The Missing Piece
ตรวจเว็บฟรี

Google Keyword Planner คืออะไร ใช้ฟรีไหม? วิธีใช้หา keyword ไทยทีละขั้น (2026)

Google Keyword Planner คือเครื่องมือฟรีใน Google Ads ที่ให้ไอเดีย keyword และจำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน ใช้ฟรีโดยไม่ต้องลงโฆษณา แต่ต้องใส่ข้อมูลการชำระเงินตอนตั้งค่าบัญชี บทความนี้สอนตั้งค่าไทย อ่านตัวเลขให้เป็น และเทียบตัวเลขกับ Ahrefs จากการทดสอบ 20 คำไทยของเรา

ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2026 ·

อัปเดตล่าสุด 24 ต.ค. 2026

ปกบทความ Google Keyword Planner คืออะไร ใช้ฟรีไหม วิธีใช้หา keyword ไทยทีละขั้น 2026
Google Keyword Planner คืออะไร ใช้ฟรีไหม วิธีใช้หา keyword ไทยทีละขั้น 2026

สรุปสั้น (TL;DR)

Google Keyword Planner (ชื่อภาษาไทยในหน้า Google คือ เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด) คือเครื่องมือฟรีใน Google Ads ที่ให้ไอเดีย keyword และจำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือนจากข้อมูลของ Google เอง ใช้ฟรีโดยไม่ต้องลงโฆษณา แต่ Google ระบุว่าต้องตั้งค่าบัญชี Google Ads ให้เสร็จ รวมถึงใส่ข้อมูลการชำระเงิน และสร้างบัญชีแบบไม่มีแคมเปญได้ ไม่มีแคมเปญก็ไม่มีโฆษณาวิ่ง จึงไม่มีค่าคลิก

  • ตัวเลข “Avg. monthly searches” เป็นค่าเฉลี่ย 12 เดือนที่ปัดเลขแล้ว รวมคำใกล้เคียง (close variants) และโดยค่าเริ่มต้นนับทุกภาษา (Google Ads Help, ตรวจ 15 ต.ค. 2026) ใช้เทียบขนาดระหว่างคำ ไม่ใช่จำนวนคนค้นจริง
  • ในการทดสอบของเรา 20 คำไทย (14 ต.ค. 2026) ตัวเลขจาก Google Ads ต่างจาก Ahrefs ตั้งแต่ 30% ขึ้นไปใน 12 จาก 18 คำที่มีตัวเลขทั้งสองฝั่ง เช่น “seo audit” 170 เทียบ 800 และมี 2 คำที่ Ahrefs บอก 0 แต่ Google Ads บอก 10 ต่อเดือน
  • Keyword Planner บอก “ขนาด” ของความต้องการ Google Trends บอก “จังหวะเวลา” และ Search Console บอกว่าเว็บคุณโผล่จริงในคำไหน ใช้ 3 ตัวนี้คู่กันได้ฟรีทั้งหมด
  • ถ้ามีคำต้องเช็กเป็นร้อยเป็นพันคำ ดึงข้อมูลชุดเดียวกันผ่าน API ได้ 2 ทาง คือ Google Ads API (ส่งได้ถึง 10,000 คำต่อคำขอ แต่ต้องได้สิทธิ์ระดับ Basic ขึ้นไป) หรือ DataForSEO (สูงสุด 1,000 คำต่อ task ราคา $0.06–0.09 หรือราว 2–3 บาทต่อการส่ง 1 ครั้ง) ข้อมูล ณ 15 ต.ค. 2026

Google Keyword Planner คืออะไร

Google Keyword Planner คือเครื่องมือฟรีใน Google Ads ที่ช่วยหาไอเดีย keyword และดูว่าแต่ละคำมีคนค้นบน Google เฉลี่ยเดือนละกี่ครั้ง หน้า Google ภาษาไทยเรียกเครื่องมือนี้ว่า “เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด” เข้าใช้ได้จากหน้าเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดของ Google ซึ่งพาไปล็อกอินบัญชี Google Ads

Google สร้าง Keyword Planner มาให้ผู้ลงโฆษณาสร้างรายการคำสำหรับแคมเปญ แต่คนทำ SEO และคนเขียนคอนเทนต์ใช้ประโยชน์ได้เต็มๆ เพราะเป็นเครื่องมือฟรีของ Google ที่ให้จำนวนการค้นหาเป็นตัวเลขจากข้อมูลของ Google เอง เครื่องมือเสียเงินอย่าง Ahrefs หรือ Semrush ใช้วิธีประมาณจากข้อมูลของตัวเอง ตัวเลขจึงไม่ตรงกัน (ดูผลทดสอบของเราในหัวข้อผลทดสอบ 20 คำ)

คนในไทยค้นคำว่า “google keyword planner” เฉลี่ย 1,900 ครั้งต่อเดือนตามข้อมูล Google Ads (ค่าเฉลี่ย ก.ย. 2025–ส.ค. 2026) หลายคนอยากเข้าเครื่องมือเลย อีกหลายคนอยากรู้ว่าใช้ยังไง หน้านี้ตอบทั้งสองแบบ ส่วนภาพรวมว่า keyword research ทั้งกระบวนการทำยังไง เริ่มที่ Keyword Research ฉบับคนไทย

  • ได้อะไร: ไอเดียคำใหม่จากคำตั้งต้นหรือเว็บไซต์ จำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน แนวโน้มรายเดือน ระดับการแข่งขันของโฆษณา และช่วงราคาประมูลโฆษณา
  • ไม่ได้อะไร: ความยากในการติดอันดับ SEO รายชื่อเว็บที่ติดอันดับ และคำที่คู่แข่งได้ traffic อยู่ (งานพวกนี้ต้องใช้เครื่องมือ SEO แยก ดู SEO Tools ฟรีและเสียเงิน 2026)
แผนภาพ Google Keyword Planner หรือเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด อยู่ในเมนู Tools ของ Google Ads รับคำตั้งต้นหรือเว็บไซต์เข้า แล้วให้ไอเดียคำ จำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน Competition และ Top of page bid ออกมา
Keyword Planner อยู่ใน Google Ads: ใส่คำตั้งต้นหรือเว็บไซต์ แล้วได้ไอเดียคำพร้อมตัวเลข 4 แบบ คนทำ SEO ใช้ 2 แบบแรกเป็นหลัก ส่วนอีก 2 แบบเป็นข้อมูลฝั่งโฆษณาที่ต้องอ่านอย่างระวัง (ภาพจำลอง ที่มา: Google Ads Help, Use Keyword Planner, ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

Google Keyword Planner ฟรีไหม ต้องใส่บัตรหรือยิงแอดก่อนไหม

Google Keyword Planner ใช้ฟรี แต่ต้องตั้งค่าบัญชี Google Ads ให้เสร็จก่อน รวมถึงใส่ข้อมูลการชำระเงิน (billing information) หน้า Use Keyword Planner ของ Google Ads Help (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) เขียนชัดว่าถ้ายังไม่ใส่ข้อมูลการชำระเงิน จะใช้ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างหาไอเดียคำไม่ได้ ส่วนการลงโฆษณาไม่จำเป็น เพราะหน้า Create a Google Ads account ระบุว่าสร้างบัญชีแบบไม่มีแคมเปญ (account without a campaign) ได้

เรื่องนี้ชวนสับสน เพราะเอกสารของ Google 3 หน้าเขียนไม่ตรงกัน เราสรุปจากสิ่งที่แต่ละหน้าเขียนจริงแบบนี้:

เอกสารของ Googleเขียนว่าอะไรแปลว่าอะไรสำหรับคุณ
หน้าเครื่องมือ Keyword Planner (business.google.com)เป็นเครื่องมือฟรี แต่เขียนว่าต้องตั้งค่าบัญชีให้เสร็จและสร้างแคมเปญก่อน ถ้าบัญชีอยู่ใน Smart Mode ต้องสลับเป็น Expert Mode ก่อนฟรีจริงและต้องใช้ Expert Mode ส่วนเรื่องแคมเปญ หน้านี้ขัดกับ Help 6366720 (แถวล่าง) ที่ให้สร้างบัญชีแบบไม่มีแคมเปญได้
Google Ads Help: Use Keyword Planner (7337243)ต้องตั้งค่าบัญชีให้เสร็จโดยใส่ข้อมูลการชำระเงิน จึงจะใช้ฟีเจอร์พื้นฐานได้เตรียมบัตรหรือช่องทางชำระเงินไว้ตอนตั้งค่า
Google Ads Help: Create a Google Ads account (6366720)มีตัวเลือกสร้างบัญชีโดยไม่มีแคมเปญไม่ต้องเปิดแคมเปญหรือยิงแอดก่อน
3 เอกสารของ Google เรื่องการเข้าใช้ Keyword Planner และสิ่งที่ต้องทำจริง ที่มา: business.google.com/th/ad-tools/keyword-planner/ และ Google Ads Help 7337243, 6366720 (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) · คอลัมน์ขวาเป็นการสรุปของเรา

ใส่ข้อมูลการชำระเงินแล้วจะโดนหักเงินเองไหม Google Ads คิดเงินจากโฆษณาที่แสดงหรือถูกคลิก บัญชีที่ไม่มีแคมเปญจึงไม่มีโฆษณาวิ่งและไม่มีค่าคลิก ถ้ายังกังวล ให้เข้าไปเช็กว่าในบัญชีไม่มีแคมเปญที่เปิดอยู่ วิธีคิดเงินของ Google Ads ทั้งหมดอธิบายไว้ใน Google Ads คืออะไร

