
สรุปสั้น (TL;DR)
Title tag คือแท็ก <title> ในส่วน <head> ของ HTML ที่บอกชื่อของหน้าเว็บ ข้อความนี้ขึ้นบนแท็บเบราว์เซอร์ และเป็นแหล่งหลักที่ Google ใช้ทำหัวข้อสีฟ้าที่คลิกได้ในผลค้นหา ซึ่ง Google เรียกว่า title link Google ไม่จำกัดความยาว title แต่ตัดให้พอดีจอ และอาจเลือกข้อความอื่นบนหน้า เช่น H1 มาแสดงแทน ถ้า title ไม่ตรงกับเนื้อหา
- ความยาว: ในข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 100 คำค้น เก็บ 15 ต.ค. 2026 title ไทยบนเดสก์ท็อปถูกตัดเมื่อกว้างเกินราว 590 พิกเซล ส่วนที่ยังเห็นยาวราว 60 ตัวอักษร (ค่ากลาง นับรวมสระบนล่าง) ใกล้กับผลสำรวจหน้าไทยของเราเมื่อ 7 ต.ค. 2026 ที่ราว 580 พิกเซล
- มือถือไม่ได้ตัดสั้นกว่า: title ใน 3 อันดับแรกถูกตัดบนมือถือ 10.5% เทียบกับเดสก์ท็อป 22.0% และเมื่อ URL เดียวกันถูกตัดบนอุปกรณ์เดียว 23 จาก 25 คู่เป็นฝั่งเดสก์ท็อป จึงควรเขียนให้พอดีเดสก์ท็อปก่อน
- title ที่คนเห็นส่วนใหญ่ไม่มีชื่อแบรนด์: title ที่ Google แสดงมีชื่อแบรนด์แค่ 23% (ค่าขั้นต่ำ) และเหลือ 8% ในคำค้นหาความรู้บนเดสก์ท็อป และ Google แสดงชื่อเว็บแยกไว้อีกบรรทัดอยู่แล้ว ให้วางคำหลักไว้ต้น และวางชื่อแบรนด์ไว้ท้ายหลังเครื่องหมายคั่น
สารบัญ
- Title tag คืออะไร อยู่ตรงไหน
- Title tag, meta title, SEO title ต่างกันไหม
- Title tag ต่างจาก H1 ยังไง
- ความยาว title ภาษาไทย
- มือถือตัด title สั้นกว่าจริงไหม
- ทำไม Google ไม่ใช้ title ที่เราเขียน
- ชื่อแบรนด์และเครื่องหมายคั่น
- วิธีเขียน title ภาษาไทย + ตัวอย่าง
- Title ซ้ำกันหลายหน้า
- Title กับ CTR
- เช็ก title ใน Search Console
- ตั้ง title ใน WordPress และ Rank Math
- Title ในยุค AI Search
- คำถามที่พบบ่อย
Title Tag คืออะไร (Title ใน HTML คืออะไร) อยู่ตรงไหนในโค้ดและบนหน้าจอ
Title tag คือแท็ก <title> ที่อยู่ในส่วน <head> ของหน้าเว็บ ใช้บอกชื่อของหน้านั้นให้เบราว์เซอร์ search engine และแพลตฟอร์มอื่นรู้ ทุกหน้าควรมี title หนึ่งอันที่บอกว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร title ไม่แสดงในเนื้อหาของหน้า แต่ไปโผล่ในที่อื่นอย่างน้อย 3 จุด
<head>
<title>Title Tag คืออะไร เขียนยังไงให้ Google ใช้ - ชื่อเว็บ</title>
</head>
- แท็บเบราว์เซอร์และบุ๊กมาร์ก: ชื่อที่เห็นบนแท็บ และชื่อที่ถูกบันทึกเมื่อกดบุ๊กมาร์ก
- ผลค้นหา Google: หัวข้อสีฟ้าที่คลิกได้ Google เรียกว่า title link และใช้
<title>เป็นแหล่งหลัก แต่ไม่ใช่แหล่งเดียว (อ่านต่อในหัวข้อเรื่อง Google เปลี่ยน title) ส่วนหน้าตาของผลค้นหาทั้งหน้าอ่านได้ที่ SERP คืออะไร - ตอนแชร์ลิงก์: Facebook, LINE และแพลตฟอร์มอื่นมักใช้
og:title(แท็กชื่อสำหรับตอนแชร์) ก่อน ถ้าหน้าไม่มี og:title จึงอาจใช้<title>แทน
คำว่า “title คือ” ที่คนค้นใน Google มีหลายความหมาย เช่น คำนำหน้าชื่อหรือชื่อตำแหน่งงาน บทความนี้พูดถึง title ของหน้าเว็บเท่านั้น และ title tag ไม่ใช่ attribute title="" ที่ใส่ในรูปหรือลิงก์ ซึ่งเป็นข้อความที่เด้งขึ้นเมื่อเอาเมาส์ชี้ ความต่างของสองอย่างนี้อธิบายไว้ใน Alt ต่างจาก title และ caption ยังไง

Title tag, meta title, SEO title, page title และ title link ต่างกันไหม
Title tag, meta title, SEO title และ page title หมายถึงสิ่งเดียวกันในงานส่วนใหญ่ คือข้อความใน <title> ที่เจ้าของเว็บเขียน ชื่อต่างกันเพราะแต่ละเครื่องมือเรียกไม่เหมือนกัน ส่วน title link เป็นอีกเรื่อง เพราะคือสิ่งที่ Google เลือกแสดงจริงในผลค้นหา ซึ่งอาจไม่ตรงกับ title ที่เราเขียน
| ชื่อที่เจอ | หมายถึง | ใครเขียน | มักเจอที่ไหน |
|---|---|---|---|
| Title tag / HTML title | ข้อความใน <title> | เจ้าของเว็บ | โค้ด HTML, คู่มือ SEO |
| Meta title | ชื่อเรียกอีกแบบของ title tag (ไม่มีแท็ก meta ชื่อ title จริง) | เจ้าของเว็บ | บทความ SEO, บางธีมและ CMS |
| SEO title | ช่องตั้ง title ในปลั๊กอิน SEO ที่ส่งค่าไปเป็น <title> | เจ้าของเว็บ | Rank Math, ปลั๊กอิน SEO อื่น |
| Page title | ชื่อหน้าแบบกว้างๆ บางครั้งหมายถึงชื่อโพสต์ใน CMS ซึ่งมักกลายเป็น H1 | เจ้าของเว็บ | WordPress, ระบบทำเว็บ |
| Title link | หัวข้อที่ Google แสดงในผลค้นหา | Google (เลือกจากหลายแหล่ง) | เอกสาร Google Search Central |
