The Missing Piece
ตรวจเว็บฟรี

Off-Page SEO คืออะไร? แผนที่งานนอกเว็บทั้งหมด: ลิงก์ รีวิว PR และผลต่อ AI Search (2026)

Off-Page SEO คือ งานนอกเว็บที่ทำให้เว็บอื่น สื่อ ลูกค้า และชุมชน ลิงก์มา พูดถึง และรีวิวธุรกิจของเรา ลิงก์ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดอันดับของ Google และแหล่งนอกเว็บเป็นส่วนใหญ่ของสิ่งที่ AI ในไทยอ้างอิง บทความนี้รวมแผนที่งานนอกเว็บ 7 งาน วิธีที่เสี่ยงผิดนโยบาย Google จุดเริ่มตามประเภทธุรกิจ และวิธีวัดผล

ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2026 ·

อัปเดตล่าสุด 3 พ.ย. 2026

ปกบทความ Off-Page SEO คืออะไร แผนที่งานนอกเว็บ ปี 2026 พร้อมภาพหน้าจอจริงกราฟ AI อ้างเว็บไหนใน 13 อุตสาหกรรมจากเว็บ The Missing Piece
Off-Page SEO คืออะไร แผนที่งานนอกเว็บ 2026

สรุปสั้น (TL;DR)

Off-Page SEO คืองานนอกเว็บที่ทำให้เว็บอื่น สื่อ ลูกค้า และชุมชน ลิงก์มา พูดถึง และรีวิวธุรกิจของเรา ลิงก์เป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดอันดับของ Google ส่วนรีวิวและลิงก์ช่วยเรื่องอันดับในแผนที่ และแหล่งนอกเว็บเป็นส่วนใหญ่ของสิ่งที่ AI ในไทยอ้างอิงเวลาตอบคำถาม

  • ลิงก์ยังสำคัญ: Google เขียนว่า PageRank (ระบบของ Google ที่วัดความสำคัญของหน้าจากลิงก์) “continues to be part of our core ranking systems” (Ranking systems guide ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025) แต่ลิงก์ที่ทำขึ้นเพื่อปั่นอันดับ เช่น ซื้อลิงก์ ฝากลิงก์ในเว็บบอร์ด หรือ social bookmarking (เว็บรวมลิงก์บุ๊กมาร์ก) ผิดนโยบายสแปม (ปรับปรุง 28 ส.ค. 2026)
  • ยอดไลก์และยอดแชร์ไม่ใช่ปัจจัยจัดอันดับ คนของ Google ตอบหลายครั้งว่าไม่ได้ใช้ยอดไลก์และยอดผู้ติดตามจัดอันดับ (ครั้งแรก 22 ม.ค. 2014) โซเชียลยังมีประโยชน์ เพราะช่วยให้คนเห็นงานของเราแล้วลิงก์หรือพูดถึงต่อ
  • 67% ของลิงก์ที่ Google AI Overviews อ้างไม่ใช่เว็บของแบรนด์หรือผู้ให้บริการ และ 26% เป็นโซเชียล (ข้อมูล The Missing Piece 350 คำถามภาษาไทย ต.ค. 2026 ผลเบื้องต้น) งานนอกเว็บจึงเป็นทั้งงาน SEO และงาน AI Search

Off-Page SEO คืออะไร ต่างจาก On-Page และ Technical SEO ยังไง

Off-Page SEO (SEO นอกเว็บ) คืองานทุกอย่างที่เกิดนอกเว็บของเรา แต่ช่วยให้ Google และ AI เห็นว่าเว็บและแบรนด์ของเราน่าเชื่อถือ เช่น เว็บอื่นลิงก์มา สื่อเขียนถึง ลูกค้ารีวิว หรือคนในชุมชนแนะนำต่อ งานนี้เหมาะกับเว็บที่เนื้อหาบนเว็บพร้อมแล้วและอยากให้คนนอกยืนยันว่าเราดีจริง ข้อจำกัดคือเราคุมผลได้ไม่ 100% เพราะคนอื่นเป็นคนตัดสินใจลิงก์ พูดถึง หรือรีวิว

ชื่อที่ใช้แทนกันได้ เช่น offpage SEO, SEO off page, off-site SEO และ off page optimization ทุกคำหมายถึงงานชุดเดียวกัน ถ้าถามว่า SEO มีกี่ประเภท คำตอบที่ใช้กันทั่วไปคือ 3 ส่วน ได้แก่ On-Page, Off-Page และ Technical SEO อ่านภาพรวมทั้งหมดได้ที่ SEO คืออะไร

On-Page SEOOff-Page SEOTechnical SEO
ทำที่ไหนบนหน้าเว็บของเรานอกเว็บของเราระบบหลังบ้านของเว็บ
ตัวอย่างงานเนื้อหา title หัวข้อ รูป ลิงก์ภายในลิงก์จากเว็บอื่น การถูกพูดถึง รีวิว PR ชุมชน โปรไฟล์ธุรกิจความเร็ว การเก็บข้อมูลของบอท robots.txt sitemap
ใครคุมเราคุมได้เต็มที่คนอื่นตัดสินใจ เราสร้างเหตุผลให้เขาเราและทีมเว็บคุมได้
ตอบคำถามหน้านี้ตอบคำถามคนค้นได้ดีไหมคนอื่นเชื่อและแนะนำเราไหมGoogle และ AI เข้ามาอ่านเว็บได้ไหม
ใน AI Searchเนื้อหาที่ AI ยกไปตอบได้แหล่งภายนอกที่ AI ใช้เป็นหลักฐานบอท AI เข้าถึงและอ่านหน้าได้
On-Page, Off-Page และ Technical SEO ทำคนละที่ แต่ต้องทำครบทั้ง 3 ส่วน งานนอกเว็บจะได้ผลน้อยถ้าหน้าเว็บที่คนถูกส่งมายังตอบคำถามไม่ได้
แผนภาพ SEO 3 ส่วน Technical SEO เป็นฐานให้บอทเข้าถึง On-Page SEO คือเนื้อหาบนหน้า และ Off-Page SEO คือหลักฐานจากภายนอก เช่น ลิงก์ รีวิว และการถูกพูดถึง
SEO 3 ส่วน: Technical ทำให้บอทเข้าถึง On-Page ทำให้หน้าตอบคำถามได้ และ Off-Page ทำให้คนนอกยืนยันว่าเราน่าเชื่อถือ ภาพนี้ช่วยให้เห็นว่างานนอกเว็บต่อยอดจากงานบนเว็บ ไม่ได้มาแทน

ถ้ายังไม่ได้เก็บงานบนหน้าเว็บ เริ่มจาก On-Page SEO ก่อน เพราะทุกลิงก์และทุกการพูดถึงจะพาคนกลับมาที่หน้าเว็บของเรา กรอบ AI-Ready Website ที่ The Missing Piece ใช้สอนแบ่งงานเป็น 3 ส่วนแบบเดียวกัน คือ เปิดบ้านรับบอท (Technical) ปรุงเนื้อหาตรงจุด (On-Page) และฝากชื่อแบรนด์ (Off-Page)

Off-Page SEO มีอะไรบ้าง: แผนที่งานนอกเว็บ 7 งาน

งาน Off-Page SEO มี 7 งานหลัก ได้แก่ ลิงก์ การถูกพูดถึง รีวิว PR และสื่อ ชุมชน ข้อมูลแบรนด์ที่ตรงกันทุกที่ และงานพูดหรือพาร์ทเนอร์ แต่ละงานช่วยคนละเรื่อง บางงานมีเอกสาร Google รองรับ บางงานมีแค่ข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (correlation) ส่วนนี้สรุปทีละงานว่าช่วยอะไร หลักฐานคืออะไร และควรอ่านต่อที่ไหน

แผนที่งาน Off-Page SEO 7 งานรอบเว็บไซต์ ได้แก่ ลิงก์ การถูกพูดถึง รีวิว PR และสื่อ ชุมชน ข้อมูลแบรนด์ที่ตรงกัน และงานพูดหรือพาร์ทเนอร์ แต่ละงานระบุว่ามีเอกสาร Google รองรับหรือเป็นข้อมูลเชิงสัมพันธ์
แผนที่งานนอกเว็บ 7 งาน: ป้ายสีบอกระดับหลักฐาน (เอกสาร Google / งานวิจัยเชิงสัมพันธ์ / แนวปฏิบัติ) ใช้ดูว่างานไหนมีหลักฐานแน่นแค่ไหนก่อนลงแรง

1. ลิงก์จากเว็บอื่น (backlink)

Backlink คือลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้มาหาเว็บเรา Google ใช้ลิงก์ทั้งเพื่อค้นพบหน้าใหม่และเพื่อเข้าใจว่าหน้าไหนเกี่ยวกับอะไร SEO Starter Guide (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025) เขียนว่า Google หาหน้าใหม่ส่วนใหญ่ผ่านลิงก์จากหน้าที่เคยเก็บข้อมูลแล้ว รายละเอียดเรื่องลิงก์คุณภาพ ค่า rel และการตรวจลิงก์อยู่ใน Backlink คืออะไร ส่วนวิธีหาลิงก์แบบลงมือทำอยู่ใน วิธีทำ Link Building

2. การถูกพูดถึง (brand mention)