ฟรีไม่ได้แปลว่าได้ข้อมูลเท่ากันทุกบัญชี บัญชีที่ไม่ได้ลงโฆษณาอาจเห็นตัวเลขเป็นช่วง เช่น 1K – 10K แทนตัวเลขเดียว เราเห็นแบบนี้เองในบัญชีที่ไม่มีโฆษณาวิ่ง (24 ต.ค. 2026) และหน้าจอขึ้นข้อความให้ run a campaign เพื่อดูสถิติละเอียด แต่ Google Ads Help ไม่ได้ประกาศเกณฑ์ ให้เช็กในบัญชีตัวเองว่าเห็นแบบไหน รายละเอียดอยู่ในหัวข้อตัวเลขหมายถึงอะไร

การ์ดสรุปว่า Google Keyword Planner ฟรีไหม ฟรีไม่ต้องจ่ายค่าเครื่องมือ ต้องตั้งค่าบัญชี Google Ads และใส่ข้อมูลการชำระเงิน สร้างบัญชีแบบไม่มีแคมเปญได้ ไม่มีแคมเปญเท่ากับไม่มีค่าคลิก และบัญชีที่ไม่ได้ลงโฆษณาอาจเห็นตัวเลขเป็นช่วง ซึ่งเราเห็นเองในหน้าจอจริง 24 ต.ค. 2026 แต่ Google ไม่ได้ประกาศเกณฑ์
ฟรีแบบมีเงื่อนไข: ต้องใส่ข้อมูลการชำระเงินตอนตั้งค่าบัญชี แต่ไม่ต้องเปิดแคมเปญ ข้อที่ยืนยันจากเอกสาร Google ได้กับข้อที่ Google ยังไม่ได้เขียนไว้แยกเส้นให้เห็นชัด (ภาพจำลอง ที่มา: Google Ads Help 7337243, 6366720 ตรวจ 15 ต.ค. 2026 · ช่วงตัวเลข: หน้าจอจริงของเรา 24 ต.ค. 2026 ในหัวข้อตัวเลข, Google Ads Help 3022575 ตรวจ 24 ต.ค. 2026 และ The Art of SEO บทที่ 4 ฉบับปี 2023)

วิธีเข้าใช้ Google Keyword Planner ผ่าน Google Ads ทีละขั้น

Google Ads Keyword Planner เข้าได้จากเมนู Tools ในบัญชี Google Ads เท่านั้น ไม่มีเว็บแยก ขั้นตอนด้านล่างใช้กับคนที่ยังไม่มีบัญชีและไม่ต้องการลงโฆษณา ทุกขั้นอ้างจาก Google Ads Help และหน้าเครื่องมือของ Google (ตรวจ 15 ต.ค. 2026 · ตรวจ Help 7337243 ซ้ำ 24 ต.ค. 2026) ส่วนขั้นที่ 5–8 เทียบกับหน้าจอจริงที่เราแคปเมื่อ 24 ต.ค. 2026 ชื่อปุ่มใช้ตามหน้าจอภาษาอังกฤษ เพราะหน้าจอภาษาไทยอาจใช้คำต่างไปเล็กน้อย

  1. เปิดหน้าเครื่องมือหรือ Google Ads แล้วล็อกอินด้วยบัญชี Google เริ่มจากหน้าเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด หรือ ads.google.com
  2. เลือกสร้างบัญชีโดยไม่มีแคมเปญ Help 6366720 ระบุว่ามีตัวเลือกนี้ ถ้าระบบพาเข้าโหมดง่าย (Smart Mode) หน้าเครื่องมือของ Google บอกให้สลับเป็น Expert Mode ก่อนจึงจะใช้ Keyword Planner ได้
  3. ตั้งค่าข้อมูลบัญชี เช่น เขตเวลา ให้ถูกตั้งแต่แรก Help 6366720 เตือนให้เลือกเขตเวลาอย่างระวัง เพราะมีผลกับรายงานและการเรียกเก็บเงิน คนไทยเลือกเวลาประเทศไทย
  4. ใส่ข้อมูลการชำระเงินให้ครบ เลือกหรือสร้างโปรไฟล์การชำระเงิน (Help 6366720) ขั้นนี้จำเป็นตาม Help 7337243
  5. กดไอคอน Tools › หมวด Planning › Keyword Planner ในเมนูด้านซ้ายของ Google Ads (ภาพขั้นที่ 5 ใต้รายการนี้ หน้าจอจริง 24 ต.ค. 2026) Help 7337243 เขียนไว้สั้นๆ ว่า Keyword Planner อยู่ในเมนู Tools
  6. เลือกการ์ด 1 ใน 2 ใบ หน้าแรกของ Keyword Planner มี 2 การ์ด คือ Discover new keywords เพื่อหาคำใหม่ และ Get search volume and forecasts เพื่อดูตัวเลขของคำที่มีอยู่แล้ว (ภาพขั้นที่ 6 ใต้รายการ · ความต่างอธิบายในหัวข้อถัดไป)
  7. พิมพ์คำตั้งต้น เช็กภาษาและประเทศ แล้วกด Get results ในการ์ด Discover new keywords แท็บ Start with keywords พิมพ์คำที่เกี่ยวกับธุรกิจ เช่น “ร้านดอกไม้” ใต้ช่องจะเห็นภาษาและประเทศ ในบัญชีของเราตั้งไว้เป็น Thai (default) กับ Thailand ให้แล้ว แต่ควรเช็กทุกครั้ง (ภาพในหัวข้อตั้งค่าไทย)
  8. อ่านผลในหน้า Keyword ideas แล้วดาวน์โหลด ตารางแสดง Avg. monthly searches, Three month change, YoY change และ Competition มุมขวาบนมีปุ่ม Download keyword ideas และด้านขวามีแผง Refine keywords ไว้กรองกลุ่มคำ เช่น Brand or Non-Brand (ภาพในหัวข้อตัวเลข)
ภาพหน้าจอจริงเมนูด้านซ้ายของ Google Ads วันที่ 24 ต.ค. 2026 กรอบสีเหลืองหมายเลข 1 ชี้ไอคอน Tools หมายเลข 2 ชี้หมวด Planning และหมายเลข 3 ชี้เมนู Keyword Planner ใต้ Planning ซึ่งมี Performance Planner และ Reach Planner อยู่ด้วย
ขั้นที่ 5: ใน Google Ads กดไอคอน Tools › เปิดหมวด Planning › เลือก Keyword Planner ที่มา: Google Keyword Planner, 24 ต.ค. 2026
ภาพหน้าจอจริงหน้าแรก Keyword Planner วันที่ 24 ต.ค. 2026 มี 2 การ์ด คือ Discover new keywords สำหรับหาคำใหม่จากคำตั้งต้น และ Get search volume and forecasts สำหรับเช็กปริมาณค้นหาและข้อมูลย้อนหลังของคำที่มีอยู่แล้ว ทั้ง 2 การ์ดมีกรอบสีเหลือง
ขั้นที่ 6: หน้าแรก Keyword Planner มี 2 ทางเข้า — Discover new keywords (หาคำใหม่) กับ Get search volume and forecasts (เช็กปริมาณค้นหาคำที่มีอยู่) ที่มา: Google Keyword Planner, 24 ต.ค. 2026

ถ้าคุณมีบัญชี Google Ads ที่ลงโฆษณาอยู่แล้ว ข้ามไปขั้นที่ 5 ได้เลย ส่วนความต่างระหว่างการลงโฆษณากับการทำ SEO ว่าควรเริ่มทางไหน อ่าน SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร

Discover new keywords กับ Get search volume and forecasts ต่างกันยังไง

Keyword Planner มี 2 เครื่องมือ Discover new keywords ใช้หาคำใหม่จากคำตั้งต้น โดเมน หรือ URL ส่วน Get search volume and forecasts ใช้ดูตัวเลขของรายการคำที่คุณมีอยู่แล้ว ซึ่งพิมพ์หรืออัปโหลดเป็นไฟล์ CSV ได้ (Google Ads Help 7337243, ตรวจ 15 ต.ค. 2026) งาน SEO ส่วนใหญ่เริ่มที่ Discover แล้วใช้ Get search volume เช็กคำที่ได้จากที่อื่น เช่น คำถามใน People Also Ask (คำถามที่เกี่ยวข้องในหน้า Google) หรือคำที่ AI แนะนำ

Discover new keywordsGet search volume and forecasts
ใส่อะไรคำตั้งต้น หรือโดเมน/URL ของเว็บรายการคำที่มีอยู่แล้ว (พิมพ์หรืออัปโหลด CSV)
ได้อะไรไอเดียคำใหม่ + ตัวเลขของแต่ละคำตัวเลขของคำที่ใส่ + ประมาณการโฆษณา (forecasts)
ใช้ตอนไหนเริ่มหัวข้อใหม่ ยังไม่รู้ว่าคนค้นคำไหนมีรายการคำจาก AI, PAA หรือทีมขายแล้ว อยากรู้ขนาด
ตัวอย่างใส่ “ซ่อมแอร์” ได้คำอย่างซ่อมแอร์ใกล้ฉัน ล้างแอร์วางรายการ 30 คำจาก brainstorm แล้วดูว่าคำไหนมีคนค้นจริง
2 เครื่องมือใน Keyword Planner ที่มา: Google Ads Help, Use Keyword Planner (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) · แถวใช้ตอนไหนและตัวอย่างเป็นคำอธิบายของเรา

Discover new keywords รับได้ทั้งโดเมนทั้งเว็บและ URL ของหน้าเดียว (Help 7337243) ถ้าอยากได้ไอเดียเฉพาะหัวข้อ ลองใส่ URL ของหน้าที่ตรงหัวข้อนั้น เช่น หน้าที่ติดอันดับดีในคำของคุณ แล้วเทียบกับผลจากโดเมนทั้งเว็บ

