้าน ที่มา: Google Business Profile Help และ Google Maps Help (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
แผนผังตัดสินใจปักหมุด Google Maps 4 ทาง ปักหมุดส่วนตัว Google My Maps เพิ่มสถานที่ที่ขาดหายไป และเพิ่มหรืออ้างสิทธิ์ Google Business Profile โดยมีเพียงทางสุดท้ายที่ได้สิทธิ์เจ้าของร้าน
เริ่มจากคำถามเดียว: “คุณเป็นเจ้าของหรือผู้จัดการร้านนี้ไหม” ถ้าใช่ ทางเดียวที่ให้สิทธิ์แก้ข้อมูลร้านได้คือ Google Business Profile (ภาพจำลอง ไม่ใช่หน้าจอจริง)

ทางที่ 3 ทำให้เกิดสถานที่สาธารณะบนแผนที่ได้ แต่ไม่ได้ให้สิทธิ์จัดการ หน้าช่วยเหลือของ Google Maps เองแนะนำให้เจ้าของธุรกิจสร้าง Business Profile ฟรีแทน แล้วอ้างสิทธิ์และยืนยันธุรกิจ ถ้ามีคนเคยเพิ่มร้านของคุณด้วยวิธีนี้ไว้แล้ว ร้านนั้นจะยังไม่มีเจ้าของ และคุณอ้างสิทธิ์ได้ตามขั้นตอนใน อ้างสิทธิ์ร้านที่มีอยู่แล้ว

ภาพจำลองหน้าต่างเพิ่มสถานที่ที่ขาดหายไปใน Google Maps ช่องชื่อสถานที่ หมวดหมู่ และที่อยู่ว่างอยู่ พร้อมหมายเหตุว่าทุกคนเห็นสถานที่ที่เพิ่ม แต่ผู้เพิ่มไม่ได้สิทธิ์เจ้าของร้าน
“เพิ่มสถานที่ที่ขาดหายไป” ใน Google Maps เป็นช่องทางของผู้ใช้ทั่วไป สถานที่ที่เพิ่มจะแสดงต่อสาธารณะแต่ไม่ได้ให้สิทธิ์เจ้าของ (ภาพจำลอง ไม่ใช่หน้าจอจริง · ที่มา: Google Maps Help 6320846)

Google My Maps ก็ไม่ช่วยให้ร้านติดแผนที่หรือติดอันดับ หนังสือ The Art of SEO (4th ed., 2023) บทที่ 12 จัดความเชื่อว่า “สร้างเส้นทางใน My Maps ให้ชี้มาที่ร้านแล้วอันดับขึ้น” ไว้ในกลุ่มความเชื่อผิดเกี่ยวกับโปรไฟล์ธุรกิจ

AI ก็สับสนเรื่องนี้: เราถามคำถาม “ปักหมุดร้าน google map” กับ OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) 1 ครั้งเมื่อ 15 ต.ค. 2026 คำตอบส่วนแรกสอนให้กดค้างบนแผนที่แล้วกดบันทึก ซึ่งเป็นการปักหมุดส่วนตัว ร้านจะไม่ขึ้นบน Maps ให้คนอื่นเห็น ในหน้าเว็บไทยที่ติดอันดับต้นๆ ก็มีหน้าที่สอนสร้างแผนที่ใน Google My Maps ปนกับการเพิ่มธุรกิจ นี่เป็นการสังเกตครั้งเดียว ไม่ใช่อัตรา แต่พอบอกได้ว่าคำตอบ AI เรื่องนี้ควรตรวจกับหน้าช่วยเหลือของ Google ก่อนทำตาม

ก่อนปักหมุดร้าน เช็ก 3 อย่าง

การเช็กก่อนปักหมุดร้านคือการตอบ 3 คำถาม: ร้านมีโปรไฟล์อยู่แล้วไหม ธุรกิจมีสิทธิ์ทำโปรไฟล์ไหม และร้านเป็นแบบหน้าร้านหรือแบบออกไปให้บริการ การเช็กนี้ช่วยกันปัญหาโปรไฟล์ซ้ำและการยืนยันไม่ผ่านตั้งแต่ต้น

1. ร้านมีอยู่ใน Google Maps แล้วหรือยัง

ค้นชื่อร้านคู่กับชื่อเขตหรือจังหวัดใน Google Maps ก่อนเสมอ ร้านจำนวนมากมีหมุดอยู่แล้วเพราะลูกค้าหรือผู้ใช้คนอื่นเคยเพิ่มไว้ ถ้าเจอ ให้อ้างสิทธิ์ ห้ามสร้างใหม่ เพราะ Google ระบุว่าโปรไฟล์ที่ถูกมองว่าซ้ำจะไม่แสดงใน Google Search หรือ Maps หนังสือ The Art of SEO บทที่ 12 ก็ให้เริ่มจากค้นชื่อร้านว่ามีโปรไฟล์อยู่แล้วไหมก่อนเหมือนกัน และ AI SEO For Dummies บทที่ 17 จัดให้ Google Business Profile เป็นหนึ่งในโปรไฟล์ที่ต้องตรวจและยึดสิทธิ์ให้ถูกต้องก่อนทำงานอื่น

2. ธุรกิจของคุณมีสิทธิ์ทำโปรไฟล์ไหม

Google ให้ทำโปรไฟล์ได้เมื่อธุรกิจพบลูกค้าตัวจริง คือมีที่ตั้งที่ลูกค้ามาได้ หรือออกไปหาลูกค้าถึงที่ ร้านที่ขายออนไลน์อย่างเดียวไม่มีสิทธิ์ใช้ Business Profile และยืนยันไม่ได้ ข้อห้ามอื่นที่ควรรู้:

  • ห้ามใช้ตู้ ปณ. หรือที่อยู่รับจดหมายที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจจริง
  • พื้นที่ทำงานร่วม (co-working space) ใช้เป็นที่ตั้งได้เฉพาะเมื่อมีป้ายชื่อธุรกิจชัดเจน รับลูกค้าในเวลาที่ประกาศ และมีพนักงานประจำ
  • ธุรกิจที่แสดงที่อยู่ควรมีป้ายชื่อแบบติดตั้งถาวรที่ที่อยู่นั้น ธุรกิจที่ไม่มีป้ายหน้าร้านแบบถาวร Google ไม่นับเป็นธุรกิจแบบหน้าร้าน
  • 1 สถานที่ มีได้ 1 โปรไฟล์

3. ร้านหน้าร้าน หรือให้บริการนอกสถานที่

ธุรกิจแบบให้บริการนอกสถานที่ (service-area business) คือธุรกิจที่ไปหาลูกค้า เช่น ช่างแอร์ ช่างประปา บริการทำความสะอาด หรือร้านดอกไม้ที่ส่งอย่างเดียว ถ้าคุณไม่ได้รับลูกค้าที่ที่อยู่ธุรกิจ Google ให้เอาที่อยู่ออกจากโปรไฟล์ แล้วกำหนดพื้นที่ให้บริการแทน ซึ่งเหมาะกับคนที่ทำงานจากบ้านและไม่อยากให้ที่อยู่บ้านขึ้นบนแผนที่ ส่วนธุรกิจที่มีทั้งหน้าร้านและออกไปบริการ (hybrid) แสดงที่อยู่หน้าร้านและกำหนดพื้นที่ให้บริการได้ทั้งคู่

