
สรุปสั้น (TL;DR)
SERP คือหน้าผลการค้นหา (Search Engine Results Page) ที่ Google แสดงหลังเราพิมพ์คำค้น ประกอบด้วยผล organic ที่ Google จัดอันดับเอง ผลโฆษณาที่มีคนจ่ายเงิน และ SERP features อย่าง AI Overview, People Also Ask, วิดีโอ และ Local pack การอ่าน SERP ให้เป็นช่วยบอกได้ว่า Google อยากเห็นหน้าแบบไหน และคลิกจะเหลือให้ผล organic แค่ไหน ก่อนลงมือเขียนแม้แต่บรรทัดเดียว
- ในชุดคำค้นไทย 100 คำที่เราเก็บเอง (15 ต.ค. 2026) AI Overview ขึ้น 75 จาก 100 คำบนเดสก์ท็อป และอยู่ตำแหน่งบนสุด (ไม่นับโฆษณา) 61 จาก 100 ส่วนผล organic อยู่ตำแหน่งบนสุดแค่ 23 จาก 100 (มือถือ 17 จาก 100)
- Featured snippet ไม่พบเลยใน 200 SERP (100 คำ × 2 อุปกรณ์) แต่ People Also Ask ยังอยู่ และขึ้นบนเดสก์ท็อปบ่อยกว่ามือถือราว 2 เท่า (33 เทียบ 16 จาก 100 คำ)
- คำเดียวกันได้ SERP ต่างกันตามอุปกรณ์ พื้นที่ และวัน มือถือมีวิดีโอและ App pack มากกว่า ส่วนกลุ่มคำค้นหาร้าน Local pack ดันผล organic อันดับ 1 ลงไปต่ำกว่าตำแหน่ง 3 ถึง 15 จาก 20 คำ (เดสก์ท็อป)
สารบัญ
- SERP คืออะไร
- หน้า SERP มีอะไรบ้าง เรียงจากบนลงล่าง
- ผล organic กับผลโฆษณาต่างกันยังไง
- SERP features ในผลค้นหาไทย 2026
- People Also Ask คืออะไร
- Featured snippet ยังมีอยู่ไหม
- AI Overview และ AI Mode อยู่ตรงไหนของ SERP
- SERP มือถือกับเดสก์ท็อปต่างกันยังไง
- ทำไมผลค้นหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
- ทำไมผลค้นหาเปลี่ยนทุกวัน
- อ่าน SERP ก่อนเขียนบทความ 5 ขั้น
- ดูใน Search Console ว่าเว็บโผล่ตรงไหน
- ความเชื่อผิดเรื่อง SERP
- คำถามที่พบบ่อย
SERP คืออะไร ย่อมาจากอะไร
SERP (อ่านว่า เซิร์ป) ย่อมาจาก Search Engine Results Page แปลว่า หน้าผลการค้นหา หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่าหน้าผลค้นหา คือหน้าที่ Google หรือ search engine อื่นแสดงหลังจากเราพิมพ์คำค้นแล้วกด Enter คนทำ SEO นักการตลาด และคนเขียนคอนเทนต์ใช้ SERP เป็นจุดตั้งต้นของงานเกือบทุกอย่าง เพราะเป็นที่เดียวที่เห็นว่า Google เลือกแสดงอะไรให้คำค้นนั้นจริงๆ
SERP คือขั้นสุดท้ายของการทำงานของ search engine: Google เก็บหน้าเว็บ (crawl) จัดเข้าดัชนี (index) แล้วเลือกผลที่ตรงและมีคุณภาพที่สุดมาแสดง (serve) เอกสาร How Search works ของ Google Search Central (อัปเดต 18 ธ.ค. 2025) อธิบายว่าการเลือกผลนี้ใช้ปัจจัยหลายร้อยอย่าง และหน้าตาของผลค้นหาเปลี่ยนตามคำค้น ถ้าอยากเข้าใจ 2 ขั้นแรกก่อน อ่าน Search Engine คืออะไร ทำงานอย่างไร