การ์ดเทียบ 2 เครื่องมือใน Keyword Planner ซ้าย Discover new keywords ใส่คำตั้งต้นหรือเว็บไซต์ ได้ไอเดียคำใหม่ ขวา Get search volume and forecasts ใส่รายการคำหรือไฟล์ CSV ได้ตัวเลขและประมาณการ ลูกศรแสดงลำดับใช้หาคำก่อนแล้วเช็กตัวเลข
Discover ใช้ขยายไอเดีย Get search volume ใช้เช็กคำที่มีอยู่แล้ว ใช้คู่กันเป็นวงรอบ: หาคำ → เช็กตัวเลข → ตัดคำที่ไม่เกี่ยวออก (ภาพจำลอง ที่มา: Google Ads Help 7337243 ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

ตั้งค่า Keyword Planner สำหรับประเทศไทยและภาษาไทยยังไง

การตั้งค่าไทยใน Keyword Planner มี 2 ช่องที่ต้องเช็กทุกครั้ง คือพื้นที่ (location) ให้เป็นประเทศไทย และภาษาให้เป็นภาษาไทย หน้า Refine your new keywords ของ Google Ads Help (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) อธิบายว่าช่องพื้นที่ใส่ได้ตั้งแต่ประเทศ ภูมิภาค จนถึงเมือง และช่องภาษาใช้เลือกภาษาของไอเดียคำที่จะได้ ให้เช็กทุกครั้งก่อนอ่านตัวเลข เพราะค่าที่ตั้งไว้อาจไม่ใช่ไทย และตัวเลขจะเปลี่ยนตามพื้นที่ที่เลือก ในบัญชีของเรา (24 ต.ค. 2026) หน้าต่าง Discover new keywords ตั้ง Thai (default) กับ Thailand ไว้ให้ แต่หน้า Get search volume and forecasts แสดง Thailand กับ All languages ค่าเริ่มต้นจึงต่างกันได้ในแต่ละหน้าจอ

ภาษามีผลกับตัวเลขน้อยกว่าที่หลายคนคิด Google Ads Help 3022575 ระบุว่าโดยค่าเริ่มต้น จำนวนการค้นหาของคำหนึ่งนับรวม “ไม่ว่าภาษาไหน” แล้วเฉลี่ย 12 เดือน ช่องภาษาจึงช่วยเลือกไอเดียคำ แต่ไม่ได้แยกตัวเลขตามภาษาของคนค้น สิ่งที่เปลี่ยนตัวเลขจริงคือพื้นที่

  • พื้นที่: เลือก “Thailand” สำหรับงาน SEO ทั่วประเทศ ถ้าเลือกจังหวัดหรือเมือง Google เตือนว่าผลจะแม่นน้อยลงเมื่อพื้นที่เล็ก (Help 3022575)
  • ภาษา: เลือก Thai เพื่อให้ได้ไอเดียคำภาษาไทย ถ้าอยากได้คำภาษาอังกฤษที่คนไทยค้น ให้ลองอีกรอบด้วย English แล้วรวมรายการ
  • ช่วงเวลา: กดช่องวันที่เหนือกราฟเพื่อเปลี่ยนช่วงเดือน (Help 6325025) ดูอย่างน้อย 12 เดือนเพื่อเห็นฤดูกาล
ภาพหน้าจอจริงหน้าต่าง Discover new keywords แท็บ Start with keywords วันที่ 24 ต.ค. 2026 ช่องค้นหามีคำว่า ร้านดอกไม้ ใต้ช่องเป็น Thai (default) และ Thailand กรอบสีเหลืองหมายเลข 1 ชี้คำตั้งต้น หมายเลข 2 ชี้ภาษาและประเทศ หมายเลข 3 ชี้ปุ่ม Get results
ขั้นที่ 7: พิมพ์คำตั้งต้น (ตัวอย่าง “ร้านดอกไม้”) เช็กว่าเป็นภาษา Thai + ประเทศ Thailand แล้วกด Get results ที่มา: Google Keyword Planner, 24 ต.ค. 2026

ตัวเลขใน Keyword Planner หมายถึงอะไร (และทำไมไม่เท่ากับคนค้นจริง)

ตัวเลข Avg. monthly searches ใน Keyword Planner คือจำนวนครั้งเฉลี่ยต่อเดือนที่คนค้นคำนั้นรวมกับคำใกล้เคียง (close variants) ตามพื้นที่และช่วงเวลาที่เลือก Google Ads Help 3022575 (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) ระบุเงื่อนไขไว้ 3 ข้อที่ทำให้ตัวเลขนี้ใช้ได้แค่เทียบขนาด ไม่ใช่นับคนค้นจริง:

  • รวมคำใกล้เคียง: คำที่สะกดต่างเล็กน้อยหรือความหมายเดียวกันอาจถูกรวมเป็นตัวเลขเดียว
  • เฉลี่ย 12 เดือน และไม่แยกภาษา: โดยค่าเริ่มต้นนับทุกภาษาแล้วเฉลี่ยทั้งปี คำที่พุ่งเดือนเดียวจึงดูเหมือนมีคนค้นทุกเดือน
  • ปัดตัวเลข: Google ปัดตัวเลขการค้นหา คุณจะเห็นค่าอย่าง 10, 40, 1,300 ไม่ใช่ 1,287

ผลจากข้อแรกเห็นชัดในภาษาไทย ในการทดสอบของเราบนหน้า Keyword Research ฉบับคนไทย Keyword Planner ให้ตัวเลขเท่ากันทุกเดือนทั้ง 10 คู่คำที่ต่างกันแค่การเว้นวรรค จึงบอกไม่ได้ว่าคนพิมพ์แบบไหน ส่วนผลจากข้อสอง ให้เปิดกราฟรายเดือนทุกครั้ง ตัวอย่างจากการทดสอบ 20 คำของเรา: “เครื่องมือ seo” มี 260 ครั้งในเดือน ก.ย. 2025 แล้วเหลือ 10–40 ในเดือนอื่น ค่าเฉลี่ยตัวเดียวซ่อนรูปแบบนี้ไว้

เราลองซ้ำบนหน้าจอจริงเมื่อ 24 ต.ค. 2026: ใส่ “คีย์เวิร์ด” กับ “คีย์ เวิร์ด” ใน Get search volume and forecasts (Thailand · All languages · Oct 2025 – Sep 2026) ตารางเหลือแถวเดียว คือ “คีย์เวิร์ด” 1K – 10K ต่อเดือน ราคาประมูลหน้าแรก (Top of page bid) 39.77–550.05 บาท นี่เป็นการสังเกต 1 คู่ (n=1) จากบัญชีเดียว แต่ตรงกับผลทดสอบ 10 คู่ก่อนหน้า คือ Keyword Planner แยกตัวเลขของคำที่ต่างกันแค่การเว้นวรรคไม่ได้ ถ้าต้องเลือกว่าจะเขียนแบบไหน ให้ดูหน้าผลค้นหาจริงประกอบ

ภาพหน้าจอจริงตาราง Keyword Planner วันที่ 24 ต.ค. 2026 ตั้งค่า Thailand, All languages, Google, Oct 2025 – Sep 2026 หลังใส่คำ คีย์เวิร์ด และ คีย์ เวิร์ด ตารางเหลือแถวเดียวคือ คีย์เวิร์ด Avg. monthly searches 1K – 10K, Three month change 0%, YoY change 0%, Competition Low, Top of page bid (low range) THB39.77, Top of page bid (high range) THB550.05 แสดงผล 1 - 1 of 1
ใส่ “คีย์เวิร์ด” กับ “คีย์ เวิร์ด” แล้ว Keyword Planner แสดงแถวเดียว (1K – 10K ต่อเดือน, ราคาประมูลหน้าแรก 39.77–550.05 บาท) ในการลองครั้งนี้ (1 คู่) จึงแยกปริมาณค้นหาของ 2 แบบไม่ได้ ที่มา: Google Keyword Planner, 24 ต.ค. 2026
แผนภาพ close variants ใน Keyword Planner คำที่ต่างกันแค่การเว้นวรรคหรือสะกดใกล้เคียงหลายแบบไหลเข้ากล่องเดียว ออกมาเป็นตัวเลขเดียว เทียบกับเครื่องมือ SEO ที่แยกตัวเลขของแต่ละแบบ
Keyword Planner รวมคำใกล้เคียงเป็นตัวเลขเดียว จึงใช้เลือกว่าจะใช้คำสะกดแบบไหนในหัวข้อไม่ได้ ต้องดูหน้าผลค้นหาประกอบ (ภาพจำลอง ที่มา: Google Ads Help 3022575 ตรวจ 15 ต.ค. 2026 · ผลทดสอบเว้นวรรค 10 คู่ของ The Missing Piece 4 ต.ค. 2026)

ทำไมบางบัญชีเห็นตัวเลขเป็นช่วง เช่น 1K–10K

บัญชีที่ไม่ได้ลงโฆษณาอาจเห็นจำนวนการค้นหาเป็นช่วงแทนตัวเลขเดียว เราเห็นเองเมื่อ 24 ต.ค. 2026 ในบัญชี Google Ads ที่วันนั้นไม่มีโฆษณาวิ่ง ค้นคำว่า “ร้านดอกไม้” (Thailand · Thai) แล้วคอลัมน์ Avg. monthly searches แสดงเป็นช่วง เช่น 10K – 100K, 1K – 10K และ 100 – 1K พร้อมข้อความบนหน้าจอว่า “To get more detailed statistics, run a campaign.” (ภาพด้านล่าง) ส่วน Google Ads Help ที่เราตรวจวันเดียวกัน หน้า About Keyword Planner forecasts บอกแค่ว่าตัวเลขการค้นหาถูกปัดเลข และทั้งหน้านี้กับหน้า Use Keyword Planner ไม่ได้อธิบายว่าบัญชีแบบไหนเห็นเป็นช่วง และไม่ได้ประกาศเกณฑ์งบ หนังสือ The Art of SEO บทที่ 4 (ฉบับปี 2023) เขียนตรงกันว่าบัญชีที่ไม่ลงโฆษณาเห็นจำนวนการค้นหาเป็นช่วงกว้าง และแนะนำให้เปิดแคมเปญเล็กๆ ถ้าต้องการตัวเลขละเอียด ซึ่งเป็นคำแนะนำจากหนังสือ ไม่ใช่เกณฑ์ที่ Google ประกาศ