| og:title | title สำหรับตอนแชร์บนโซเชียล | เจ้าของเว็บ (หรือปลั๊กอินสร้างให้) | Facebook, LINE, ปลั๊กอิน SEO |
ใน WordPress ระวังคำว่า “ชื่อเรื่อง” ของโพสต์ ช่องนี้มักกลายเป็น H1 บนหน้า และเป็นค่าตั้งต้นของ title ถ้าไม่ได้ตั้ง SEO title แยก วิธีตั้งแยกอยู่ในหัวข้อ WordPress และ Rank Math

Title tag ต่างจาก H1 ยังไง ควรเหมือนกันไหม
Title tag ต่างจาก H1 ตรงที่ title อยู่ในโค้ดและใช้ในผลค้นหากับแท็บ ส่วน H1 คือหัวเรื่องที่คนเห็นบนหน้าเว็บ ทั้งสองควรพูดเรื่องเดียวกันและใช้คำหลักเดียวกัน แต่ถ้อยคำไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกตัว เช่น title อาจสั้นกว่าเพื่อให้พอดีผลค้นหา ส่วน H1 ยาวกว่าได้เพราะไม่ถูกตัด
เหตุผลที่ควรให้สอดคล้องกันอยู่ในเอกสาร title links ของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) ซึ่งระบุว่าเมื่อสร้าง title link ระบบดูหลายแหล่ง ไม่ได้ดูแค่ <title>
- ข้อความใน
<title> - หัวเรื่องหลักที่เห็นบนหน้า และ heading อย่าง
<h1> og:title(Google เพิ่มเข้ารายการในเอกสารเมื่อ ส.ค. 2024)- ข้อความตัวใหญ่หรือเด่นบนหน้า และข้อความอื่นในหน้า
- ข้อความของลิงก์ (anchor text) ในหน้า และข้อความของลิงก์ที่ชี้มายังหน้านี้
- ข้อมูลโครงสร้าง
WebSite(ใช้กับชื่อเว็บ)
ถ้า title กับ H1 พูดคนละเรื่อง Google ต้องเลือกว่าอันไหนบรรยายหน้าได้ตรงกว่า และหลายครั้งเลือก H1 การศึกษาของ Ahrefs (Michal Pecánek, 953,276 หน้า, พ.ย. 2021 อัปเดต พ.ค. 2023 ข้อมูลก่อนปี 2024) พบว่า เมื่อ Google เขียน title ใหม่ ข้อความมาจาก H1 ราว 51% ส่วนผลสำรวจหน้าไทยของเรา (7 ต.ค. 2026) พบว่าใน 25 หน้าที่ Google เขียน title ใหม่ 12 หน้าใช้ข้อความจาก H1 ดูรายละเอียดได้ที่ หัวข้อ Google เขียน title ใหม่ในบทความ On-Page SEO
บางบทความในผลค้นหาไทยแนะนำว่า title “ต้องต่างจาก H1” คำแนะนำนี้ไม่มีในเอกสารของ Google และเสี่ยงทำให้สัญญาณขัดกัน การใช้ถ้อยคำต่างกันเล็กน้อยทำได้ แต่ทั้งสองต้องบอกเรื่องเดียวกัน AI SEO For Dummies บทที่ 11 ก็แนะนำแนวเดียวกัน คือมี H1 เดียวที่บอกเรื่องของหน้าชัด แล้วให้ H2 เรียงตามคำถามของผู้อ่าน
| Title tag | H1 | |
|---|---|---|
| อยู่ที่ไหน | ใน <head> ไม่แสดงบนหน้า | บนหน้า เป็นหัวเรื่องใหญ่ |
| คนเห็นตอนไหน | ในผลค้นหา บนแท็บ ตอนบุ๊กมาร์ก | หลังคลิกเข้ามาแล้ว |
| ถูกตัดไหม | ถูกตัดตามความกว้างจอในผลค้นหา | ไม่ถูกตัด |
| หน้าที่ | ชวนให้คลิกและบอก Google ว่าหน้านี้คืออะไร | ยืนยันกับคนอ่านว่ามาถูกหน้า |
| ควรมีกี่อัน | 1 ต่อหน้า | 1 ต่อหน้าเป็นแนวที่อ่านง่าย (AI SEO For Dummies บทที่ 11) |

ความยาว title ภาษาไทย: ยาวกี่ตัวอักษร นับพิกเซลหรือตัวอักษร
Title ภาษาไทยบนเดสก์ท็อปแสดงได้ราว 590 พิกเซล หรือราว 60 ตัวอักษรถ้านับรวมสระบนล่างและวรรณยุกต์ ก่อนถูกตัดด้วย “…” ตัวเลขนี้เป็นค่าที่เราวัดจากผลค้นหาไทย ไม่ใช่ขีดจำกัดของ Google เพราะเอกสาร title links ระบุว่าไม่มีขีดจำกัดความยาวของ <title> แต่ Google จะตัดให้พอดีความกว้างของอุปกรณ์ตามความจำเป็น
ผลสำรวจแรกของเราอยู่ในหัวข้อความยาว title ไทยในบทความ On-Page SEO (264 หน้า 44 คำค้น 7 ต.ค. 2026) ซึ่งพบจุดตัดราว 580 พิกเซล รอบนี้เราเก็บชุดใหม่ที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อดูว่าตัวเลขนั้นซ้ำได้ไหม และวัดมือถือที่รอบแรกยังไม่ได้วัด
| ตัวชี้วัด (เดสก์ท็อป, ผลหน้าแรก) | ค่า |
|---|---|
| Title ที่ถูกตัดด้วย “…” | 19.1% (122 จาก 638) · เฉพาะ 3 อันดับแรก 22.0% (52 จาก 236) |
| ความกว้างของ title ที่ถูกตัด รวม ” …” | ค่ากลาง 531 พิกเซล · กว้างสุด 591 พิกเซล |
| Title ที่กว้างที่สุดที่ไม่ถูกตัด | 596 พิกเซล |
| ความยาวส่วนที่เห็นของ title ที่ถูกตัด (นับทุกตัว) | ค่ากลาง 60.5 ตัวอักษร (ช่วงกลาง 55–65) |
| ความยาวเดียวกัน นับเฉพาะตัวที่กินความกว้าง | ค่ากลาง 52 ตัว (ช่วงกลาง 48–54) |
สองชุดข้อมูลให้ผลใกล้กันมาก คือ 580 กับ 590 พิกเซล จึงพูดได้ว่าพื้นที่ของ title ไทยบนเดสก์ท็อปอยู่ที่ราว 55–65 ตัวอักษรแบบนับทุกตัว “ราว 60 ตัวอักษร” ใช้เป็นหลักจำสำหรับภาษาไทยได้ แต่ไม่ใช่กฎ

ทำไมต้องดูพิกเซล ไม่ใช่นับตัวอักษรอย่างเดียว