ในปี 2026 SERP ของ Google ไม่ได้มีแค่ลิงก์สีฟ้า 10 อันอีกแล้ว แต่ละหน้ามี 3 ชั้นหลัก:
- ผล organic: ผลที่ Google จัดอันดับเองจากความเกี่ยวข้องและคุณภาพ เป็นพื้นที่ที่งาน SEO ทำได้โดยตรง
- ผลโฆษณา (paid): พื้นที่ที่ผู้ลงโฆษณาจ่ายเงินผ่าน Google Ads
- SERP features: ทุกอย่างที่ไม่ใช่ลิงก์ธรรมดา เช่น AI Overview, People Also Ask, วิดีโอ, Local pack, Knowledge panel

หน้า SERP ของ Google มีอะไรบ้าง เรียงจากบนลงล่าง
หน้า SERP ของ Google ปี 2026 เรียงจากบนลงล่างโดยทั่วไปคือ ช่องค้นหาและแท็บ → AI Overview และผลโฆษณา (ถ้ามี โฆษณาอยู่ได้ทั้งเหนือหรือใต้ AI Overview) → ผล organic สลับกับ SERP features → การค้นหาที่เกี่ยวข้องด้านล่าง ลำดับนี้ไม่ตายตัว แต่ละคำค้นได้ชุดชิ้นส่วนต่างกัน และเอกสาร Visual elements gallery ของ Google (อัปเดต 4 ก.พ. 2026) เรียกส่วนประกอบเหล่านี้ว่าองค์ประกอบที่มองเห็นและกดได้ของหน้าผลค้นหา
ในข้อมูลของเรา สิ่งที่อยู่ตำแหน่งบนสุดบ่อยที่สุด (ไม่นับโฆษณา) คือ AI Overview ไม่ใช่ผล organic อันดับ 1 รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ AI Overview อยู่ตรงไหน ภาพด้านล่างเป็นภาพจำลองที่รวมชิ้นส่วนที่พบบ่อย ไม่ใช่หน้าจอของคำค้นใดคำค้นหนึ่ง


| ส่วนของ SERP | คืออะไร | งานที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|---|
| AI Overview | คำตอบสรุปที่ AI ของ Google เขียน พร้อมลิงก์แหล่งที่มา | AI Overviews คืออะไร |
| ผลโฆษณา | ผลที่ผู้ลงโฆษณาจ่ายเงิน มีป้ายกำกับว่าเป็นโฆษณา | Google Ads |
| ผล organic | ชื่อหน้า URL และคำอธิบาย บางผลมี sitelinks (ลิงก์ย่อยใต้ผล) | SEO ทั้งหมด |
| People Also Ask | กล่องคำถามที่เกี่ยวข้อง กดแล้วกางคำตอบ | วางหัวข้อและ FAQ |
| วิดีโอ / Short videos | แถววิดีโอแบบเลื่อนข้าง | คอนเทนต์วิดีโอ |
| Local pack | แผนที่และรายชื่อร้านหรือสถานที่ | Local SEO |
| Knowledge panel | กล่องข้อมูลของคน แบรนด์ หรือสถานที่ | Entity SEO |
| การค้นหาที่เกี่ยวข้อง | คำค้นที่คนอื่นค้นต่อ อยู่ล่างสุดของหน้า | หา keyword และหัวข้อย่อย |
ผล organic กับผลโฆษณาใน SERP ต่างกันยังไง