ประเภทตัวอย่างที่อยู่บนโปรไฟล์พื้นที่ให้บริการ
หน้าร้าน (storefront)คาเฟ่ ร้านอาหาร คลินิก ร้านทำผมแสดงไม่ต้องตั้ง
ให้บริการนอกสถานที่ (service-area)ช่างแอร์ ช่างประปา บริการทำความสะอาดซ่อน (เอาออก)ไม่เกิน 20 พื้นที่
ทั้งสองแบบ (hybrid)ร้านซ่อมที่รับของหน้าร้านและออกไปซ่อมนอกสถานที่แสดงตั้งได้
ขายออนไลน์อย่างเดียวร้านค้าออนไลน์ที่ไม่มีจุดรับลูกค้าไม่มีสิทธิ์ทำโปรไฟล์
เลือกประเภทให้ตรงก่อนสร้างโปรไฟล์ เพราะประเภทกำหนดว่าที่อยู่จะขึ้นบนแผนที่ไหม และ Google จะให้ยืนยันแบบไหน ที่มา: Google Business Profile Help 13763036, 3038177, 9157481
การ์ดเปรียบเทียบประเภทธุรกิจใน Google Business Profile หน้าร้านแสดงที่อยู่ ธุรกิจให้บริการนอกสถานที่ซ่อนที่อยู่และตั้งพื้นที่ให้บริการได้ไม่เกิน 20 พื้นที่ และแบบผสมแสดงที่อยู่พร้อมพื้นที่ให้บริการ
หน้าร้าน · ให้บริการนอกสถานที่ · แบบผสม: ประเภทกำหนดว่าที่อยู่ขึ้นบนแผนที่ไหม ส่วนร้านออนไลน์ล้วนทำโปรไฟล์ไม่ได้ (ภาพจำลอง ที่มา: Google Business Profile Help 13763036, 9157481)

วิธีปักหมุดร้านใน Google Maps ทีละขั้น (สร้างโปรไฟล์ใหม่)

วิธีปักหมุดร้านค้าใน Google Map แบบสร้างใหม่ ใช้เมื่อค้นแล้วไม่เจอร้านของคุณใน Google Maps เลย คุณต้องมีบัญชี Google (Gmail) ที่จะใช้เป็นเจ้าของโปรไฟล์ระยะยาว และควรทำบนคอมพิวเตอร์ เพราะหน้าช่วยเหลือของ Google เขียนขั้นตอนการเพิ่มธุรกิจใหม่ไว้สำหรับคอมพิวเตอร์ และเผื่อเวลารอผลยืนยันไว้หลายวัน

ใช้บัญชีของเจ้าของร้าน: สร้างโปรไฟล์ด้วยบัญชี Google ที่ร้านถือเอง ไม่ใช่บัญชีส่วนตัวของพนักงานหรือคนที่มาช่วยทำ ถ้าต้องให้คนอื่นช่วยดูแล ให้เพิ่มเขาเป็นผู้จัดการทีหลัง ร้านจะได้ไม่ต้องตามขอสิทธิ์คืนเมื่อคนนั้นลาออก

  1. เข้า business.google.com/add แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google ของร้าน กด “เพิ่มธุรกิจของคุณใน Google”
  2. พิมพ์ชื่อธุรกิจ ให้ตรงกับป้ายหน้าร้าน ถ้าระบบแสดงรายชื่อร้านที่ชื่อคล้ายกัน ให้ดูให้ดีว่าร้านของคุณมีอยู่แล้วไหม ถ้ามี ให้ไปอ้างสิทธิ์แทนการสร้างใหม่
  3. เลือกหมวดหมู่หลัก 1 หมวดที่ตอบประโยค “ร้านนี้คือ…” ได้ตรงที่สุด เช่น ร้านกาแฟ ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ หมวดเพิ่มเติมเพิ่มทีหลังได้
  4. ตอบคำถามว่าลูกค้ามาที่ร้านได้ไหม (ชื่อคำถามบนหน้าจออาจต่างกันเล็กน้อย) ถ้าเป็นหน้าร้าน ให้ใส่ที่อยู่ ถ้าออกไปให้บริการอย่างเดียว ให้ข้ามที่อยู่แล้วกำหนดพื้นที่ให้บริการ
  5. ใส่ที่อยู่และวางหมุด ใส่ที่อยู่จริงของร้านที่ลูกค้ามาได้ (ห้ามใช้ตู้ ปณ. หรือที่อยู่รับจดหมายอย่างเดียว) แล้วตรวจว่าหมุดบนแผนที่ชี้ที่ทางเข้าร้าน ถ้าร้านไม่มีเลขที่บ้านหรือระบบหาที่อยู่ไม่เจอ ให้ลากหมุดไปวางที่ตำแหน่งร้านเอง
  6. ใส่เบอร์โทรและเว็บไซต์ เบอร์ที่ลูกค้าโทรถึงร้านได้จริง และ URL เต็มที่ขึ้นต้นด้วย https:// (ถ้ามี) วิธีเลือกว่าจะใส่ลิงก์อะไรอยู่ในหัวข้อ หลังปักหมุดแล้วทำอะไรต่อ
  7. เลือกวิธียืนยันตัวตน จากตัวเลือกที่ Google แสดง แล้วทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ รายละเอียดแต่ละวิธีอยู่ในหัวข้อ ยืนยันตัวตน
  8. เติมข้อมูลร้านให้ครบ เช่น เวลาเปิดปิด รูปหน้าร้านที่เห็นป้าย รูปภายในร้าน และคำอธิบายร้าน (ระหว่างรอผลยืนยัน ห้ามแก้ชื่อ ที่อยู่ หรือหมวดหมู่)
ภาพจำลองหน้าแรกของการเพิ่มธุรกิจใน Google Business Profile ช่องชื่อธุรกิจและหมวดหมู่ธุรกิจว่างอยู่ พร้อมคำเตือนให้ค้นร้านใน Google Maps ก่อน และใช้ชื่อตามป้ายจริง
หน้าเริ่มต้นสร้าง Google Business Profile: ขั้นแรกคือพิมพ์ชื่อธุรกิจตามป้ายจริง และควรค้นร้านใน Google Maps ก่อนเริ่ม เพื่อไม่สร้างโปรไฟล์ซ้ำ (ภาพจำลอง ไม่ใช่หน้าจอจริง · ที่มา: Google Business Profile Help 2911778, 4566671)

ข้อมูลที่หน้าเว็บไทยหลายหน้ายังแนะนำผิดคือให้เติมหมวดสินค้า ชื่อย่าน หรือคำบรรยายลงในชื่อร้าน แนวทางของ Google ห้ามใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นในชื่อธุรกิจ และการทำผิดข้อนี้อาจทำให้โปรไฟล์ถูกระงับ The Art of SEO บทที่ 12 ก็เตือนเรื่องเดียวกัน ตัวอย่างชื่อที่ใช้ได้และไม่ได้ พร้อมเหตุผลที่ “ได้ผลแต่ไม่คุ้มเสี่ยง” อยู่ในหัวข้อ กติกาที่ต้องรู้ก่อนทำ Local SEO

อ้างสิทธิ์ร้านที่มีอยู่แล้วใน Google Maps

การอ้างสิทธิ์ (claim) คือการขอเป็นเจ้าของโปรไฟล์ร้านที่มีหมุดอยู่บน Google Maps แล้วแต่ยังไม่มีใครยืนยัน วิธีนี้ใช้เมื่อค้นเจอร้านของคุณใน Maps และเป็นทางที่ถูกกว่าการสร้างใหม่ เพราะ Google ให้แต่ละธุรกิจมีโปรไฟล์เดียว และโปรไฟล์ที่ถูกมองว่าซ้ำจะไม่แสดงใน Search หรือ Maps Google ระบุว่าการอ้างสิทธิ์ไม่เสียค่าใช้จ่าย

บนคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Google Maps แล้วค้นชื่อร้านคู่กับชื่อเมือง หรือคลิกร้านบนแผนที่
  2. เลือก “อ้างสิทธิ์ในธุรกิจนี้” แล้วเลือก “จัดการเลย” (ถ้าร้านที่คุณดูแลเป็นอีกร้าน เลือก “ฉันเป็นเจ้าของหรือจัดการธุรกิจอื่น”)
  3. เลือกวิธียืนยันตัวตน แล้วทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ

บนมือถือ (แอป Google Maps)