Google ตัด title ตามความกว้างบนจอ ไม่ได้ตัดตามจำนวนตัวอักษร ภาษาไทยมีสระบน สระล่าง และวรรณยุกต์ เช่น ิ ี ุ ู ่ ้ ์ ที่วางซ้อนบนหรือใต้พยัญชนะและไม่กินความกว้าง ปลั๊กอินที่นับตัวอักษรจึงนับเกินจากพื้นที่จริง ในข้อมูลชุดนี้ ส่วนที่เห็นของ title ที่ถูกตัดยาว 60.5 ตัวแบบนับทุกตัว แต่เหลือ 52 ตัวเมื่อนับเฉพาะตัวที่กินความกว้าง
The Art of SEO (4th ed., 2023) บทที่ 7 ให้คำแนะนำความยาว title เป็นจำนวนตัวอักษร ซึ่งคิดจากภาษาอังกฤษ สำหรับภาษาไทยให้ใช้เป็นแนวคร่าวๆ แล้วดูเส้นพิกเซลในตัวอย่างผลค้นหา (SERP preview) ของปลั๊กอินประกอบ title ที่ยาวกว่านั้นไม่ผิด Google ยังอ่านทั้งหมด แค่คนเห็นไม่ครบ

บนมือถือ title ถูกตัดสั้นกว่าเดสก์ท็อปจริงไหม
ไม่จริงสำหรับผลค้นหาไทยในข้อมูลของเรา มือถือตัด title แค่ราวครึ่งหนึ่งของเดสก์ท็อป น่าจะเพราะ title link บนมือถือขึ้นบรรทัดใหม่ได้ ใน 3 อันดับแรกของ 100 คำค้น (15 ต.ค. 2026) title ถูกตัดบนมือถือ 10.5% (25 จาก 238) เทียบกับเดสก์ท็อป 22.0% (52 จาก 236)
เราจับคู่ URL เดียวกันในคำค้นเดียวกันบนสองอุปกรณ์ได้ 275 คู่ ผลคือ
- title เหมือนกันทุกตัว 82.9%
- ต่างกันแค่จุดที่ถูกตัด 14.2%
- ถ้อยคำต่างกันจริง 2.9% (8 คู่) ตัวอย่างที่เจอคือผลค้นหาร้านในพื้นที่ที่ Google ใช้ข้อความจากข้อมูลธุรกิจแทน และหน้าหน่วยงานรัฐที่ Google ใช้หัวข้อบนหน้าแทน
- ถูกตัดบนอุปกรณ์เดียว 25 คู่ เป็นฝั่งเดสก์ท็อป 23 คู่ และฝั่งมือถือแค่ 2 คู่
ใช้ยังไง: เขียน title ให้พอดีเดสก์ท็อป (ราว 60 ตัวอักษรไทยแบบนับทุกตัว) แล้วมือถือจะพอดีไปด้วยเกือบทุกกรณี และถ้าเห็น title ของตัวเองแสดงไม่เหมือนกันบนสองอุปกรณ์ ให้เช็กก่อนว่าต่างแค่จุดตัด หรือต่างที่ถ้อยคำจริง ส่วนความต่างอื่นของผลค้นหาบนมือถือกับเดสก์ท็อปอยู่ใน SERP บนมือถือกับเดสก์ท็อปต่างกันยังไง
| ตัวชี้วัด (3 อันดับแรก) | เดสก์ท็อป | มือถือ |
|---|---|---|
| Title ที่ถูกตัดด้วย “…” | 22.0% (52/236) | 10.5% (25/238) |
| Title ที่ถูกตัดในผลหน้าแรก | 19.1% (122/638) | 9.8% (62/631) |
| ความยาวส่วนที่เห็นของ title ที่ถูกตัด (นับทุกตัว, ผลหน้าแรก) | ค่ากลาง 60.5 ตัว | ค่ากลาง 68.5 ตัว |
| Title ที่เป็นภาษาไทย | 90.7% | 90.3% |

ข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้:
- เป็น title ที่ Google แสดง (title link) ไม่ใช่
<title>ใน HTML ส่วนอัตราที่ Google เปลี่ยนจาก HTML ดูได้จากผลสำรวจ 7 ต.ค. ในบทความ On-Page SEO - เก็บวันเดียว (15 ต.ค. 2026) 100 คำค้นที่เราเลือกเอง 5 กลุ่มเจตนา กลุ่มละ 20 คำ ไม่ใช่การสุ่ม title ที่แสดงเปลี่ยนได้ตามคำค้น อุปกรณ์ และเวลา
- ไม่รวมผลจาก Facebook, YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลอื่น เพราะแพลตฟอร์มสร้าง title เอง · ไม่เปิดเผยชื่อเว็บในข้อมูลชุดนี้
- ความกว้างพิกเซลวัดด้วย Arial 20px (ตัวไทยใช้ฟอนต์ไทยสำรองของระบบ) เป็นหน่วยเทียบ ฟอนต์จริงของ Google ต่างออกไป
ทำไม Google ไม่ใช้ title ที่เราเขียน (title link) และเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน
Google ใช้ title ที่เราเขียนเป็นหลัก แต่จะเลือกข้อความอื่นบนหน้ามาแทน เมื่อ title บรรยายหน้าได้ไม่ดี เช่น ว่างครึ่งหนึ่ง ล้าสมัย หรือซ้ำกันหลายหน้า ระบบทำงานอัตโนมัติ เจ้าของเว็บสั่งไม่ได้ว่าให้ใช้ title เสมอ สิ่งที่ทำได้คือแก้ title ไม่ให้เข้าข่ายเหตุผลที่ Google ใช้เปลี่ยน
เอกสาร title links ของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) ยกตัวอย่างปัญหาที่ทำให้ Google ไม่ใช้ <title> ไว้ 7 แบบ
| ปัญหาตามเอกสาร Google | หน้าตาในเว็บไทย (ตัวอย่างสมมุติ) | แก้ยังไง |
|---|---|---|
| Title ว่างครึ่งหนึ่ง (half-empty) | “- ชื่อเว็บ” หรือ “หน้าแรก” อย่างเดียว | ใส่เรื่องของหน้าไว้ต้น |
| Title ล้าสมัย (obsolete) | “โปรโมชันปีใหม่ 2025” บนหน้าที่อัปเดตเป็นปี 2026 แล้ว | อัปเดตปีและข้อมูลใน title ทุกครั้งที่แก้เนื้อหา |
| Title ไม่ตรงกับเนื้อหา (inaccurate) | หน้ารวมสินค้าหลายรุ่น แต่ title บอกรุ่นเดียว | เขียน title ให้ตรงกับสิ่งที่หน้าแสดงจริง |
| ข้อความซ้ำในกลุ่มหน้าที่คล้ายกัน (micro-boilerplate) | หน้ารายการตอนของซีรีส์ที่ title เหมือนกันทุกตอน ต่างแค่ส่วนที่ถูกตัด | ใส่ส่วนที่ต่างกัน เช่น เลขตอนหรือรุ่น ไว้ต้น |