ผล organic คือผลที่ Google จัดอันดับเองโดยไม่มีใครจ่ายเงิน ส่วนผลโฆษณาคือพื้นที่ที่ผู้ลงโฆษณาประมูลผ่าน Google Ads และติดป้ายกำกับว่าเป็นโฆษณา ธุรกิจที่อยากได้ผลระยะยาวลงแรงกับ organic ผ่านงาน SEO ส่วนธุรกิจที่ต้องการผลทันทีใช้โฆษณา และหลายธุรกิจใช้ทั้งสองอย่าง เปรียบเทียบละเอียดอยู่ใน SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร
มีความเข้าใจผิด 2 เรื่องที่พบบ่อยในบทความไทย และคำตอบ AI ก็พูดคลุมเครือ:
- โฆษณาไม่ได้อยู่บนสุดเสมอ: หน้า Google Ads Help เรื่องตำแหน่ง top ads (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) เขียนว่าโดยทั่วไป top ads อยู่เหนือผล organic อันดับต้น แต่ในบางคำค้น top ads อาจแสดงใต้ผล organic อันดับต้นได้
- คนจ่ายมากที่สุดไม่ได้ที่ 1 อัตโนมัติ: หน้าเดียวกันอธิบายว่าตำแหน่งโฆษณาตัดสินด้วย Ad Rank (คะแนนที่รวมราคาประมูล คุณภาพโฆษณา และบริบทของการค้นหา) ไม่ใช่ราคาประมูลอย่างเดียว อ่านวิธีคิดฝั่งโฆษณาเต็มๆ ที่ Google Ads คืออะไร
ในชุดข้อมูลผลค้นหา 100 คำที่เราเก็บเอง ไม่พบโฆษณาเลยแม้ในคำค้นเชิงพาณิชย์ชัดๆ อย่างประกันหรือบัตรเครดิต ซึ่งน่าจะเป็นการนับขาดของเครื่องมือ ไม่ใช่ว่าคำค้นไทยไม่มีโฆษณา เราจึงถือว่าโฆษณายังวัดไม่ได้อย่างน่าเชื่อถือในข้อมูลชุดนี้

SERP features คืออะไร มีอะไรบ้างในผลค้นหาไทย 2026
SERP features คือทุกชิ้นส่วนบนหน้าผลค้นหาที่ไม่ใช่ลิงก์ organic ธรรมดา เช่น AI Overview, People Also Ask, วิดีโอ, Local pack และ Knowledge panel บทความส่วนใหญ่ที่อธิบายเรื่องนี้ใช้รายการจากผลค้นหาสหรัฐฯ และตัวเลขเก่าหลายปี เราจึงทำการสำรวจ (census) เองจากคำค้นไทย 100 คำ แบ่ง 5 กลุ่มตามเจตนาการค้นหา กลุ่มละ 20 คำ ทั้งเดสก์ท็อปและมือถือ รวม 200 SERP เก็บวันที่ 15 ต.ค. 2026
| Feature | เดสก์ท็อป (จาก 100 คำ) | มือถือ (จาก 100 คำ) |
|---|---|---|
| การค้นหาที่เกี่ยวข้อง (ล่างสุดของหน้า) | 90 (CI 83–94%) | 86 (78–91%) |
| AI Overview | 75 (66–82%) | 73 (64–81%) |
| วิดีโอ (แถวเลื่อนข้าง) | 37 (28–47%) | 50 (40–60%) |
| People Also Ask | 33 (25–43%) | 16 (10–24%) |
| Local pack | 21 (14–30%) | 26 (18–35%) |
| Knowledge panel | 9 (5–16%) | 9 (5–16%) |
| Short videos | 6 (3–12%) | 13 (8–21%) |
| รูปภาพ | 6 (3–12%) | 10 (6–17%) |
| Top stories (ข่าว) | 5 (2–11%) | 6 (3–12%) |
| App pack | 0 (0–4%) | 17 (11–26%) |
| Featured snippet | 0 (0–4%) | 0 (0–4%) |
| โฆษณา | วัดไม่ได้อย่างน่าเชื่อถือในชุดนี้ (ดูข้อจำกัด) | |