Brand mention คือการที่เว็บอื่น โพสต์ หรือคำตอบ AI เอ่ยชื่อแบรนด์ของเรา จะมีลิงก์หรือไม่มีก็ได้ Google ไม่ได้เขียนในเอกสารว่านับการเอ่ยชื่อที่ไม่มีลิงก์เป็นสัญญาณจัดอันดับ แต่ข้อมูลฝั่ง AI ชี้ว่าการถูกพูดถึงสำคัญ Ahrefs (26 พ.ค. 2025) ศึกษา 75,000 แบรนด์ พบว่าการถูกเอ่ยชื่อบนเว็บสัมพันธ์กับการปรากฏใน AI Overviews (0.664) มากกว่าจำนวน backlink (0.218) ตัวเลขนี้เป็นความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าอย่างหนึ่งทำให้เกิดอีกอย่าง อ่านวิธีวัดและเพิ่มการถูกพูดถึงได้ที่ Brand Mention คืออะไร

3. รีวิว

รีวิวคือความเห็นของลูกค้าบน Google Maps, Wongnai, เว็บจอง หรือเว็บรีวิวเฉพาะทาง สำหรับผลค้นหาในพื้นที่ Google เขียนชัดว่าผลขึ้นอยู่กับความเกี่ยวข้อง ระยะทาง และความนิยมเป็นหลัก ปัจจัยที่ 3 หน้าเดียวกันเรียกว่า “ความโดดเด่น” (prominence) และดูจากข้อมูลอย่างจำนวนเว็บที่ลิงก์มาหาธุรกิจและจำนวนรีวิว (หน้าช่วยเหลือ Google Business Profile ตรวจ 14 ต.ค. 2026) AI SEO For Dummies บทที่ 19 แนะนำให้เลือกแพลตฟอร์มรีวิวที่ลูกค้าในธุรกิจนั้นใช้จริง แล้วทำระบบขอรีวิวที่ทำซ้ำได้ วิธีขอรีวิวโดยไม่ผิดนโยบายอยู่ใน Local SEO

4. PR และสื่อ

PR ในงาน SEO คือการทำให้สื่อและเว็บในวงการเขียนถึงเรา เพราะเรามีข่าว ข้อมูล หรือความเห็นที่เขาอยากใช้ วิธีที่เราแนะนำสำหรับระยะยาวคือมีข้อมูลของตัวเอง The Art of SEO บทที่ 11 อธิบายว่างานวิจัยต้นฉบับเป็นเหตุผลให้คนลิงก์มา และไม่ควรล็อกข้อมูลไว้หลังฟอร์ม ข้อควรระวังคือ press release ที่แจกพร้อมลิงก์คำคีย์เวิร์ด ถูก Google ระบุไว้ในนโยบาย link spam (ดูตารางด้านล่าง) วิธีทำเนื้อหาที่คนอยากลิงก์อยู่ในหัวข้อ Linkable assets และสิ่งที่แต่ละสื่อให้ ตั้งแต่ข่าวถึง YouTube อยู่ในหัวข้อ PR ทุกสื่อ

5. ชุมชน: Pantip, กลุ่ม Facebook, Lemon8, YouTube

ชุมชนออนไลน์คือที่ที่คนไทยถามและแนะนำกันเอง เช่น Pantip กลุ่ม Facebook Lemon8 และคอมเมนต์ใต้คลิป YouTube งานนอกเว็บในชุมชนคือตอบคำถามให้เป็นประโยชน์ในชื่อจริงของแบรนด์ ไม่ใช่ฝากลิงก์ ในผลสำรวจคำค้นท้องถิ่น 40 คำของเรา (14 ต.ค. 2026) 28% ของช่อง 3 อันดับแรกในผลค้นหาปกติเป็นโพสต์ของคนอื่นบน Pantip, Lemon8, กลุ่ม Facebook และ TikTok แปลว่าสิ่งที่คนอื่นเขียนถึงเราอาจติดอันดับแทนเว็บเราเอง

6. ข้อมูลแบรนด์ที่ตรงกันทุกที่

ข้อมูลแบรนด์ที่ตรงกันคือชื่อ คำอธิบายสั้น หมวดธุรกิจ ที่อยู่ เบอร์โทร และประวัติผู้ก่อตั้ง เขียนเหมือนกันทุกที่ที่แบรนด์มีโปรไฟล์ Google เขียนในเอกสาร AI features (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025) ให้ดูแลข้อมูลใน Business Profile และ Merchant Center (ระบบข้อมูลสินค้าของ Google) ให้เป็นปัจจุบัน ส่วน AI SEO For Dummies บทที่ 16–17 แนะนำให้ตรวจทุกโปรไฟล์ที่บอกว่าแบรนด์เราคือใคร เช่น Business Profile โปรไฟล์โซเชียล ไดเรกทอรี และ marketplace แล้วใช้คำอธิบายแบรนด์ชุดเดียว ชื่อเสียงจากแหล่งภายนอกเป็นหลักฐานความน่าเชื่อถือที่ Google ใช้อธิบายใน E-E-A-T คืออะไร

เช็กลิสต์ตรวจข้อมูลแบรนด์นอกเว็บ 6 ช่อง:

  1. ชื่อแบรนด์: สะกดเหมือนกันทั้งไทยและอังกฤษ ไม่เติมคีย์เวิร์ดต่อท้ายชื่อ
  2. คำอธิบาย 1 ประโยค: ประโยคเดียวกันบนเว็บ Business Profile เพจ Facebook LinkedIn และไดเรกทอรี
  3. หมวดธุรกิจ: เลือกหมวดเดียวกันในทุกแพลตฟอร์มที่ให้เลือก
  4. ที่อยู่ เบอร์ เวลาเปิด: ตรงกันทุกที่ และแก้ทุกที่ในวันเดียวกันเมื่อเปลี่ยน
  5. ประวัติผู้ก่อตั้งหรือผู้เขียน: ตัวเลขและตำแหน่งเหมือนกันในเว็บ งานพูด และบทสัมภาษณ์
  6. ลิงก์กลับเว็บหลัก: ทุกโปรไฟล์ชี้มาที่เว็บเดียวกัน

7. งานพูด พาร์ทเนอร์ และอีเวนต์

งานพูดและพาร์ทเนอร์คือการปรากฏตัวในงานของคนอื่น เช่น เป็นวิทยากร ร่วมจัดงาน หรือเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ผู้จัดมักทำหน้าประวัติวิทยากรหรือโพสต์ประกาศงาน ซึ่งเป็นทั้งการถูกพูดถึงและบางครั้งเป็นลิงก์ AI SEO For Dummies บทที่ 16 แนะนำให้มีประวัติแบบมาตรฐานส่งให้ผู้จัดและสื่อ เพื่อให้ข้อมูลตรงกันทุกที่

Off-Page SEO ยังสำคัญไหมในปี 2026

Off-Page SEO ยังสำคัญในปี 2026 แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของ SEO เอกสาร Google 2 ใน 3 ฉบับที่เปิดตรวจเมื่อ 14 ต.ค. 2026 ยืนยันว่าลิงก์ยังอยู่ในระบบจัดอันดับ ส่วนฉบับที่ 3 บอกว่า AI ของ Google ไม่มีกติกาแยก และ Google เองเตือนว่าการโปรโมตมากเกินไปทำให้เว็บเสียหายได้ เว็บที่ควรให้น้ำหนักงานนอกเว็บมากคือเว็บที่เนื้อหาดีแล้วแต่ยังไม่มีใครรู้จัก

  • Ranking systems guide (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025): Google มีหลายระบบที่ดูว่าหน้าเว็บลิงก์หากันยังไง เพื่อเข้าใจว่าหน้าไหนเกี่ยวกับอะไร และเขียนว่า PageRank เปลี่ยนไปมากตั้งแต่เปิดตัว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดอันดับหลัก
  • SEO Starter Guide (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025): PageRank เป็นสัญญาณหนึ่งในหลายสัญญาณ และ Google เขียนว่า “there’s much more to Google Search than just links” ช่องทางโปรโมตที่ Google ยกตัวอย่างคือโซเชียล ชุมชน โฆษณา และการบอกต่อ
  • AI features and your website (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025): ไม่มีข้อกำหนดพิเศษเพิ่มเพื่อขึ้นใน AI Overviews หรือ AI Mode งาน SEO พื้นฐานใช้ได้เหมือนเดิม และให้ดูแลข้อมูล Business Profile กับ Merchant Center ให้เป็นปัจจุบัน เอกสารนี้ไม่ได้พูดถึงการถูกเอ่ยชื่อหรือสัญญาณนอกเว็บ
การ์ดสรุปเอกสาร Google 3 ฉบับเรื่องงานนอกเว็บ Ranking systems guide บอกว่า PageRank ยังอยู่ในระบบจัดอันดับหลัก SEO Starter Guide บอกว่ามีอะไรมากกว่าลิงก์ และ AI features บอกว่าไม่มีข้อกำหนดพิเศษ พร้อมวันที่ปรับปรุงของแต่ละฉบับ
Google พูดถึงงานนอกเว็บไว้ 3 ที่: ลิงก์ยังอยู่ในระบบหลัก แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง และ AI ของ Google ไม่มีกติกาแยก การ์ดนี้ใช้แยกสิ่งที่ Google เขียนจริงออกจากสิ่งที่คนพูดต่อกัน

