The Missing Piece
ตรวจเว็บฟรี

Title Tag คืออะไร? วิธีเขียน title ภาษาไทยให้ Google ใช้ พร้อมข้อมูลเดสก์ท็อปเทียบมือถือ (2026)

Title tag คือแท็ก title ใน HTML ที่บอกชื่อหน้าเว็บ และเป็นแหล่งหลักที่ Google ใช้ทำหัวข้อสีฟ้าในผลค้นหา บทความนี้อธิบายว่า title ต่างจาก H1 ยังไง ทำไม Google เปลี่ยน title และ title ไทยยาวได้แค่ไหนบนเดสก์ท็อปกับมือถือ จากข้อมูลผลค้นหาไทย 100 คำค้นของเรา

ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2026 ·

อัปเดตล่าสุด 15 ต.ค. 2026

ปกบทความ Title Tag คืออะไร เขียนยังไงให้ Google ใช้ ข้อมูลไทย 2026
Title Tag คืออะไร เขียนยังไงให้ Google ใช้ (ข้อมูลไทย 2026)

สรุปสั้น (TL;DR)

Title tag คือแท็ก <title> ในส่วน <head> ของ HTML ที่บอกชื่อของหน้าเว็บ ข้อความนี้ขึ้นบนแท็บเบราว์เซอร์ และเป็นแหล่งหลักที่ Google ใช้ทำหัวข้อสีฟ้าที่คลิกได้ในผลค้นหา ซึ่ง Google เรียกว่า title link Google ไม่จำกัดความยาว title แต่ตัดให้พอดีจอ และอาจเลือกข้อความอื่นบนหน้า เช่น H1 มาแสดงแทน ถ้า title ไม่ตรงกับเนื้อหา

  • ความยาว: ในข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 100 คำค้น เก็บ 15 ต.ค. 2026 title ไทยบนเดสก์ท็อปถูกตัดเมื่อกว้างเกินราว 590 พิกเซล ส่วนที่ยังเห็นยาวราว 60 ตัวอักษร (ค่ากลาง นับรวมสระบนล่าง) ใกล้กับผลสำรวจหน้าไทยของเราเมื่อ 7 ต.ค. 2026 ที่ราว 580 พิกเซล
  • มือถือไม่ได้ตัดสั้นกว่า: title ใน 3 อันดับแรกถูกตัดบนมือถือ 10.5% เทียบกับเดสก์ท็อป 22.0% และเมื่อ URL เดียวกันถูกตัดบนอุปกรณ์เดียว 23 จาก 25 คู่เป็นฝั่งเดสก์ท็อป จึงควรเขียนให้พอดีเดสก์ท็อปก่อน
  • title ที่คนเห็นส่วนใหญ่ไม่มีชื่อแบรนด์: title ที่ Google แสดงมีชื่อแบรนด์แค่ 23% (ค่าขั้นต่ำ) และเหลือ 8% ในคำค้นหาความรู้บนเดสก์ท็อป และ Google แสดงชื่อเว็บแยกไว้อีกบรรทัดอยู่แล้ว ให้วางคำหลักไว้ต้น และวางชื่อแบรนด์ไว้ท้ายหลังเครื่องหมายคั่น

Title Tag คืออะไร (Title ใน HTML คืออะไร) อยู่ตรงไหนในโค้ดและบนหน้าจอ

Title tag คือแท็ก <title> ที่อยู่ในส่วน <head> ของหน้าเว็บ ใช้บอกชื่อของหน้านั้นให้เบราว์เซอร์ search engine และแพลตฟอร์มอื่นรู้ ทุกหน้าควรมี title หนึ่งอันที่บอกว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร title ไม่แสดงในเนื้อหาของหน้า แต่ไปโผล่ในที่อื่นอย่างน้อย 3 จุด

<head>
  <title>Title Tag คืออะไร เขียนยังไงให้ Google ใช้ - ชื่อเว็บ</title>
</head>
  • แท็บเบราว์เซอร์และบุ๊กมาร์ก: ชื่อที่เห็นบนแท็บ และชื่อที่ถูกบันทึกเมื่อกดบุ๊กมาร์ก
  • ผลค้นหา Google: หัวข้อสีฟ้าที่คลิกได้ Google เรียกว่า title link และใช้ <title> เป็นแหล่งหลัก แต่ไม่ใช่แหล่งเดียว (อ่านต่อในหัวข้อเรื่อง Google เปลี่ยน title) ส่วนหน้าตาของผลค้นหาทั้งหน้าอ่านได้ที่ SERP คืออะไร
  • ตอนแชร์ลิงก์: Facebook, LINE และแพลตฟอร์มอื่นมักใช้ og:title (แท็กชื่อสำหรับตอนแชร์) ก่อน ถ้าหน้าไม่มี og:title จึงอาจใช้ <title> แทน

คำว่า “title คือ” ที่คนค้นใน Google มีหลายความหมาย เช่น คำนำหน้าชื่อหรือชื่อตำแหน่งงาน บทความนี้พูดถึง title ของหน้าเว็บเท่านั้น และ title tag ไม่ใช่ attribute title="" ที่ใส่ในรูปหรือลิงก์ ซึ่งเป็นข้อความที่เด้งขึ้นเมื่อเอาเมาส์ชี้ ความต่างของสองอย่างนี้อธิบายไว้ใน Alt ต่างจาก title และ caption ยังไง

แผนภาพโค้ด HTML ที่มีแท็ก title ในส่วน head ลูกศรชี้ไปยัง 3 จุดที่ข้อความนี้ไปแสดง คือแท็บเบราว์เซอร์ หัวข้อสีฟ้าในผลค้นหา Google และการ์ดตอนแชร์ลิงก์ที่มักใช้ og:title ก่อน
Title tag อยู่ในโค้ด ไม่อยู่ในเนื้อหา แต่เป็นสิ่งแรกที่คนเห็นในแท็บและในผลค้นหา (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Influencing title links ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

Title tag, meta title, SEO title, page title และ title link ต่างกันไหม

Title tag, meta title, SEO title และ page title หมายถึงสิ่งเดียวกันในงานส่วนใหญ่ คือข้อความใน <title> ที่เจ้าของเว็บเขียน ชื่อต่างกันเพราะแต่ละเครื่องมือเรียกไม่เหมือนกัน ส่วน title link เป็นอีกเรื่อง เพราะคือสิ่งที่ Google เลือกแสดงจริงในผลค้นหา ซึ่งอาจไม่ตรงกับ title ที่เราเขียน

ชื่อที่เจอหมายถึงใครเขียนมักเจอที่ไหน
Title tag / HTML titleข้อความใน <title>เจ้าของเว็บโค้ด HTML, คู่มือ SEO
Meta titleชื่อเรียกอีกแบบของ title tag (ไม่มีแท็ก meta ชื่อ title จริง)เจ้าของเว็บบทความ SEO, บางธีมและ CMS
SEO titleช่องตั้ง title ในปลั๊กอิน SEO ที่ส่งค่าไปเป็น <title>เจ้าของเว็บRank Math, ปลั๊กอิน SEO อื่น
Page titleชื่อหน้าแบบกว้างๆ บางครั้งหมายถึงชื่อโพสต์ใน CMS ซึ่งมักกลายเป็น H1เจ้าของเว็บWordPress, ระบบทำเว็บ
Title linkหัวข้อที่ Google แสดงในผลค้นหาGoogle (เลือกจากหลายแหล่ง)เอกสาร Google Search Central
og:titletitle สำหรับตอนแชร์บนโซเชียลเจ้าของเว็บ (หรือปลั๊กอินสร้างให้)Facebook, LINE, ปลั๊กอิน SEO
ชื่อเรียก title ที่เจอบ่อย: 4 แถวแรกคือสิ่งเดียวกัน ส่วน title link คือผลที่ Google เลือกแสดง

ใน WordPress ระวังคำว่า “ชื่อเรื่อง” ของโพสต์ ช่องนี้มักกลายเป็น H1 บนหน้า และเป็นค่าตั้งต้นของ title ถ้าไม่ได้ตั้ง SEO title แยก วิธีตั้งแยกอยู่ในหัวข้อ WordPress และ Rank Math