ถ้าคุณเห็นเป็นช่วง ใช้ช่วงนั้นจัดกลุ่มคำเป็นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ได้เลย งาน SEO ส่วนใหญ่ไม่ต้องการตัวเลขเป๊ะ เพราะตัวเลขจากทุกเครื่องมือเป็นค่าประมาณอยู่แล้ว ถ้าอยากรู้ว่าคำนั้นขึ้นหรือลงช่วงไหน ดูแนวโน้มใน Google Trends (เป็นดัชนี ไม่ใช่จำนวนครั้ง) และดู impression (จำนวนครั้งที่เว็บโผล่ในผลค้นหา) จริงใน Search Console เมื่อหน้าเว็บเริ่มติดอันดับ

ภาพหน้าจอจริง Google Keyword Planner วันที่ 24 ต.ค. 2026 หน้า Keyword ideas ค้นคำว่า ร้านดอกไม้ ตั้งค่า Thailand ภาษา Thai เครือข่าย Google ช่วงเวลา Oct 2025 – Sep 2026 พบ 1,643 keyword ideas คอลัมน์ Avg. monthly searches แสดงเป็นช่วง เช่น ร้าน ดอกไม้ 10K – 100K, ร้าน ดอกไม้ ใกล้ ฉัน 100K – 1M, ร้าน พวงหรีด ใกล้ ฉัน 10K – 100K, พวงหรีด ใกล้ ฉัน 1K – 10K, สั่ง ดอกไม้ ด่วน 100 – 1K, ร้าน ขาย ดอกไม้ ใกล้ ฉัน 10K – 100K, ร้าน จัด ดอกไม้ ใกล้ ฉัน 1K – 10K, Three month change และ YoY change 0% ทุกแถว Competition เป็น Medium หรือ High มีข้อความ To get more detailed statistics, run a campaign. กรอบสีเหลืองชี้คอลัมน์ช่วงปริมาณค้นหา ช่อง Thailand + Thai และปุ่ม Download keyword ideas
ผลลัพธ์ Keyword Planner ของคำว่า “ร้านดอกไม้” (Thailand · Thai, Oct 2025 – Sep 2026): บัญชีที่ไม่มีโฆษณาวิ่งในวันที่แคปเห็นปริมาณค้นหาเป็นช่วง เช่น 10K – 100K ไม่ใช่ตัวเลขเดียว มุมขวาบนมีปุ่ม Download keyword ideas และด้านขวามีแผง Refine keywords ที่มา: Google Keyword Planner, 24 ต.ค. 2026

Competition ใน Keyword Planner ไม่ใช่ความยาก SEO (KD)

ช่อง Competition (ต่ำ กลาง สูง) ใน Keyword Planner วัดการแข่งขันของโฆษณา ไม่ใช่ความยากในการติดอันดับ SEO Google Ads Help 3022575 นิยามว่าเป็นจำนวนผู้ลงโฆษณาที่แสดงโฆษณาในคำนั้นเทียบกับทุกคำบน Google ตามพื้นที่ที่เลือก ส่วน Keyword Difficulty (KD) ในเครื่องมือ SEO อย่าง Ahrefs ประเมินจากความแข็งของหน้าที่ติดอันดับอยู่ คำที่ Competition ต่ำอาจติด SEO ยากมาก และกลับกันได้ ตัวอย่างจากข้อมูล Google Ads ของเรา: “คอนโด” มีการค้นหาเฉลี่ย 135,000 ครั้งต่อเดือนแต่ Competition ต่ำ ไม่ได้แปลว่าติดหน้าแรกง่าย ถ้าต้องการค่าความยาก SEO ให้ใช้เครื่องมือในรายการ SEO Tools ฟรีและเสียเงิน 2026 ส่วนวิธีอ่าน search volume กับ KD แบบละเอียดจะอยู่ในบทความ Search Volume & Keyword Difficulty (KD คืออะไร อ่าน KD กับ Search Volume ยังไง)

การ์ดเทียบ Competition ใน Keyword Planner กับ Keyword Difficulty ฝั่งซ้ายวัดจำนวนผู้ลงโฆษณาเทียบทุกคำ ใช้ตัดสินใจเรื่องโฆษณา ฝั่งขวาวัดความแข็งของหน้าที่ติดอันดับ ใช้ตัดสินใจเรื่อง SEO ตรงกลางเขียนว่าอย่าใช้แทนกัน
Competition กับ KD วัดคนละสนาม: สนามโฆษณากับสนามผลค้นหาปกติที่ไม่ใช่โฆษณา (organic) ใช้แทนกันไม่ได้ (ภาพจำลอง ที่มา: Google Ads Help 3022575 ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

Top of page bid บอกมูลค่าของ keyword เป็นบาท

Top of page bid คือช่วงราคาที่ผู้ลงโฆษณาเคยจ่ายเพื่อให้โฆษณาขึ้นด้านบนของหน้าผลค้นหา Google Ads Help 3022575 (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) นิยามช่วงล่าง (low range) ว่าประมาณเปอร์เซ็นไทล์ที่ 20 (ราว 20% ของราคาที่เคยจ่ายต่ำกว่านี้) และช่วงบน (high range) ประมาณเปอร์เซ็นไทล์ที่ 80 ของราคาที่เคยจ่าย โดยใช้ข้อมูล 30 วันล่าสุด คนทำ SEO ใช้ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณว่าคำไหนมีมูลค่าทางธุรกิจ เพราะถ้าธุรกิจยอมจ่ายต่อคลิกแพง แปลว่าคนที่ค้นคำนั้นมักใกล้ซื้อ

คำค้นค้นหาเฉลี่ย/เดือนCompetitionTop of page bid (บาท)
คอนโด135,000ต่ำ9–36
ซ่อมแอร์3,600ต่ำ14–45
โปรแกรมบัญชี4,400กลาง15–91
ประกันการเดินทาง9,900สูง39–104
crm8,100กลาง26–146
ตัวอย่างคำไทย 5 คำ: คำที่คนค้นมากไม่ได้มีมูลค่าต่อคลิกสูงเสมอ ที่มา: ข้อมูล Keyword Planner ผ่าน DataForSEO (ประเทศไทย ภาษาไทย ค่าเฉลี่ย 12 เดือน ก.ย. 2025–ส.ค. 2026 ดึง 15 ต.ค. 2026) แปลงเป็นบาทที่ 33.7219 บาทต่อดอลลาร์ (อัตราขายเฉลี่ย ธปท. 14 ต.ค. 2026) ตัวเลขเป็นค่าประมาณ ข้อมูล ณ 15 ต.ค. 2026 · ในหน้าจอ Keyword Planner ช่วงราคาใช้ข้อมูล 30 วันล่าสุด ตัวเลขจึงต่างจากตารางนี้ได้

อ่านตารางนี้แบบคนทำ SEO: “คอนโด” มีคนค้นมากที่สุดแต่ราคาต่อคลิกต่ำ น่าจะเพราะคำนี้กว้างมาก คนค้นมีหลายเจตนา ส่วน “crm” มีคนค้นน้อยกว่าราว 17 เท่าแต่ช่วงบนสูงกว่าราว 4 เท่า หน้า SEO ที่ติดคำแบบ “crm” จึงอาจสร้างรายได้มากกว่า The Art of SEO บทที่ 6 ใช้ค่าคลิกแทนความยากแบบหยาบๆ ได้เมื่อไม่มีค่า KD แต่เตือนว่าต้นทุนฝั่งโฆษณากับฝั่ง organic คำนวณแทนกันตรงๆ ไม่ได้ ดังนั้นใช้ตัวเลขนี้จัดลำดับคำ ไม่ใช่พยากรณ์รายได้ ค่าคลิกของคำไทยในธุรกิจอื่นๆ ดูเพิ่มได้ใน Google Ads คืออะไร

แผนภาพช่วง Top of page bid แท่งแนวนอนแสดงราคาที่ผู้ลงโฆษณาเคยจ่าย จุด low range ที่ประมาณเปอร์เซ็นไทล์ 20 และ high range ที่ประมาณเปอร์เซ็นไทล์ 80 ข้อมูล 30 วันล่าสุด พร้อมป้ายว่าคนทำ SEO ใช้เป็นสัญญาณมูลค่าของคำ
Top of page bid เป็นช่วง ไม่ใช่ราคาเดียว: ช่วงล่างคือราคาที่ผู้ลงโฆษณาส่วนน้อยจ่ายต่ำกว่า ช่วงบนคือราคาที่ส่วนใหญ่จ่ายไม่เกิน ใช้บอกว่าคำไหนมีค่าต่อธุรกิจ (ภาพจำลอง ที่มา: Google Ads Help 3022575 ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

Forecasts ใน Keyword Planner คืออะไร คนทำ SEO ต้องใช้ไหม

Forecasts ใน Keyword Planner คือประมาณการผลของโฆษณา เช่น จำนวนคลิก การแสดงผล และค่าใช้จ่าย ถ้าลงโฆษณาคำชุดนั้นด้วยงบและราคาประมูลที่ตั้งไว้ Google Ads Help 7337243 (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) ระบุว่า forecasts อัปเดตทุกวัน โดยใช้ข้อมูล 7–10 วันล่าสุดและปรับตามฤดูกาล ส่วนบัญชีใหม่ Help 3022575 บอกว่าประมาณการจะใช้ค่าเฉลี่ยในอดีตของผู้ลงโฆษณาทั้งหมดไปก่อน