Gary Illyes ของ Google พูดบนเวทีสัมมนาที่บัลแกเรียเมื่อ เม.ย. 2024 ว่า Google ใช้ลิงก์ “very few links” ก็จัดอันดับหน้าได้ (ตามที่ผู้ฟังโพสต์ต่อ) ต่อมาเขาตอบบน X ว่าไม่ควรพูดแบบนั้น โดยไม่ได้ปฏิเสธว่าพูด คำพูดบนเวทีไม่ใช่นโยบาย และเอกสาร Google ปัจจุบันยังเขียนว่า PageRank เป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดอันดับหลัก The Art of SEO บทที่ 14 เตือนให้อ่านคำพูดของพนักงาน Google อย่างระวัง เราจึงยึดเอกสารทางการเป็นหลัก

Social signals ช่วยอันดับ Google ไหม

Social signals (ยอดไลก์ ยอดแชร์ ยอดผู้ติดตามบนโซเชียล) ไม่ใช่ปัจจัยจัดอันดับของ Google ตามที่คนของ Google ตอบมาหลายครั้ง คำตอบนี้สำคัญกับคนที่กำลังจ่ายเงินปั่นยอดแชร์เพื่อหวังอันดับ โซเชียลยังมีประโยชน์ทางอ้อม แต่ประโยชน์คือคนเห็นงานของเรา ไม่ใช่ตัวเลขยอดแชร์

  • 22 ม.ค. 2014: Matt Cutts หัวหน้าทีมต่อต้านสแปมของ Google ในขณะนั้น ตอบในคลิป Are pages from social media sites ranked differently? ของช่อง Google Search Central ว่า Google เก็บหน้า Facebook และ Twitter แบบเดียวกับหน้าเว็บอื่น และเท่าที่เขารู้ Google ไม่ได้ใช้จำนวนผู้ติดตามหรือยอดไลก์ในการจัดอันดับ
  • 14 ส.ค. 2015: John Mueller ตอบใน office-hours hangout ของ Google ว่า social signals ไม่ได้ช่วยอันดับในผลค้นหาโดยตรง (ช่วงคำตอบอ้างตามการสรุปของ Search Engine Journal 2 พ.ย. 2022)
  • SEO Starter Guide (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025): Google ยกโซเชียลเป็นช่องทางโปรโมตให้คนรู้จักเว็บ และเตือนว่าการโปรโมตมากเกินไปทำให้เว็บเสียหายได้

ตอนที่เราเช็ก AI Overviews ของคำว่า “off page seo คือ” (14 ต.ค. 2026 ดู 1 ครั้ง) คำตอบยังใส่ social signals เป็นวิธีทำ Off-Page และบอกว่า Google นับการเอ่ยชื่อที่ไม่มีลิงก์เป็นสัญญาณความนิยม ทั้ง 2 ข้อนี้ไม่มีในเอกสาร Google ที่เราเปิดตรวจ แหล่งที่ AI Overviews อ้างในคำตอบนั้นเป็นบล็อกไทย ไม่มีเอกสาร Google เลย

โซเชียลยังมีที่ทางในงานนอกเว็บ 3 แบบ: โพสต์บางโพสต์ติดอันดับเองเป็นหน้าหนึ่งในผลค้นหา คนที่เห็นโพสต์อาจลิงก์หรือพูดถึงต่อ และ AI Overviews อ้างโพสต์โซเชียลบ่อยในไทย ในผลสำรวจคำค้นศัพท์การตลาดและ SEO รูปแบบ “<คำ> คือ” 100 คำของเรา (14 ต.ค. 2026 ค้นคำละ 1 ครั้ง มี AI Overviews 99 คำ) facebook.com ถูกอ้างใน 44 จาก 99 คำตอบ

การ์ดเปรียบเทียบเรื่อง social signals ฝั่งซ้ายสิ่งที่ไม่ช่วยอันดับ คือยอดไลก์ ยอดแชร์ ยอดผู้ติดตาม ฝั่งขวาสิ่งที่โซเชียลช่วยได้ คือคนเห็นแล้วลิงก์ต่อ โพสต์ติดอันดับเอง และ AI Overviews อ้างโพสต์ Facebook ใน 44 จาก 99 คำตอบ
Social signals: ตัวเลขไลก์และแชร์ไม่ใช่ปัจจัยจัดอันดับ แต่โพสต์และการถูกพูดถึงบนโซเชียลเป็นแหล่งที่ AI Overviews ในไทยหยิบไปอ้างบ่อย การ์ดนี้แยกสิ่งที่ควรลงแรงออกจากสิ่งที่เปลืองงบ

วิธี Off-Page ที่ยังสอนกัน แต่เสี่ยงผิดนโยบาย Google

Link spam ตามนโยบายของ Google คือการสร้างลิงก์เข้าหรือออกจากเว็บโดยมีเป้าหมายหลักเพื่อปั่นอันดับ (Spam policies ปรับปรุง 28 ส.ค. 2026) หลายวิธีที่ยังเห็นในบทความ Off-Page ภาษาไทยตรงกับตัวอย่างที่ Google ยกไว้ในนโยบาย ตารางนี้เทียบวิธีกับข้อความในนโยบาย สีแดงคือผิดนโยบายชัด สีเหลืองคือขึ้นกับวิธีทำ สีเขียวคือทางที่ปลอดภัยกว่า

วิธีที่ยังสอนกันGoogle เขียนไว้ว่าระดับทางที่ปลอดภัยกว่า
ฝากลิงก์พร้อมคำคีย์เวิร์ดในกระทู้หรือเว็บบอร์ด“Forum comments with optimized links in the post or signature”แดงตอบคำถามให้ครบในกระทู้ ใส่ลิงก์เมื่อช่วยคนถามจริง ใช้ชื่อแบรนด์จริง
Social bookmarking และส่งเว็บเข้าไดเรกทอรีจำนวนมาก“Low-quality directory or bookmark site links”แดงลงไดเรกทอรีเฉพาะทางหรือสมาคมที่ลูกค้าใช้หาธุรกิจจริง
แลกลิงก์แบบ “ลิงก์หาเรา แล้วเราลิงก์กลับ”“Excessive link exchanges”เหลืองลิงก์หาพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้วยกันจริง ไม่ทำเป็นหน้ารวมลิงก์แลกกัน
ซื้อลิงก์ หรือจ่ายเงินลงบทความที่มีลิงก์“Buying or selling links for ranking purposes” รวมถึงการส่งสินค้าไปแลกบทความที่มีลิงก์แดงลงบทความแบบจ่ายเงินได้ ถ้าลิงก์ใส่ rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow”
Guest post หรือ press release ที่แจกลงหลายเว็บ“links with optimized anchor text in articles, guest posts, or press releases distributed on other sites”เหลืองเขียนให้ผู้อ่านของเว็บนั้นจริง ลิงก์ด้วยชื่อแบรนด์หรือ URL (ถ้าใส่ลิงก์คำคีย์เวิร์ดหรือจ่ายเงินแลกลิงก์ = แดง)
สร้างเว็บเครือข่าย (PBN หรือเว็บดาวเทียม) ลิงก์หาเว็บหลัก“Creating low-value content primarily for the purposes of manipulating linking and ranking signals” (นโยบายไม่ใช้คำว่า PBN)แดงลงแรงกับเว็บหลักเว็บเดียว และงานที่คนอื่นอยากอ้างถึง
ปั่นยอดไลก์และแชร์เพื่อหวังอันดับไม่ใช่ link spam แต่คนของ Google ตอบว่ายอดไลก์และผู้ติดตามไม่ได้ใช้จัดอันดับ (22 ม.ค. 2014)เหลือง (เปลืองงบ)ใช้โซเชียลให้คนเห็นงาน แล้ววัดว่ามีลิงก์หรือการพูดถึงตามมาไหม
แลกรีวิว ให้ส่วนลดแลกรีวิว หรือขอรีวิวเฉพาะลูกค้าที่พอใจนโยบาย Google Maps ห้ามให้สิ่งตอบแทน เช่น เงิน ส่วนลด ของฟรี เพื่อแลกรีวิว และห้ามเลือกขอรีวิวเฉพาะคนที่ชมแดงขอรีวิวจากลูกค้าทุกคนแบบเดียวกัน และตอบรีวิวทุกแบบ
8 วิธีนอกเว็บที่ยังสอนกัน เทียบข้อความในนโยบาย Google (Spam policies ปรับปรุง 28 ส.ค. 2026 · Maps User Generated Content Policy ตรวจ 14 ต.ค. 2026) ตารางระบุวิธี ไม่ระบุเว็บที่สอน ลิงก์ประเภทนี้อธิบายละเอียดใน Backlink คืออะไร
สัญญาณไฟ 3 สีของวิธี Off-Page สีแดง ฝากลิงก์ในเว็บบอร์ด social bookmarking ซื้อลิงก์ เว็บเครือข่าย แลกรีวิว สีเหลือง แลกลิงก์ guest post press release ปั่นยอดไลก์ สีเขียว ตอบคำถามในชุมชน ลิงก์จากพาร์ทเนอร์จริง ขอรีวิวจากลูกค้าทุกคน
สรุป 8 วิธีเป็นไฟ 3 สี: แดงคือหยุด เหลืองคือดูวิธีทำ เขียวคือทางที่ปลอดภัยกว่า ใช้ภาพนี้คุยกับทีมหรือผู้รับจ้างก่อนเริ่มงาน