| ไม่มีหัวเรื่องหลักที่ชัด | หน้ามีหัวข้อตัวใหญ่หลายอันเท่ากัน หรือไม่มี H1 | มีหัวเรื่องหลักเดียวที่เห็นชัด |
| ภาษาหรือระบบตัวอักษรไม่ตรงกับเนื้อหา | เนื้อหาไทยทั้งหน้า แต่ title เป็นอังกฤษล้วน | ใช้ภาษาเดียวกับเนื้อหาหลัก |
| ชื่อเว็บซ้ำซ้อน | ชื่อแบรนด์ยาวซ้ำกันสองที่ใน title | ใส่ชื่อแบรนด์สั้นๆ ครั้งเดียว ไว้ท้าย |
ข้อเรื่องภาษาสำคัญกับเว็บไทยมากกว่าที่คิด ในข้อมูลของเรา 9.3% ของ title ที่ Google แสดงใน 3 อันดับแรกบนเดสก์ท็อปไม่มีอักษรไทยเลย (15 ต.ค. 2026) เราไม่ได้ดู HTML ของหน้าเหล่านี้ จึงยังบอกไม่ได้ว่ามีกี่หน้าที่ Google สลับ title เป็นข้อความไทยแล้ว แต่ถ้าเนื้อหาของคุณเป็นภาษาไทย title ก็ควรเป็นภาษาไทย ศัพท์อังกฤษอย่าง SEO หรือชื่อสินค้าปนได้ตามปกติ
Google เปลี่ยน title บ่อยแค่ไหน: ตัวเลขแต่ละปีวัดคนละแบบ
ตัวเลขที่เห็นตามบทความต่างๆ ตั้งแต่ราว 13% (กลับด้านจากตัวเลข 87% ของ Google ปี 2021) ถึง 76% ไม่ได้ขัดกัน แต่วัดคนละช่วงเวลาและนับ “การเปลี่ยน” คนละแบบ บางงานนับการตัดชื่อแบรนด์ท้าย title ว่าเป็นการเปลี่ยนด้วย บางงานนับเฉพาะการเขียนใหม่
| แหล่ง | ช่วงเวลา | ผล | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| Google Search Central Blog | ส.ค. และ ก.ย. 2021 (ก่อนปี 2024) | ใช้ HTML title “มากกว่า 80%” แล้วปรับเป็น “ราว 87%” | ตัวเลขจาก Google เอง ช่วงที่เปลี่ยนระบบสร้าง title |
| Zyppy (Cyrus Shepard) | ต้นปี 2022 (ก่อนปี 2024) | เปลี่ยน 61.6% ของ 80,959 title | รวมการเปลี่ยนเล็กน้อย |
| Ahrefs (Michal Pecánek) | พ.ย. 2021 อัปเดต พ.ค. 2023 (ก่อนปี 2024) | เขียนใหม่ 33.4% ของ 953,276 หน้า | H1 เป็นแหล่งราว 51% ของที่เขียนใหม่ |
| Search Engine Land (John McAlpin) รายงาน | ม.ค.–มี.ค. 2025 | เปลี่ยน 76% | ผลค้นหาภาษาอังกฤษ นับการตัดแบรนด์ด้วย |
| The Missing Piece (หน้าไทย 236 หน้าที่เทียบ HTML ได้) | 7 ต.ค. 2026 | แสดงตามเดิม 53% · ตัดบางส่วน 34% · เขียนใหม่ 11% | ส่วนที่ตัดเกือบทั้งหมดคือชื่อแบรนด์หลัง | หรือ – |
สำหรับหน้าไทย ภาพที่ได้จากผลสำรวจของเราคือ Google ส่วนใหญ่แค่ตัดชื่อแบรนด์ท้าย title ออก การเขียนใหม่ทั้งประโยคมีน้อย วิธีสำรวจและกราฟเต็มอยู่ที่หัวข้อ Google เขียน title ใหม่บ่อยแค่ไหน

ชื่อแบรนด์และเครื่องหมายคั่น: ใส่หน้าหรือหลัง ใช้ | หรือ –
ใส่ชื่อแบรนด์ไว้ท้าย title หลังเครื่องหมายคั่น (เอกสารของ Google บอกว่าวางต้นหรือท้ายก็ได้ เราแนะนำท้ายเพราะเป็นส่วนที่ถูกตัดได้โดยไม่เสียความหมาย) ยกเว้นหน้าแรกและหน้าที่คนค้นด้วยชื่อแบรนด์ ที่ควรมีแบรนด์ชัด และเขียนส่วนหน้าให้อ่านรู้เรื่องได้เองแม้แบรนด์ถูกตัดออก เหตุผลคือ Google แสดงชื่อเว็บแยกไว้อีกบรรทัดเหนือ title link อยู่แล้ว (เอกสาร Site names อัปเดต 10 ธ.ค. 2025 ใช้ได้ทุกภาษาตั้งแต่ ก.ย. 2023) และชื่อแบรนด์ท้าย title คือส่วนที่ถูกตัดบ่อยที่สุด
ในข้อมูลผลค้นหาไทย 15 ต.ค. 2026 title ที่ Google แสดงใน 3 อันดับแรกบนเดสก์ท็อปมีชื่อแบรนด์แค่ 23.3% (55 จาก 236) บนมือถือ 24.4% และในคำค้นหาความรู้บนเดสก์ท็อปเหลือ 7.8% (4 จาก 51) ตัวเลขนี้เป็นค่าขั้นต่ำ เพราะเรานับเฉพาะแบรนด์ที่สะกดตรงกับชื่อเว็บหรือโดเมน ส่วนในคำค้นที่มีชื่อแบรนด์อยู่แล้ว title มีชื่อแบรนด์ 54.5%
| ตัวชี้วัด (เดสก์ท็อป, 3 อันดับแรก) | ค่า |
|---|---|
| Title ที่แสดงมีชื่อแบรนด์ | 23.3% (55/236) |
| ตำแหน่งแบรนด์ เมื่อมี | ท้าย 47% · กลาง 36% · ต้น 16% |
| มีชื่อแบรนด์ แยกตามกลุ่มคำค้น | ความรู้ 8% · ร้านในพื้นที่ 20% · ซื้อของ 16% · ข่าว 22% · คำค้นที่มีชื่อแบรนด์ 55% |
| มีเครื่องหมายคั่นอย่างน้อย 1 แบบ | 28.8% |
| ขีด ” – “ | 15.7% |
| ไปป์ ” | “ | 6.8% |
| โคลอน “:” | 6.8% |
| ขีดยาว “—” | 0.8% |
เรื่องเครื่องหมายคั่น เอกสารของ Google ยกตัวอย่างขีด โคลอน และไปป์ว่าใช้ได้ ในผลค้นหาไทยขีดพบบ่อยกว่าไปป์ราวสองเท่า แต่ไม่มีหลักฐานว่าแบบไหนได้อันดับดีกว่า เลือกแบบเดียวแล้วใช้ให้เหมือนกันทั้งเว็บ
ถ้าอยากให้ชื่อเว็บที่ Google แสดงเหนือ title ถูกต้อง ให้ใส่ข้อมูลโครงสร้าง WebSite ที่หน้าแรก และใช้ชื่อเดียวกันทุกที่ ตามเอกสาร Site names รายละเอียดการใส่ข้อมูลโครงสร้างอยู่ใน Schema Markup คืออะไร


วิธีเขียน title tag ภาษาไทยให้ดี: สูตรและตัวอย่าง