  1. เปิดแอป Google Maps พิมพ์ชื่อร้านในช่องค้นหา แล้วเลือกร้านที่ถูกต้อง
  2. ในโปรไฟล์ร้าน แตะ “เกี่ยวกับ” แล้วแตะ “อ้างสิทธิ์ในธุรกิจนี้” และ “จัดการเลย”
  3. เลือกวิธียืนยันตัวตน แล้วทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ
ผังขั้นตอนเลือกระหว่างอ้างสิทธิ์กับสร้างใหม่ ค้นร้านใน Google Maps ถ้าเจอและยังไม่มีเจ้าของให้อ้างสิทธิ์ ถ้าเจอแต่มีคนยืนยันแล้วให้ขอสิทธิ์จากเจ้าของ ถ้าไม่เจอให้สร้างใหม่ที่ business.google.com/add
อ้างสิทธิ์หรือสร้างใหม่: ค้นร้านใน Google Maps ก่อนทุกครั้ง การสร้างโปรไฟล์ซ้ำทำให้ Google ซ่อนโปรไฟล์ที่ถูกมองว่าซ้ำจากผลค้นหาและแผนที่ (ภาพจำลอง ไม่ใช่หน้าจอจริง)

ถ้ามีคนอื่นยืนยันร้านของคุณไปแล้ว

ถ้าโปรไฟล์ร้านถูกยืนยันโดยคนอื่น เช่น พนักงานเก่า เจ้าของเดิม หรือคนที่เคยรับจ้างทำให้ คุณขอสิทธิ์เข้าถึงจากเจ้าของปัจจุบันได้ โดยเข้า business.google.com/add พิมพ์ชื่อและที่อยู่ร้าน เลือกร้านจากรายการ แล้วกด “ขอสิทธิ์เข้าถึง” กรอกแบบฟอร์มและกด “ส่ง” เจ้าของปัจจุบันมีเวลา 3 วันในการตอบ ผลที่เป็นไปได้มี 3 แบบ:

  • อนุมัติ: คุณได้อีเมลแจ้ง และจัดการโปรไฟล์ได้
  • ปฏิเสธ: คุณได้อีเมลแจ้งและยื่นอุทธรณ์ได้ หรือเสนอแก้ข้อมูลร้านใน Google Maps
  • ไม่ตอบภายใน 3 วัน: คุณจะมีตัวเลือกให้อ้างสิทธิ์ในโปรไฟล์ (ตัวเลือกนี้อาจไม่แสดงในทุกกรณี)

ยืนยันตัวตน Google Business Profile: 5 วิธี และต้องรอนานแค่ไหน

การยืนยันตัวตน (verification) คือขั้นที่ Google ตรวจว่าคุณเป็นเจ้าของหรือผู้จัดการร้านตัวจริง ทุกคนที่เพิ่มหรืออ้างสิทธิ์โปรไฟล์ต้องผ่านขั้นนี้ก่อนจึงจะจัดการโปรไฟล์ได้เต็มที่ เรื่องที่คู่มือไทยส่วนใหญ่ไม่บอกคือ Google เป็นคนกำหนดวิธียืนยันให้อัตโนมัติ และคุณเปลี่ยนเองไม่ได้ ตัวเลือกขึ้นกับประเภทธุรกิจ ข้อมูลสาธารณะ ภูมิภาค และเวลาทำการ บางร้านต้องยืนยันมากกว่า 1 วิธี

วิธีทำยังไงเงื่อนไขและเวลาที่ Google ระบุ
โทรศัพท์หรือ SMSรับรหัสทางสายโทรหรือข้อความที่เบอร์ของธุรกิจต้องรับสายหรือรับ SMS ได้เอง ระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) รับรหัสไม่ได้
อีเมลรับรหัสทางอีเมลที่ Google แสดงใช้ได้เมื่อ Google เสนอวิธีนี้ให้
วิดีโอคอลสดคุยวิดีโอกับเจ้าหน้าที่ Google แล้วถ่ายให้ดูสดทำได้เฉพาะในเวลาทำการของร้าน
ไปรษณียบัตรGoogle ส่งรหัส 5 หลักทางไปรษณีย์ไปที่อยู่ร้านส่วนใหญ่ถึงภายใน 14 วัน · รหัสหมดอายุใน 30 วัน · ขอรหัสใหม่แล้วรหัสเดิมจะใช้ไม่ได้
บันทึกวิดีโอถ่ายวิดีโอสดอย่างน้อย 30 วินาทีด้วยมือถือ แล้วอัปโหลดผ่านโปรไฟล์Google แนะนำวิธีนี้ถ้าร้านมีสิทธิ์ใช้ · การตรวจอาจใช้เวลาถึง 5 วันทำการ
5 วิธียืนยัน Google Business Profile และเงื่อนไขตามหน้าช่วยเหลือของ Google (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) Google จะแสดงเฉพาะวิธีที่ร้านของคุณใช้ได้ ที่มา: Google Business Profile Help 7107242, 14271705

นอกจาก 5 วิธีนี้ Google ระบุว่าบางกรณียืนยันได้ทันที เช่น เมื่อเว็บไซต์ของร้านยืนยันใน Google Search Console ไว้แล้ว หรือเมื่อใช้การยืนยันแบบกลุ่มสำหรับธุรกิจหลายสาขา ไม่ว่าวิธีไหน Google บอกว่าการตรวจอาจใช้เวลาถึง 5 วันทำการ และบางกรณีอาจนานกว่านั้น

ระหว่างรอผล ห้ามทำ 2 อย่าง

  • ห้ามแก้ชื่อ ที่อยู่ หรือหมวดหมู่ของธุรกิจ ระหว่างรอการยืนยัน
  • ห้ามขอรหัสใหม่ซ้ำ ถ้ารอไปรษณียบัตรอยู่ เพราะรหัสใหม่ทำให้รหัสเดิมใช้ไม่ได้

ปุ่มที่คุณจะเห็นบ่อยในขั้นนี้คือ “รับการยืนยัน” สำหรับเริ่มยืนยัน และ “ตรวจสอบปัญหา” เมื่อการยืนยันไม่ผ่าน ถ้า Google ให้ยืนยันทางโทรศัพท์ จะมีปุ่ม “เริ่มโทร” หรือ “ขอรหัส” แล้วใส่รหัสที่ได้รับ

ถ่ายวิดีโอยืนยันยังไงให้ผ่าน

การยืนยันด้วยวิดีโอใช้ได้กับร้านหน้าร้าน ร้านที่ให้บริการนอกสถานที่ และร้านแบบผสม วิดีโอต้องพิสูจน์ 3 เรื่องต่อเนื่องในคลิปเดียว คือร้านอยู่ที่นี่จริง ร้านมีอยู่จริง และคุณเป็นคนจัดการร้าน

ต้องพิสูจน์ร้านหน้าร้านธุรกิจที่ออกไปให้บริการ
ที่ตั้งป้ายถนน เลขที่อาคาร ร้านข้างเคียง หรือจุดสังเกตที่ตรงกับ Google Mapsป้ายถนนหรือจุดสังเกตที่ที่อยู่ธุรกิจ เลี่ยงที่ดินโล่งที่ไม่มีอะไรบอกตำแหน่ง
ร้านมีอยู่จริงหน้าร้านหรือป้ายร้านที่ติดถาวร ชื่อบนป้ายต้องตรงกับชื่อในโปรไฟล์เครื่องมือ อุปกรณ์ พื้นที่ทำงาน นามบัตร หรือชุดที่มีชื่อร้าน
คุณเป็นคนจัดการพื้นที่ที่เฉพาะพนักงานเข้าได้ เช่น เปิดลิ้นชักเก็บเงิน ครัว ห้องเก็บของ หรือเครื่องคิดเงิน (POS)ตัวคุณกำลังให้บริการ ไขกุญแจรถที่มีชื่อร้าน หรือเอกสาร เช่น ใบอนุญาต ใบแจ้งหนี้ หรือบิลค่าน้ำค่าไฟที่ชื่อตรงกับธุรกิจ
สิ่งที่ต้องถ่ายในวิดีโอยืนยัน Google Business Profile แยกตามประเภทธุรกิจ ที่มา: Google Business Profile Help 14271705 (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
  • ถ่ายสด ห้ามใช้คลิปที่ถ่ายไว้ก่อน
  • ถ่ายต่อเนื่องคลิปเดียว ไม่ตัดต่อ ไม่หยุดกลางคลิป ยาวอย่างน้อย 30 วินาที
  • ถ่ายและอัปโหลดจากมือถือผ่านโปรไฟล์ธุรกิจ
  • ห้ามติดข้อมูลอ่อนไหว เช่น เลขบัญชีธนาคาร เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัตรประชาชน ข้อมูลส่วนตัวของคุณหรือคนอื่น และใบหน้าของคนอื่น
เช็กลิสต์ถ่ายวิดีโอยืนยัน Google Business Profile ถ่ายสดอย่างน้อย 30 วินาทีด้วยมือถือ แสดงที่ตั้ง ป้ายร้าน และพื้นที่ที่เฉพาะพนักงานเข้าได้ ห้ามติดเลขบัญชี เลขบัตร และใบหน้าคนอื่น
ลำดับถ่ายวิดีโอยืนยันในคลิปเดียว: ที่ตั้ง → ป้ายร้าน → พื้นที่ของพนักงาน และสิ่งที่ห้ามติดในคลิป (ภาพจำลอง สรุปจาก Google Business Profile Help 14271705)