ผลของการทำผิดนโยบายมีตั้งแต่ลิงก์ไม่ถูกนับไปจนถึงโดน manual action (การลงโทษที่คนของ Google ตรวจแล้วกดเอง) ซึ่งดูได้ในรายงาน Manual actions ของ Search Console The Art of SEO บทที่ 9 อธิบายรูปแบบ link scheme และขั้นตอนเมื่อโดนลงโทษ แต่หนังสือเขียนปี 2023 ก่อนนโยบายสแปมชุดใหม่เดือน มี.ค. 2024 จึงต้องเทียบกับข้อความนโยบายปัจจุบันเสมอ ส่วนเรื่องรีวิว AI SEO For Dummies บทที่ 21 ย้ำให้ขออนุญาตก่อนนำรีวิว คำพูด หรือเคสของลูกค้าไปใช้

Linkable assets: เนื้อหาแบบไหนที่คนลิงก์มาเองฟรี

Linkable asset คือเนื้อหาที่มีประโยชน์จนเว็บอื่น สื่อ และคนในวงการลิงก์มาเองโดยเราไม่ต้องจ่ายเงินหรือแลกลิงก์ เช่น ข้อมูลที่เก็บเอง เครื่องมือฟรี เทมเพลต อภิธานศัพท์ และคู่มือฉบับเต็ม ลิงก์แบบนี้ปลอดภัยกว่าวิธีอื่น เพราะคนลิงก์มาเองเพื่ออ้างอิง ไม่ได้รับเงินหรือของแลกลิงก์ ซึ่งนโยบาย link spam ของ Google ห้ามไว้ (Spam policies ปรับปรุง 28 ส.ค. 2026) พื้นฐานเรื่องลิงก์ทั้งหมดอยู่ใน Backlink คืออะไร ข้อจำกัดคือใช้แรงทำมากกว่าบทความทั่วไป และไม่มีอะไรรับประกันว่าจะมีคนลิงก์

ประเภททำไมคนลิงก์ทำให้คนอยากอ้างมากขึ้นด้วย
ข้อมูลหรืองานวิจัยของตัวเองนักเขียนและสื่อต้องมีตัวเลขไปอ้าง และอ้างได้จากต้นฉบับที่เดียวบอกวิธีเก็บ จำนวนตัวอย่าง และวันที่ ไม่ล็อกข้อมูลไว้หลังฟอร์ม (The Art of SEO บทที่ 11)
เครื่องมือฟรี เช่น ตัวคำนวณ ตัวเช็กคนใช้ซ้ำและส่งต่อให้คนอื่นใช้ทำงานเดียวให้ดี ใช้ได้โดยไม่ต้องสมัคร และมีหน้าอธิบายว่าเครื่องมือคิดยังไง
เทมเพลตและเช็กลิสต์ใช้ได้ทันที คนสอนและคนเขียนบทความหยิบไปแนะนำต่อใส่เป็นข้อความบนหน้าเว็บด้วย ไม่ใช่แค่ไฟล์ดาวน์โหลด คนอ่านและ AI จะยกไปได้
อภิธานศัพท์ (glossary)ใช้เป็นที่อ้างนิยามเวลาเขียนเรื่องยากประโยคแรกของแต่ละคำนิยามได้จบในตัว AI SEO For Dummies บทที่ 23 นับอภิธานศัพท์และตารางเป็นเนื้อหาที่ AI อ้างได้ง่าย
คู่มือฉบับเต็ม (guide)ครบจนคนส่งลิงก์ให้กันแทนการอธิบายเองแบ่งหัวข้อให้ลิงก์ตรงเข้าส่วนที่ต้องการได้ และอัปเดตพร้อมบอกวันที่
Linkable asset 5 แบบ: คอลัมน์ขวาคือสิ่งที่ทำให้คนอยากอ้างมากขึ้น ทุกแบบต้องมีประโยชน์กับคนอ่านของเว็บที่จะลิงก์มา ไม่ใช่แค่กับแบรนด์เรา

ตัวอย่างจากเว็บเราเอง: บทความที่มีข้อมูลที่เราเก็บเอง เช่น SERP คืออะไร (AI Overview ขึ้น 75 จาก 100 คำค้นไทยบนเดสก์ท็อป เก็บ 15 ต.ค. 2026) Google Trends คืออะไร (จังหวะการค้นหาเทศกาลไทยจากข้อมูล 5 ปี) Keyword Difficulty คืออะไร (ค่า KD ของ 364 คำไทย) และ AI Visibility คืออะไร (ทดสอบว่า AI เอ่ยชื่อแบรนด์รถไฟฟ้าบ่อยแค่ไหน 13 ต.ค. 2026) ทั้ง 4 หน้าขึ้นเว็บในเดือน ต.ค. 2026 และ ณ 14 ต.ค. 2026 Ahrefs ยังไม่พบเว็บที่ลิงก์มาหาเว็บนี้ (ดูหัวข้อ วัดผล Off-Page SEO) จึงยกมาเป็นตัวอย่างรูปแบบ ไม่ใช่หลักฐานว่าได้ผล

ทำ linkable asset เสร็จแล้ว ต้องบอกคนที่น่าจะใช้ The Art of SEO บทที่ 11 แนะนำให้โปรโมตเหมือนไม่มี Google คือเลือกเป้าหมายเป็นลำดับ แล้วเสนองานให้ตรงกับเรื่องที่เขาเขียนอยู่ ทางที่ใช้ได้จริงมี 3 ทาง:

  • ส่งให้คนที่เขียนเรื่องนี้อยู่: นักข่าว บล็อกเกอร์ และคนสอนในวงการ บอกตัวเลขเด่น 1 ตัวพร้อมลิงก์ และไม่ขอให้ลิงก์ด้วยคำคีย์เวิร์ด
  • ขอลิงก์จากคนที่เอ่ยชื่อเราอยู่แล้ว: หาโพสต์หรือบทความที่ใช้ข้อมูลหรือเอ่ยชื่อเราแต่ไม่ใส่ลิงก์ แล้วขอให้เพิ่มลิงก์ (The Art of SEO บทที่ 11 เรียกว่า link reclamation) วิธีหาการถูกพูดถึงอยู่ใน Brand Mention คืออะไร
  • ใช้ข้อมูลนั้นในทุกช่องทางของแบรนด์: โพสต์ คลิป งานพูด และบทสัมภาษณ์ ซึ่งคืองาน PR ในหัวข้อถัดไป

PR ทุกสื่อ: ข่าว YouTube Podcast อีเวนต์ และ LinkedIn ให้อะไรกับ SEO และ AI Search

PR ทุกสื่อคือการพาแบรนด์และผู้บริหารไปอยู่ในสื่อที่ลูกค้าดู ฟัง และอ่าน ทั้งข่าว YouTube podcast อีเวนต์ และ LinkedIn แต่ละช่องให้ผล 3 อย่างในสัดส่วนต่างกัน คือลิงก์ การถูกพูดถึง และคนที่ค้นชื่อแบรนด์ตามมา ช่องที่แทบไม่ให้ลิงก์ก็ยังคุ้ม ถ้าทำให้ชื่อเราไปอยู่ในแหล่งที่ AI อ้าง หรือทำให้คนค้นชื่อเรา AI SEO For Dummies บทที่ 18 มองว่าการครองหัวข้อคือการปรากฏในหลายที่ที่คนหาคำตอบ ทั้งผลค้นหา YouTube รีวิว podcast และหน้ารวมรายชื่อ ไม่ใช่แค่บนเว็บของตัวเอง

ช่องทางลิงก์การถูกพูดถึงคนค้นชื่อแบรนด์ตามข้อควรระวัง
ข่าวและสื่อออนไลน์ได้บ้าง แล้วแต่สื่อชื่อแบรนด์และผู้บริหารอยู่ในบทความที่คนค้นเจอคนอ่านข่าวค้นชื่อต่อข่าวแจกที่ใส่ลิงก์คำคีย์เวิร์ด และบทความจ่ายเงินที่ลิงก์ไม่ใส่ rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow” ผิดนโยบาย link spam
YouTube (ช่องตัวเอง หรือไปออกช่องคนอื่น)ลิงก์ในคำอธิบายคลิปพาคนมาที่เว็บชื่อแบรนด์ในชื่อคลิป คำพูด และคำบรรยายคนดูค้นชื่อหลังดูคลิปต้องมีคำบรรยายหรือ transcript (ข้อความถอดคำพูด) ให้ระบบอ่านคำพูดได้ (AI SEO For Dummies บทที่ 15)
Podcastลิงก์ในหน้ารายละเอียดตอน ถ้ารายการทำหน้านี้ชื่อในชื่อตอนและคำอธิบายตอนคนฟังค้นชื่อตามเสียงอย่างเดียวระบบอ่านได้ยาก ขอให้รายการลงสรุปหรือ transcript เป็นข้อความ
อีเวนต์และเวทีพูดหน้าประวัติวิทยากรบางงานลิงก์มาโพสต์ประกาศงานและโพสต์หลังงานคนในห้องค้นชื่อหลังงานใช้ประวัติชุดเดียวกับในเว็บ (ดูงานที่ 7 ในแผนที่งานนอกเว็บ)
LinkedInลิงก์ในโพสต์พาคนมาที่เว็บโพสต์และบทความของผู้บริหารคนในวงการค้นชื่อตามPeec AI (มี.ค. 2026) พบ LinkedIn อยู่ใน 3 โดเมนที่ AI อ้างมากที่สุดในสหรัฐฯ เรายังไม่มีข้อมูลไทย
PR 5 ช่องทางกับผล 3 อย่าง: ช่องที่ไม่ค่อยให้ลิงก์ยังให้การถูกพูดถึงและการค้นชื่อแบรนด์ คอลัมน์ข้อควรระวังอิงนโยบาย Google (Spam policies ปรับปรุง 28 ส.ค. 2026) และหนังสือ AI SEO For Dummies