สำหรับงาน SEO อย่างเดียว forecasts ไม่จำเป็น เพราะเป็นตัวเลขของคลิกโฆษณา ไม่ใช่คลิกจากผล organic ใช้ได้ 2 กรณี คือ (1) อยากรู้ว่าถ้ายิงแอดทดสอบคำก่อนเขียนบทความ จะเสียประมาณเท่าไหร่ และ (2) ต้องคุยกับทีมโฆษณาเรื่องงบ ส่วนการประเมินคลิก organic ให้ใช้ impression และ CTR (อัตราคลิกต่อการเห็น) ใน Search Console ของหน้าที่ติดอันดับแล้ว

ข้อสังเกตจากหน้าจอจริง (24 ต.ค. 2026): ในบัญชีของเรา การกด Get started ที่การ์ด Get search volume and forecasts ทำให้ระบบบันทึก keyword plan ไว้ในบัญชีทันที (ขึ้นข้อความ Just saved) ส่วนการใช้ Discover new keywords แล้วกด Get results ไม่ได้สร้าง plan เพิ่ม plan เป็นที่เก็บรายการคำไว้ดู forecasts ภายหลัง (Help 7337243) ไม่ใช่แคมเปญโฆษณา ถ้าไม่อยากให้มี plan เพิ่มในบัญชี ลองเริ่มจาก Discover new keywords แบบที่เราทำ

Export คำจาก Keyword Planner ไปจัดกลุ่มต่อยังไง

Export ไอเดียคำทำได้จากปุ่ม Download keyword ideas มุมขวาบนของหน้าไอเดียคำ (ตรงกับหน้าจอจริงที่เราแคป 24 ต.ค. 2026 ในหัวข้อตัวเลขด้านบน) ตามที่ Google Ads Help 12059261 อธิบาย (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) ส่วนหน้า forecasts มีปุ่มดาวน์โหลดแยก (Help 7337243) ไฟล์ที่ได้เปิดใน Google Sheets หรือ Excel แล้วจัดกลุ่มต่อเป็นแผนคอนเทนต์ได้ ขั้นนี้คือจุดที่ตัวเลขกลายเป็นงานจริง

  1. ดาวน์โหลดไอเดียคำ หลังตั้งค่าประเทศไทยและภาษาไทยแล้ว
  2. ตัดคำที่ไม่เกี่ยวออก เช่น ชื่อแบรนด์คู่แข่ง หรือคำที่ธุรกิจคุณตอบไม่ได้
  3. เพิ่มคอลัมน์ความสำคัญต่อธุรกิจ The Art of SEO บทที่ 6 แนะนำให้จัดลำดับตามความสำคัญต่อธุรกิจก่อน แล้วค่อยดูความเกี่ยวข้อง ความนิยม และความยาก ตามลำดับ
  4. จัดกลุ่มคำที่ตอบคำถามเดียวกันเข้าหน้าเดียว 1 หน้า = 1 คำหลัก + คำรอง ห้าม 2 หน้าแย่งคำเดียวกัน
  5. วางเป็นหน้าหลักกับหน้าย่อย AI SEO For Dummies บทที่ 9 แนะนำให้วางหัวข้อเป็นหน้าหลัก 1 หน้ากับหน้าสนับสนุนหลายหน้า และเติมคำถามจาก People Also Ask กับการแตกคำถาม (query fan-out) ซึ่ง Keyword Planner ไม่เห็น
  6. ทบทวนรายการทุกเดือน ดาวน์โหลดใหม่แล้วเทียบกับ Search Console ว่าคำไหนเริ่มมี impression
แผนภาพขั้นตอนจาก Keyword Planner ถึงแผนคอนเทนต์ 6 ขั้น ดาวน์โหลดไอเดียคำ ตัดคำไม่เกี่ยว ให้คะแนนความสำคัญต่อธุรกิจ จัดกลุ่มคำเข้าหน้า วางหน้าหลักกับหน้าย่อย และทบทวนรายเดือนกับ Search Console
จากไฟล์ดาวน์โหลดถึงแผนคอนเทนต์: ตัวเลข volume อยู่ขั้นที่ 3 เท่านั้น ความสำคัญต่อธุรกิจมาก่อน (ภาพจำลอง ที่มา: Google Ads Help 12059261 ตรวจ 15 ต.ค. 2026 · The Art of SEO บทที่ 6 · AI SEO For Dummies บทที่ 9)

ตัวอย่างโครงหน้าหลักกับหน้าย่อยของจริงคือ cluster keyword research ของเราเอง หน้า วิธีทำ keyword research เป็นหน้าหลัก และหน้านี้ หน้า Google Trends และหน้าอื่นเป็นหน้าย่อยที่ไม่แย่งคำกัน

ข้อจำกัดของ Keyword Planner กับคำไทย long-tail

Keyword Planner มีข้อจำกัด 3 ข้อที่กระทบคำไทยยาวๆ (long-tail) มากที่สุด ทุกข้อมาจาก Google Ads Help 7337243 (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) คำที่ Keyword Planner ไม่แสดงหรือบอก 0 จึงไม่ได้แปลว่าไม่มีคนค้นเสมอไป

  • คำที่คนค้นน้อยมากหาไม่เจอ: Google ระบุว่าคำที่มีการค้นหาต่ำมากจะไม่แสดงในไอเดียคำและไม่มีประมาณการ Google ไม่ได้บอกว่าต่ำแค่ไหนถึงจะหายไป ในการทดสอบของเรา “หา keyword ฟรี” และ “เครื่องมือหา keyword” ได้ 10 ครั้งต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำสุดที่เราเห็น
  • คำอ่อนไหวไม่มีข้อมูล: Google ระบุว่าคำที่ถือว่าอ่อนไหว (sensitive) ก็ไม่แสดงเช่นกัน ตอนเราดึงข้อมูลคำธุรกิจไทย คำอย่าง “ศัลยกรรม” และ “จัดฟัน” ไม่ได้ตัวเลขกลับมา ซึ่งน่าจะมาจากข้อจำกัดกลุ่มสุขภาพ (ข้อสันนิษฐานของเรา)
  • ความยาวคำ: แต่ละคำต้องไม่เกิน 80 ตัวอักษรและไม่เกิน 10 คำ ภาษาไทยไม่เว้นวรรคระหว่างคำ และ Google ไม่ได้บอกวิธีนับคำไทย ให้ตัดเป็นวลีสั้นเข้าไว้

คำ long-tail ที่ได้ 0 หรือไม่มีข้อมูลยังควรทำ ถ้าตอบคำถามของลูกค้าได้ตรงและอยู่ในหน้าหลักที่มีอยู่แล้ว คำแบบนี้มักมาจากคำถามจริงในหน้าผลค้นหาหรือที่คนถาม AI ดูความต้องการจริงจาก People Also Ask การค้นหาที่เกี่ยวข้อง และ impression ใน Search Console แทน

การ์ดข้อจำกัด 3 ข้อของ Keyword Planner กับคำไทย คำที่ค้นน้อยมากไม่แสดง คำอ่อนไหวไม่มีข้อมูล และคำต้องไม่เกิน 80 ตัวอักษรหรือ 10 คำ ด้านล่างมีป้ายว่า 0 ไม่ได้แปลว่าไม่มีคนค้น ให้เช็ก People Also Ask และ Search Console
3 ข้อจำกัดที่ทำให้คำไทย long-tail หายไปจาก Keyword Planner และแหล่งที่ใช้เช็กแทน (ภาพจำลอง ที่มา: Google Ads Help 7337243 ตรวจ 15 ต.ค. 2026 · ตัวอย่างคำจากข้อมูลของ The Missing Piece ต.ค. 2026)

Keyword Planner vs Google Trends vs Search Console ใช้ตัวไหนเมื่อไหร่

Keyword Planner, Google Trends และ Google Search Console เป็นเครื่องมือฟรีของ Google ทั้ง 3 ตัว แต่ตอบคนละคำถาม Keyword Planner บอกขนาดของความต้องการ Google Trends บอกจังหวะเวลาเป็นดัชนี 0–100 ไม่ใช่จำนวนครั้ง และ Search Console บอกว่าเว็บของคุณโผล่จริงในคำค้นไหน ใช้ครบ 3 ตัวได้ภาพที่ครบกว่าการดูตัวเลขจากเครื่องมือเดียว

Keyword PlannerGoogle TrendsSearch Console
ตอบคำถามคำนี้มีคนค้นมากแค่ไหน มีคำอะไรอีกคนค้นเมื่อไหร่ ขึ้นหรือลงเว็บเราโผล่ในคำไหน ได้คลิกเท่าไหร่
หน่วยของตัวเลขค่าเฉลี่ยต่อเดือน ปัดเลข รวมคำใกล้เคียงดัชนี 0–100 เทียบจุดสูงสุดimpression และคลิกจริงของเว็บเรา
ต้องมีอะไรบัญชี Google Ads (ใส่ข้อมูลชำระเงิน)ไม่ต้องล็อกอินยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บ
จุดอ่อนคำไทยค้นน้อยหายไป บางบัญชีอาจเห็นเป็นช่วงไม่บอกจำนวนครั้ง คำเล็กได้ 0เห็นเฉพาะคำที่เว็บเราโผล่แล้ว
ใช้ตอนก่อนเขียน: เลือกคำก่อนเขียน: เลือกเวลาลงหลังเผยแพร่: วัดผลและหาคำใหม่
3 เครื่องมือฟรีของ Google สำหรับงาน keyword ที่มา: Google Ads Help 3022575, 7337243 · Google Trends Help (FAQ about Google Trends data) · Search Console Help (Performance report) ตรวจ 15 ต.ค. 2026 · แถวใช้ตอนเป็นคำแนะนำของเรา