การ์ดรวมชื่อเรียก title 6 แบบ title tag meta title SEO title และ page title อยู่ในกลุ่มเดียวกันคือสิ่งที่เจ้าของเว็บเขียน ส่วน title link อยู่อีกฝั่งคือสิ่งที่ Google เลือกแสดง และ og:title แยกไว้สำหรับโซเชียล
เจ้าของเว็บเขียน title ได้ แต่ Google เป็นคนเลือก title link (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Influencing title links ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

Title tag ต่างจาก H1 ยังไง ควรเหมือนกันไหม

Title tag ต่างจาก H1 ตรงที่ title อยู่ในโค้ดและใช้ในผลค้นหากับแท็บ ส่วน H1 คือหัวเรื่องที่คนเห็นบนหน้าเว็บ ทั้งสองควรพูดเรื่องเดียวกันและใช้คำหลักเดียวกัน แต่ถ้อยคำไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกตัว เช่น title อาจสั้นกว่าเพื่อให้พอดีผลค้นหา ส่วน H1 ยาวกว่าได้เพราะไม่ถูกตัด

เหตุผลที่ควรให้สอดคล้องกันอยู่ในเอกสาร title links ของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) ซึ่งระบุว่าเมื่อสร้าง title link ระบบดูหลายแหล่ง ไม่ได้ดูแค่ <title>

  • ข้อความใน <title>
  • หัวเรื่องหลักที่เห็นบนหน้า และ heading อย่าง <h1>
  • og:title (Google เพิ่มเข้ารายการในเอกสารเมื่อ ส.ค. 2024)
  • ข้อความตัวใหญ่หรือเด่นบนหน้า และข้อความอื่นในหน้า
  • ข้อความของลิงก์ (anchor text) ในหน้า และข้อความของลิงก์ที่ชี้มายังหน้านี้
  • ข้อมูลโครงสร้าง WebSite (ใช้กับชื่อเว็บ)

ถ้า title กับ H1 พูดคนละเรื่อง Google ต้องเลือกว่าอันไหนบรรยายหน้าได้ตรงกว่า และหลายครั้งเลือก H1 การศึกษาของ Ahrefs (Michal Pecánek, 953,276 หน้า, พ.ย. 2021 อัปเดต พ.ค. 2023 ข้อมูลก่อนปี 2024) พบว่า เมื่อ Google เขียน title ใหม่ ข้อความมาจาก H1 ราว 51% ส่วนผลสำรวจหน้าไทยของเรา (7 ต.ค. 2026) พบว่าใน 25 หน้าที่ Google เขียน title ใหม่ 12 หน้าใช้ข้อความจาก H1 ดูรายละเอียดได้ที่ หัวข้อ Google เขียน title ใหม่ในบทความ On-Page SEO

บางบทความในผลค้นหาไทยแนะนำว่า title “ต้องต่างจาก H1” คำแนะนำนี้ไม่มีในเอกสารของ Google และเสี่ยงทำให้สัญญาณขัดกัน การใช้ถ้อยคำต่างกันเล็กน้อยทำได้ แต่ทั้งสองต้องบอกเรื่องเดียวกัน AI SEO For Dummies บทที่ 11 ก็แนะนำแนวเดียวกัน คือมี H1 เดียวที่บอกเรื่องของหน้าชัด แล้วให้ H2 เรียงตามคำถามของผู้อ่าน

Title tagH1
อยู่ที่ไหนใน <head> ไม่แสดงบนหน้าบนหน้า เป็นหัวเรื่องใหญ่
คนเห็นตอนไหนในผลค้นหา บนแท็บ ตอนบุ๊กมาร์กหลังคลิกเข้ามาแล้ว
ถูกตัดไหมถูกตัดตามความกว้างจอในผลค้นหาไม่ถูกตัด
หน้าที่ชวนให้คลิกและบอก Google ว่าหน้านี้คืออะไรยืนยันกับคนอ่านว่ามาถูกหน้า
ควรมีกี่อัน1 ต่อหน้า1 ต่อหน้าเป็นแนวที่อ่านง่าย (AI SEO For Dummies บทที่ 11)
Title กับ H1 ทำงานคนละจุด แต่ต้องพูดเรื่องเดียวกัน
แผนภาพหน้าเว็บหนึ่งหน้า ชี้แหล่งที่ Google ใช้สร้าง title link ได้แก่ title ใน head, H1 บนหน้า, og:title, ข้อความตัวใหญ่, anchor text และลิงก์ที่ชี้เข้ามา ลูกศรทั้งหมดรวมไปที่หัวข้อสีฟ้าในผลค้นหา
Google เลือก title link จากหลายแหล่ง เมื่อ title กับ H1 พูดเรื่องเดียวกัน Google ก็มีเหตุผลน้อยลงที่จะเปลี่ยน (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Influencing title links อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)

ความยาว title ภาษาไทย: ยาวกี่ตัวอักษร นับพิกเซลหรือตัวอักษร

Title ภาษาไทยบนเดสก์ท็อปแสดงได้ราว 590 พิกเซล หรือราว 60 ตัวอักษรถ้านับรวมสระบนล่างและวรรณยุกต์ ก่อนถูกตัดด้วย “…” ตัวเลขนี้เป็นค่าที่เราวัดจากผลค้นหาไทย ไม่ใช่ขีดจำกัดของ Google เพราะเอกสาร title links ระบุว่าไม่มีขีดจำกัดความยาวของ <title> แต่ Google จะตัดให้พอดีความกว้างของอุปกรณ์ตามความจำเป็น

ผลสำรวจแรกของเราอยู่ในหัวข้อความยาว title ไทยในบทความ On-Page SEO (264 หน้า 44 คำค้น 7 ต.ค. 2026) ซึ่งพบจุดตัดราว 580 พิกเซล รอบนี้เราเก็บชุดใหม่ที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อดูว่าตัวเลขนั้นซ้ำได้ไหม และวัดมือถือที่รอบแรกยังไม่ได้วัด

ตัวชี้วัด (เดสก์ท็อป, ผลหน้าแรก)ค่า
Title ที่ถูกตัดด้วย “…”19.1% (122 จาก 638) · เฉพาะ 3 อันดับแรก 22.0% (52 จาก 236)
ความกว้างของ title ที่ถูกตัด รวม ” …”ค่ากลาง 531 พิกเซล · กว้างสุด 591 พิกเซล
Title ที่กว้างที่สุดที่ไม่ถูกตัด596 พิกเซล
ความยาวส่วนที่เห็นของ title ที่ถูกตัด (นับทุกตัว)ค่ากลาง 60.5 ตัวอักษร (ช่วงกลาง 55–65)
ความยาวเดียวกัน นับเฉพาะตัวที่กินความกว้างค่ากลาง 52 ตัว (ช่วงกลาง 48–54)
ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 100 คำค้น เก็บ 15 ต.ค. 2026 · วัดความกว้างด้วยฟอนต์ Arial 20px แบบเดียวกับผลสำรวจ 7 ต.ค. · title ที่ Google แสดง ไม่ใช่ HTML

สองชุดข้อมูลให้ผลใกล้กันมาก คือ 580 กับ 590 พิกเซล จึงพูดได้ว่าพื้นที่ของ title ไทยบนเดสก์ท็อปอยู่ที่ราว 55–65 ตัวอักษรแบบนับทุกตัว “ราว 60 ตัวอักษร” ใช้เป็นหลักจำสำหรับภาษาไทยได้ แต่ไม่ใช่กฎ

กราฟสรุปการกระจายความกว้างของ title ไทยที่ Google เดสก์ท็อปแสดงในผลหน้าแรก title ที่ถูกตัด 122 รายการครึ่งกลางอยู่ที่ราว 490 ถึง 550 พิกเซล ค่ากลาง 531 ไม่มีรายการใดเกิน 591 พิกเซล มีเส้นแนวตั้งที่ราว 590 พิกเซล
Title ไทยที่ถูกตัดบนเดสก์ท็อปไม่มีรายการไหนกว้างเกินราว 590 พิกเซล ซ้ำกับผลสำรวจ 7 ต.ค. ที่ราว 580 พิกเซล (ที่มา: ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 15 ต.ค. 2026 · n = 122 title ที่ถูกตัด · ไม่เปิดเผยชื่อเว็บ)