หนังสือ Zero Click Marketing (Amanda Natividad และ Rand Fishkin, 2026) บทที่ 15–16 ดันแนวคิดนี้ไปอีกขั้น ผู้เขียนหนังสือมองว่างานนอกเว็บยุคนี้คือการทำให้แหล่งที่ Google และ AI ดึงไปใช้ตอบพูดถึงแบรนด์ของเรา แทนการไล่ขอลิงก์ คุณค่าหลักของ PR จึงอยู่ที่การถูกเอ่ยชื่อ และผลมักมาทีหลังแบบอ้อม เช่น คนค้นชื่อแบรนด์ หรือพิมพ์ชื่อเว็บเข้ามาเอง แนวคิดนี้ไปทางเดียวกับข้อมูล Ahrefs ในหัวข้อ 2. การถูกพูดถึง ด้านบน (ค่าสหสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุ)

ผู้เขียนหนังสือเล่าจากงานของตัวเองว่า เมื่อเลิกขอลิงก์ในข้อความ pitch (ข้อความเสนอเรื่องให้สื่อ) อัตราที่สื่อตอบกลับเพิ่มจากต่ำกว่า 2% เป็นมากกว่า 20% ตัวเลขนี้เป็นประสบการณ์ของผู้เขียนหนังสือ เรายังไม่พบงานวิจัยสาธารณะที่รองรับ

เช็ก 3 ข้อก่อนส่ง pitch ให้สื่อ ครีเอเตอร์ หรือผู้จัดงาน

  • มีเรื่องหรือข้อมูลที่เขายังไม่มีไหม เช่น ตัวเลขที่เราเก็บเอง ผลทดสอบ หรือมุมที่ยังไม่มีใครเล่า
  • เขาเล่าต่อในรูปแบบของเขาได้ทันทีไหม เป็นโพสต์ คลิป หรือตอน podcast ที่คนดูได้ประโยชน์ครบ โดยไม่ต้องคลิกมาเว็บเรา
  • ชื่อแบรนด์ ชื่อข้อมูล หรือชื่อกรอบคิดของเรา จำง่ายและค้นเจอไหม ถ้าคนได้ยินแล้วค้นต่อไม่เจอ การถูกเอ่ยชื่อครั้งนั้นก็เสียเปล่า

ข้อความ pitch ไม่ต้องขอลิงก์ ถ้าเขาลิงก์มาเองถือเป็นโบนัส แล้วนับผลจากจำนวนครั้งที่ถูกเอ่ยชื่อ และคนที่ค้นชื่อแบรนด์ตามมา (เรียบเรียงจากแนวคิดใน Zero Click Marketing บทที่ 16)

YouTube: แหล่งที่ AI ของ Google อ้างบ่อย (งานวิจัยของผู้ขายเครื่องมือ)

งานวิจัยของผู้ขายเครื่องมือ SEO 2 ชิ้นพบว่า AI ของ Google ลิงก์ไปที่ YouTube บ่อยมาก แต่ ChatGPT แทบไม่ลิงก์ไป ส่วนชิ้นที่ 3 พบว่าแบรนด์ที่ถูกพูดถึงบน YouTube มากก็ถูก AI เอ่ยชื่อมาก รวมถึง ChatGPT ตัวเลขต่างกันมากตามวิธีเก็บข้อมูล และทั้ง 3 ชิ้นไม่ใช่ข้อมูลไทย

  • Ahrefs (11 มิ.ย. 2025): นับ 76.7 ล้าน AI Overviews ข้อมูลเดือน มิ.ย. 2025 YouTube มีส่วนแบ่ง 9.5% ของการถูกเอ่ยถึงใน AI Overviews และ 16.1% ใน Perplexity แต่ไม่ติด 10 โดเมนแรกของ ChatGPT
  • BrightEdge (25 ก.ย. 2025): ติดตามข้อมูล พ.ค. 2024 ถึง ก.ย. 2025 YouTube มีส่วนแบ่งการถูกอ้าง 29.5% ใน AI Overviews เป็นอันดับ 1 และ 16.6% ใน AI Mode แต่ใน ChatGPT มีแค่ 0.2%
  • Ahrefs (12 ธ.ค. 2025): ศึกษา 75,000 แบรนด์ การถูกพูดถึงบน YouTube สัมพันธ์กับการที่ AI เอ่ยชื่อแบรนด์สูงที่สุดในตัวชี้วัดที่ดู (ราว 0.737 และใกล้เคียงกันทั้งใน ChatGPT, AI Mode และ AI Overviews) ตัวเลขนี้เป็นความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าทำคลิปแล้ว AI จะเอ่ยชื่อ

ข้อมูลไทยของเราไปทางเดียวกันในภาพใหญ่: AI Overviews อ้างกลุ่มโซเชียลและชุมชน (รวม YouTube) 26% ของลิงก์ ขณะที่ ChatGPT ค้นเว็บอ้างโซเชียลไม่ถึง 1% (ต.ค. 2026 ผลเบื้องต้น) (ดูตารางในหัวข้อ Off-Page กับ AI Search) ถ้าลูกค้าใช้ AI ของ Google คลิปที่ตอบคำถามได้ตรงคุ้มที่จะทำ ถ้าลูกค้าใช้ ChatGPT เป็นหลัก คลิปไม่น่าจะเป็นลิงก์ที่ ChatGPT อ้าง แต่อาจช่วยให้ชื่อแบรนด์ถูกพูดถึง ซึ่งตอนนี้มีแค่ข้อมูลเชิงสัมพันธ์รองรับ วิธีทำคลิปให้ระบบอ่านได้คือใส่คำบรรยายหรือ transcript และเขียนคำอธิบายคลิปว่าตอบคำถามอะไร (AI SEO For Dummies บทที่ 15) ส่วน The Art of SEO บทที่ 12 แนะนำให้เริ่มที่ YouTube ก่อนแพลตฟอร์มวิดีโออื่น

ค้นชื่อแบรนด์: ใช้วัดผล PR ได้ แต่ Google ไม่ได้เขียนว่าใช้จัดอันดับ

การค้นชื่อแบรนด์ (branded search) คือการที่คนพิมพ์ชื่อแบรนด์หรือชื่อผู้บริหารลงใน Google ตรงๆ เป็นตัวเลขที่บอกได้ดีว่างาน PR ทำให้คนรู้จักเราเพิ่มขึ้นไหม แต่ Ranking systems guide ของ Google (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025) ไม่มีระบบไหนที่เขียนว่าใช้จำนวนการค้นชื่อแบรนด์จัดอันดับ เราจึงไม่นับเป็นปัจจัยจัดอันดับ

ฝั่ง AI มีแค่ข้อมูลเชิงสัมพันธ์ Ahrefs (12 ธ.ค. 2025, 75,000 แบรนด์) พบว่าปริมาณการค้นชื่อแบรนด์สัมพันธ์กับการที่ AI เอ่ยชื่อแบรนด์ราว 0.35–0.47 (สูงสุดใน AI Mode 0.466 ต่ำสุดใน ChatGPT 0.352) ต่ำกว่าการถูกพูดถึงบน YouTube และบนเว็บ ตัวเลขนี้อาจแค่สะท้อนว่าแบรนด์ที่คนรู้จักมากก็ถูกพูดถึงมาก ไม่ได้แปลว่าการค้นชื่อทำให้ AI เอ่ยชื่อ วิธีกรองคำค้นที่มีชื่อแบรนด์ใน Google Search Console อยู่ในหัวข้อ วัดผล Off-Page SEO

เริ่ม PR ได้โดยไม่ต้องใช้งบมาก:

  1. เตรียมประวัติผู้บริหารแบบมาตรฐาน 1 ชุด ตัวเลขและตำแหน่งตรงกับเว็บ
  2. เลือก linkable asset 1 ชิ้นเป็นเรื่องที่จะไปเล่า
  3. เลือก 1 ช่องที่ลูกค้าดูหรือฟังจริง เช่น podcast หรือช่อง YouTube ในวงการ แล้วเสนอตัวไปพูดเรื่องนั้น
  4. จดจำนวนการค้นชื่อแบรนด์ใน Search Console ก่อนออกสื่อ แล้วเทียบหลังออกสื่อด้วยวิธีเดิม