Workflow ที่เราแนะนำสำหรับคำไทย: เริ่มที่ Keyword Planner เพื่อหาคำและเทียบขนาด → เปิด Google Trends ดูว่าคำนั้นพุ่งเป็นฤดูกาลไหม จะได้ลงบทความก่อนคนเริ่มค้น → หลังเผยแพร่ ดูคำที่หน้าเว็บได้ impression จริงใน Google Search Console แล้ววนกลับไปเติมคำใหม่ The Art of SEO บทที่ 6 ก็มองว่าข้อมูลคลิกและ impression จาก Search Console เป็นข้อมูลคำค้นที่มีค่าที่สุดที่ Google ให้เว็บของเรา

แผนภาพวงรอบ 3 เครื่องมือฟรีของ Google เริ่มที่ Keyword Planner บอกขนาด ต่อด้วย Google Trends บอกจังหวะเวลา และ Search Console บอกผลจริงของเว็บ แล้ววนกลับไปหาคำใหม่ ใต้แต่ละเครื่องมือมีหน่วยของตัวเลข
ขนาด → จังหวะ → ผลจริง: ใช้ 3 เครื่องมือฟรีเป็นวงรอบเดียว ตัวเลขแต่ละตัวมีหน่วยต่างกัน อย่าเอามาบวกลบกันตรงๆ (ภาพจำลอง ที่มา: Google Ads Help, Google Trends Help, Search Console Help ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

ตัวเลข Keyword Planner แม่นแค่ไหนกับคำไทย: ผลทดสอบ 20 คำของเรา

ตัวเลขจาก Google Ads ซึ่งเป็นข้อมูลชุดเดียวกับ Keyword Planner ต่างจาก Ahrefs มากในคำไทย ในการทดสอบของเรา 20 คำเกี่ยวกับ SEO (14 ต.ค. 2026) มี 18 คำที่มีตัวเลขทั้งสองฝั่ง ในจำนวนนี้ 12 คำมีตัวเลข Google Ads ต่างจาก Ahrefs ตั้งแต่ 30% ขึ้นไป (เทียบกับตัวเลข Ahrefs) Google Ads ต่ำกว่า 10 คำ สูงกว่า 2 คำ และอีก 2 คำ Ahrefs บอก 0 ทั้งที่ Google Ads บอก 10 ครั้งต่อเดือน

วิธีทดสอบ: ตัวเลข Google Ads ดึงผ่าน DataForSEO (Google Ads search volume, ประเทศไทย ภาษาไทย ค่าเฉลี่ย 12 เดือน ก.ย. 2025–ส.ค. 2026) ส่วน Ahrefs ใช้ค่า volume ประเทศไทยที่เราบันทึกไว้ระหว่าง 4–14 ต.ค. 2026 ตัวเลขผ่าน API เป็นค่าปัดเป็นขั้นแบบเดียวกับที่ Keyword Planner แสดง ไม่ใช่ช่วง

คำAhrefsGoogle AdsGoogle Ads ÷ Ahrefs
seo คือ8,7004,4000.51
search console4,5005,4001.20
search engine3,7004,4001.19
ทำ seo1,5001,0000.67
google keyword planner2,5001,9000.76
ga41,3001,9001.46
ctr คือ1,2001,3001.08
impression คือ1,0001,3001.30
seo audit8001700.21
seo tools7002100.30
keyword tool7004800.69
เครื่องมือ seo200400.20
ctr ย่อมาจาก1501400.93
เรียน seo ที่ไหนดี150500.33
เรียน seo ออนไลน์100400.40
ai visibility100300.30
impression คืออะไร40501.25
โปรแกรม seo30100.33
หา keyword ฟรี010—
เครื่องมือหา keyword010—
จำนวนการค้นหาต่อเดือนในไทยของคำเดียวกันจาก 2 แหล่ง (n = 20 คำ ผลเบื้องต้น) ที่มา: ทดสอบของ The Missing Piece 14 ต.ค. 2026 · Google Ads ผ่าน DataForSEO (ไทย ภาษาไทย เฉลี่ย ก.ย. 2025–ส.ค. 2026) · Ahrefs TH (บันทึก 4–14 ต.ค. 2026)

สิ่งที่ข้อมูลชุดนี้บอก:

  • คำกว้างที่คนค้นมากใกล้กัน: search console, search engine และ ctr คือ ต่างกันไม่ถึง 30%
  • คำเฉพาะทางต่างกันมาก: seo audit (800 เทียบ 170), seo tools (700 เทียบ 210) และเครื่องมือ seo (200 เทียบ 40) · คำกว้างบางคำก็ต่างมากได้ เช่น seo คือ (8,700 เทียบ 4,400)
  • 0 ไม่ได้แปลว่าไม่มีคนค้น: หา keyword ฟรี กับ เครื่องมือหา keyword ได้ 0 ใน Ahrefs แต่ได้ 10 ใน Google Ads
  • ค่าเฉลี่ยซ่อนการเปลี่ยนแปลง: เครื่องมือ seo ได้ 260 ในเดือน ก.ย. 2025 แล้วเหลือ 10–40 ในเดือนอื่น

ข้อจำกัด: เป็นการทดสอบเล็ก 20 คำในหมวด SEO หมวดเดียว ไม่ได้ดึง Semrush หรือ Ubersuggest และยังใช้ impression ใน Search Console ของเว็บเราเทียบไม่ได้ เพราะเว็บเพิ่งเปิดเมื่อ 1 ต.ค. 2026 ใช้ผลนี้เป็นทิศทาง ไม่ใช่สูตรแปลงตัวเลข ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ เทียบขนาดระหว่างคำด้วยเครื่องมือเดียวกันเสมอ อย่าเอาตัวเลขจากสองเครื่องมือมาปนกัน ผลทดสอบชุดเดียวกันนี้ใช้ประกอบการเลือกเครื่องมือในหน้า SEO Tools ฟรีและเสียเงิน 2026

กราฟจุดคู่เทียบจำนวนการค้นหาต่อเดือนของ 20 คำไทยจาก Ahrefs และ Google Ads บนสเกลลอการิทึม คำอย่าง search console และ ctr คือ จุดสองสีใกล้กัน ส่วน seo audit seo tools และเครื่องมือ seo ห่างกันมาก และ 2 คำที่ Ahrefs เป็น 0 แสดงแยกด้านล่าง
คำเดียวกัน ตัวเลขต่างกันได้ถึง 5 เท่า โดยเฉพาะคำเฉพาะทาง ใช้ตัวเลขเพื่อเทียบขนาดระหว่างคำในเครื่องมือเดียวกัน ไม่ใช่เพื่อพยากรณ์ traffic (ที่มา: ทดสอบของ The Missing Piece 14 ต.ค. 2026 · Google Ads ผ่าน DataForSEO เฉลี่ย ก.ย. 2025–ส.ค. 2026 · Ahrefs TH 4–14 ต.ค. 2026 · n = 20 ผลเบื้องต้น)

เช็ก volume หลายร้อยคำพร้อมกันผ่าน API ทำยังไง

ถ้ามีคำต้องเช็กเป็นร้อยหรือเป็นพันคำ ไม่ต้องวางคำทีละชุดในหน้า Keyword Planner แล้วรวมไฟล์เอง ดึงข้อมูลชุดเดียวกันผ่าน API ได้ 2 ทาง คือ (1) Google Ads API ของ Google เอง ไม่เสียค่า API แต่ต้องขอสิทธิ์และมีคนเขียนโค้ดเชื่อม และ (2) ผู้ให้บริการข้อมูลอย่าง DataForSEO ที่ต่อ Google Ads API ไว้ให้แล้ว จ่ายเป็นรายครั้ง ทั้งสองทางได้จำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน ตัวเลขรายเดือน Competition และ Top of page bid แบบเดียวกับที่เห็นในหน้าเครื่องมือ

ทางที่ 1: Google Ads API (KeywordPlanIdeaService)

ใน Google Ads API ฟีเจอร์ของ Keyword Planner อยู่ใน KeywordPlanIdeaService มี 2 คำสั่งที่คนทำ SEO ใช้ ตามเอกสาร Google Ads API (ตรวจ 15 ต.ค. 2026):

  • GenerateKeywordIdeas ทำงานแบบปุ่ม Discover new keywords ใส่คำตั้งต้นได้ 1–20 คำ ใส่ URL ใส่ทั้งคำและ URL หรือใส่ทั้งโดเมน ซึ่ง Google ระบุว่าแบบโดเมนให้ไอเดียได้สูงสุด 250,000 คำ ผลส่งกลับมาหน้าละไม่เกิน 10,000 แถว
  • GenerateKeywordHistoricalMetrics ทำงานแบบ Get search volume and forecasts ส่งคำได้สูงสุด 10,000 คำต่อคำขอ ได้ค่าเฉลี่ยต่อเดือน ตัวเลขรายเดือนย้อนหลังได้ถึง 4 ปี Competition (พร้อมดัชนี 0–100) และ Top of page bid ช่วงล่างกับช่วงบน ตัวเลข volume อัปเดตเดือนละครั้งจากข้อมูลเดือนก่อน

เงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม (เอกสาร Google Ads API ตรวจ 15 ต.ค. 2026):