ทำไมต้องดูพิกเซล ไม่ใช่นับตัวอักษรอย่างเดียว

Google ตัด title ตามความกว้างบนจอ ไม่ได้ตัดตามจำนวนตัวอักษร ภาษาไทยมีสระบน สระล่าง และวรรณยุกต์ เช่น ิ ี ุ ู ่ ้ ์ ที่วางซ้อนบนหรือใต้พยัญชนะและไม่กินความกว้าง ปลั๊กอินที่นับตัวอักษรจึงนับเกินจากพื้นที่จริง ในข้อมูลชุดนี้ ส่วนที่เห็นของ title ที่ถูกตัดยาว 60.5 ตัวแบบนับทุกตัว แต่เหลือ 52 ตัวเมื่อนับเฉพาะตัวที่กินความกว้าง

The Art of SEO (4th ed., 2023) บทที่ 7 ให้คำแนะนำความยาว title เป็นจำนวนตัวอักษร ซึ่งคิดจากภาษาอังกฤษ สำหรับภาษาไทยให้ใช้เป็นแนวคร่าวๆ แล้วดูเส้นพิกเซลในตัวอย่างผลค้นหา (SERP preview) ของปลั๊กอินประกอบ title ที่ยาวกว่านั้นไม่ผิด Google ยังอ่านทั้งหมด แค่คนเห็นไม่ครบ

แผนภาพเทียบคำไทยกับคำอังกฤษบนแถบความกว้างเดียวกัน สระบนล่างและวรรณยุกต์ถูกไฮไลต์ว่าไม่กินความกว้าง แสดงว่า title ไทยนับได้ 60 ตัวแบบนับทุกตัว แต่กินพื้นที่เท่ากับ 52 ตัว
สระบนล่างและวรรณยุกต์ไม่กินความกว้าง จำนวนตัวอักษรจึงไม่ตรงกับพื้นที่ที่ใช้จริง ให้ดูเส้นพิกเซลใน SERP preview (ภาพจำลอง ที่มา: ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 15 ต.ค. 2026)

บนมือถือ title ถูกตัดสั้นกว่าเดสก์ท็อปจริงไหม

ไม่จริงสำหรับผลค้นหาไทยในข้อมูลของเรา มือถือตัด title แค่ราวครึ่งหนึ่งของเดสก์ท็อป น่าจะเพราะ title link บนมือถือขึ้นบรรทัดใหม่ได้ ใน 3 อันดับแรกของ 100 คำค้น (15 ต.ค. 2026) title ถูกตัดบนมือถือ 10.5% (25 จาก 238) เทียบกับเดสก์ท็อป 22.0% (52 จาก 236)

เราจับคู่ URL เดียวกันในคำค้นเดียวกันบนสองอุปกรณ์ได้ 275 คู่ ผลคือ

  • title เหมือนกันทุกตัว 82.9%
  • ต่างกันแค่จุดที่ถูกตัด 14.2%
  • ถ้อยคำต่างกันจริง 2.9% (8 คู่) ตัวอย่างที่เจอคือผลค้นหาร้านในพื้นที่ที่ Google ใช้ข้อความจากข้อมูลธุรกิจแทน และหน้าหน่วยงานรัฐที่ Google ใช้หัวข้อบนหน้าแทน
  • ถูกตัดบนอุปกรณ์เดียว 25 คู่ เป็นฝั่งเดสก์ท็อป 23 คู่ และฝั่งมือถือแค่ 2 คู่

ใช้ยังไง: เขียน title ให้พอดีเดสก์ท็อป (ราว 60 ตัวอักษรไทยแบบนับทุกตัว) แล้วมือถือจะพอดีไปด้วยเกือบทุกกรณี และถ้าเห็น title ของตัวเองแสดงไม่เหมือนกันบนสองอุปกรณ์ ให้เช็กก่อนว่าต่างแค่จุดตัด หรือต่างที่ถ้อยคำจริง ส่วนความต่างอื่นของผลค้นหาบนมือถือกับเดสก์ท็อปอยู่ใน SERP บนมือถือกับเดสก์ท็อปต่างกันยังไง

ตัวชี้วัด (3 อันดับแรก)เดสก์ท็อปมือถือ
Title ที่ถูกตัดด้วย “…”22.0% (52/236)10.5% (25/238)
Title ที่ถูกตัดในผลหน้าแรก19.1% (122/638)9.8% (62/631)
ความยาวส่วนที่เห็นของ title ที่ถูกตัด (นับทุกตัว, ผลหน้าแรก)ค่ากลาง 60.5 ตัวค่ากลาง 68.5 ตัว
Title ที่เป็นภาษาไทย90.7%90.3%
มือถือตัด title น้อยกว่าและแสดงได้ยาวกว่า (ที่มา: ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 15 ต.ค. 2026 · มือถือใช้จำนวนตัวอักษรเทียบ เพราะ title link บนมือถือขึ้นได้ 2 บรรทัด)
กราฟแท่งเทียบสัดส่วน title ที่ถูกตัดใน 3 อันดับแรก เดสก์ท็อป 22.0 เปอร์เซ็นต์ มือถือ 10.5 เปอร์เซ็นต์ และกราฟเล็กด้านขวาแสดง URL เดียวกันที่ถูกตัดบนอุปกรณ์เดียว เดสก์ท็อป 23 คู่ มือถือ 2 คู่
เดสก์ท็อปคือจุดที่ title ไทยถูกตัด ไม่ใช่มือถือ (ที่มา: ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 15 ต.ค. 2026 · n = 236 เดสก์ท็อป, 238 มือถือ, 275 คู่ URL · เก็บวันเดียว)

ข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้:

  • เป็น title ที่ Google แสดง (title link) ไม่ใช่ <title> ใน HTML ส่วนอัตราที่ Google เปลี่ยนจาก HTML ดูได้จากผลสำรวจ 7 ต.ค. ในบทความ On-Page SEO
  • เก็บวันเดียว (15 ต.ค. 2026) 100 คำค้นที่เราเลือกเอง 5 กลุ่มเจตนา กลุ่มละ 20 คำ ไม่ใช่การสุ่ม title ที่แสดงเปลี่ยนได้ตามคำค้น อุปกรณ์ และเวลา
  • ไม่รวมผลจาก Facebook, YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลอื่น เพราะแพลตฟอร์มสร้าง title เอง · ไม่เปิดเผยชื่อเว็บในข้อมูลชุดนี้
  • ความกว้างพิกเซลวัดด้วย Arial 20px (ตัวไทยใช้ฟอนต์ไทยสำรองของระบบ) เป็นหน่วยเทียบ ฟอนต์จริงของ Google ต่างออกไป

ทำไม Google ไม่ใช้ title ที่เราเขียน (title link) และเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน

Google ใช้ title ที่เราเขียนเป็นหลัก แต่จะเลือกข้อความอื่นบนหน้ามาแทน เมื่อ title บรรยายหน้าได้ไม่ดี เช่น ว่างครึ่งหนึ่ง ล้าสมัย หรือซ้ำกันหลายหน้า ระบบทำงานอัตโนมัติ เจ้าของเว็บสั่งไม่ได้ว่าให้ใช้ title เสมอ สิ่งที่ทำได้คือแก้ title ไม่ให้เข้าข่ายเหตุผลที่ Google ใช้เปลี่ยน

เอกสาร title links ของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) ยกตัวอย่างปัญหาที่ทำให้ Google ไม่ใช้ <title> ไว้ 7 แบบ