Title tag ที่ดีบอกเรื่องของหน้าในส่วนต้น บอกว่าคลิกแล้วได้อะไร และยังอ่านรู้เรื่องเมื่อถูกตัดท้าย สูตรที่ใช้ได้กับบทความและหน้าบริการส่วนใหญ่คือ [คำหลัก หรือเรื่องของหน้า] + [สิ่งที่ได้ หรือมุมที่ต่าง] – [ชื่อแบรนด์] ความยาวรวมราว 60 ตัวอักษรไทยแบบนับทุกตัว โดยให้ 2 ส่วนแรกจบภายในราว 50 ตัว
- เริ่มจากคำที่คนค้นจริง: ใช้คำหลักที่เลือกไว้ตอนทำ keyword research และดูว่าหน้าที่ติดอันดับตอบคำถามแบบไหน (search intent ดู Search Intent คืออะไร) แล้วใส่คำนั้นไว้ต้น title
- บอกสิ่งที่คนจะได้: เช่น “วิธีทำ”, “เทียบ”, “ราคา”, “ตัวอย่าง”, “ข้อมูลปี 2026” เลือกให้ตรงกับเนื้อหาที่มีจริงในหน้า
- ให้ส่วนหน้าอ่านจบได้เอง: ลองตัดทุกอย่างหลังเครื่องหมายคั่นออก ถ้ายังรู้เรื่อง ใช้ได้
- ชื่อแบรนด์สั้นๆ ไว้ท้าย: ครั้งเดียว ไม่ซ้ำกับชื่อเว็บที่ Google แสดงอยู่แล้ว
- เช็กความยาวด้วยพิกเซล: ดูเส้นใน SERP preview ของปลั๊กอิน แทนการนับตัวอักษรอย่างเดียว
- เทียบกับ H1 และหน้าอื่นในเว็บ: title กับ H1 พูดเรื่องเดียวกัน และไม่ซ้ำกับหน้าอื่น (ดูหัวข้อ title ซ้ำ)
Title ไม่จำเป็นต้องตรงกับคำค้นเป๊ะทุกคำ ในข้อมูลของเรา title ที่ Google แสดงใน 3 อันดับแรกมีคำค้นครบทุกคำเพียง 33.5% (วัดแบบหยาบ ไม่ได้ตัดคำไทย 15 ต.ค. 2026) ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องใส่คำหลัก แค่บอกว่า title ที่ติด 3 อันดับแรกส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่คำค้นครบทุกคำ (ข้อมูลเชิงพรรณนา ไม่ได้บอกว่าเป็นเหตุให้ติดอันดับ)
| ปัญหา | Title ที่ไม่ดี (ตัวอย่างสมมุติ) | Title ที่ดีกว่า |
|---|---|---|
| ไม่บอกเรื่องของหน้า | หน้าแรก – [แบรนด์] | รองเท้าวิ่งผู้หญิง หน้าเท้ากว้าง ไซซ์ 36–42 – [แบรนด์] |
| ยัดคำซ้ำ | สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อบ้าน 2026 สินเชื่อ | สินเชื่อบ้านคืออะไร เทียบดอกเบี้ยและเงื่อนไขก่อนยื่นกู้ – [แบรนด์] |
| แบรนด์ยาวอยู่หน้า | [ชื่อบริษัทเต็ม] | [สโลแกน] | วิธีเลือกประกันสุขภาพ | วิธีเลือกประกันสุขภาพ ดูความคุ้มครอง 5 ข้อก่อนซื้อ – [แบรนด์] |
| ภาษาไม่ตรงกับเนื้อหาไทย | Home Loan Guide | [Brand] | คู่มือขอสินเชื่อบ้านครั้งแรก เอกสารและขั้นตอน – [แบรนด์] |
| ปีเก่าค้างอยู่ | โปรโมชันปีใหม่ 2025 | โปรโมชันปีใหม่ 2026 ลดค่าส่งทุกออเดอร์ – [แบรนด์] |
| สัญญาเกินเนื้อหา | สูตรลับติดหน้าแรกใน 7 วัน | Title Tag คืออะไร เขียนยังไงให้ Google ใช้ (ข้อมูลไทย 2026) |
Title ที่มีปีช่วยบอกความสดใหม่ได้ แต่ต้องอัปเดตจริง ในข้อมูลของเรา 10.2% ของ title ใน 3 อันดับแรกบนเดสก์ท็อปมีปี (2024–2027 หรือ 2567–2570) ถ้าใส่ปี ให้ใส่ไว้ในรายการงานที่ต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่ปรับเนื้อหา ไม่อย่างนั้น title จะกลายเป็นข้อ “ล้าสมัย” ในรายการของ Google


Title ซ้ำกันหลายหน้าเป็นปัญหาไหม หาเจอได้ยังไง
Title ซ้ำกันหลายหน้าเป็นปัญหา เพราะทั้งคนและ Google แยกไม่ออกว่าหน้าไหนตอบเรื่องอะไร Google ระบุในเอกสาร title links ว่าแต่ละหน้าควรมี title ที่ต่างกัน และข้อความซ้ำในกลุ่มหน้าที่คล้ายกันเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ระบบจะสร้าง title ใหม่ให้ ถ้าหลายหน้าตั้งใจเล็งคำเดียวกันด้วย ปัญหาจะใหญ่กว่า title เพราะหน้าเหล่านั้นแย่งอันดับกันเอง (keyword cannibalization)
Title ซ้ำมักมาจากระบบ ไม่ได้มาจากคนเขียน เช่น หน้าแบ่งหน้า (หน้า 2, 3, 4 ของหมวด) หน้าสินค้าที่ต่างกันแค่สีหรือไซซ์ หน้าแท็กที่ตั้งชื่อคล้ายกัน หรือธีมที่ใช้ชื่อเว็บเป็น title ทุกหน้า The Art of SEO บทที่ 10 จัดเรื่อง title ซ้ำและ title หายไว้ในขั้นตรวจด้วยการ crawl ซึ่งเป็นขั้นแรกของการ audit เว็บ
- Crawl ทั้งเว็บ: ใช้โปรแกรม crawl เว็บ (มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน ดูตัวเลือกใน SEO Tools ฟรีและเสียเงิน) แล้วกรองหา title ที่ซ้ำกัน ว่าง หรือยาวเกิน วิธีนี้ครบที่สุด
- ค้นด้วย site: ใน Google: พิมพ์
site:โดเมนของคุณ คำหลักแล้วดูว่ามีหลายหน้าที่ title คล้ายกันไหม ใช้เช็กเร็วได้ แต่ไม่ครบทุกหน้า - ดูใน Search Console: ถ้าคำค้นเดียวกันพาไปหลาย URL สลับกัน อาจเป็นสัญญาณว่าหน้าเหล่านั้นแย่งกัน (วิธีดูอยู่ในหัวข้อ Search Console)