ความเห็นของผม (ไอซ์): ผมว่าผู้บริหารควรออกสื่อ เพราะการออกสื่อเป็น backlink ทางอ้อม และมีโอกาสให้ผู้ใช้มาค้นชื่อแบรนด์ได้โดยตรง (direct search)

Off-Page กับ AI Search: AI ในไทยอ้างแหล่งนอกเว็บแบบไหน

AI ในไทยอ้างแหล่งนอกเว็บของแบรนด์มากกว่าเว็บแบรนด์เองในหลายแพลตฟอร์ม งานทดสอบของ The Missing Piece ถามคำถามภาษาไทย 350 ข้อใน 13 กลุ่มธุรกิจกับ AI 5 เจ้า แล้วนับ 7,484 ลิงก์ที่ AI อ้าง (ทดสอบ 6–7 ต.ค. 2026 ถาม 1 รอบต่อคำถาม ผลเบื้องต้น) ผลนี้ใช้ดูว่าแต่ละแพลตฟอร์มชอบแหล่งแบบไหน ไม่ได้บอกว่าแบรนด์ไหนชนะ

แพลตฟอร์ม (ต.ค. 2026)เว็บแบรนด์/ผู้ให้บริการไม่ใช่เว็บแบรนด์แหล่งนอกเว็บที่เด่น
Google AI Overviews (2,397 ลิงก์)33%67%โซเชียล 26% · ลิงก์ของ Google 16% · เว็บเปรียบเทียบ/รีวิว 10%
Google AI Mode (1,272 ลิงก์)37%63%ลิงก์ของ Google 22% · โซเชียล 16% · เว็บเปรียบเทียบ 12%
ChatGPT ค้นเว็บ (1,168 ลิงก์)36%64%หน่วยงานรัฐ/สถาบัน 38% · โซเชียลไม่ถึง 1%
Gemini (887 ลิงก์)41%59%เว็บเปรียบเทียบ 17% · ลิงก์ของ Google 15%
Perplexity (1,760 ลิงก์)52%48%เว็บเปรียบเทียบ 15%
สัดส่วนประเภทแหล่งที่ AI 5 เจ้าอ้างเมื่อถามเป็นภาษาไทย รวม 13 กลุ่มธุรกิจ คอลัมน์ “ไม่ใช่เว็บแบรนด์” คำนวณจาก 100% ลบสัดส่วนเว็บแบรนด์ ที่มา: AI อ้างเว็บไหน 13 อุตสาหกรรม (The Missing Piece ต.ค. 2026 ผลเบื้องต้น ถาม 1 รอบ ค่าคลาดเคลื่อน ±14–22% ใช้กับตัวเลขระดับคำถาม ไม่ใช่สัดส่วนลิงก์)
กราฟแท่งแนวนอนสัดส่วนลิงก์ที่ AI 5 เจ้าอ้าง แยกเว็บแบรนด์กับแหล่งนอกเว็บ Google AI Overviews เว็บแบรนด์ 33 เปอร์เซ็นต์ โซเชียล 26 เปอร์เซ็นต์ ส่วน ChatGPT อ้างหน่วยงานรัฐและสถาบัน 38 เปอร์เซ็นต์ และโซเชียลไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์
AI แต่ละเจ้าใช้หลักฐานนอกเว็บคนละแบบ: AI ของ Google อ้างโซเชียลและลิงก์ของ Google ส่วน ChatGPT อ้างหน่วยงานรัฐและสถาบัน งานนอกเว็บจึงต้องเลือกตามแพลตฟอร์มที่ลูกค้าใช้ ข้อมูล The Missing Piece ต.ค. 2026 ผลเบื้องต้น

สัดส่วนนี้ต่างกันมากตามธุรกิจ เว็บโรงแรมเองได้แค่ 5% ของลิงก์ในกลุ่มโรงแรม ขณะที่เว็บผู้ให้สินเชื่อรถยนต์ได้ 55% และมีเพียง 40% ของลิงก์ใน AI Overviews ที่เป็นหน้าเดียวกับผลค้นหาปกติหน้าแรกของคำถามเดียวกัน อ่านผลแยกรายอุตสาหกรรมได้ที่ AI อ้างเว็บไหน แยก 13 อุตสาหกรรม

ข้อมูลต่างประเทศให้ภาพที่ต่างจากไทย Peec AI (มี.ค. 2026) นับ 30 ล้านแหล่งที่ AI 5 แพลตฟอร์มอ้างในสหรัฐฯ พบว่าโดเมนที่ถูกอ้างมากที่สุดคือ Reddit, YouTube และ LinkedIn ส่วน Facebook อยู่อันดับ 8 ในข้อมูลไทยของเรา กลุ่มโซเชียลและชุมชน (เช่น Facebook, Pantip, Lemon8, YouTube) ได้ 26% ของลิงก์ใน AI Overviews จึงไม่ควรลอกแผนงานนอกเว็บจากบทความต่างประเทศมาใช้ตรงๆ

ฝั่ง ChatGPT ลิงก์และการมีตัวตนนอกเว็บไปด้วยกัน SE Ranking (24 พ.ย. 2025) วิเคราะห์ 129,000 โดเมน 216,524 หน้า 100,000 prompt ด้วยโมเดลสถิติ (ไม่ระบุตลาด และเป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล) พบว่าโดเมนที่มี referring domains มากกว่า 350,000 ถูกอ้างเฉลี่ย 8.4 ครั้ง เทียบ 1.6–1.8 ครั้งของโดเมนที่มีไม่เกิน 2,500 และโดเมนที่มีโปรไฟล์บนเว็บรีวิวหลายแห่งถูกอ้าง 4.6–6.3 ครั้ง เทียบ 1.8 ครั้งของโดเมนที่ไม่มี

แนวทางที่เราแนะนำสำหรับทุกแพลตฟอร์มคือดูว่า AI อ้างหน้าแบบไหนในคำถามของเรา แล้วไปอยู่ในหน้าแบบนั้น AI SEO For Dummies บทที่ 20 เรียกหน้าเหล่านี้ว่าหน้าที่ใช้ตัดสินใจ เช่น หน้ารวมรายชื่อ ไดเรกทอรีเฉพาะทาง และหน้ารวมแหล่งข้อมูล ภาพรวมของงานนี้อ่านได้ที่ AI Visibility คืออะไร และ AI SEO คืออะไร

ควรเริ่ม Off-Page อะไรก่อน ตามประเภทธุรกิจ

งาน Off-Page ที่ควรเริ่มก่อนขึ้นกับว่าลูกค้าในธุรกิจนั้นหาข้อมูลจากที่ไหน และ AI อ้างแหล่งแบบไหน ร้านอาหาร คลินิก และบริษัท B2B จึงไม่ควรใช้เช็กลิสต์เดียวกัน ตารางนี้ใช้ข้อมูลของ The Missing Piece เมื่อมี และบอกตรงๆ เมื่อยังไม่มีข้อมูลไทย

ประเภทธุรกิจเริ่มที่หลักฐาน
ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านบริการในย่านBusiness Profile · รีวิว Google และ Wongnai · อยู่ในโพสต์รวมร้านและรีวิวบน Lemon8, Pantip, กลุ่ม Facebookผลสำรวจคำค้นท้องถิ่น 40 คำ (14 ต.ค. 2026): คำค้นอาหารและคาเฟ่ 3 อันดับแรกเกือบทั้งหมดเป็นหน้ารวมร้านหรือรีวิว · ร้านในแผนที่ 34% (ทุกหมวดรวมกัน) ใช้ Facebook, LINE หรือ IG แทนเว็บ
โรงแรม ที่พักBusiness Profile · รีวิว · ข้อมูลบนเว็บจองให้ครบและตรงกัน · โซเชียลAI อ้างเว็บโรงแรมเอง 5% · ลิงก์ของ Google 31% · โซเชียล 20% · เว็บจอง 18% (ต.ค. 2026 ผลเบื้องต้น)
คลินิก โรงพยาบาลเว็บตัวเองที่ตอบคำถามได้ก่อน · Business Profile · รีวิวตามนโยบาย · ข้อมูลตรงกับแหล่งการแพทย์และสถาบันAI อ้างเว็บผู้ให้บริการ 46% ในโรงพยาบาลทั่วไป และ 49% ในคลินิกความงาม · กลุ่มมะเร็งอ้างหน่วยงานรัฐ/สถาบัน 19% · ในผลสำรวจท้องถิ่น คลินิกส่วนใหญ่มีเว็บของตัวเอง
การเงิน ประกันข้อมูลผลิตภัณฑ์บนเว็บเปรียบเทียบให้ถูก · ข้อเท็จจริงตรงกับแหล่งทางการเว็บเปรียบเทียบถูกอ้างใน 44 จาก 50 คำถามเรื่องบัตรเครดิต (88%) · กลุ่มธนาคาร/สินเชื่อ AI อ้างหน่วยงานรัฐ/สถาบัน 12% (ส่วนใหญ่เป็นธนาคารแห่งประเทศไทย)
B2B / SaaSโปรไฟล์บนเว็บรีวิวซอฟต์แวร์ · หน้ารวมรายชื่อเครื่องมือ · งานพูดและบทความในสื่อวงการยังไม่มีข้อมูลไทยของเรา · SE Ranking (พ.ย. 2025 ไม่ระบุตลาด) พบโดเมนที่มีโปรไฟล์บนเว็บรีวิวถูก ChatGPT อ้างมากกว่า · AI SEO For Dummies บทที่ 20
อีคอมเมิร์ซMerchant Center · รีวิวสินค้า · ร้านบน marketplace ข้อมูลตรงกับเว็บเอกสาร AI features ของ Google ให้ดูแล Merchant Center และ Business Profile ให้เป็นปัจจุบัน · AI SEO For Dummies บทที่ 17
สื่อ คอร์ส ธุรกิจความรู้เพจ Facebook และโพสต์ที่ตอบคำถามได้จบในตัว · YouTube · งานพูดFacebook ถูกอ้างใน 44 จาก 99 คำตอบ AI Overviews ในผลสำรวจคำค้น “<คำ> คือ” ของเรา (14 ต.ค. 2026)
จุดเริ่มงานนอกเว็บตามประเภทธุรกิจ คอลัมน์ “หลักฐาน” บอกว่าเรารู้จากข้อมูลอะไร แถวที่ยังไม่มีข้อมูลไทยใช้ข้อมูลต่างประเทศหรือหนังสือแทน และระบุไว้ ข้อมูล The Missing Piece ทุกชุดเป็นการวัดรอบเดียว
แผนภาพผลสำรวจคำค้นท้องถิ่น 40 คำ ร้านในแผนที่ 34 เปอร์เซ็นต์ (ทุกหมวดรวมกัน) ใช้ Facebook LINE หรือ IG แทนเว็บ 28 เปอร์เซ็นต์ของ 3 อันดับแรกเป็นโพสต์ของคนอื่น และ 78 เปอร์เซ็นต์ของคำค้นมีหน้ารวมร้านหรือโพสต์ของคนอื่นใน 3 อันดับแรก
ในคำค้นท้องถิ่น ชั้นนอกเว็บกินพื้นที่มาก: 78% ของคำค้นมีหน้ารวมร้านหรือโพสต์ของคนอื่นใน 3 อันดับแรก (ตั้งตำแหน่งระดับประเทศ) ข้อมูล The Missing Piece Google ไทย เดสก์ท็อป 14 ต.ค. 2026 คำค้น 40 คำที่เลือกเอง ค้นคำละ 1 ครั้ง