ผลการตรวจมี 2 แบบ คือ “สำเร็จ” หรือ “ไม่สำเร็จ” ถ้าไม่สำเร็จ Google จะบอกเหตุผล ให้เปิดโปรไฟล์บนมือถือ แตะ “ตรวจสอบปัญหา” ดูสิ่งที่ขาด เช่น ไม่เห็นชื่อร้าน แล้วถ่ายคลิปใหม่ที่มีทุกอย่างจากคลิปแรกบวกกับสิ่งที่ขาด

คู่มือเก่าและคำตอบ AI ยังบอกไม่ครบ: หน้าเว็บไทยที่ติดอันดับต้นๆ ของคำว่าปักหมุดร้านส่วนใหญ่บอกวิธียืนยันแค่ทางเดียว (โทรศัพท์ อีเมล หรือไปรษณียบัตร) บางหน้าบอกว่ารหัสไปรษณียบัตรมี 6 หลัก แต่ Google ระบุว่ามี 5 หลัก ส่วน Google AI Overview ของคำว่า “ปักหมุดร้าน google map” ที่เราดูเมื่อ 15 ต.ค. 2026 (ครั้งเดียว) ระบุวิธียืนยันเป็นไปรษณีย์ โทรศัพท์ หรือ SMS ไม่พูดถึงวิดีโอ อีเมล หรือวิดีโอคอล และไม่ได้บอกให้ค้นแล้วอ้างสิทธิ์ร้านที่มีอยู่ก่อน หนังสือ The Art of SEO (2023) บทที่ 12 ก็อธิบายการยืนยันด้วยไปรษณียบัตรเป็นหลัก ซึ่งเขียนก่อนที่ Google จะเพิ่มการยืนยันด้วยวิดีโอ ข้อมูลที่ใช้ได้ตอนนี้จึงต้องดูจากหน้าช่วยเหลือของ Google ล่าสุด

ปรับตำแหน่งหมุดและแก้ไขร้านใน Google Map

การปรับตำแหน่งหมุดคือการย้ายจุดบนแผนที่ให้ชี้ไปที่ร้านพอดี โดยไม่ต้องเปลี่ยนที่อยู่ เหมาะกับร้านไทยที่อยู่ในซอยลึก ในตลาด ในหมู่บ้าน หรือที่อยู่ไม่มีเลขที่ชัดเจน Google ระบุว่าให้ใช้หมุดเมื่อที่อยู่ไม่มีเลขที่ หรือเมื่อระบบหาร้านจากที่อยู่ที่ใส่ไม่เจอ

ปรับหมุดบนคอมพิวเตอร์

  1. ไปที่ Business Profile ของร้าน
  2. เลือก “แก้ไขโปรไฟล์” แล้วเลือก “สถานที่”
  3. คลิกไอคอนดินสอข้าง “ที่ตั้งธุรกิจ”
  4. เลือก “ปรับ” แล้วเลื่อนแผนที่ให้หมุดชี้ที่ร้าน
  5. เลือก “เสร็จสิ้น” แล้วเลือก “บันทึก”
ภาพจำลองการปรับหมุดร้านใน Google Business Profile แผนที่ซอยที่มีหมุดชี้ทางเข้าร้าน พร้อมปุ่มปรับ เสร็จสิ้น และบันทึก
ปรับหมุดให้ชี้ทางเข้าร้าน ไม่ใช่กลางอาคารหรือถนนใหญ่ปากซอย ลูกค้าที่กดนำทางจะได้มาถึงประตูร้าน (ภาพจำลอง ไม่ใช่หน้าจอจริง ชื่อปุ่มตาม Google Business Profile Help 6279343)

หน้าช่วยเหลือของ Google เขียนขั้นตอนบนแอป Google Maps ไว้เฉพาะการแก้ที่อยู่ ไม่ได้เขียนการลากหมุดบนมือถือ ถ้าหมุดคลาดเคลื่อน จึงควรปรับบนคอมพิวเตอร์ Google ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์ปกติใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงจะแสดง แต่บางกรณีอาจนานถึง 30 วัน

แก้ไขข้อมูลร้าน: ทำที่ไหน และอะไรต้องยืนยันใหม่

บนคอมพิวเตอร์ เข้า Business Profile แล้วเลือก “แก้ไขโปรไฟล์” บนมือถือ เปิดแอป Google Maps แตะ “ธุรกิจ” ที่มุมขวาล่าง แล้วแตะ “แก้ไขโปรไฟล์” ทั้งสองทางกด “บันทึก” เมื่อแก้เสร็จ Google จะตรวจการเปลี่ยนแปลงก่อนแสดงบนโปรไฟล์

ช่องข้อมูลกติกาของ Google
ชื่อธุรกิจตรงกับชื่อที่ใช้จริงบนป้ายและกับลูกค้า · แก้ชื่อหลังยืนยันแล้วอาจต้องยืนยันใหม่
ที่อยู่ย้ายไปที่อยู่ใหม่หลังยืนยันแล้ว ต้องยืนยันใหม่
หมวดหมู่หมวดแรกที่ใส่คือหมวดหลัก เพิ่มได้อีกไม่เกิน 9 หมวด · เลือกหมวดที่เฉพาะที่สุดแต่ยังบอกธุรกิจหลักได้
เบอร์โทรเบอร์หลัก 1 เบอร์ เพิ่มได้อีกไม่เกิน 2 เบอร์ (มือถือหรือโทรศัพท์พื้นฐาน ห้ามแฟกซ์)
เว็บไซต์URL เต็มที่มี http:// หรือ https:// และเว็บต้องไม่บล็อก Googlebot
คำอธิบายร้านไม่เกิน 750 อักขระ · ห้ามใส่ URL หรือโค้ด HTML · เน้นข้อมูลธุรกิจ ไม่ใช่โปรโมชัน ราคา หรือการลดราคา
ลิงก์โซเชียลแพลตฟอร์มละ 1 ลิงก์ รองรับ Facebook, Instagram, LinkedIn, Pinterest, TikTok, X และ YouTube · ฟีเจอร์นี้เปิดให้เฉพาะบางภูมิภาค
พื้นที่ให้บริการไม่เกิน 20 พื้นที่ ตามเมือง รหัสไปรษณีย์ หรือพื้นที่อื่น · ตั้งเป็นรัศมีไม่ได้ · ทั้งหมดไม่ควรเกินราว 2 ชั่วโมงขับรถจากที่ตั้งธุรกิจ · แก้แล้วอาจใช้เวลาถึง 48 ชั่วโมงจึงแสดง
รูปและวิดีโอรูป JPG หรือ PNG ขนาด 10 KB ถึง 5 MB แนะนำ 720 × 720 px ขั้นต่ำ 250 × 250 px · วิดีโอไม่เกิน 30 วินาที ไม่เกิน 75 MB อย่างน้อย 720p · อาจใช้เวลาถึง 24–48 ชั่วโมงจึงแสดง
กติกาแต่ละช่องข้อมูลใน Google Business Profile ตามหน้าช่วยเหลือของ Google (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) ฟีเจอร์บางอย่างต่างกันตามประเทศและหมวดธุรกิจ ที่มา: Google Business Profile Help 3039617, 9157481, 6103862