ปัญหาตามเอกสาร Googleหน้าตาในเว็บไทย (ตัวอย่างสมมุติ)แก้ยังไง
Title ว่างครึ่งหนึ่ง (half-empty)“- ชื่อเว็บ” หรือ “หน้าแรก” อย่างเดียวใส่เรื่องของหน้าไว้ต้น
Title ล้าสมัย (obsolete)“โปรโมชันปีใหม่ 2025” บนหน้าที่อัปเดตเป็นปี 2026 แล้วอัปเดตปีและข้อมูลใน title ทุกครั้งที่แก้เนื้อหา
Title ไม่ตรงกับเนื้อหา (inaccurate)หน้ารวมสินค้าหลายรุ่น แต่ title บอกรุ่นเดียวเขียน title ให้ตรงกับสิ่งที่หน้าแสดงจริง
ข้อความซ้ำในกลุ่มหน้าที่คล้ายกัน (micro-boilerplate)หน้ารายการตอนของซีรีส์ที่ title เหมือนกันทุกตอน ต่างแค่ส่วนที่ถูกตัดใส่ส่วนที่ต่างกัน เช่น เลขตอนหรือรุ่น ไว้ต้น
ไม่มีหัวเรื่องหลักที่ชัดหน้ามีหัวข้อตัวใหญ่หลายอันเท่ากัน หรือไม่มี H1มีหัวเรื่องหลักเดียวที่เห็นชัด
ภาษาหรือระบบตัวอักษรไม่ตรงกับเนื้อหาเนื้อหาไทยทั้งหน้า แต่ title เป็นอังกฤษล้วนใช้ภาษาเดียวกับเนื้อหาหลัก
ชื่อเว็บซ้ำซ้อนชื่อแบรนด์ยาวซ้ำกันสองที่ใน titleใส่ชื่อแบรนด์สั้นๆ ครั้งเดียว ไว้ท้าย
7 เหตุผลที่ Google ไม่ใช้ title ตามเอกสาร title links (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) · ตัวอย่างในคอลัมน์กลางเป็นตัวอย่างสมมุติ ไม่ใช่เว็บจริง

ข้อเรื่องภาษาสำคัญกับเว็บไทยมากกว่าที่คิด ในข้อมูลของเรา 9.3% ของ title ที่ Google แสดงใน 3 อันดับแรกบนเดสก์ท็อปไม่มีอักษรไทยเลย (15 ต.ค. 2026) เราไม่ได้ดู HTML ของหน้าเหล่านี้ จึงยังบอกไม่ได้ว่ามีกี่หน้าที่ Google สลับ title เป็นข้อความไทยแล้ว แต่ถ้าเนื้อหาของคุณเป็นภาษาไทย title ก็ควรเป็นภาษาไทย ศัพท์อังกฤษอย่าง SEO หรือชื่อสินค้าปนได้ตามปกติ

Google เปลี่ยน title บ่อยแค่ไหน: ตัวเลขแต่ละปีวัดคนละแบบ

ตัวเลขที่เห็นตามบทความต่างๆ ตั้งแต่ราว 13% (กลับด้านจากตัวเลข 87% ของ Google ปี 2021) ถึง 76% ไม่ได้ขัดกัน แต่วัดคนละช่วงเวลาและนับ “การเปลี่ยน” คนละแบบ บางงานนับการตัดชื่อแบรนด์ท้าย title ว่าเป็นการเปลี่ยนด้วย บางงานนับเฉพาะการเขียนใหม่

แหล่งช่วงเวลาผลหมายเหตุ
Google Search Central Blogส.ค. และ ก.ย. 2021 (ก่อนปี 2024)ใช้ HTML title “มากกว่า 80%” แล้วปรับเป็น “ราว 87%”ตัวเลขจาก Google เอง ช่วงที่เปลี่ยนระบบสร้าง title
Zyppy (Cyrus Shepard)ต้นปี 2022 (ก่อนปี 2024)เปลี่ยน 61.6% ของ 80,959 titleรวมการเปลี่ยนเล็กน้อย
Ahrefs (Michal Pecánek)พ.ย. 2021 อัปเดต พ.ค. 2023 (ก่อนปี 2024)เขียนใหม่ 33.4% ของ 953,276 หน้าH1 เป็นแหล่งราว 51% ของที่เขียนใหม่
Search Engine Land (John McAlpin) รายงานม.ค.–มี.ค. 2025เปลี่ยน 76%ผลค้นหาภาษาอังกฤษ นับการตัดแบรนด์ด้วย
The Missing Piece (หน้าไทย 236 หน้าที่เทียบ HTML ได้)7 ต.ค. 2026แสดงตามเดิม 53% · ตัดบางส่วน 34% · เขียนใหม่ 11%ส่วนที่ตัดเกือบทั้งหมดคือชื่อแบรนด์หลัง | หรือ –
อัตราที่ Google เปลี่ยน title จากหลายแหล่ง วิธีนับและชุดข้อมูลต่างกัน จึงเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ · ตัวเลขก่อนปี 2024 ใช้เป็นประวัติ ไม่ใช่สถานะปัจจุบัน

สำหรับหน้าไทย ภาพที่ได้จากผลสำรวจของเราคือ Google ส่วนใหญ่แค่ตัดชื่อแบรนด์ท้าย title ออก การเขียนใหม่ทั้งประโยคมีน้อย วิธีสำรวจและกราฟเต็มอยู่ที่หัวข้อ Google เขียน title ใหม่บ่อยแค่ไหน

การ์ดรายการ 7 เหตุผลที่ Google ไม่ใช้ title ของหน้า ได้แก่ ว่างครึ่งหนึ่ง ล้าสมัย ไม่ตรงกับเนื้อหา ข้อความซ้ำในกลุ่มหน้า ไม่มีหัวเรื่องหลัก ภาษาไม่ตรงกับเนื้อหา และชื่อเว็บซ้ำซ้อน แต่ละข้อมีวิธีแก้สั้นๆ กำกับ
ทุกเหตุผลที่ Google เปลี่ยน title มีวิธีแก้ที่เจ้าของเว็บทำเองได้ (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Influencing title links อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)

ชื่อแบรนด์และเครื่องหมายคั่น: ใส่หน้าหรือหลัง ใช้ | หรือ –

ใส่ชื่อแบรนด์ไว้ท้าย title หลังเครื่องหมายคั่น (เอกสารของ Google บอกว่าวางต้นหรือท้ายก็ได้ เราแนะนำท้ายเพราะเป็นส่วนที่ถูกตัดได้โดยไม่เสียความหมาย) ยกเว้นหน้าแรกและหน้าที่คนค้นด้วยชื่อแบรนด์ ที่ควรมีแบรนด์ชัด และเขียนส่วนหน้าให้อ่านรู้เรื่องได้เองแม้แบรนด์ถูกตัดออก เหตุผลคือ Google แสดงชื่อเว็บแยกไว้อีกบรรทัดเหนือ title link อยู่แล้ว (เอกสาร Site names อัปเดต 10 ธ.ค. 2025 ใช้ได้ทุกภาษาตั้งแต่ ก.ย. 2023) และชื่อแบรนด์ท้าย title คือส่วนที่ถูกตัดบ่อยที่สุด

ในข้อมูลผลค้นหาไทย 15 ต.ค. 2026 title ที่ Google แสดงใน 3 อันดับแรกบนเดสก์ท็อปมีชื่อแบรนด์แค่ 23.3% (55 จาก 236) บนมือถือ 24.4% และในคำค้นหาความรู้บนเดสก์ท็อปเหลือ 7.8% (4 จาก 51) ตัวเลขนี้เป็นค่าขั้นต่ำ เพราะเรานับเฉพาะแบรนด์ที่สะกดตรงกับชื่อเว็บหรือโดเมน ส่วนในคำค้นที่มีชื่อแบรนด์อยู่แล้ว title มีชื่อแบรนด์ 54.5%

ตัวชี้วัด (เดสก์ท็อป, 3 อันดับแรก)ค่า
Title ที่แสดงมีชื่อแบรนด์23.3% (55/236)
ตำแหน่งแบรนด์ เมื่อมีท้าย 47% · กลาง 36% · ต้น 16%
มีชื่อแบรนด์ แยกตามกลุ่มคำค้นความรู้ 8% · ร้านในพื้นที่ 20% · ซื้อของ 16% · ข่าว 22% · คำค้นที่มีชื่อแบรนด์ 55%
มีเครื่องหมายคั่นอย่างน้อย 1 แบบ28.8%
ขีด ” – “15.7%
ไปป์ ” | “6.8%
โคลอน “:”6.8%
ขีดยาว “—”0.8%
ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 15 ต.ค. 2026 · title ที่แสดง ไม่ใช่ HTML · แบรนด์เป็นค่าขั้นต่ำ · เป็นข้อมูลเชิงพรรณนา ไม่ได้บอกว่าแบบไหนช่วยอันดับ