ลำดับเริ่มใน 30 วันที่ใช้ได้กับแทบทุกธุรกิจ:

  1. ตรวจข้อมูลแบรนด์ 6 ช่องในทุกโปรไฟล์ให้ตรงกัน
  2. ตั้งระบบขอรีวิวจากลูกค้าทุกคนบนแพลตฟอร์มที่ลูกค้าใช้
  3. เลือกชุมชน 1 แห่งที่ลูกค้าถามกันจริง แล้วตอบคำถามในชื่อแบรนด์
  4. ทำข้อมูลหรือผลสำรวจของตัวเอง 1 ชิ้น ไว้ใช้คุยกับสื่อ
  5. จดตัวเลขตั้งต้นทั้ง 5 ตัวในหัวข้อถัดไป แล้ววัดซ้ำทุกเดือน

วัดผล Off-Page SEO ยังไง

การวัดผล Off-Page SEO คือการดูว่างานนอกเว็บทำให้มีคนลิงก์มา ค้นชื่อแบรนด์ รีวิว และ AI เอ่ยชื่อเรามากขึ้นไหม ควรจดตัวเลขตั้งต้นก่อนเริ่มงานแต่ละชิ้น แล้ววัดด้วยวิธีเดิมซ้ำ ไม่มีระยะเวลาที่รับประกันได้ เพราะลิงก์ รีวิว และการถูกพูดถึงขึ้นกับคนอื่น

ตัวเลขดูที่ไหนบอกอะไร
จำนวนโดเมนที่ลิงก์มา (referring domains)Search Console › Links · เครื่องมืออย่าง Ahrefsมีเว็บใหม่ลิงก์มาไหม เป็นเว็บประเภทไหน
การค้นชื่อแบรนด์Search Console › Performance กรองคำค้นที่มีชื่อแบรนด์คนรู้จักและตั้งใจหาแบรนด์มากขึ้นไหม
จำนวนรีวิวและคะแนนBusiness Profile · แพลตฟอร์มรีวิวที่ลูกค้าใช้ระบบขอรีวิวทำงานไหม
อัตราการถูก AI เอ่ยชื่อชุดคำถามเดิม ถามซ้ำหลายรอบAI พูดถึงแบรนด์มากขึ้นไหม (รายงานพร้อมจำนวนคำตอบ n และค่าคลาดเคลื่อน)
ทราฟฟิกที่มาจากเว็บอื่น (referral)GA4 › Traffic acquisitionลิงก์ที่ได้มีคนคลิกจริงไหม
5 ตัวเลขวัดงานนอกเว็บ: 2 ตัวแรกดูฝั่ง Google ตัวที่ 3 ดูฝั่งลูกค้า ตัวที่ 4 ดูฝั่ง AI และตัวที่ 5 ดูว่ามีคนตามมาจริง
การ์ดตัวชี้วัด Off-Page SEO 5 ตัว ได้แก่ จำนวนโดเมนที่ลิงก์มา การค้นชื่อแบรนด์ จำนวนรีวิวและคะแนน อัตราการถูก AI เอ่ยชื่อ และทราฟฟิกจากเว็บอื่น พร้อมแหล่งที่ดูของแต่ละตัว
การ์ดตัวชี้วัด 5 ตัว: จดค่าตั้งต้นก่อนเริ่มงานนอกเว็บแต่ละชิ้น แล้ววัดซ้ำด้วยวิธีเดิม เพื่อแยกผลของงานออกจากความผันผวนปกติ

คำตอบ AI เปลี่ยนทุกรอบ ในงานทดสอบของเรา เมื่อถามคำถามเดิมบนแพลตฟอร์มเดิมห่างกัน 3–4 วัน มีแค่ 48% ของโดเมนที่ถูกอ้างในรอบแรกที่ถูกอ้างซ้ำในรอบ 2 การเช็กครั้งเดียวจึงสรุปไม่ได้ วิธีเลือกชุดคำถามและวัดซ้ำอยู่ใน Prompt Tracking คืออะไร ส่วนการตั้ง GA4 ดูทราฟฟิกจากเว็บอื่นและจาก AI อยู่ใน GA4 สำหรับ SEO

ณ วันที่ 14 ต.ค. 2026 Ahrefs ยังไม่พบโดเมนที่ลิงก์มาหาเว็บนี้ (0 referring domains) เราจะใช้ตัวเลขด้านบนเป็นค่าตั้งต้น แล้วอัปเดตเมื่อมีงานนอกเว็บที่วัดผลได้

ทำเองหรือจ้าง: ถามอะไรก่อนตัดสินใจ

งาน Off-Page หลายอย่างทำเองได้ เช่น ขอรีวิว ตรวจข้อมูลแบรนด์ให้ตรงกัน และตอบคำถามในชุมชน ส่วนงาน PR และการหาลิงก์จากสื่อใช้เวลาและเครือข่ายมากกว่า ถ้าจะจ้างใครทำ คำถามด้านล่างช่วยแยกงานที่ปลอดภัยออกจากงานที่เสี่ยงผิดนโยบาย

  1. ลิงก์มาจากเว็บแบบไหน เปิดดูตัวอย่างเว็บจริงได้ไหม
  2. มีการจ่ายเงินหรือแลกของเพื่อได้ลิงก์ไหม ถ้ามี ลิงก์ใส่ rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow” ไหม
  3. ใช้ anchor text (ข้อความที่เป็นลิงก์) แบบไหน ชื่อแบรนด์หรือคำคีย์เวิร์ด
  4. มีเว็บเครือข่ายของตัวเองที่ใช้ลิงก์หาลูกค้าหลายรายไหม
  5. วัดผลด้วยตัวเลขอะไร และส่งรายงานเป็นรายการลิงก์ที่ตรวจได้หรือแค่ตัวเลขรวม
  6. ขอรีวิวด้วยวิธีไหน มีการให้ส่วนลดหรือของตอบแทนไหม
  7. ถ้าเลิกจ้าง ลิงก์และโปรไฟล์ที่ทำไว้ยังอยู่ไหม ใครเป็นเจ้าของบัญชี
เช็กลิสต์ 7 คำถามก่อนจ้างทำ Off-Page SEO เช่น ลิงก์มาจากเว็บแบบไหน มีการจ่ายเงินแลกลิงก์ไหม ใช้ anchor text แบบไหน และใครเป็นเจ้าของบัญชีหลังเลิกจ้าง
7 คำถามก่อนตัดสินใจจ้างงานนอกเว็บ: คำตอบที่เลี่ยงหรือไม่โปร่งใสในข้อ 1–4 คือสัญญาณว่างานอาจตรงกับตัวอย่าง link spam ของ Google