ภาพรวมแปลว่า AI Overview เป็นชิ้นส่วนที่พบบ่อยที่สุดรองจากแถบการค้นหาที่เกี่ยวข้อง แต่ตัวเลขรวมซ่อนความต่างตามเจตนาการค้นหาไว้มาก AI Overview ขึ้นครบ 20 จาก 20 คำในกลุ่มคำค้นหาความรู้ แต่ขึ้นแค่ 3 จาก 20 คำในกลุ่มค้นหาร้านและสถานที่ (เดสก์ท็อป) ซึ่งกลุ่มนี้ Local pack ขึ้น 16 จาก 20 คำแทน

| กลุ่มคำค้น (20 คำ/กลุ่ม, เดสก์ท็อป) | AI Overview | PAA | วิดีโอ | Local pack | เด่นเฉพาะกลุ่ม |
|---|---|---|---|---|---|
| หาความรู้ (เช่น อาการโรค สูตรอาหาร ภาษี) | 20 | 13 | 14 | 0 | PAA มากที่สุด |
| หาร้าน/สถานที่ (เช่น ร้านกาแฟ ใกล้ฉัน) | 3 | 3 | 3 | 16 | organic อันดับ 1 ถูกดันลงต่ำกว่าตำแหน่ง 3 ใน 15 คำ |
| ซื้อของ/เปรียบเทียบ (เช่น ยี่ห้อไหนดี ราคา) | 18 | 9 | 14 | 1 | Popular products 2 คำ |
| ข่าว/ตามเวลา (เช่น ราคาทองวันนี้) | 14 | 3 | 4 | 0 | Top stories 5 คำ |
| ชื่อแบรนด์/หน่วยงาน | 20 | 5 | 2 | 4 | Knowledge panel 7 คำ |
Sitelinks, Local pack, Knowledge panel, รูปและวิดีโอ
- Sitelinks: ลิงก์ย่อยที่ห้อยใต้ผล organic มักขึ้นเมื่อค้นชื่อเว็บหรือแบรนด์ ช่วยให้ผลเดียวกินพื้นที่มากขึ้น Google เลือกแสดงเอง
- Local pack: แผนที่กับรายชื่อร้าน ขึ้น 16 จาก 20 คำในกลุ่มหาร้าน (ทั้งสองอุปกรณ์) และเป็นสิ่งที่อยู่ตำแหน่งบนสุดของกลุ่มนี้ 14 จาก 20 คำ ร้านที่อยากขึ้นตรงนี้ต้องดูแลโปรไฟล์ร้านบน Google มากกว่าเขียนบทความ อ่าน Local SEO ทำเองทีละขั้น และ Google Business Profile
- Knowledge panel: กล่องข้อมูลของแบรนด์ คน หรือสถานที่ ขึ้น 7 จาก 20 คำในกลุ่มชื่อแบรนด์ (เดสก์ท็อป) Google ดึงข้อมูลจากสิ่งที่รู้เกี่ยวกับ entity นั้น เรื่องนี้เกี่ยวกับ Entity SEO โดยตรง
- รูปภาพและวิดีโอ: แถววิดีโอขึ้น 37 จาก 100 คำบนเดสก์ท็อปและ 50 จาก 100 บนมือถือ บ่อยกว่าแถวรูปภาพมาก (6 และ 10) รูปที่จะถูกเลือกต้องให้ Google เข้าใจได้ เริ่มจาก Alt Text ส่วน AI SEO For Dummies บทที่ 18 มองว่าการครองหัวข้อหมายถึงการปรากฏบนหลายพื้นที่ของผลค้นหา ไม่ใช่แค่ลิงก์เดียว
- Rich results: ผลที่มีข้อมูลเสริม เช่น ดาวรีวิว ราคา หรือเวลาทำอาหาร มักมาจาก structured data วิธีทำและ type ที่ยังใช้ได้อยู่ใน Schema Markup คืออะไร

ข้อมูลชุดนี้เก็บยังไง และมีข้อจำกัดอะไร
- แหล่ง: ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) หน้า 1 (10 ผลแรก) ภาษาไทย ตั้งพื้นที่ระดับประเทศ เดสก์ท็อป (Windows) และมือถือ (Android) เปิดการโหลด AI Overview ที่ขึ้นช้า (async) ด้วย