เรื่องเครื่องหมายคั่น เอกสารของ Google ยกตัวอย่างขีด โคลอน และไปป์ว่าใช้ได้ ในผลค้นหาไทยขีดพบบ่อยกว่าไปป์ราวสองเท่า แต่ไม่มีหลักฐานว่าแบบไหนได้อันดับดีกว่า เลือกแบบเดียวแล้วใช้ให้เหมือนกันทั้งเว็บ

ถ้าอยากให้ชื่อเว็บที่ Google แสดงเหนือ title ถูกต้อง ให้ใส่ข้อมูลโครงสร้าง WebSite ที่หน้าแรก และใช้ชื่อเดียวกันทุกที่ ตามเอกสาร Site names รายละเอียดการใส่ข้อมูลโครงสร้างอยู่ใน Schema Markup คืออะไร

กราฟแท่งสัดส่วน title ที่ Google แสดงซึ่งมีชื่อแบรนด์ แยกตามกลุ่มคำค้นบนเดสก์ท็อป คำค้นหาความรู้ 8 เปอร์เซ็นต์ ซื้อของ 16 ร้านในพื้นที่ 20 ข่าว 22 และคำค้นที่มีชื่อแบรนด์ 55 เปอร์เซ็นต์ เส้นประแสดงค่ารวม 23 เปอร์เซ็นต์
ในคำค้นหาความรู้ คนแทบไม่เห็นชื่อแบรนด์ใน title จึงต้องให้ส่วนหน้าของ title ทำงานเอง (ที่มา: ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 15 ต.ค. 2026 · n = 236 · ค่าขั้นต่ำ)
ภาพจำลองผลค้นหาหนึ่งรายการ บรรทัดบนเป็นชื่อเว็บและ URL บรรทัดล่างเป็น title link ที่ชื่อแบรนด์ท้าย title ถูกตัดออก ป้ายกำกับบอกว่าชื่อเว็บแสดงแยกอยู่แล้ว
ชื่อเว็บแสดงแยกอยู่เหนือ title link ชื่อแบรนด์ท้าย title จึงมักถูกตัดโดยที่คนยังรู้ว่าเป็นเว็บไหน (ภาพจำลอง ไม่ใช่เว็บจริง ที่มา: Google Search Central, Site names อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)

วิธีเขียน title tag ภาษาไทยให้ดี: สูตรและตัวอย่าง

Title tag ที่ดีบอกเรื่องของหน้าในส่วนต้น บอกว่าคลิกแล้วได้อะไร และยังอ่านรู้เรื่องเมื่อถูกตัดท้าย สูตรที่ใช้ได้กับบทความและหน้าบริการส่วนใหญ่คือ [คำหลัก หรือเรื่องของหน้า] + [สิ่งที่ได้ หรือมุมที่ต่าง] – [ชื่อแบรนด์] ความยาวรวมราว 60 ตัวอักษรไทยแบบนับทุกตัว โดยให้ 2 ส่วนแรกจบภายในราว 50 ตัว

  1. เริ่มจากคำที่คนค้นจริง: ใช้คำหลักที่เลือกไว้ตอนทำ keyword research และดูว่าหน้าที่ติดอันดับตอบคำถามแบบไหน (search intent ดู Search Intent คืออะไร) แล้วใส่คำนั้นไว้ต้น title
  2. บอกสิ่งที่คนจะได้: เช่น “วิธีทำ”, “เทียบ”, “ราคา”, “ตัวอย่าง”, “ข้อมูลปี 2026” เลือกให้ตรงกับเนื้อหาที่มีจริงในหน้า
  3. ให้ส่วนหน้าอ่านจบได้เอง: ลองตัดทุกอย่างหลังเครื่องหมายคั่นออก ถ้ายังรู้เรื่อง ใช้ได้
  4. ชื่อแบรนด์สั้นๆ ไว้ท้าย: ครั้งเดียว ไม่ซ้ำกับชื่อเว็บที่ Google แสดงอยู่แล้ว
  5. เช็กความยาวด้วยพิกเซล: ดูเส้นใน SERP preview ของปลั๊กอิน แทนการนับตัวอักษรอย่างเดียว
  6. เทียบกับ H1 และหน้าอื่นในเว็บ: title กับ H1 พูดเรื่องเดียวกัน และไม่ซ้ำกับหน้าอื่น (ดูหัวข้อ title ซ้ำ)

Title ไม่จำเป็นต้องตรงกับคำค้นเป๊ะทุกคำ ในข้อมูลของเรา title ที่ Google แสดงใน 3 อันดับแรกมีคำค้นครบทุกคำเพียง 33.5% (วัดแบบหยาบ ไม่ได้ตัดคำไทย 15 ต.ค. 2026) ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องใส่คำหลัก แค่บอกว่า title ที่ติด 3 อันดับแรกส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่คำค้นครบทุกคำ (ข้อมูลเชิงพรรณนา ไม่ได้บอกว่าเป็นเหตุให้ติดอันดับ)

ปัญหาTitle ที่ไม่ดี (ตัวอย่างสมมุติ)Title ที่ดีกว่า
ไม่บอกเรื่องของหน้าหน้าแรก – [แบรนด์]รองเท้าวิ่งผู้หญิง หน้าเท้ากว้าง ไซซ์ 36–42 – [แบรนด์]
ยัดคำซ้ำสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อบ้าน 2026 สินเชื่อสินเชื่อบ้านคืออะไร เทียบดอกเบี้ยและเงื่อนไขก่อนยื่นกู้ – [แบรนด์]
แบรนด์ยาวอยู่หน้า[ชื่อบริษัทเต็ม] | [สโลแกน] | วิธีเลือกประกันสุขภาพวิธีเลือกประกันสุขภาพ ดูความคุ้มครอง 5 ข้อก่อนซื้อ – [แบรนด์]
ภาษาไม่ตรงกับเนื้อหาไทยHome Loan Guide | [Brand]คู่มือขอสินเชื่อบ้านครั้งแรก เอกสารและขั้นตอน – [แบรนด์]
ปีเก่าค้างอยู่โปรโมชันปีใหม่ 2025โปรโมชันปีใหม่ 2026 ลดค่าส่งทุกออเดอร์ – [แบรนด์]
สัญญาเกินเนื้อหาสูตรลับติดหน้าแรกใน 7 วันTitle Tag คืออะไร เขียนยังไงให้ Google ใช้ (ข้อมูลไทย 2026)
ตัวอย่าง title ไทยก่อนและหลังแก้ ตัวอย่างสมมุติ ยกเว้นแถวสุดท้ายที่เป็น title ของบทความนี้ · [แบรนด์] คือที่สำหรับชื่อแบรนด์ของคุณ

Title ที่มีปีช่วยบอกความสดใหม่ได้ แต่ต้องอัปเดตจริง ในข้อมูลของเรา 10.2% ของ title ใน 3 อันดับแรกบนเดสก์ท็อปมีปี (2024–2027 หรือ 2567–2570) ถ้าใส่ปี ให้ใส่ไว้ในรายการงานที่ต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่ปรับเนื้อหา ไม่อย่างนั้น title จะกลายเป็นข้อ “ล้าสมัย” ในรายการของ Google

การ์ดสูตร title ภาษาไทย 3 ช่อง ช่องแรกคำหลักหรือเรื่องของหน้า ช่องที่สองสิ่งที่ได้หรือมุมที่ต่าง ช่องที่สามชื่อแบรนด์หลังเครื่องหมายขีด มีเส้นวัดว่าสองช่องแรกควรจบภายในราว 50 ตัวอักษร และรวมทั้งหมดราว 60 ตัวอักษรหรือ 590 พิกเซล
สูตร title ไทย: เรื่องของหน้าไว้ต้น สิ่งที่ได้ตามมา แบรนด์ไว้ท้ายในส่วนที่ถูกตัดได้ (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Influencing title links · ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 15 ต.ค. 2026)
ภาพจำลองผลค้นหาสองรายการวางคู่กัน ซ้ายเป็น title ที่ยัดคำซ้ำและถูกตัดกลางคำ ขวาเป็น title ที่ขึ้นต้นด้วยเรื่องของหน้า บอกสิ่งที่ได้ และชื่อแบรนด์ท้ายถูกตัดโดยไม่เสียความหมาย
Title ที่ดีอ่านรู้เรื่องแม้ถูกตัดท้าย ส่วน title ที่ยัดคำถูกตัดแล้วเหลือแต่คำซ้ำ (ภาพจำลอง ตัวอย่างสมมุติ ไม่ใช่เว็บจริง)