ข้อมูลร้านในโปรไฟล์ควรเป็นชุดเดียวกับบนเว็บไซต์ เพจ และแพลตฟอร์มอื่นของร้าน AI SEO For Dummies บทที่ 2 แนะนำให้เขียนคำอธิบายแบรนด์มาตรฐานไว้ 1 ชุดแล้วใช้ซ้ำทุกโปรไฟล์ และบทที่ 16 ย้ำว่าข้อมูลหลักอย่างชื่อ หมวด และคำอธิบาย ต้องตรงกันทุกที่ เหตุผลที่ Google และ AI ใช้ความตรงกันนี้อธิบายไว้ใน NAP คืออะไร และ Entity SEO คืออะไร

ปักหมุดร้าน Google Map ไม่ขึ้น หายไป หรือถูกระงับ ทำยังไง

ปักหมุดแล้วไม่ขึ้นมักเกิดจาก 4 สาเหตุ (สรุปจากหน้าช่วยเหลือของ Google) คือยังยืนยันไม่เสร็จ การแก้ไขยังอยู่ระหว่างตรวจ โปรไฟล์ถูกมองว่าซ้ำ หรือโปรไฟล์ถูกระงับ แต่ละสาเหตุแก้ต่างกัน และการสร้างโปรไฟล์ใหม่ไม่ได้แก้สาเหตุไหนเลย ไล่เช็กตามลำดับนี้:

แผนผังแก้ปัญหาปักหมุดร้านแล้วไม่ขึ้นใน Google Maps เช็กว่ายืนยันแล้วหรือยัง การแก้ไขกำลังถูกตรวจหรือไม่ มีโปรไฟล์ซ้ำหรือไม่ และโปรไฟล์ถูกระงับหรือไม่ พร้อมวิธีแก้แต่ละกรณี
ปักหมุดแล้วไม่ขึ้น: ไล่เช็ก 4 จุดตามลำดับ ทุกกรณีไม่ควรแก้ด้วยการสร้างโปรไฟล์ใหม่ (ภาพจำลอง สรุปจาก Google Business Profile Help 7107242, 6279343, 12756178, 4569145)
อาการสาเหตุที่เป็นไปได้ทำอะไร
สร้างเสร็จแต่ยังค้นไม่เจอยังยืนยันไม่เสร็จ หรืออยู่ระหว่างตรวจดูสถานะในโปรไฟล์ ถ้าส่งยืนยันแล้ว รอได้ถึง 5 วันทำการ ถ้ารอไปรษณียบัตร ส่วนใหญ่ถึงภายใน 14 วัน อย่าขอรหัสใหม่ระหว่างรอ
แก้หมุดหรือข้อมูลแล้วยังไม่เปลี่ยนการแก้ไขกำลังถูกตรวจปกติแสดงในราว 10 นาที แต่อาจนานถึง 30 วัน พื้นที่ให้บริการถึง 48 ชั่วโมง รูปถึง 24–48 ชั่วโมง
หมุดเคยขึ้นแล้วหายไปถูกมองว่าเป็นโปรไฟล์ซ้ำ หรือถูกระงับค้นว่ามีหมุดร้านเดียวกันอีกอันไหม ถ้ามีโปรไฟล์ที่ยืนยันแล้วอยู่ ให้ขอสิทธิ์จากเจ้าของ ถ้าถูกระงับ ให้ยื่นอุทธรณ์
มีหมุดร้านเดียวกัน 2 อันมีคนเพิ่มร้านไว้ก่อน หรือสร้างซ้ำเองอ้างสิทธิ์หมุดที่ยังไม่มีเจ้าของ และไม่สร้างเพิ่ม
อาการ “ปักหมุดไม่ขึ้น” ที่พบบ่อยกับสาเหตุและวิธีแก้ตามหน้าช่วยเหลือของ Google เวลาในตารางเป็นตัวเลขที่ Google ระบุ ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันได้

ถ้าโปรไฟล์ถูกระงับ

Google อาจระงับหรือปิดใช้โปรไฟล์ที่ไม่เป็นไปตามแนวทาง เช่น ชื่อร้านที่เติมข้อมูลเกินจริง หรือที่อยู่ที่ไม่ใช่ที่ตั้งธุรกิจจริง ถ้าคิดว่าโปรไฟล์ไม่ได้ทำผิด ให้ใช้ “เครื่องมืออุทธรณ์ Google Business Profile” ข้อควรรู้ก่อนยื่น:

  • หน้าช่วยเหลือภาษาอังกฤษระบุว่าอุทธรณ์ได้ครั้งเดียว จึงควรเตรียมหลักฐานให้ครบก่อนกด “ยื่นอุทธรณ์”
  • หลักฐานที่ Google แนะนำ: หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ใบรับรองการเสียภาษี หรือบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ตของธุรกิจ โดยชื่อและที่อยู่ต้องตรงกับโปรไฟล์
  • หลังเปิดแบบฟอร์มแนบหลักฐาน ต้องส่งภายใน 60 นาที ไม่อย่างนั้นหลักฐานจะไม่ถูกแนบ
  • ห้ามสร้างโปรไฟล์ใหม่ให้ธุรกิจเดียวกันระหว่างรอผลอุทธรณ์
  • Google จะแจ้งผลทางอีเมล หน้าช่วยเหลือไม่ได้ระบุระยะเวลาตรวจ

ถ้าบัญชี Google ของคุณถูกจำกัด (คนละเรื่องกับโปรไฟล์ถูกระงับ) ทุกโปรไฟล์ที่บัญชีนั้นดูแลจะถูกระงับไปด้วย และสร้างหรืออ้างสิทธิ์โปรไฟล์อื่นไม่ได้จนกว่าการอุทธรณ์บัญชีจะผ่าน

ปิดร้านหรือย้ายร้าน: ลบหมุดร้านใน Google Maps ยังไง

การลบหมุดร้านมีหลายแบบ และส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้หมุดหายจาก Google Maps ทันที เจ้าของร้านควรเลือกตามสถานการณ์จริง เพราะการนำโปรไฟล์ออกมีผลถาวรและกู้คืนเนื้อหาไม่ได้

สถานการณ์ทำอะไรผลที่เกิดขึ้น
ปิดชั่วคราว (รีโนเวต หยุดยาว)“แก้ไขโปรไฟล์” → “เวลาทำการ” → ไอคอนดินสอ → “ปิดชั่วคราว” → “บันทึก” (ถ้าปิดไม่เกิน 7 วัน Google แนะนำให้ตั้งเวลาทำการพิเศษแทน)ลูกค้ายังเห็นร้าน และรู้ว่ายังไม่เปิด
ย้ายร้านแก้ที่อยู่ใน “แก้ไขโปรไฟล์” แล้วยืนยันใหม่Google ระบุว่าย้ายที่อยู่หลังยืนยันแล้วต้องยืนยันอีกครั้ง
ปิดถาวรระหว่างนำโปรไฟล์ออก เปิดตัวเลือก “ตั้งสถานะธุรกิจเป็นปิดถาวร”หมุดจะค่อยๆ หายจากผลค้นหาเมื่อเวลาผ่านไป
เลิกดูแลโปรไฟล์“เพิ่มเติม” → “การตั้งค่า Business Profile” → “นํา Business Profile ออก” → “นําเนื้อหาและผู้จัดการโปรไฟล์ออก” → “ดําเนินการต่อ” → “นําออก” → “เสร็จสิ้น”ถาวร: โพสต์ รูป วิดีโอ และคำตอบรีวิวของเจ้าของถูกลบ แต่รีวิวของลูกค้ายังอยู่ และร้านอาจยังขึ้นใน Search และ Maps
ปิด ย้าย หรือลบหมุดร้าน: แต่ละทางให้ผลไม่เหมือนกัน และการนำโปรไฟล์ออกทำได้เฉพาะเจ้าของหลัก ที่มา: Google Business Profile Help 4669092, 15300196, 3039617 (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
การ์ด 4 ทางเลือกเมื่อปิดหรือย้ายร้านใน Google Business Profile ปิดชั่วคราว ย้ายร้านแล้วยืนยันใหม่ ปิดถาวร และนำโปรไฟล์ออกซึ่งมีผลถาวร
ปิดชั่วคราว ย้ายร้าน ปิดถาวร หรือนำโปรไฟล์ออก: เลือกให้ตรงสถานการณ์ เพราะการนำโปรไฟล์ออกกู้คืนเนื้อหาไม่ได้ (ภาพจำลอง ที่มา: Google Business Profile Help 15300196, 4669092, 3039617)