  • ไม่ใช้ developer token แล้ว: Google เลิกใช้ developer token ตั้งแต่ 9 ก.ย. 2026 ตอนนี้ระดับสิทธิ์ผูกกับโปรเจกต์ Google Cloud ที่ใช้สร้าง OAuth และไม่ต้องมีบัญชี manager อีกต่อไป คู่มือหรือคำตอบ AI ที่ยังบอกให้ไปขอ token ใน API Center เป็นข้อมูลก่อนการเปลี่ยนนี้
  • ต้องได้สิทธิ์ Basic ขึ้นไป: โปรเจกต์ใหม่เริ่มที่ระดับ Test ซึ่งเรียกได้เฉพาะบัญชีทดสอบ ระดับ Explorer ถูกจำกัดฟีเจอร์วางแผน รวมถึง KeywordPlanIdeaService จึงต้องขอ Basic (15,000 operations ต่อวัน สมัครได้หลังยืนยันแบรนด์ของโปรเจกต์ และ Google อาจอนุมัติให้อัตโนมัติ) หรือ Standard (ไม่จำกัดต่อวัน ต้องผ่านการรีวิวโดยคน)
  • เรียกได้ 1 ครั้งต่อวินาที: GenerateKeywordIdeas และ GenerateKeywordHistoricalMetrics จำกัดที่ 1 คำขอต่อวินาทีต่อบัญชี Google Ads (CID) ถ้าเกินจะได้ error RESOURCE_EXHAUSTED
  • คำใกล้เคียงถูกรวม: API รวม close variants แบบเดียวกับหน้าเครื่องมือ จำนวนแถวที่ได้กลับมาจึงอาจน้อยกว่าจำนวนคำที่ส่ง

ทางนี้คุ้มสำหรับทีมที่มีนักพัฒนาและต้องดึงข้อมูลเป็นประจำ เช่น ทุกเดือน ถ้าแค่อยากเช็กหลายร้อยคำเป็นครั้งคราว ทางที่ 2 เร็วกว่ามาก

ทางที่ 2: DataForSEO Google Ads API (ทางลัด)

DataForSEO ขายข้อมูลจาก Google Ads API แบบจ่ายตามใช้ ไม่ต้องขอสิทธิ์จาก Google เอง endpoint สำหรับเช็ก volume คือ Google Ads Search Volume ส่งคำได้สูงสุด 1,000 คำต่อ 1 task และคิดราคาต่อ task เท่ากันไม่ว่าจะส่ง 1 หรือ 1,000 คำ แต่ละคำยาวได้ไม่เกิน 80 ตัวอักษรและ 10 คำ (เอกสาร DataForSEO ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

แบบราคาต่อ task (สูงสุด 1,000 คำ)เป็นบาทได้ผลภายใน
Standard (ส่งงานแล้วกลับมารับผล)$0.06≈ 21–3 ชั่วโมง
Live (ได้ผลในคำขอเดียว)$0.09≈ 3เฉลี่ยไม่เกิน 7 วินาที (จำกัด 12 คำขอต่อนาทีต่อบัญชี)
ราคา DataForSEO กลุ่ม Google Ads Keywords Data ที่มา: หน้าราคาและเอกสาร DataForSEO ตรวจ 15 ต.ค. 2026 · แปลงที่ 33.7219 บาทต่อดอลลาร์ (อัตราขายเฉลี่ย ธปท. 14 ต.ค. 2026) · บัญชีต้องเติมเงินขั้นต่ำ $50 (≈ 1,686 บาท ไม่รวมภาษี) และบัญชีใหม่ได้เครดิตทดลอง $1

เทียบให้เห็นภาพ: เช็ก 1,000 คำแบบ Live ครั้งเดียวราว 3 บาท ข้อมูลที่ได้กลับมาคือจำนวนการค้นหาเฉลี่ย ตัวเลขรายเดือน Competition และ Top of page bid เป็นดอลลาร์ ซึ่งต้องแปลงเป็นบาทเอง คำที่ค้นน้อยมากหรืออ่อนไหวจะได้ค่าว่างเหมือนในหน้าเครื่องมือ (ดูข้อจำกัดกับคำไทย long-tail)

ขั้นตอนแบบย่อ ตั้งแต่รายการคำถึงไฟล์ที่ใช้ได้

  1. รวมคำทั้งหมดในไฟล์เดียว เช่น คำจากไฟล์ export ของ Keyword Planner คำถามที่ AI แตกให้ และคำจาก Search Console แล้วตัดคำซ้ำ AI SEO For Dummies บทที่ 9 แนะนำให้แตกคำถามแบบ query fan-out อย่างตั้งใจ รายการที่ได้มักยาวเป็นร้อยคำ ขั้นนี้เองที่ API ช่วยได้มาก
  2. แบ่งเป็นชุด ชุดละไม่เกิน 1,000 คำถ้าใช้ DataForSEO หรือไม่เกิน 10,000 คำถ้าใช้ Google Ads API
  3. ตั้งค่าประเทศ ภาษา และช่วงเดือน ประเทศไทย (ใน DataForSEO คือ location_code 2764) ภาษาไทย และช่วง 12 เดือนที่ต้องการ ถ้าไม่ตั้งประเทศจะได้ตัวเลขรวมทุกประเทศ
  4. ส่ง 1 คำขอต่อ 1 ชุด แล้วเก็บผลเป็นตาราง: คำ ค่าเฉลี่ยต่อเดือน ตัวเลขรายเดือน Competition และ bid
  5. แปลง bid เป็นบาทด้วยอัตราที่ระบุวันที่ แล้วจัดกลุ่มคำต่อตามขั้นตอน exportด้านบน

รหัสเข้าใช้ API ให้เก็บในไฟล์ตั้งค่าบนเครื่องหรือ password manager เท่านั้น อย่าวางลงในสเปรดชีตที่แชร์กัน หรือในแชตกับ AI ที่คนอื่นเปิดดูได้

ตัวอย่างจริงของเรา: คำไทย 20 คำ ไม่ถึง 10 บาท

ผลทดสอบ 20 คำในหน้านี้ดึงด้วยทางที่ 2 เราส่งคำไทยทั้ง 20 คำผ่าน endpoint Google Ads Search Volume ของ DataForSEO (ประเทศไทย ภาษาไทย ค่าเฉลี่ย ก.ย. 2025–ส.ค. 2026) เมื่อ 14 ต.ค. 2026 ใช้ 2 คำขอ ค่าใช้จ่ายรวมไม่ถึง $0.20 (≈ 7 บาท) ตารางTop of page bidด้านบนก็ดึงแบบเดียวกัน (5 คำ คำขอ Live เดียว $0.09 เมื่อ 15 ต.ค. 2026) ถ้าทำในหน้าเครื่องมือ งานแบบนี้ต้องวางคำ ดาวน์โหลด แล้วรวมไฟล์เอง ส่วนเครื่องมือ SEO ตัวอื่นที่ดึงข้อมูลแบบนี้ได้ ดูเทียบใน SEO Tools ฟรีและเสียเงิน 2026

ใช้ ChatGPT หรือ AI หา keyword แทน Keyword Planner ได้ไหม

ChatGPT และ AI ตัวอื่นช่วยระดมไอเดียคำและคำถามได้ดี แต่ใช้แทน Keyword Planner เรื่องตัวเลขไม่ได้ เพราะตัวเลขที่ AI ให้ไม่ได้มาจากข้อมูลการค้นหาของ Google วิธีที่ใช้ได้จริงคือให้ AI แตกคำถามที่ลูกค้าน่าจะถาม แล้วนำรายการไปเช็กใน Get search volume and forecasts ตามที่หน้า Keyword Research ฉบับคนไทย แนะนำไว้ คำที่ได้ 0 แต่ตอบคำถามจริงก็ยังเป็นหัวข้อย่อยที่ดีได้ เพราะคนถาม AI ด้วยประโยคยาวที่ Keyword Planner ไม่เห็น

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือคำตอบของ AI เกี่ยวกับตัว Keyword Planner เอง เราลองถามเรื่องนี้กับ AI 2 แพลตฟอร์มเมื่อ 15 ต.ค. 2026 และพบจุดที่ขัดกับเอกสาร Google:

AI ตอบเรื่อง Keyword Planner ผิดตรงไหน (สังเกต 15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม n=1 ไม่ใช่อัตรา)

  • Google AI Overview (คำค้น “keyword planner คือ”): บอกว่าใช้ฟรีโดยไม่ต้องเปิดแคมเปญหรือผูกบัตรเครดิต เรื่องแคมเปญถูก แต่เรื่องบัตรขัดกับ Google Ads Help 7337243 ที่ให้ใส่ข้อมูลการชำระเงินก่อนใช้ฟีเจอร์พื้นฐาน
  • Google AI Overview (คำค้น “google keyword planner วิธีใช้”): รวมเรื่องข้อมูลการชำระเงินกับการสลับ Expert Mode ว่าเป็นเงื่อนไขของการเห็นตัวเลขครบ ซึ่งเอกสาร Google ไม่ได้เชื่อมสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน
  • OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) (เปิดค้นเว็บ ประเทศไทย): เรียกเมนูว่า “วางแผนคำค้นหา” ขณะที่ชื่อทางการภาษาไทยคือ “เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด” ไม่พูดถึงข้อมูลการชำระเงินหรือเรื่องคำใกล้เคียง และไม่มีแหล่งอ้างอิงกลับมา

ทุกข้อเช็กได้กับเอกสาร Google ในแหล่งอ้างอิงด้านล่าง ก่อนทำตามขั้นตอนที่ AI บอก ให้เปิดหน้า Google Ads Help ประกอบเสมอ

เรื่องนี้สำคัญกับธุรกิจด้วย ถ้า AI ตอบเรื่องสินค้าของคุณผิดแบบเดียวกัน ลูกค้าจะได้ข้อมูลผิดก่อนเข้าเว็บ ถ้าอยากปูพื้นงานค้นหาทั้งระบบทีละขั้นก่อน เริ่มที่ เรียน SEO ฟรีทีละขั้น