Title ซ้ำกันหลายหน้าเป็นปัญหาไหม หาเจอได้ยังไง

Title ซ้ำกันหลายหน้าเป็นปัญหา เพราะทั้งคนและ Google แยกไม่ออกว่าหน้าไหนตอบเรื่องอะไร Google ระบุในเอกสาร title links ว่าแต่ละหน้าควรมี title ที่ต่างกัน และข้อความซ้ำในกลุ่มหน้าที่คล้ายกันเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ระบบจะสร้าง title ใหม่ให้ ถ้าหลายหน้าตั้งใจเล็งคำเดียวกันด้วย ปัญหาจะใหญ่กว่า title เพราะหน้าเหล่านั้นแย่งอันดับกันเอง (keyword cannibalization)

Title ซ้ำมักมาจากระบบ ไม่ได้มาจากคนเขียน เช่น หน้าแบ่งหน้า (หน้า 2, 3, 4 ของหมวด) หน้าสินค้าที่ต่างกันแค่สีหรือไซซ์ หน้าแท็กที่ตั้งชื่อคล้ายกัน หรือธีมที่ใช้ชื่อเว็บเป็น title ทุกหน้า The Art of SEO บทที่ 10 จัดเรื่อง title ซ้ำและ title หายไว้ในขั้นตรวจด้วยการ crawl ซึ่งเป็นขั้นแรกของการ audit เว็บ

  • Crawl ทั้งเว็บ: ใช้โปรแกรม crawl เว็บ (มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน ดูตัวเลือกใน SEO Tools ฟรีและเสียเงิน) แล้วกรองหา title ที่ซ้ำกัน ว่าง หรือยาวเกิน วิธีนี้ครบที่สุด
  • ค้นด้วย site: ใน Google: พิมพ์ site:โดเมนของคุณ คำหลัก แล้วดูว่ามีหลายหน้าที่ title คล้ายกันไหม ใช้เช็กเร็วได้ แต่ไม่ครบทุกหน้า
  • ดูใน Search Console: ถ้าคำค้นเดียวกันพาไปหลาย URL สลับกัน อาจเป็นสัญญาณว่าหน้าเหล่านั้นแย่งกัน (วิธีดูอยู่ในหัวข้อ Search Console)

วิธีแก้ขึ้นกับสาเหตุ ถ้าเป็นหน้าคนละเรื่อง ให้เขียน title ใหม่ให้ต่างกันและใส่ส่วนที่ต่างไว้ต้น ถ้าเป็นหน้าเรื่องเดียวกันจริง ให้พิจารณารวมเป็นหน้าเดียว หรือบอกหน้าหลักด้วย canonical (แท็กที่บอก Google ว่าหน้าไหนคือหน้าหลัก)

แผนภาพหน้าเว็บ 3 หน้าที่มี title เหมือนกัน Google แสดงเครื่องหมายคำถามว่าหน้าไหนตอบเรื่องอะไร ด้านขวาแยกทางแก้สองทาง หน้าคนละเรื่องให้เขียน title ใหม่ให้ต่างกัน หน้าเรื่องเดียวกันให้รวมหน้าหรือใช้ canonical
Title ซ้ำทำให้ Google แยกหน้าไม่ออก ทางแก้ขึ้นกับว่าหน้าเหล่านั้นเป็นคนละเรื่องหรือเรื่องเดียวกัน (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Influencing title links · The Art of SEO บทที่ 10)

Title มีผลกับ CTR แค่ไหน แก้ title แล้ววัดผลยังไง

Title เป็นข้อความแรกที่คนอ่านในผลค้นหา และเอกสารของ Google ระบุว่า title link มักเป็นข้อมูลหลักที่คนใช้ตัดสินใจคลิก จึงเป็นจุดที่เจ้าของเว็บแก้เองได้และมีผลกับอัตราคลิก (CTR) โดยตรง เมื่อหน้าหนึ่งมี impression (จำนวนครั้งที่ถูกแสดง) เยอะแต่ CTR ต่ำกว่าหน้าอื่นที่อันดับใกล้กัน title คือจุดแรกที่ควรตรวจ ความหมายของตัวเลขสองตัวนี้และเกณฑ์ที่ใช้เทียบอยู่ใน CTR, Impression และ Average Position คืออะไร

แนวทางนี้ตรงกับ AI SEO For Dummies บทที่ 14 ที่ให้เลือกแก้หน้าที่มี impression สูงแต่คลิกต่ำก่อนหน้าอื่น ส่วนวิธีวัดผลให้แฟร์ หนังสือบทที่ 8 แนะนำให้ทดสอบทีละสมมติฐานและวัดซ้ำ 2–4 สัปดาห์ และบทที่ 3 แนะนำให้จดวันที่ทุกการเปลี่ยนแปลง

  1. เลือกหน้า: หน้าที่ impression สูง อันดับเฉลี่ยอยู่หน้าแรก แต่ CTR ต่ำกว่าหน้าอื่นในเว็บที่อันดับใกล้กัน
  2. ดูคำค้นที่พาคนมา: คำค้นหลักของหน้าอยู่ใน title ไหม title ตอบเจตนาของคำค้นนั้นไหม
  3. แก้ title อย่างเดียว: ไม่แก้เนื้อหาหรือ H1 พร้อมกัน ไม่อย่างนั้นจะไม่รู้ว่าผลมาจากอะไร
  4. จดวันที่แก้: เก็บ title เดิม title ใหม่ และวันที่ ไว้ในบันทึกการเปลี่ยนแปลง
  5. รอแล้วเทียบ: เทียบช่วงเวลายาวเท่ากันก่อนและหลังแก้ เช่น 28 วัน โดยดู CTR ที่อันดับใกล้เคียงกัน เพราะ CTR เปลี่ยนตามอันดับเสมอ

ขั้นการวัดผลแบบละเอียด รวมเรื่องที่ AI Overview ทำให้ CTR เปลี่ยน อยู่ในหัวข้อเพิ่ม CTR และวัดผลให้แฟร์

แผนภาพวงจร 5 ขั้น เลือกหน้าที่ impression สูง CTR ต่ำ ดูคำค้นที่พาคนมา แก้ title อย่างเดียว จดวันที่แก้ แล้วเทียบ CTR 28 วันก่อนและหลังที่อันดับใกล้กัน
แก้ title ทีละหน้า ทีละอย่าง และจดวันที่ไว้ จึงจะรู้ว่า CTR เปลี่ยนเพราะ title จริง (ภาพจำลอง ที่มา: AI SEO For Dummies บทที่ 3, 8 และ 14)

เช็กใน Search Console ว่า title หน้าไหนควรแก้

Google Search Console ไม่มีรายงานที่บอกตรงๆ ว่า Google แสดง title ของหน้าไหนต่างจากที่เราเขียน แต่ใช้หาหน้าที่ควรแก้ title ได้ดี เพราะมีตัวเลข impression, คลิก และคำค้นจริงของแต่ละหน้า The Art of SEO บทที่ 8 ก็ถือว่า Search Console คู่กับ analytics เป็นฐานของการวัดผล SEO

  1. เปิดรายงาน Performance เลือกช่วง 3 เดือน เปิดคอลัมน์ impression, CTR และ position แล้วไปที่แท็บ Pages (วิธีอ่านรายงานนี้อยู่ใน อ่านรายงาน Performance ให้เป็น)
  2. เรียงตาม impression แล้วมองหาหน้าที่ position อยู่หน้าแรกแต่ CTR ต่ำกว่าหน้าอื่นที่อันดับใกล้กัน
  3. คลิกหน้านั้นแล้วดูแท็บ Queries เทียบคำค้นหลักกับ title ปัจจุบัน ว่าตอบสิ่งที่คนค้นไหม
  4. ค้นคำนั้นใน Google เอง ทั้งบนเดสก์ท็อปและมือถือ ดูว่า title link ที่แสดงตรงกับที่เขียนไหม ถูกตัดตรงไหน
  5. ใช้ URL Inspection ดู HTML ที่ Google เก็บ (View crawled page) เพื่อยืนยันว่า <title> ที่ Google เห็นคือ title ล่าสุดของคุณ