ถ้าต้องการให้ร้านหายจาก Search และ Maps จริงๆ Google มีขั้นตอนคำขอนำออกแยกต่างหาก การนำโปรไฟล์ออกอย่างเดียวไม่พอ และถ้าเปลี่ยนใจภายหลัง คุณต้องยืนยันโปรไฟล์ใหม่ โดยเนื้อหาที่ลบไปแล้วกู้คืนไม่ได้

ปักหมุดร้านใน Google Map เสียเงินไหม และระวังมิจฉาชีพ

ปักหมุดร้านใน Google Maps ไม่เสียเงิน Google ระบุว่าการเพิ่มหรืออ้างสิทธิ์ธุรกิจไม่มีค่าใช้จ่าย และ Google จะไม่ชักชวนให้คุณจ่ายเงินเพื่อดูแลโปรไฟล์ รวมถึงการยืนยันหรือการกู้คืนโปรไฟล์ เจ้าของร้านทุกคนจึงทำเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนการลงโฆษณา Google Ads เป็นอีกบริการหนึ่งที่แยกจากโปรไฟล์ร้าน

สิ่งที่ Google บอกว่าไม่ทำ:

  • ไม่เก็บเงินเพื่อดูแล ยืนยัน หรือกู้คืน Business Profile
  • ไม่ขอรหัส OTP หรือ PIN จากคุณ
  • ไม่ขอข้อมูลการชำระเงินทางโทรศัพท์
  • ไม่รับประกันว่าร้านจะได้ตำแหน่งดีในผลิตภัณฑ์ของ Google

ถ้ามีคนโทร ส่งอีเมล หรือส่งข้อความมาอ้างว่าเป็น Google หรือเสนอ “ยืนยันร้านให้” “ปักหมุดให้ติดหน้าแรก” แลกกับเงิน ให้วางสายโดยไม่กดปุ่มใดๆ แม้เสียงอัตโนมัติจะบอกให้กด อย่าบอกรหัสยืนยันหรือ OTP กับใคร และแจ้ง Google ผ่านแบบฟอร์มรายงานการละเมิดนโยบายของบุคคลที่สามใน Business Profile

การ์ดเตือนมิจฉาชีพ Google Business Profile ฟรีเสมอ Google ไม่เก็บเงินเพื่อยืนยันหรือกู้คืนโปรไฟล์ ไม่ขอ OTP ไม่ขอข้อมูลการชำระเงินทางโทรศัพท์ และไม่รับประกันอันดับ
การ์ดเตือนสำหรับเจ้าของร้าน: ทุกข้อมาจากหน้าช่วยเหลือของ Google ใครอ้างว่าเป็น Google แล้วขอเงิน ขอ OTP หรือรับประกันอันดับ ไม่ได้มาจาก Google (ภาพจำลอง ที่มา: Google Business Profile Help 2911778, 6212928, 14509283)

ถ้าคุณให้คนอื่นช่วยดูแลโปรไฟล์ ให้เพิ่มเขาเป็นผู้จัดการในโปรไฟล์ของร้าน แทนการให้รหัสผ่านบัญชี Google หรือให้เขาสร้างโปรไฟล์ด้วยบัญชีของเขาเอง ขั้นตอนยืนยันตัวตนและบัญชีเจ้าของควรอยู่กับร้านเสมอ ส่วนเรื่องว่าอะไรทำให้ร้านขึ้นอันดับในแผนที่ อ่านต่อในหัวข้อถัดไป วิธีทำให้ร้านติดอันดับใน Google Maps

วิธีทำให้ร้านติดอันดับใน Google Maps: 3 ปัจจัยที่ Google ใช้ และสิ่งที่เจ้าของร้านทำได้

Google จัดอันดับร้านใน Google Maps และ Local Pack (กล่องแผนที่พร้อมรายชื่อร้านบนหน้าผลค้นหา) หลักๆ จาก 3 ปัจจัยที่ Google ระบุเอง คือ ความเกี่ยวข้อง (relevance) ระยะทาง (distance) และความโดดเด่น (prominence) เจ้าของร้านเปลี่ยนระยะทางไม่ได้ งานที่ทำได้จริงจึงมี 2 ส่วน คือกรอกโปรไฟล์ให้ครบและตรงความจริงเพื่อความเกี่ยวข้อง และสะสมรีวิว การถูกพูดถึง และลิงก์จากเว็บอื่นเพื่อความโดดเด่น Google เขียนไว้ชัดว่าไม่มีทางขอหรือจ่ายเงินเพื่อให้อันดับท้องถิ่นดีขึ้น

ปัจจัยGoogle หมายถึงอะไรเจ้าของร้านทำอะไรได้
ความเกี่ยวข้อง (relevance)โปรไฟล์ตรงกับสิ่งที่คนค้นแค่ไหนเลือกหมวดหมู่หลักให้ตรง ใส่เวลาเปิดปกติและเวลาพิเศษ attribute รูป และคำอธิบายร้านให้ครบ (กติกาแต่ละช่องอยู่ในหัวข้อ ปรับหมุดและแก้ไขข้อมูลร้าน)
ระยะทาง (distance)ร้านอยู่ห่างจากคนค้นแค่ไหนเปลี่ยนไม่ได้ ทำได้แค่ปักหมุดให้ตรงทางเข้าร้าน และห้ามใช้ที่อยู่ที่ไม่ใช่ที่ตั้งจริงเพื่อให้ดู “ใกล้” คนค้น
ความโดดเด่น (prominence)ร้านเป็นที่รู้จักแค่ไหน เช่น มีเว็บลิงก์มาที่ร้านกี่เว็บ และมีรีวิวกี่รีวิววางระบบขอรีวิวและตอบรีวิว ทำให้ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ตรงกันทุกที่ และมีหน้าเว็บของร้านเอง
3 ปัจจัยจัดอันดับท้องถิ่นของ Google และงานที่เจ้าของร้านคุมได้ ที่มา: Google Business Profile Help 7091 (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

ข้อแรกที่ Google แนะนำในหน้าเดียวกันคือยืนยันธุรกิจ เพราะโปรไฟล์ที่ยืนยันแล้วมีโอกาสแสดงในผลค้นหามากขึ้น ถ้าคุณทำตาม ขั้นตอนยืนยันตัวตน แล้ว งานที่เหลือคือ 4 เรื่องด้านล่าง หนังสือ The Art of SEO (4th ed., 2023) บทที่ 12 ก็ให้น้ำหนักกับการกรอกโปรไฟล์ธุรกิจให้ครบ รีวิว และหน้าเว็บสาขาที่ใส่ structured data เหมือนกัน ส่วน citation (การลงชื่อร้านบนเว็บอื่น) เล่มนี้มองว่าสำคัญน้อยลงกว่าเดิม แต่ข้อมูลที่ปรากฏยังต้องถูกต้อง

1. รีวิว: ขอจากลูกค้าทุกคน และตอบทุกรีวิว

รีวิวเป็นส่วนที่เจ้าของร้านสร้างความโดดเด่นได้เร็วที่สุด Google ระบุว่าความโดดเด่นดูจากข้อมูลอย่างจำนวนรีวิว และแนะนำให้ตอบรีวิว เพราะการตอบแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าร้านให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของเขา วิธีขอที่ Google รองรับคือส่งลิงก์ขอรีวิวหรือ QR code ให้ลูกค้า