วิธีแก้ขึ้นกับสาเหตุ ถ้าเป็นหน้าคนละเรื่อง ให้เขียน title ใหม่ให้ต่างกันและใส่ส่วนที่ต่างไว้ต้น ถ้าเป็นหน้าเรื่องเดียวกันจริง ให้พิจารณารวมเป็นหน้าเดียว หรือบอกหน้าหลักด้วย canonical (แท็กที่บอก Google ว่าหน้าไหนคือหน้าหลัก)

Title มีผลกับ CTR แค่ไหน แก้ title แล้ววัดผลยังไง
Title เป็นข้อความแรกที่คนอ่านในผลค้นหา และเอกสารของ Google ระบุว่า title link มักเป็นข้อมูลหลักที่คนใช้ตัดสินใจคลิก จึงเป็นจุดที่เจ้าของเว็บแก้เองได้และมีผลกับอัตราคลิก (CTR) โดยตรง เมื่อหน้าหนึ่งมี impression (จำนวนครั้งที่ถูกแสดง) เยอะแต่ CTR ต่ำกว่าหน้าอื่นที่อันดับใกล้กัน title คือจุดแรกที่ควรตรวจ ความหมายของตัวเลขสองตัวนี้และเกณฑ์ที่ใช้เทียบอยู่ใน CTR, Impression และ Average Position คืออะไร
แนวทางนี้ตรงกับ AI SEO For Dummies บทที่ 14 ที่ให้เลือกแก้หน้าที่มี impression สูงแต่คลิกต่ำก่อนหน้าอื่น ส่วนวิธีวัดผลให้แฟร์ หนังสือบทที่ 8 แนะนำให้ทดสอบทีละสมมติฐานและวัดซ้ำ 2–4 สัปดาห์ และบทที่ 3 แนะนำให้จดวันที่ทุกการเปลี่ยนแปลง
- เลือกหน้า: หน้าที่ impression สูง อันดับเฉลี่ยอยู่หน้าแรก แต่ CTR ต่ำกว่าหน้าอื่นในเว็บที่อันดับใกล้กัน
- ดูคำค้นที่พาคนมา: คำค้นหลักของหน้าอยู่ใน title ไหม title ตอบเจตนาของคำค้นนั้นไหม
- แก้ title อย่างเดียว: ไม่แก้เนื้อหาหรือ H1 พร้อมกัน ไม่อย่างนั้นจะไม่รู้ว่าผลมาจากอะไร
- จดวันที่แก้: เก็บ title เดิม title ใหม่ และวันที่ ไว้ในบันทึกการเปลี่ยนแปลง
- รอแล้วเทียบ: เทียบช่วงเวลายาวเท่ากันก่อนและหลังแก้ เช่น 28 วัน โดยดู CTR ที่อันดับใกล้เคียงกัน เพราะ CTR เปลี่ยนตามอันดับเสมอ
ขั้นการวัดผลแบบละเอียด รวมเรื่องที่ AI Overview ทำให้ CTR เปลี่ยน อยู่ในหัวข้อเพิ่ม CTR และวัดผลให้แฟร์

เช็กใน Search Console ว่า title หน้าไหนควรแก้
Google Search Console ไม่มีรายงานที่บอกตรงๆ ว่า Google แสดง title ของหน้าไหนต่างจากที่เราเขียน แต่ใช้หาหน้าที่ควรแก้ title ได้ดี เพราะมีตัวเลข impression, คลิก และคำค้นจริงของแต่ละหน้า The Art of SEO บทที่ 8 ก็ถือว่า Search Console คู่กับ analytics เป็นฐานของการวัดผล SEO
- เปิดรายงาน Performance เลือกช่วง 3 เดือน เปิดคอลัมน์ impression, CTR และ position แล้วไปที่แท็บ Pages (วิธีอ่านรายงานนี้อยู่ใน อ่านรายงาน Performance ให้เป็น)
- เรียงตาม impression แล้วมองหาหน้าที่ position อยู่หน้าแรกแต่ CTR ต่ำกว่าหน้าอื่นที่อันดับใกล้กัน
- คลิกหน้านั้นแล้วดูแท็บ Queries เทียบคำค้นหลักกับ title ปัจจุบัน ว่าตอบสิ่งที่คนค้นไหม
- ค้นคำนั้นใน Google เอง ทั้งบนเดสก์ท็อปและมือถือ ดูว่า title link ที่แสดงตรงกับที่เขียนไหม ถูกตัดตรงไหน
- ใช้ URL Inspection ดู HTML ที่ Google เก็บ (View crawled page) เพื่อยืนยันว่า
<title>ที่ Google เห็นคือ title ล่าสุดของคุณ
ถ้าต้องการเช็ก title ทั้งเว็บพร้อมกัน เช่น หา title ที่ซ้ำ ว่าง หรือยาวเกิน ใช้โปรแกรม crawl เว็บ หรือเครื่องมือเช็ก title ที่วัดเป็นพิกเซล แล้วจำไว้ว่าเครื่องมือส่วนใหญ่ตั้งเกณฑ์จากภาษาอังกฤษ

ตั้ง title ใน WordPress และ Rank Math
ใน WordPress ที่ใช้ปลั๊กอิน Rank Math title ของแต่ละหน้ามาจาก 2 ชั้น คือ template ระดับทั้งเว็บที่สร้าง title ให้อัตโนมัติ และช่อง title ของแต่ละโพสต์ที่ใช้แทน template ได้ เว็บส่วนใหญ่ควรตั้ง template ให้ดีก่อน แล้วค่อยเขียน title เองเฉพาะหน้าที่สำคัญ ข้อมูลในหัวข้อนี้อิงจากคู่มือ Titles and Meta ของ Rank Math (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
- เปิดการตั้งค่า: ในเมนู WordPress ไปที่ Rank Math แล้วเลือก Titles and Meta
- เลือกเครื่องหมายคั่น: ในแท็บ Global Meta มีช่อง Separator Character ให้เลือกเครื่องหมายสำเร็จรูปหรือกำหนดเอง เครื่องหมายนี้จะไปแทนตัวแปร
%sep%ทุกที่ที่ใช้ใน template - ตั้ง template ตามประเภทหน้า: แต่ละประเภท เช่น โพสต์และเพจ มีช่อง title ที่ประกอบจากตัวแปร (เลือกได้จากรายการในช่อง) ตั้งให้ชื่อเรื่องอยู่ต้นและชื่อเว็บอยู่ท้ายหลัง
%sep% - ตั้งหน้าแรก: ในส่วน Homepage ตั้ง title ของหน้าแรกได้ทั้งแบบพิมพ์เอง และแบบใช้ตัวแปร พร้อมตัวอย่างให้ดู และมีช่องแยกสำหรับ title ที่ใช้ตอนแชร์บน Facebook (ส่งเป็น OpenGraph)