การ์ดเทียบคำตอบ AI กับเอกสาร Google เรื่อง Keyword Planner 3 แถว AI Overview บอกไม่ต้องผูกบัตร เอกสาร Google ให้ใส่ข้อมูลการชำระเงิน AI Overview ผสม billing กับ Expert Mode เอกสาร Google แยกสองเรื่อง OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) ใช้ชื่อเมนูวางแผนคำค้นหา ชื่อทางการคือเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด ป้าย n=1
AI ช่วยระดมไอเดียได้ แต่คำตอบเรื่องตัวเครื่องมือยังพลาดในจุดที่เอกสาร Google เขียนไว้ชัด เช็กกับต้นทางก่อนทำตามเสมอ (ภาพจำลอง ที่มา: สังเกตคำตอบ Google AI Overview และ OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) 15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม n=1 · Google Ads Help 7337243)

Keyword Planner คือจุดเริ่มของการเลือกคำ ส่วนภาพรวมของงานทั้งหมดอยู่ที่ SEO คืออะไร บทความนี้เขียนโดยทีม The Missing Piece นำโดย ไอซ์ ศิริพงษ์ จากเอกสารทางการของ Google และข้อมูลที่เราดึงเอง

อยากให้ทั้งการเลือก keyword และการวัดผลทำงานต่อเองทุกสัปดาห์ ทั้งบน Google และในคำตอบ AI: คอร์สเรียน SEO & AI Search แบบ Agentic สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์ ถ้ายังเลือกไม่ได้ว่าจะเริ่มเรียนแบบไหน ดูเทียบใน เรียน SEO ที่ไหนดี

คำถามที่พบบ่อย

Google Keyword Planner คืออะไร

Google Keyword Planner หรือเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด คือเครื่องมือฟรีใน Google Ads ที่ให้ไอเดีย keyword และจำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือนจากข้อมูลของ Google คนทำ SEO ใช้เลือกคำและเทียบขนาดความต้องการ ส่วนผู้ลงโฆษณาใช้วางแผนแคมเปญ

Google Keyword Planner ฟรีไหม ต้องผูกบัตรไหม

ฟรี แต่ Google Ads Help ระบุว่าต้องตั้งค่าบัญชี Google Ads ให้เสร็จรวมถึงใส่ข้อมูลการชำระเงิน สร้างบัญชีแบบไม่มีแคมเปญได้ และไม่มีแคมเปญก็ไม่มีโฆษณาวิ่ง จึงไม่มีค่าคลิก

ทำไมเห็นจำนวนการค้นหาเป็นช่วง ไม่ใช่ตัวเลขเดียว

บัญชีที่ไม่ได้ลงโฆษณาอาจเห็นจำนวนการค้นหาเป็นช่วง เช่น 1K – 10K เราเห็นเองเมื่อ 24 ต.ค. 2026 ในบัญชีที่วันนั้นไม่มีโฆษณาวิ่ง และหน้าจอ Keyword Planner ขึ้นข้อความว่า “To get more detailed statistics, run a campaign.” ส่วน Google Ads Help (ตรวจ 24 ต.ค. 2026) ระบุแค่ว่าตัวเลขการค้นหาถูกปัดเลข ไม่ได้ประกาศเกณฑ์งบ ใช้ช่วงจัดกลุ่มคำเป็นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ได้ ถ้าต้องการตัวเลขละเอียด หน้าจอแนะนำให้เปิดแคมเปญ ซึ่งมีค่าโฆษณา และ Google ไม่ได้บอกว่าต้องใช้งบเท่าไร

Competition ใน Keyword Planner ใช้แทนความยาก SEO ได้ไหม

ไม่ได้ Competition วัดจำนวนผู้ลงโฆษณาในคำนั้นเทียบทุกคำ ไม่ใช่ความยากในการติดอันดับ organic ถ้าต้องการค่าความยาก SEO ให้ใช้ Keyword Difficulty จากเครื่องมือ SEO

คำไทยที่ Keyword Planner บอก 0 หรือไม่มีข้อมูล ควรทำไหม

ควรทำถ้าตอบคำถามจริงของลูกค้าได้ Google ระบุว่าคำที่ค้นน้อยมากหรืออ่อนไหวจะไม่แสดง และในการทดสอบของเรา คำที่ Ahrefs บอก 0 ยังมีคนค้น 10 ครั้งต่อเดือนในข้อมูล Google Ads แปลว่า 0 จากเครื่องมือไหนก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีคนค้น ใช้ People Also Ask และ Search Console เช็กความต้องการแทน

ใช้ ChatGPT แทน Keyword Planner ได้ไหม

ใช้ระดมไอเดียคำและคำถามได้ แต่ไม่ควรเชื่อตัวเลขจำนวนการค้นหาที่ AI ให้ เพราะไม่ได้มาจากข้อมูลการค้นหาของ Google นำรายการคำไปเช็กใน Get search volume and forecasts ก่อนใช้

แหล่งอ้างอิง

  • Google Ads Help, Use Keyword Planner · About Keyword Planner forecasts · Create a Google Ads account · Refine your new keywords in Keyword Planner · About organizing keywords in Keyword Planner (ตรวจ 15 ต.ค. 2026 · ตรวจซ้ำ Use Keyword Planner และ About Keyword Planner forecasts 24 ต.ค. 2026)
  • Google, เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด (หน้าเครื่องมือ Keyword Planner) (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
  • Google Trends Help, FAQ about Google Trends data · Search Console Help, Performance report (Search results) (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
  • Google Ads API, Generate keyword ideas · Generate historical metrics · Access levels and permissible use · Developer token · API limits and quotas (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
  • DataForSEO, Google Ads Search Volume (Live) · Google Ads Keywords Data pricing · Pricing (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย, Foreign Exchange Rates (อัตราขายเฉลี่ย 14 ต.ค. 2026: USD 33.7219)
  • ข้อมูลของ The Missing Piece: ภาพหน้าจอจริง Google Keyword Planner จากบัญชี Google Ads ที่ไม่มีโฆษณาวิ่งในวันที่แคป (24 ต.ค. 2026) 5 ภาพ และข้อสังเกต 1 ข้อ: เมนู Tools › Planning › Keyword Planner · หน้าแรก 2 การ์ด · Discover new keywords คำว่า “ร้านดอกไม้” (Thai (default) · Thailand) · ผลลัพธ์เป็นช่วงพร้อมข้อความ “To get more detailed statistics, run a campaign.” · Get search volume and forecasts ใส่ “คีย์เวิร์ด” กับ “คีย์ เวิร์ด” ได้ 1 แถว (n=1 คู่) · ข้อสังเกตในบัญชีของเรา: การกด Get started ที่การ์ด Get search volume and forecasts บันทึก keyword plan อัตโนมัติ (ไม่มีภาพ)
  • ข้อมูลของ The Missing Piece: ทดสอบ volume 20 คำไทย Google Ads ผ่าน DataForSEO (ประเทศไทย ภาษาไทย เฉลี่ย ก.ย. 2025–ส.ค. 2026) เทียบ Ahrefs TH (บันทึก 4–14 ต.ค. 2026) ทดสอบ 14 ต.ค. 2026 n=20 ผลเบื้องต้น · Top of page bid คำธุรกิจไทยจาก Keyword Planner ผ่าน DataForSEO (12 เดือน ก.ย. 2025–ส.ค. 2026 ดึง 15 ต.ค. 2026 แปลงที่ 33.7219 บาทต่อดอลลาร์ ตามอัตราขายเฉลี่ย ธปท. 14 ต.ค. 2026) · ทดสอบการเว้นวรรค 10 คู่ (4 ต.ค. 2026 อยู่ในหน้า Keyword Research) · สังเกตคำตอบ Google AI Overview และ OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) สำหรับคำเรื่อง Keyword Planner (15 ต.ค. 2026 ดูครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม n=1 ไม่ใช่อัตรา)
  • Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 9 (วางหัวข้อเป็นหน้าหลักกับหน้าสนับสนุน และใช้ query fan-out กับ People Also Ask เป็นแหล่งคำถาม)
  • Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 4 (Keyword Planner ฟรี แต่บัญชีที่ไม่ลงโฆษณาเห็นจำนวนการค้นหาเป็นช่วงกว้าง) · บทที่ 6 (Keyword Research: จัดลำดับตามความสำคัญต่อธุรกิจก่อนความนิยมและความยาก · ค่าคลิกใช้แทนความยากแบบหยาบเมื่อไม่มี KD · ข้อมูล Search Console มีค่าที่สุดสำหรับคำค้นของเว็บตัวเอง · ทบทวนแผนเป็นประจำ)

อัปเดตล่าสุด 24 ต.ค. 2026: เปลี่ยนภาพจำลองในหัวข้อวิธีใช้ ตั้งค่าไทย และตัวเลข เป็นภาพหน้าจอจริง 5 ภาพ ทำภาพสรุปเรื่องฟรีใหม่ ปรับขั้นตอนให้ตรงหน้าจอปัจจุบัน และเปลี่ยนหลักฐานเรื่องตัวเลขเป็นช่วงจากรายงานสื่อปี 2016 เป็นหน้าจอจริงของเรากับ Google Ads Help · ตรวจข้อมูลล่าสุด: 24 ต.ค. 2026 · ครั้งก่อน 15 ต.ค. 2026: เพิ่มหัวข้อเช็ก volume หลายร้อยคำผ่าน API และแปลงตาราง Top of page bid เป็นบาทด้วยอัตราขายเฉลี่ย ธปท. 14 ต.ค. 2026 (33.7219 บาทต่อดอลลาร์) · เราจะเทียบตัวเลขกับ impression ใน Search Console เมื่อมีข้อมูลพอ แล้วอัปเดตหน้านี้