  • ขอจากลูกค้าทุกคนด้วยวิธีเดียวกัน เช่น แนบลิงก์ขอรีวิวไปกับใบเสร็จ หรือส่งข้อความหลังใช้บริการทุกครั้ง AI SEO For Dummies บทที่ 19 แนะนำให้วางขั้นตอนขอรีวิวที่ทีมทำซ้ำได้ทุกครั้ง แทนการขอเป็นครั้งคราว
  • ตอบรีวิวทั้งดีและไม่ดี ตอบได้หลังโปรไฟล์ยืนยันแล้ว คำตอบจะแสดงในนามธุรกิจ และ Google ตรวจคำตอบก่อนแสดง ปกติไม่เกิน 10 นาที แต่บางครั้งนานถึง 30 วัน
  • รีวิวที่คิดว่าผิดนโยบาย ให้กดรายงานตามขั้นตอนของ Google และอย่าเสนอสิ่งตอบแทนเพื่อแลกให้ลบรีวิว (ผิดนโยบายตามกล่องด้านล่าง)

สิ่งที่นโยบาย Google Maps ห้าม: ให้เงิน ส่วนลด ของฟรี หรือบริการฟรีแลกรีวิว แลกการแก้รีวิว หรือแลกการลบรีวิวไม่ดี · เลือกขอเฉพาะลูกค้าที่พอใจ หรือกันไม่ให้ลูกค้าเขียนรีวิวไม่ดี · ให้พนักงานขอรีวิวที่มีเนื้อหาตามที่ร้านกำหนด · ให้พนักงานหรืออดีตพนักงานรีวิวร้านตัวเอง · ซื้อรีวิว รีวิวแบบนี้ถูกลบออกจาก Maps และบัญชีอาจถูกจำกัดสิทธิ์จนถึงถูกปิดบัญชี ตารางทำได้และห้ามทำแบบเต็มอยู่ใน รีวิว Google: ขอยังไงไม่ผิดนโยบาย

2. ข้อมูลร้านครบและตรงความจริง: หมวดหมู่ เวลาเปิด รูป และ attribute

ข้อมูลที่ครบทำให้ Google จับคู่ร้านกับคำค้นได้มากขึ้น หน้าคำแนะนำของ Google ให้ใส่ที่อยู่เต็ม (ถ้าลูกค้ามาที่ร้านได้) เวลาเปิดปกติและเวลาพิเศษ หมวดหมู่ และ attribute (ข้อมูลเสริม เช่น ที่จอดรถ Wi-Fi) พร้อมรูปและวิดีโอ ขนาดรูป จำนวนหมวด และความยาวคำอธิบายอยู่ในตารางหัวข้อ แก้ไขข้อมูลร้าน แล้ว ส่วนนี้จึงสรุปเฉพาะเรื่องที่มีผลกับการแข่งขัน

  • หมวดหมู่หลัก: เลือกหมวดน้อยที่สุดที่บอกธุรกิจหลักได้ แนวทางของ Google ห้ามใช้หมวดหมู่เป็นที่ใส่คีย์เวิร์ดหรือใส่คุณสมบัติร้าน ทุกสาขาของธุรกิจเดียวกันต้องใช้หมวดหลักเดียวกัน
  • เวลาเปิด: ใส่เวลาที่ลูกค้ามาได้จริง และตั้งเวลาพิเศษสำหรับวันหยุดยาว ถ้าปิดชั่วคราวให้ใช้สถานะตามหัวข้อ ปิดร้านหรือย้ายร้าน ลูกค้าจะได้ไม่เสียเที่ยว
  • รูปและวิดีโอ: รูปหน้าร้านที่เห็นป้าย รูปภายใน และสินค้าหรือเมนูจริง อัปเดตเมื่อร้านเปลี่ยน
  • attribute: ตอบตัวเลือกที่โปรไฟล์ของคุณมีให้ตามความจริง เช่น ที่จอดรถ การรับบัตร

2 คำแนะนำที่ไม่ควรทำตาม: (1) เติมคำค้น ชื่อย่าน หรือบริการลงในชื่อร้านเพื่อให้ติดอันดับ แนวทางของ Google ระบุว่าการใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นในชื่อธุรกิจไม่ได้รับอนุญาต และอาจทำให้โปรไฟล์ถูกระงับจนร้านหายจากแผนที่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่อันดับตก ใช้ชื่อตามป้ายจริงเท่านั้น แล้วใส่คำเหล่านั้นในหมวดหมู่ บริการ คำอธิบายร้าน และหน้าเว็บของร้านแทน (2) จ่ายเงินให้คนที่รับปากว่าจะดันร้านขึ้นอันดับแรก Google ไม่รับประกันอันดับให้ใคร รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ ระวังมิจฉาชีพ

3. ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร (NAP) ตรงกันทุกที่

NAP (Name, Address, Phone คือชื่อร้าน ที่อยู่ และเบอร์โทร) ควรเขียนเหมือนกันทุกที่ที่ร้านปรากฏ ทั้งโปรไฟล์ Google เว็บไซต์ เพจโซเชียล และแพลตฟอร์มรีวิวหรือเดลิเวอรี ข้อมูลที่ตรงกันช่วยให้ Google รู้ว่าทั้งหมดคือร้านเดียวกัน วิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้โปรไฟล์ Google เป็นต้นฉบับ เมื่อย้ายร้านหรือเปลี่ยนเบอร์ ให้แก้ในโปรไฟล์ก่อน แล้วไล่แก้ทุกแพลตฟอร์มในวันเดียวกัน แนวทางของ Google ยังแนะนำให้ใช้เบอร์ที่ต่อถึงสาขานั้นโดยตรงแทนเบอร์คอลเซ็นเตอร์กลางเมื่อทำได้ รายชื่อแพลตฟอร์มในไทยที่ควรตรวจอยู่ใน NAP คืออะไร

4. เว็บไซต์: LocalBusiness schema และหน้าสาขา

หน้าเว็บของร้านเป็นที่เดียวที่ร้านคุมข้อมูลได้เอง และเป็นปลายทางให้เว็บอื่นลิงก์มา ซึ่ง Google นับจำนวนเว็บที่ลิงก์มาที่ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งของความโดดเด่น ในหน้านี้ควรใส่โค้ด LocalBusiness structured data (โค้ดที่บอก Google ว่าหน้านี้คือธุรกิจไหน อยู่ที่ไหน) เอกสารของ Google (ปรับปรุง 8 ก.ย. 2026) กำหนดให้ต้องมีชื่อ (name) และที่อยู่ (address) และแนะนำให้ใส่พิกัด เวลาเปิด เบอร์โทร URL ช่วงราคา และเมนูสำหรับร้านอาหาร Google ไม่ได้ระบุว่า schema เป็นปัจจัยจัดอันดับในแผนที่ หน้าที่ของโค้ดนี้คือทำให้ข้อมูลร้านบนเว็บอ่านได้ชัดและตรงกับโปรไฟล์ วิธีเขียนโค้ดอยู่ใน Schema Markup คืออะไร

ไม่ต้องใส่ดาวรีวิวของร้านตัวเองใน schema: เอกสารเดียวกันแนะนำ aggregateRating และ review เฉพาะเว็บที่รวบรวมรีวิวของธุรกิจอื่น

ธุรกิจหลายสาขา ทำตามหลัก 1 สาขา 1 โปรไฟล์ 1 หน้าเว็บ

  • โปรไฟล์: แต่ละสาขามีโปรไฟล์ของตัวเอง และ Google ห้ามสร้างเกิน 1 โปรไฟล์ต่อ 1 สถานที่ ทุกสาขาในประเทศเดียวกันใช้ชื่อเดียวกัน เว้นแต่สาขานั้นใช้ชื่ออื่นจริงบนป้ายและกับลูกค้า
  • หน้าสาขา (location page): หน้าเว็บ 1 หน้าต่อ 1 สาขา มีชื่อ ที่อยู่ เบอร์ เวลาเปิด แผนที่ บริการของสาขานั้น รูปจริง และ LocalBusiness schema ของสาขานั้น 1 ชุด
  • ช่องเว็บไซต์ของแต่ละโปรไฟล์: แนวทางของ Google ให้ใส่เว็บที่แทนสถานที่ตั้งของธุรกิจนั้น ทางที่ตรงที่สุดจึงเป็นการลิงก์ไปหน้าสาขาของสาขานั้น ไม่ใช่หน้าแรกเดียวกันทุกสาขา