- คำค้น: 100 คำที่เราคัดเอง 5 กลุ่มเจตนา กลุ่มละ 20 คำ (หาความรู้ · หาร้าน/สถานที่ · ซื้อของ/เปรียบเทียบ · ข่าว/ตามเวลา · ชื่อแบรนด์) ไม่ได้สุ่มและไม่ได้ถ่วงตามจำนวนคนค้น จึงใช้พูดได้ว่า “ในชุดคำค้น 100 คำของเรา” เท่านั้น ไม่ใช่ตัวแทนการค้นหาทั้งหมดของไทย
- เวลา: เก็บครั้งเดียว 15 ต.ค. 2026 ราว 04:20 น. ทั้ง 200 SERP ภายในชั่วโมงเดียวกัน ยังไม่ใช่ค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ เพราะ feature หมุนรายวันและรายครั้ง
- ไม่มีการปรับตามผู้ใช้: ระบบเก็บข้อมูลไม่ได้ล็อกอิน ไม่มีประวัติค้นหา และตั้งพื้นที่ระดับประเทศ ไม่ใช่พิกัดในกรุงเทพฯ ผลของคำ “ใกล้ฉัน” และ Local pack จึงอาจต่างจากที่คนจริงเห็น
- โฆษณา: ไม่พบเลยใน 200 SERP ซึ่งน่าจะเป็นการนับขาด เราจึงไม่ใช้ตัวเลขนี้ และตัวเลขตำแหน่งทุกตัวในหน้านี้ (ตำแหน่งบนสุด, organic ถูกดันลง, organic ในช่วง 1–5) เป็นค่าที่ไม่นับโฆษณา
- การแยกชิ้นส่วน: บาง widget (กล่องข้อมูลเฉพาะทาง เช่น พยากรณ์อากาศ) อาจไม่ถูกแยกออกมา และ featured snippet ที่เป็น 0 อาจรวมกรณีที่เครื่องมือแยกไม่เจอด้วย · AI Overview 25 จาก 148 ครั้ง (17%) ขึ้นมาเพราะเปิดการโหลดแบบ async เท่านั้น ถ้าไม่เปิดจะนับขาดราว 1 ใน 6
- สถิติ: ตัวเลขในวงเล็บคือช่วงความเชื่อมั่น 95% แบบ Wilson · กลุ่มละ 20 คำ ช่วงจึงกว้าง ให้อ่านเป็นทิศทาง ไม่ใช่จัดอันดับกลุ่มที่ต่างกันเล็กน้อย · การเทียบอุปกรณ์ใช้ exact McNemar โดยไม่ปรับสำหรับการทดสอบหลายตัว
People Also Ask คืออะไร และใช้วางหัวข้อบทความยังไง
People Also Ask (PAA) คือกล่องคำถามที่เกี่ยวข้องกับคำค้น กดแต่ละคำถามแล้วจะกางคำตอบสั้นพร้อมลิงก์แหล่งที่มา เอกสาร Visual elements gallery ของ Google จัด PAA ไว้ในกลุ่มคำถามที่เกี่ยวข้อง และ Google ไม่มีเอกสารแยกเฉพาะเรื่อง PAA คนเขียนคอนเทนต์ใช้ PAA เป็นแหล่งคำถามจริงที่คนค้นต่อ เพื่อเอามาตั้งเป็น H2 หรือ FAQ
ในข้อมูลของเรา PAA ขึ้น 33 จาก 100 คำบนเดสก์ท็อป แต่ขึ้นแค่ 16 จาก 100 คำบนมือถือ ความต่างนี้ชัดเมื่อเทียบคำต่อคำ (21 คำมี PAA เฉพาะเดสก์ท็อป เทียบกับ 4 คำที่มีเฉพาะมือถือ, McNemar p = 0.001) และกลุ่มคำค้นหาความรู้มี PAA มากที่สุด 13 จาก 20 คำ (เดสก์ท็อป) ดังนั้นถ้าจะเก็บคำถามจาก PAA ให้เปิดดูบนเดสก์ท็อปด้วย