- เขียน title เฉพาะหน้า: ในหน้าแก้ไขโพสต์ ใช้กล่อง Rank Math SEO ของโพสต์นั้น (เปิดได้เมื่อเปิด SEO controls ของประเภทหน้านั้นไว้) เขียน title แทน template
หลังเปลี่ยน template ทั้งเว็บ ให้สุ่มเปิดหน้าแต่ละประเภทแล้วดู title บนแท็บ หรือใช้ URL Inspection ใน Search Console ยืนยัน เพราะธีมหรือปลั๊กอินอื่นบางตัวเขียน title ทับได้

Title tag ยังสำคัญไหมในยุค AI Search
Title tag ยังสำคัญในยุค AI Search ในฐานะสัญญาณที่บอกว่าหน้านี้คืออะไร แต่ตอนนี้ยังไม่มีคำแนะนำเฉพาะเรื่อง title สำหรับ AI จาก Google หน้า Optimizing your website for generative AI features on Google Search (อัปเดต 10 ก.ค. 2026) ไม่ได้พูดถึง title เป็นพิเศษ แนะนำให้ทำพื้นฐาน SEO ตามปกติ ไม่ต้องทำเทคนิคเฉพาะสำหรับ AI และให้วัดผลด้วยรายงาน Generative AI ใน Search Console (วิธีดูอยู่ใน หัวข้อรายงาน Generative AI)
สิ่งที่เปลี่ยนในปี 2026 คือ Google เริ่มทดลองให้ AI เขียนหัวข้อเอง The Verge รายงานเมื่อ 20 มี.ค. 2026 ว่า Google Search แสดงหัวข้อที่ AI เขียนแทน ทั้งหัวข้อข่าวและ title ของเว็บอื่น Google ยืนยันกับสื่อว่าเป็นการทดสอบ “เล็ก” และบอกว่าถ้าเปิดใช้จริงจะไม่ใช้ generative AI เขียนหัวข้อ (ข้อมูลจากรายงานข่าวที่ RSF และ heise อ้างถึง ไม่ใช่ประกาศของ Google) นี่ยังเป็นการทดสอบ ไม่ใช่การเปลี่ยนทั้งระบบ ในมุมของเรา เรื่องนี้ยิ่งย้ำหลักเดิม คือเขียน title ให้ตรงกับเนื้อหาไว้ก่อน
ในฝั่งการถูก AI หยิบไปตอบ ตัว title ช่วยได้แค่ทางอ้อม คือบอกว่าหน้าตอบคำถามไหน แต่สิ่งที่ AI ยกไปใช้มักเป็นย่อหน้าในหน้า AI SEO For Dummies บทที่ 23 แนะนำให้วางคำตอบตรงไว้ในประโยคแรกของแต่ละส่วน ส่วนบทที่ 11 ให้ H1 กับ H2 บอกโครงของหน้าชัด ดังนั้นงาน title สำหรับ AI Search คือทำ title, H1 และย่อหน้าแรกให้พูดเรื่องเดียวกัน ภาพรวมของงานนี้อยู่ใน On-Page ในยุค AI Search
AI ตอบเรื่องความยาว title ภาษาไทยว่ายังไง เทียบกับข้อมูลของเรา (สังเกต 15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม n=1 ไม่ใช่อัตรา)
- Google AI Overview (คำค้น “title tag คือ” ประเทศไทย): แนะนำ 50–60 ตัวอักษร หรือราว 580–600 พิกเซล ช่วงพิกเซลใกล้กับที่เราวัด (ราว 590) แต่ไม่บอกที่มา และไม่พูดถึงมือถือ ชื่อเว็บที่แสดงแยก หรือการที่ Google ใช้ H1 แทน title
- OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) (gpt-4.1-mini เปิดค้นเว็บแต่ไม่ได้ใช้ ประเทศไทย): แนะนำ title ไทย 40–60 ตัวอักษร “เพราะตัวอักษรไทยกว้างกว่า” และไม่มีแหล่งอ้างอิงกลับมา ข้อมูลของเราไม่สนับสนุนเลข 40 เพราะส่วนที่เห็นของ title ไทยที่ถูกตัดยาว 60.5 ตัว (ค่ากลาง) สระบนล่างไม่กินความกว้าง title 40 ตัวจึงสั้นกว่าพื้นที่จริงมาก
ก่อนใช้ตัวเลขความยาวจาก AI ให้ถามกลับว่า “วัดจากผลค้นหาภาษาอะไร อุปกรณ์ไหน” แล้วเทียบกับ SERP preview ที่วัดเป็นพิกเซล

ถ้าอยากปูพื้นงานค้นหาทั้งระบบทีละขั้นก่อน เริ่มที่ เรียน SEO ฟรีทีละขั้น
Title tag เป็นหนึ่งในงาน on-page ส่วนภาพรวมของงานทั้งหมดอยู่ที่ SEO คืออะไร บทความนี้เขียนโดยทีม The Missing Piece นำโดย ไอซ์ ศิริพงษ์ จากเอกสารทางการของ Google และข้อมูลผลค้นหาไทยที่เราเก็บเอง
อยากให้การหาหน้าที่ควรแก้ title และการวัดผลทำงานต่อเองทุกสัปดาห์ ทั้งบน Google และในคำตอบ AI: คอร์สเรียน SEO & AI Search แบบ Agentic สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
Title tag คืออะไร
Title tag คือแท็ก <title> ในส่วน head ของ HTML ที่บอกชื่อของหน้าเว็บ แสดงบนแท็บเบราว์เซอร์ และเป็นแหล่งหลักที่ Google ใช้ทำหัวข้อสีฟ้าในผลค้นหา ทุกหน้าควรมี title หนึ่งอันที่ไม่ซ้ำกับหน้าอื่น
Title tag กับ meta title และ SEO title ต่างกันไหม
ไม่ต่างกัน ทั้งสามคำหมายถึงข้อความใน <title> ที่เจ้าของเว็บเขียน SEO title คือชื่อช่องในปลั๊กอินอย่าง Rank Math ที่ส่งค่าไปเป็น title ส่วน title link คือหัวข้อที่ Google เลือกแสดงจริง ซึ่งอาจต่างจาก title ที่เขียน
ความยาว title ภาษาไทยควรกี่ตัวอักษร
ราว 60 ตัวอักษรถ้านับรวมสระบนล่าง หรือไม่เกินราว 590 พิกเซลบนเดสก์ท็อป ตามข้อมูลผลค้นหาไทยของเรา 15 ต.ค. 2026 Google ไม่จำกัดความยาว แค่ตัดให้พอดีจอ ดูเส้นพิกเซลใน SERP preview ของปลั๊กอินประกอบเสมอ