หน้าตามย่านที่ไม่มีสาขาจริงเสี่ยงผิดนโยบาย: การทำหน้าเว็บหลายหน้าที่เปลี่ยนแค่ชื่อเมืองหรือย่านเพื่อดักคำค้น แล้วพาคนไปหน้าเดียวกัน อยู่ในตัวอย่าง doorway abuse ของนโยบายสแปมของ Google หน้าสาขาที่ดีต้องมีสาขาจริงและข้อมูลเฉพาะของสาขานั้น

4 เรื่องนี้คือส่วนที่เกี่ยวกับโปรไฟล์ร้านโดยตรง กลยุทธ์ Local SEO ทั้งระบบ ตั้งแต่ 7 ขั้นที่ทำเองได้ การถูกพูดถึงบนเว็บอื่น ร้านที่ AI แนะนำ จนถึงตัวเลขที่ใช้วัดผล อยู่ใน Local SEO คืออะไร ทำเองทีละขั้น

หลังปักหมุดร้านแล้วทำอะไรต่อ

หลังปักหมุดและยืนยันเสร็จ งานต่อไปคือทำให้ข้อมูลร้านครบ ตรงกันทุกที่ และทำให้คนที่เห็นร้านในแผนที่ติดต่อหรือเดินทางมาได้ง่าย สิ่งที่ทำได้ในโปรไฟล์สรุปไว้ในหัวข้อก่อนหน้าแล้ว ส่วนนี้จึงเหลือ 2 เรื่อง คือช่องเว็บไซต์และทางไปต่อ

ช่องเว็บไซต์ ใส่อะไรดี

ในการสำรวจ Local Pack 40 คำค้นของเรา (14 ต.ค. 2026, เดสก์ท็อป ตั้งตำแหน่งระดับประเทศ, รันครั้งเดียว) ร้าน 108 ร้านในแผนที่ 30% ไม่มีลิงก์เว็บไซต์เลย 34% ใช้ Facebook, Instagram หรือ LINE เป็นเว็บไซต์ และ 32% ใช้เว็บของตัวเอง ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนร้านทั้งประเทศ แต่บอกได้ว่าร้านในแผนที่จำนวนมากยังไม่มีหน้าเว็บของตัวเอง

กราฟแท่งช่องเว็บไซต์ของร้าน 108 ร้านใน Local Pack จากการสำรวจ 40 คำค้นของ The Missing Piece 14 ตุลาคม 2026 ใช้ Facebook Instagram หรือ LINE 34% เว็บของตัวเอง 32% ไม่มีลิงก์ 30%
ร้านในแผนที่ใส่อะไรในช่องเว็บไซต์: ราว 2 ใน 3 ไม่มีเว็บของตัวเอง (สำรวจ 40 คำค้น 108 ร้าน, 14 ต.ค. 2026, รันครั้งเดียว ไม่ใช่ตัวแทนทั้งประเทศ · ที่มา: The Missing Piece)

ทางที่ดีที่สุดคือใส่หน้าเว็บของร้านหรือหน้าสาขาที่มีชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ตรงกับโปรไฟล์ เพราะร้านควบคุมข้อมูลในหน้านั้นได้เอง และใส่ Schema Markup แบบ LocalBusiness ได้ ถ้ายังไม่มีเว็บ และโปรไฟล์ของคุณมีช่องลิงก์โซเชียล (Google เปิดให้เฉพาะบางภูมิภาค) ช่องนี้รองรับ Facebook, Instagram และ TikTok แยกต่างหาก (แพลตฟอร์มละ 1 ลิงก์) แต่ LINE ไม่อยู่ในรายชื่อแพลตฟอร์มที่ Google รองรับ ณ ต.ค. 2026 ถ้าใส่ลิงก์เว็บ ให้ติด UTM (ป้ายท้าย URL ที่บอกว่าคนมาจากไหน) เพื่อแยกดูคนที่มาจากโปรไฟล์ใน GA4

ทำต่อให้ร้านถูกเลือก

หลักการจัดอันดับและข้อมูลที่ต้องกรอกให้ครบสรุปไว้แล้วในหัวข้อ วิธีทำให้ร้านติดอันดับใน Google Maps ส่วนเครื่องมือในโปรไฟล์ที่ใช้แข่งใน Local Pack เพิ่มเติม เช่น โพสต์ สินค้า และบริการ เราจะอธิบายในบทความวิธีปรับ Google Business Profile ให้ติด Local Pack ซึ่งกำลังจะตามมา

ภาพหน้าจอในบทความนี้เป็นหน้าจอเริ่มต้นที่ยังไม่ได้กรอกข้อมูล และภาพจำลอง เพราะ The Missing Piece เป็นสื่อออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้าน การสร้างโปรไฟล์ทดลองขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพจะผิดแนวทางของ Google เอง

อยากให้ร้านถูกพบทั้งบน Google และในคำตอบ AI ต่อจากการปักหมุด: คอร์สเรียน SEO & AI Search แบบ Agentic สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

ปักหมุดร้านใน Google Map เสียเงินไหม

ไม่เสียเงิน Google ระบุว่าการเพิ่มหรืออ้างสิทธิ์ธุรกิจใน Google Business Profile ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่เก็บเงินเพื่อยืนยันหรือกู้คืนโปรไฟล์ ใครโทรมาขอเงินหรือขอ OTP โดยอ้างว่าเป็น Google ไม่ได้มาจาก Google

ปักหมุดใน Google Map กี่วันขึ้น

Google ระบุว่าการตรวจการยืนยันอาจใช้เวลาถึง 5 วันทำการ ส่วนไปรษณียบัตรมักมาถึงภายใน 14 วัน หลังยืนยันแล้ว การแก้ไขปกติแสดงในราว 10 นาที แต่บางกรณีอาจนานถึง 30 วัน

ปักหมุดร้านในมือถือได้ไหม

อ้างสิทธิ์ร้านที่มีอยู่แล้วและแก้ไขข้อมูลร้านทำในแอป Google Maps ได้ ส่วนการเพิ่มร้านใหม่และการลากหมุด หน้าช่วยเหลือของ Google เขียนขั้นตอนไว้สำหรับคอมพิวเตอร์ ถ้า Google ให้ยืนยันด้วยวิดีโอ ต้องถ่ายและอัปโหลดจากมือถือ

ร้านขายออนไลน์อย่างเดียวปักหมุดได้ไหม

ไม่ได้ Google Business Profile ใช้ได้กับธุรกิจที่พบลูกค้าตัวจริง คือมีที่ตั้งให้ลูกค้ามา หรือออกไปให้บริการถึงที่ ร้านออนไลน์ล้วนไม่มีสิทธิ์และยืนยันไม่ผ่าน

ร้านไม่มีบ้านเลขที่ ปักหมุดยังไง

ใส่ที่อยู่ให้ใกล้ที่สุดเท่าที่มี แล้วใช้การปรับหมุดใน “แก้ไขโปรไฟล์” → “สถานที่” → “ปรับ” ลากหมุดไปที่ทางเข้าร้าน Google ระบุว่าหมุดใช้สำหรับกรณีที่ที่อยู่ไม่มีเลขที่หรือระบบหาไม่เจอ ร้านที่แสดงที่อยู่ควรมีป้ายชื่อติดถาวร

Google My Business คืออะไร ต่างจาก Google Business Profile ไหม

Google My Business คือชื่อเดิมของ Google Business Profile ที่เปลี่ยนเมื่อพฤศจิกายน 2021 ทั้งสองคำหมายถึงโปรไฟล์ธุรกิจฟรีบน Google Search และ Maps ตอนนี้จัดการผ่าน business.google.com หรือแท็บ “ธุรกิจ” ในแอป Google Maps

แหล่งอ้างอิง

ตรวจข้อมูลล่าสุด: 15 ต.ค. 2026 · ขั้นตอนและชื่อปุ่มเป็นหน้าจอภาษาไทย ณ ต.ค. 2026 เราจะตรวจซ้ำทุกไตรมาส · อัปเดต 15 ต.ค. 2026: เพิ่มหัวข้อวิธีทำให้ร้านติดอันดับใน Google Maps (3 ปัจจัยของ Google, รีวิว, ข้อมูลร้าน, NAP, LocalBusiness schema และหน้าสาขา)