AI SEO For Dummies บทที่ 9 แนะนำให้ใช้ PAA คู่กับ query fan-out (การที่ระบบ AI แตกคำถามเดียวเป็นคำถามย่อยหลายข้อ ซึ่งเล่มเดียวกันอธิบายกลไกไว้ในบทที่ 2) เป็นแหล่งรายการคำถามของหัวข้อ วิธีที่เราใช้คือจด PAA ทุกข้อ รวมกับการค้นหาที่เกี่ยวข้องท้ายหน้า แล้วจัดกลุ่ม: ข้อที่ตอบได้ในหน้าเดียวกันเป็น H2 หรือ FAQ ข้อที่เป็นเรื่องใหญ่แยกเป็นบทความใหม่ หน้านี้เองก็ขึ้นต้น H2 แรกด้วย “SERP คืออะไร” ตามถ้อยคำที่ PAA ของคำว่า serp ใช้ (เห็นเมื่อ 15 ต.ค. 2026)

Featured snippet คืออะไร ยังมีอยู่ไหมในปี 2026
Featured snippet คือกล่องพิเศษที่ Google สลับรูปแบบผลปกติ โดยแสดงข้อความคำตอบที่ดึงจากหน้าเว็บก่อนชื่อหน้าและลิงก์ ตามคำอธิบายในเอกสาร Featured snippets ของ Google Search Central (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) เคยเป็นเป้าหมายใหญ่ของงาน SEO และหลายเว็บไทยเรียกว่า “อันดับ 0” แต่ในข้อมูลของเรา featured snippet แบบกล่องเดี่ยวไม่ขึ้นเลยใน 200 SERP (เอกสารเดียวกันระบุว่ารูปแบบนี้ยังโผล่ในคำตอบที่กางออกจาก People Also Ask ได้)
ทิศทางนี้ตรงกับการสำรวจก่อนหน้าของเรา (46 คำค้น เดสก์ท็อป 6 ต.ค. 2026) ที่ไม่พบ featured snippet เลยเช่นกัน ชุดคำต่างกันจึงใช้ดูทิศทางเท่านั้น ข้อสังเกตของเราคือพื้นที่บนสุดที่เคยเป็นของ featured snippet ตอนนี้ AI Overview ใช้แทนเป็นส่วนใหญ่ แต่นี่เป็นข้อมูลวันเดียว และ 0 อาจรวมกรณีที่เครื่องมือแยกชิ้นส่วนไม่เจอด้วย
เรื่องที่เปลี่ยนไม่ได้ตามเอกสารของ Google คือไม่มี markup ใดที่ทำให้หน้าได้เป็น featured snippet Google เลือกเองอัตโนมัติ สิ่งที่เจ้าของเว็บทำได้มีแค่ฝั่ง “ไม่ให้แสดง” ด้วย nosnippet, data-nosnippet หรือ max-snippet ดังนั้นแทนที่จะไล่ featured snippet ให้เขียนประโยคแรกของแต่ละหัวข้อให้ตอบคำถามตรงๆ ซึ่งยังใช้ได้ทั้งกับผลค้นหาและคำตอบ AI

AI Overview และ AI Mode อยู่ตรงไหนของ SERP
AI Overview คือชิ้นส่วนที่อยู่ตำแหน่งบนสุดของ SERP บ่อยที่สุดในข้อมูลของเรา (ไม่นับโฆษณา ซึ่งเครื่องมือนับขาด และ Google ระบุว่าโฆษณาแสดงได้ทั้งเหนือและใต้ AI Overview): 61 จาก 100 คำบนเดสก์ท็อป (CI 51–70%) และ 59 จาก 100 คำบนมือถือ (49–68%) เมื่อ AI Overview ขึ้น จะอยู่ตำแหน่ง 1 ราว 81% ของครั้ง (61 จาก 75 และ 59 จาก 73) ผลคือผล organic อันดับ 1 อยู่ตำแหน่งบนสุดจริงแค่ 23 จาก 100 คำบนเดสก์ท็อป และ 17 จาก 100 บนมือถือ
หัวข้อนี้ตั้งใจสั้น เพราะรายละเอียดอยู่ในหน้าเฉพาะแล้ว: AI Overview ทำงานยังไงและเว็บถูกอ้างได้ยังไงอยู่ใน AI Overviews คืออะไร ส่วนเรื่องทราฟฟิกเว็บลดลงจริงไหมเมื่อมีคำตอบ AI และภาพรวมของการค้นหาด้วย AI อยู่ใน AI Search คืออะไร 3 เรื่องที่ควรรู้ในมุมของ SERP คือ:
- ไม่มีเงื่อนไขพิเศษ: เอกสาร AI features and your website ของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) ระบุว่าไม่มีข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับการปรากฏใน AI Overviews หรือ AI Mode และไม่มี structured data พิเศษที่ต้องใส่
- AI Mode ต่อจาก AI Overview ได้: ในบล็อกงาน Google I/O 2026 (19 พ.ค. 2026) Google เขียนว่าผู้ใช้ถามต่อจาก AI Overview แล้วคุยต่อกับ AI Mode ได้ทันที และผู้ใช้จะยังได้ผลลัพธ์หลากหลายจาก Search เหมือนเดิม รายละเอียดของ AI Mode จะอยู่ในบทความ Google AI Mode คืออะไร
- แต่ละกลุ่มคำไม่เท่ากัน: AI Overview ขึ้นครบ 20 จาก 20 คำในกลุ่มหาความรู้ทั้งสองอุปกรณ์ แต่แค่ 3–4 จาก 20 คำในกลุ่มหาร้าน ทิศทางเดียวกับการสำรวจของเราเมื่อ 14 ต.ค. 2026 ที่ AI Overview ขึ้น 99 จาก 100 คำแบบ “…คือ” และ 2 จาก 40 คำค้นหาร้าน (ชุดคำต่างกัน ใช้ดูทิศทางเท่านั้น)
เราดูคำตอบ AI สำหรับคำเรื่อง SERP เมื่อ 15 ต.ค. 2026 (ดูครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม ไม่ใช่อัตรา) พบ 2 เรื่อง:
- Google AI Overview ขึ้นตำแหน่งบนสุดทั้งคำ “serp คือ” และ “serp” แบ่ง SERP เป็นโฆษณา ผล organic และ SERP features แต่เขียนว่าโฆษณาอยู่ช่วงบนสุด ซึ่ง Google Ads Help บอกว่าไม่เสมอไป แหล่งที่อ้างเป็นบล็อก SEO ภาษาไทยและหน้าภาษาอังกฤษที่ถูกแปลอัตโนมัติ
- OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) รุ่น gpt-4.1-mini ที่เปิดการค้นเว็บ ตอบนิยามกับขั้นตอนอ่านผลค้นหาแบบทั่วไป ไม่มีการอ้างแหล่งเลย และไม่พูดถึง AI Overview, AI Mode, ตำแหน่งโฆษณา หรือความต่างของอุปกรณ์และพื้นที่
ตำแหน่งที่ AI Overview กินไปส่งผลต่อจำนวนคลิกของผล organic ตัวเลข CTR ตามตำแหน่งและวิธีอ่านใน Search Console อยู่ที่ CTR, Impression และ Average Position คืออะไร

SERP บนมือถือกับเดสก์ท็อปต่างกันยังไง
SERP บนมือถือกับเดสก์ท็อปของคำเดียวกันได้ชิ้นส่วนต่างกันจริง ไม่ใช่แค่ย่อขนาดจอ ในข้อมูลของเรามือถือมีวิดีโอ short videos และ App pack มากกว่า ส่วนเดสก์ท็อปมี People Also Ask มากกว่าชัดเจน ขณะที่ AI Overview ขึ้นพอๆ กันทั้งสองอุปกรณ์ (75 เทียบ 73 จาก 100 คำ) คนทำ SEO ที่ดู SERP บนจอคอมอย่างเดียวจึงอาจพลาดสิ่งที่คนค้นบนมือถือเห็น