เหมาะกับการทำเอง: ธุรกิจท้องถิ่น ร้านเล็ก และเว็บใหม่ที่ยังต้องเก็บรีวิวและโปรไฟล์ให้ครบ เหมาะกับการมีทีมช่วย: แบรนด์ที่มีข้อมูลหรืองานวิจัยของตัวเองและอยากทำ PR กับสื่อสม่ำเสมอ ข้อควรระวัง: ถ้าเจอลิงก์สแปมชี้มาหาเว็บ ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำอะไร Google เขียนในหน้าช่วยเหลือเรื่อง disavow ว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือนี้ รายละเอียดอยู่ใน Backlink คืออะไร

ถ้าอยากเริ่มจากพื้นฐานทั้งหมดก่อน ดู วิธีทำ SEO ทีละขั้น หรือ เรียน SEO ฟรี 3 ระดับ และถ้ากำลังเลือกที่เรียน ดู เรียน SEO ที่ไหนดี

อยากรู้ว่างานนอกเว็บทำให้ AI พูดถึงแบรนด์ของคุณมากขึ้นไหม โดยมี AI Agent ช่วยวัด: คอร์สเรียน SEO & AI Search แบบ Agentic สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

Off-Page SEO กับ Backlink ต่างกันยังไง

Backlink เป็นงานหนึ่งใน Off-Page SEO ส่วน Off-Page SEO รวมงานนอกเว็บทั้งหมด ทั้งลิงก์ การถูกพูดถึง รีวิว PR ชุมชน และข้อมูลแบรนด์ที่ตรงกัน การทำแต่ลิงก์จึงยังไม่ครบงานนอกเว็บ

Off-Page SEO ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล

ไม่มีระยะเวลาตายตัว เพราะลิงก์ รีวิว และการถูกพูดถึงขึ้นกับคนอื่น ควรจดตัวเลขตั้งต้น แล้ววัดซ้ำเป็นรอบด้วยวิธีเดิม และดูทิศทางมากกว่าตัวเลขรายวัน

เว็บใหม่ควรเริ่ม Off-Page จากอะไร

เริ่มจากข้อมูลแบรนด์ให้ตรงกันในทุกโปรไฟล์ แล้วทำระบบขอรีวิวจากลูกค้าทุกคน จากนั้นค่อยไปที่ชุมชนและสื่อในวงการ งานเหล่านี้ไม่ผิดนโยบายถ้าทำตามกติกา และใช้ต่อได้ทั้งใน Google และ AI

มีลิงก์สแปมชี้มาหาเว็บ ต้อง disavow ไหม

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง Google เขียนว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ disavow และควรใช้เมื่อมีลิงก์สแปมจำนวนมากที่ทำให้โดนหรือน่าจะโดน manual action เท่านั้น

SEO มีกี่ประเภท

แบ่งกันทั่วไปเป็น 3 ส่วน คือ On-Page SEO (งานบนหน้าเว็บ) Off-Page SEO (งานนอกเว็บ) และ Technical SEO (ระบบหลังบ้าน) ทั้ง 3 ส่วนต้องทำไปด้วยกัน อ่านภาพรวมได้ที่ SEO คืออะไร

Off-Page SEO ช่วยให้ติด AI Overviews ไหม

ช่วยได้แต่ไม่รับประกัน Google บอกว่าไม่มีข้อกำหนดพิเศษเพื่อขึ้นใน AI Overviews ส่วนข้อมูลของเราพบว่า 67% ของลิงก์ที่ AI Overviews อ้างเมื่อถามเป็นภาษาไทยไม่ใช่เว็บแบรนด์ การมีตัวตนในแหล่งนอกเว็บจึงเพิ่มทางที่แบรนด์จะถูกหยิบไปตอบ

แหล่งอ้างอิง

  • Google Search Central, Spam policies for Google web search: Link spam (ปรับปรุง 28 ส.ค. 2026) · SEO Starter Guide (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025) · A guide to Google Search ranking systems (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025) · AI features and your website (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025)
  • Google Business Profile Help, เคล็ดลับในการปรับปรุงการจัดอันดับในพื้นที่บน Google (ไม่ระบุวันที่ ตรวจ 14 ต.ค. 2026) · Google Maps, Maps User Generated Content Policy: Prohibited & restricted content (ตรวจ 14 ต.ค. 2026) · Search Console Help, Disavow links to your site (ตรวจ 14 ต.ค. 2026)
  • Google Search Central (YouTube), Are pages from social media sites ranked differently? (Matt Cutts, 22 ม.ค. 2014) · English Google Webmaster Central office-hours hangout (John Mueller, 14 ส.ค. 2015) · Search Engine Journal, Social signals: are they a ranking factor? (Kristi Hines, 2 พ.ย. 2022)
  • Search Engine Journal, Google Confirms Links Are Not That Important (Roger Montti, 22 เม.ย. 2024)
  • Ahrefs, An Analysis of AI Overview Brand Visibility Factors (75K Brands Studied) (26 พ.ค. 2025) · SE Ranking, How to optimize for ChatGPT: LLMs.txt doesn’t matter but brand mentions on Quora and Reddit do (24 พ.ย. 2025) · Peec AI, Most-cited domains in AI search: Reddit, YouTube, LinkedIn lead (มี.ค. 2026, สหรัฐฯ)
  • Ahrefs, The 10 Most Mentioned Domains for ChatGPT, Perplexity, and AI Overviews Across 78.6M Searches (Patrick Stox, 11 มิ.ย. 2025) · Top Brand Visibility Factors in ChatGPT, AI Mode, and AI Overviews (75k Brands Studied) (Louise Linehan, 12 ธ.ค. 2025) · BrightEdge, AI Engines Choose YouTube 200x More Than Any Other Video Platform (25 ก.ย. 2025) · ทั้ง 3 ชิ้นเป็นงานวิจัยของผู้ขายเครื่องมือ ตรวจ 15 ต.ค. 2026
  • ข้อมูลของ The Missing Piece: AI อ้างเว็บไหน 13 อุตสาหกรรม (ทดสอบ 6–7 ต.ค. 2026 · 350 คำถาม × 5 แพลตฟอร์ม · 7,484 ลิงก์ · ผลเบื้องต้น) · ผลสำรวจคำค้นท้องถิ่น 40 คำ บน Google ไทย (14 ต.ค. 2026 เดสก์ท็อป ค้นคำละ 1 ครั้ง) · ผลสำรวจ AI Overviews 100 คำค้น “<คำ> คือ” (14 ต.ค. 2026 เดสก์ท็อป ค้นคำละ 1 ครั้ง) · ตรวจคำตอบ AI Overviews ของคำว่า off page seo คือ (14 ต.ค. 2026 ดู 1 ครั้ง)
  • Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 16 (ข้อมูลแบรนด์ตรงกันทุกที่ · ประวัติสำหรับสื่อและผู้จัด), 17 (ตรวจโปรไฟล์ที่บอกว่าแบรนด์คือใคร), 19 (เลือกแพลตฟอร์มรีวิว · ระบบขอรีวิว), 20 (หน้าที่ใช้ตัดสินใจ: หน้ารวมรายชื่อ ไดเรกทอรีเฉพาะทาง), 21 (ขออนุญาตก่อนใช้รีวิว คำพูด และเคส) · บทที่ 15 (คำบรรยายและ transcript ของวิดีโอ), 18 (ครองหัวข้อบนหลายช่องทาง เช่น YouTube podcast รีวิว), 23 (เนื้อหาที่ AI อ้างง่าย เช่น ตาราง อภิธานศัพท์)
  • Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 9 (link scheme และ manual action), 11 (งานวิจัยต้นฉบับเป็นเหตุผลให้คนลิงก์ · ไม่ล็อกข้อมูลหลังฟอร์ม · โปรโมตเหมือนไม่มี Google · link reclamation), 12 (วิดีโอ: เริ่มที่ YouTube · transcript), 14 (อ่านคำพูดพนักงาน Google อย่างระวัง) · หนังสือเขียนก่อนนโยบายสแปม มี.ค. 2024 และก่อน AI Overviews
  • Amanda Natividad & Rand Fishkin, Zero Click Marketing (Damn Gravity, 2026), บทที่ 15 (ทำให้แหล่งที่คำตอบดึงไปใช้พูดถึงเรา แทนการไล่ขอลิงก์) · บทที่ 16 (คุณค่าของ PR อยู่ที่การถูกเอ่ยชื่อ, ผลมาทีหลังและอ้อม, เลิกขอลิงก์ใน pitch แล้วสื่อตอบรับมากขึ้นตามที่ผู้เขียนเล่า, ออกแบบเรื่องให้คนกลางเล่าต่อ, ชื่อต้องจำง่ายค้นง่าย) · ข้อมูลส่วนใหญ่ในเล่มเป็นของสหรัฐฯ และผู้เขียนทั้งสองทำงานที่ SparkToro ซึ่งขายเครื่องมือวิจัยผู้ชม เราจึงใช้คู่กับเอกสาร Google และข้อมูลที่เราวัดเอง

ตรวจข้อมูลล่าสุด: 15 ต.ค. 2026 · อัปเดต 3 พ.ย. 2026: เพิ่มมุม PR ที่นับการถูกเอ่ยชื่อมากกว่าลิงก์ และเช็กลิสต์ก่อนส่ง pitch (Zero Click Marketing บทที่ 15–16) · อัปเดต 15 ต.ค. 2026: เพิ่มหัวข้อ Linkable assets และ PR ทุกสื่อ (รวม YouTube และการค้นชื่อแบรนด์)