Title tag กับ H1 ควรเหมือนกันไหม
ควรพูดเรื่องเดียวกันและใช้คำหลักเดียวกัน แต่ถ้อยคำไม่ต้องเหมือนทุกตัว Google ใช้ H1 เป็นหนึ่งในแหล่งสร้าง title link ถ้า title กับ H1 พูดคนละเรื่อง Google มีโอกาสเลือก H1 มาแสดงแทน
ทำไม Google เปลี่ยน title ของเว็บเรา
เพราะ Google มองว่า title บรรยายหน้าได้ไม่ดี เช่น ว่างครึ่งหนึ่ง ล้าสมัย ไม่ตรงกับเนื้อหา ซ้ำกันหลายหน้า หรือใช้ภาษาไม่ตรงกับเนื้อหา ในหน้าไทยที่เราสำรวจ (7 ต.ค. 2026) การเปลี่ยนส่วนใหญ่เป็นแค่การตัดชื่อแบรนด์ท้าย title การเขียนใหม่ทั้งประโยคมีเพียง 11%
ชื่อหน้าเว็บต้องใส่ชื่อแบรนด์ไหม
ใส่ได้ แต่ไว้ท้ายหลังเครื่องหมายคั่น และให้ส่วนหน้าอ่านรู้เรื่องเอง Google แสดงชื่อเว็บแยกไว้อีกบรรทัด และในข้อมูลของเรา title ที่ Google แสดงมีชื่อแบรนด์เพียง 23% (15 ต.ค. 2026) หน้าแรกและหน้าที่คนค้นด้วยชื่อแบรนด์เป็นข้อยกเว้นที่ควรมีแบรนด์ชัด
แหล่งอ้างอิง
- Google Search Central, Influencing title links in Google Search (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025: แหล่งที่ใช้สร้าง title link, ไม่จำกัดความยาว, ชื่อแบรนด์และเครื่องหมายคั่น, เหตุผลที่ไม่ใช้ title) · Site names in Google Search (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) · Search Central documentation updates (ส.ค. 2024 เพิ่ม og:title) (ตรวจทั้งหมด 15 ต.ค. 2026)
- Google Search Central, Optimizing your website for generative AI features on Google Search (อัปเดต 10 ก.ค. 2026 ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
- Google Search Central Blog, An update to how we generate web page titles (24 ส.ค. 2021) · More information on how Google generates titles (17 ก.ย. 2021) (ข้อมูลก่อนปี 2024 ใช้เป็นประวัติ)
- Rank Math Knowledge Base, Titles and Meta (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
- รายงานข่าวการทดสอบหัวข้อที่ AI เขียน (The Verge รายงาน 20 มี.ค. 2026): Reporters Without Borders, Google is claiming an editorial right it does not have (9 เม.ย. 2026) · 9to5Google, Google Search test replaces headlines and website titles with AI (21 มี.ค. 2026) · heise online, รายงานข่าวเดียวกัน (มี.ค. 2026)
- Ahrefs, Michal Pecánek, 6 Important Insights About Title Tags (พ.ย. 2021 อัปเดต พ.ค. 2023, 953,276 หน้า ข้อมูลก่อนปี 2024) · Zyppy, Cyrus Shepard, Google title rewrite study (ต้นปี 2022, 80,959 title ข้อมูลก่อนปี 2024) · Search Engine Land, John McAlpin, Google changed 76% of title tags in Q1 2025 (พ.ค. 2025 ผลค้นหาภาษาอังกฤษ ตามที่อ้างในบทความ On-Page SEO ของเรา)
- ข้อมูลของ The Missing Piece: title link ที่ Google แสดงใน 100 คำค้นไทย บนเดสก์ท็อปและมือถือ จากข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) เก็บ 15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียว ไม่เปิดเผยชื่อเว็บ · ผลสำรวจ title หน้าไทย 264 หน้า 44 คำค้น (7 ต.ค. 2026 อยู่ในบทความ On-Page SEO) · สังเกตคำตอบ Google AI Overview และ OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) (15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม n=1 ไม่ใช่อัตรา)
- Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 3 (จดบันทึกการเปลี่ยนแปลงพร้อมวันที่) · บทที่ 8 (ทดสอบทีละสมมติฐาน วัดซ้ำ 2–4 สัปดาห์) · บทที่ 11 (H1 เดียวที่บอกเรื่องของหน้า H2 ตามคำถามผู้อ่าน) · บทที่ 14 (เลือกแก้หน้าที่ impression สูงแต่คลิกต่ำก่อน) · บทที่ 23 (วางคำตอบตรงไว้ในประโยคแรกของแต่ละส่วน)
- Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 7 (วาง keyword ใน title, meta และหัวข้อ · ความยาว title แบบนับตัวอักษรคิดจากภาษาอังกฤษ ภาษาไทยต้องดูพิกเซลประกอบ) · บทที่ 8 (วัดผลด้วย Search Console คู่กับ analytics) · บทที่ 10 (ตรวจ title ซ้ำและ title หายด้วยการ crawl ในขั้น audit)
ตรวจข้อมูลล่าสุด: 15 ต.ค. 2026 · เราจะเก็บ title ไทยชุดเดิมซ้ำอีกรอบ และตรวจ HTML ของหน้าที่ title เป็นอังกฤษล้วน เพื่อดูว่า Google สลับเป็นข้อความไทยกี่หน้า แล้วอัปเดตหน้านี้