ถ้าต้องการเช็ก title ทั้งเว็บพร้อมกัน เช่น หา title ที่ซ้ำ ว่าง หรือยาวเกิน ใช้โปรแกรม crawl เว็บ หรือเครื่องมือเช็ก title ที่วัดเป็นพิกเซล แล้วจำไว้ว่าเครื่องมือส่วนใหญ่ตั้งเกณฑ์จากภาษาอังกฤษ

ภาพจำลองหน้าจอรายงาน Performance แบบโครงร่าง มีหมายเลข 1 ถึง 5 กำกับขั้น เลือกแท็บ Pages เรียงตาม impression คลิกหน้าเพื่อดู Queries ค้นเองบนสองอุปกรณ์ และใช้ URL Inspection ดู HTML ที่ Google เก็บ
5 ขั้นหาหน้าที่ควรแก้ title ใน Search Console (ภาพจำลอง ไม่ใช่หน้าจอจริง · ขั้นตอนของ The Missing Piece ใช้รายงาน Performance และ URL Inspection)

ตั้ง title ใน WordPress และ Rank Math

ใน WordPress ที่ใช้ปลั๊กอิน Rank Math title ของแต่ละหน้ามาจาก 2 ชั้น คือ template ระดับทั้งเว็บที่สร้าง title ให้อัตโนมัติ และช่อง title ของแต่ละโพสต์ที่ใช้แทน template ได้ เว็บส่วนใหญ่ควรตั้ง template ให้ดีก่อน แล้วค่อยเขียน title เองเฉพาะหน้าที่สำคัญ ข้อมูลในหัวข้อนี้อิงจากคู่มือ Titles and Meta ของ Rank Math (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

  1. เปิดการตั้งค่า: ในเมนู WordPress ไปที่ Rank Math แล้วเลือก Titles and Meta
  2. เลือกเครื่องหมายคั่น: ในแท็บ Global Meta มีช่อง Separator Character ให้เลือกเครื่องหมายสำเร็จรูปหรือกำหนดเอง เครื่องหมายนี้จะไปแทนตัวแปร %sep% ทุกที่ที่ใช้ใน template
  3. ตั้ง template ตามประเภทหน้า: แต่ละประเภท เช่น โพสต์และเพจ มีช่อง title ที่ประกอบจากตัวแปร (เลือกได้จากรายการในช่อง) ตั้งให้ชื่อเรื่องอยู่ต้นและชื่อเว็บอยู่ท้ายหลัง %sep%
  4. ตั้งหน้าแรก: ในส่วน Homepage ตั้ง title ของหน้าแรกได้ทั้งแบบพิมพ์เอง และแบบใช้ตัวแปร พร้อมตัวอย่างให้ดู และมีช่องแยกสำหรับ title ที่ใช้ตอนแชร์บน Facebook (ส่งเป็น OpenGraph)
  5. เขียน title เฉพาะหน้า: ในหน้าแก้ไขโพสต์ ใช้กล่อง Rank Math SEO ของโพสต์นั้น (เปิดได้เมื่อเปิด SEO controls ของประเภทหน้านั้นไว้) เขียน title แทน template

หลังเปลี่ยน template ทั้งเว็บ ให้สุ่มเปิดหน้าแต่ละประเภทแล้วดู title บนแท็บ หรือใช้ URL Inspection ใน Search Console ยืนยัน เพราะธีมหรือปลั๊กอินอื่นบางตัวเขียน title ทับได้

ภาพจำลองหน้าตั้งค่าแบบโครงร่าง แสดงสองชั้นของ title ชั้นบนคือ Titles and Meta ทั้งเว็บ มี Separator Character และ template ที่ใช้ตัวแปร sep ชั้นล่างคือกล่อง Rank Math SEO ในแต่ละโพสต์ที่เขียน title แทน template ได้
ตั้ง template ทั้งเว็บก่อน แล้วเขียน title เองเฉพาะหน้าสำคัญ (ภาพจำลอง ไม่ใช่หน้าจอจริง ที่มา: Rank Math Knowledge Base, Titles and Meta ตรวจ 15 ต.ค. 2026)

Title tag ยังสำคัญไหมในยุค AI Search

Title tag ยังสำคัญในยุค AI Search ในฐานะสัญญาณที่บอกว่าหน้านี้คืออะไร แต่ตอนนี้ยังไม่มีคำแนะนำเฉพาะเรื่อง title สำหรับ AI จาก Google หน้า Optimizing your website for generative AI features on Google Search (อัปเดต 10 ก.ค. 2026) ไม่ได้พูดถึง title เป็นพิเศษ แนะนำให้ทำพื้นฐาน SEO ตามปกติ ไม่ต้องทำเทคนิคเฉพาะสำหรับ AI และให้วัดผลด้วยรายงาน Generative AI ใน Search Console (วิธีดูอยู่ใน หัวข้อรายงาน Generative AI)

สิ่งที่เปลี่ยนในปี 2026 คือ Google เริ่มทดลองให้ AI เขียนหัวข้อเอง The Verge รายงานเมื่อ 20 มี.ค. 2026 ว่า Google Search แสดงหัวข้อที่ AI เขียนแทน ทั้งหัวข้อข่าวและ title ของเว็บอื่น Google ยืนยันกับสื่อว่าเป็นการทดสอบ “เล็ก” และบอกว่าถ้าเปิดใช้จริงจะไม่ใช้ generative AI เขียนหัวข้อ (ข้อมูลจากรายงานข่าวที่ RSF และ heise อ้างถึง ไม่ใช่ประกาศของ Google) นี่ยังเป็นการทดสอบ ไม่ใช่การเปลี่ยนทั้งระบบ ในมุมของเรา เรื่องนี้ยิ่งย้ำหลักเดิม คือเขียน title ให้ตรงกับเนื้อหาไว้ก่อน

ในฝั่งการถูก AI หยิบไปตอบ ตัว title ช่วยได้แค่ทางอ้อม คือบอกว่าหน้าตอบคำถามไหน แต่สิ่งที่ AI ยกไปใช้มักเป็นย่อหน้าในหน้า AI SEO For Dummies บทที่ 23 แนะนำให้วางคำตอบตรงไว้ในประโยคแรกของแต่ละส่วน ส่วนบทที่ 11 ให้ H1 กับ H2 บอกโครงของหน้าชัด ดังนั้นงาน title สำหรับ AI Search คือทำ title, H1 และย่อหน้าแรกให้พูดเรื่องเดียวกัน ภาพรวมของงานนี้อยู่ใน On-Page ในยุค AI Search

AI ตอบเรื่องความยาว title ภาษาไทยว่ายังไง เทียบกับข้อมูลของเรา (สังเกต 15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม n=1 ไม่ใช่อัตรา)

  • Google AI Overview (คำค้น “title tag คือ” ประเทศไทย): แนะนำ 50–60 ตัวอักษร หรือราว 580–600 พิกเซล ช่วงพิกเซลใกล้กับที่เราวัด (ราว 590) แต่ไม่บอกที่มา และไม่พูดถึงมือถือ ชื่อเว็บที่แสดงแยก หรือการที่ Google ใช้ H1 แทน title
  • OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) (gpt-4.1-mini เปิดค้นเว็บแต่ไม่ได้ใช้ ประเทศไทย): แนะนำ title ไทย 40–60 ตัวอักษร “เพราะตัวอักษรไทยกว้างกว่า” และไม่มีแหล่งอ้างอิงกลับมา ข้อมูลของเราไม่สนับสนุนเลข 40 เพราะส่วนที่เห็นของ title ไทยที่ถูกตัดยาว 60.5 ตัว (ค่ากลาง) สระบนล่างไม่กินความกว้าง title 40 ตัวจึงสั้นกว่าพื้นที่จริงมาก

ก่อนใช้ตัวเลขความยาวจาก AI ให้ถามกลับว่า “วัดจากผลค้นหาภาษาอะไร อุปกรณ์ไหน” แล้วเทียบกับ SERP preview ที่วัดเป็นพิกเซล

การ์ดเทียบสองแถว คอลัมน์ซ้าย AI ตอบ คอลัมน์ขวาข้อมูลของเรา แถวแรก Google AI Overview 50 ถึง 60 ตัวอักษรหรือ 580 ถึง 600 พิกเซล ไม่มีที่มา เทียบกับราว 590 พิกเซลบนเดสก์ท็อป แถวสอง OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) 40 ถึง 60 ตัวอักษร เทียบกับค่ากลาง 60.5 ตัวอักษร ทุกแถวมีป้าย n=1
AI ให้ตัวเลขความยาว title โดยไม่มีหลักฐานจากผลค้นหาไทย ตัวเลขที่วัดจริงอยู่ที่ราว 590 พิกเซลบนเดสก์ท็อป (ที่มา: สังเกตคำตอบ AI 15 ต.ค. 2026 n=1 · ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) 15 ต.ค. 2026)

ถ้าอยากปูพื้นงานค้นหาทั้งระบบทีละขั้นก่อน เริ่มที่ เรียน SEO ฟรีทีละขั้น

Title tag เป็นหนึ่งในงาน on-page ส่วนภาพรวมของงานทั้งหมดอยู่ที่ SEO คืออะไร บทความนี้เขียนโดยทีม The Missing Piece นำโดย ไอซ์ ศิริพงษ์ จากเอกสารทางการของ Google และข้อมูลผลค้นหาไทยที่เราเก็บเอง

อยากให้การหาหน้าที่ควรแก้ title และการวัดผลทำงานต่อเองทุกสัปดาห์ ทั้งบน Google และในคำตอบ AI: คอร์สเรียน SEO & AI Search แบบ Agentic สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

Title tag คืออะไร

Title tag คือแท็ก <title> ในส่วน head ของ HTML ที่บอกชื่อของหน้าเว็บ แสดงบนแท็บเบราว์เซอร์ และเป็นแหล่งหลักที่ Google ใช้ทำหัวข้อสีฟ้าในผลค้นหา ทุกหน้าควรมี title หนึ่งอันที่ไม่ซ้ำกับหน้าอื่น

Title tag กับ meta title และ SEO title ต่างกันไหม

ไม่ต่างกัน ทั้งสามคำหมายถึงข้อความใน <title> ที่เจ้าของเว็บเขียน SEO title คือชื่อช่องในปลั๊กอินอย่าง Rank Math ที่ส่งค่าไปเป็น title ส่วน title link คือหัวข้อที่ Google เลือกแสดงจริง ซึ่งอาจต่างจาก title ที่เขียน

ความยาว title ภาษาไทยควรกี่ตัวอักษร

ราว 60 ตัวอักษรถ้านับรวมสระบนล่าง หรือไม่เกินราว 590 พิกเซลบนเดสก์ท็อป ตามข้อมูลผลค้นหาไทยของเรา 15 ต.ค. 2026 Google ไม่จำกัดความยาว แค่ตัดให้พอดีจอ ดูเส้นพิกเซลใน SERP preview ของปลั๊กอินประกอบเสมอ

Title tag กับ H1 ควรเหมือนกันไหม

ควรพูดเรื่องเดียวกันและใช้คำหลักเดียวกัน แต่ถ้อยคำไม่ต้องเหมือนทุกตัว Google ใช้ H1 เป็นหนึ่งในแหล่งสร้าง title link ถ้า title กับ H1 พูดคนละเรื่อง Google มีโอกาสเลือก H1 มาแสดงแทน

ทำไม Google เปลี่ยน title ของเว็บเรา

เพราะ Google มองว่า title บรรยายหน้าได้ไม่ดี เช่น ว่างครึ่งหนึ่ง ล้าสมัย ไม่ตรงกับเนื้อหา ซ้ำกันหลายหน้า หรือใช้ภาษาไม่ตรงกับเนื้อหา ในหน้าไทยที่เราสำรวจ (7 ต.ค. 2026) การเปลี่ยนส่วนใหญ่เป็นแค่การตัดชื่อแบรนด์ท้าย title การเขียนใหม่ทั้งประโยคมีเพียง 11%

ชื่อหน้าเว็บต้องใส่ชื่อแบรนด์ไหม

ใส่ได้ แต่ไว้ท้ายหลังเครื่องหมายคั่น และให้ส่วนหน้าอ่านรู้เรื่องเอง Google แสดงชื่อเว็บแยกไว้อีกบรรทัด และในข้อมูลของเรา title ที่ Google แสดงมีชื่อแบรนด์เพียง 23% (15 ต.ค. 2026) หน้าแรกและหน้าที่คนค้นด้วยชื่อแบรนด์เป็นข้อยกเว้นที่ควรมีแบรนด์ชัด

แหล่งอ้างอิง

  • Google Search Central, Influencing title links in Google Search (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025: แหล่งที่ใช้สร้าง title link, ไม่จำกัดความยาว, ชื่อแบรนด์และเครื่องหมายคั่น, เหตุผลที่ไม่ใช้ title) · Site names in Google Search (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) · Search Central documentation updates (ส.ค. 2024 เพิ่ม og:title) (ตรวจทั้งหมด 15 ต.ค. 2026)
  • Google Search Central, Optimizing your website for generative AI features on Google Search (อัปเดต 10 ก.ค. 2026 ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
  • Google Search Central Blog, An update to how we generate web page titles (24 ส.ค. 2021) · More information on how Google generates titles (17 ก.ย. 2021) (ข้อมูลก่อนปี 2024 ใช้เป็นประวัติ)
  • Rank Math Knowledge Base, Titles and Meta (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
  • รายงานข่าวการทดสอบหัวข้อที่ AI เขียน (The Verge รายงาน 20 มี.ค. 2026): Reporters Without Borders, Google is claiming an editorial right it does not have (9 เม.ย. 2026) · 9to5Google, Google Search test replaces headlines and website titles with AI (21 มี.ค. 2026) · heise online, รายงานข่าวเดียวกัน (มี.ค. 2026)
  • Ahrefs, Michal Pecánek, 6 Important Insights About Title Tags (พ.ย. 2021 อัปเดต พ.ค. 2023, 953,276 หน้า ข้อมูลก่อนปี 2024) · Zyppy, Cyrus Shepard, Google title rewrite study (ต้นปี 2022, 80,959 title ข้อมูลก่อนปี 2024) · Search Engine Land, John McAlpin, Google changed 76% of title tags in Q1 2025 (พ.ค. 2025 ผลค้นหาภาษาอังกฤษ ตามที่อ้างในบทความ On-Page SEO ของเรา)
  • ข้อมูลของ The Missing Piece: title link ที่ Google แสดงใน 100 คำค้นไทย บนเดสก์ท็อปและมือถือ จากข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) เก็บ 15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียว ไม่เปิดเผยชื่อเว็บ · ผลสำรวจ title หน้าไทย 264 หน้า 44 คำค้น (7 ต.ค. 2026 อยู่ในบทความ On-Page SEO) · สังเกตคำตอบ Google AI Overview และ OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) (15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม n=1 ไม่ใช่อัตรา)
  • Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 3 (จดบันทึกการเปลี่ยนแปลงพร้อมวันที่) · บทที่ 8 (ทดสอบทีละสมมติฐาน วัดซ้ำ 2–4 สัปดาห์) · บทที่ 11 (H1 เดียวที่บอกเรื่องของหน้า H2 ตามคำถามผู้อ่าน) · บทที่ 14 (เลือกแก้หน้าที่ impression สูงแต่คลิกต่ำก่อน) · บทที่ 23 (วางคำตอบตรงไว้ในประโยคแรกของแต่ละส่วน)
  • Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 7 (วาง keyword ใน title, meta และหัวข้อ · ความยาว title แบบนับตัวอักษรคิดจากภาษาอังกฤษ ภาษาไทยต้องดูพิกเซลประกอบ) · บทที่ 8 (วัดผลด้วย Search Console คู่กับ analytics) · บทที่ 10 (ตรวจ title ซ้ำและ title หายด้วยการ crawl ในขั้น audit)

ตรวจข้อมูลล่าสุด: 15 ต.ค. 2026 · เราจะเก็บ title ไทยชุดเดิมซ้ำอีกรอบ และตรวจ HTML ของหน้าที่ title เป็นอังกฤษล้วน เพื่อดูว่า Google สลับเป็นข้อความไทยกี่หน้า แล้วอัปเดตหน้านี้