| Feature | มีทั้งคู่ | เฉพาะเดสก์ท็อป | เฉพาะมือถือ | p (McNemar) |
|---|---|---|---|---|
| AI Overview | 68 | 7 | 5 | 0.77 (ไม่พบความต่าง) |
| วิดีโอ | 34 | 3 | 16 | 0.004 |
| People Also Ask | 12 | 21 | 4 | 0.001 |
| Short videos | 6 | 0 | 7 | 0.016 |
| App pack | 0 | 0 | 17 | <0.001 |
| Local pack | 21 | 0 | 5 | 0.06 |
| organic อันดับ 1 ถูกดันลงต่ำกว่าตำแหน่ง 3 | 18 | 1 | 12 | 0.003 |
ผลที่กระทบงาน SEO มากที่สุดคือพื้นที่ช่วงบน: บนมือถือ ผล organic อันดับ 1 ถูกดันลงต่ำกว่าตำแหน่ง 3 ใน 30 จาก 100 คำ (CI 22–40%) เทียบกับ 19 จาก 100 บนเดสก์ท็อป (13–28%) กลุ่มหาร้านบนมือถือหนักที่สุด ช่วงตำแหน่ง 1–5 เหลือผล organic เฉลี่ยแค่ 1.5 ผล อีกเรื่องที่ต่างชัดคือ App pack ขึ้น 14 จาก 20 คำในกลุ่มชื่อแบรนด์บนมือถือ แต่ไม่ขึ้นเลยบนเดสก์ท็อป
The Art of SEO (ฉบับที่ 4, 2023) บทที่ 12 ย้ำว่า Google เก็บและประเมินเว็บจากมุมมือถือเป็นหลัก (mobile-first indexing) ข้อมูลของเราเพิ่มอีกมุมหนึ่งว่าหน้าผลค้นหาที่คนเห็นบนมือถือก็ต่างจากเดสก์ท็อปด้วย ดังนั้นเวลาอ่าน SERP ให้เปิดทั้งสองอุปกรณ์เสมอ

ทำไมผลค้นหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ผลค้นหาของแต่ละคนไม่เหมือนกันเพราะ Google ใช้ข้อมูลอย่างพื้นที่ ภาษา และอุปกรณ์ในการเลือกผลที่เกี่ยวข้องที่สุด เอกสาร How Search works ของ Google Search Central (อัปเดต 18 ธ.ค. 2025) ยกตัวอย่างว่าคนค้นคำเดียวกันในคนละเมืองอาจได้ผลต่างกัน และคำค้นเกี่ยวกับสถานที่จะได้ผลแบบ local ส่วนคำค้นสินค้าที่ต้องดูรูปจะได้ผลรูปภาพ เรื่องนี้สำคัญที่สุดกับธุรกิจที่มีหน้าร้าน และกับคนที่ชอบเปิด Google เช็กอันดับตัวเอง
- พื้นที่: คำอย่าง “ร้านกาแฟ ใกล้ฉัน” ขึ้นกับตำแหน่งของผู้ค้นโดยตรง ข้อมูลของเราตั้งพื้นที่ระดับประเทศ จึงไม่เห็นสิ่งที่คนในซอยอารีย์เห็น
- ภาษา: ภาษาเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ Google ใช้เลือกผล ข้อมูลของเราตั้งภาษาไทยอย่างเดียว
- อุปกรณ์: มือถือกับเดสก์ท็อปได้ชิ้นส่วนต่างกันจริง เช่น มือถือมีวิดีโอมากกว่า เดสก์ท็อปมี People Also Ask มากกว่า
- ประวัติและบัญชี: ผู้ใช้ที่ล็อกอินอาจได้ผลที่ปรับตามการใช้งาน ข้อมูลของเราไม่ได้วัดส่วนนี้
วิธีลดความเพี้ยนเวลาเช็กเองคือเปิดหน้าต่างส่วนตัว (incognito) ไม่ล็อกอิน และจดว่าเช็กจากอุปกรณ์และพื้นที่ไหน แต่ก็ยังไม่ใช่ภาพเดียวกับที่ทุกคนเห็น ถ้าต้องติดตามอันดับหลายคำอย่างเป็นระบบ ให้ใช้เครื่องมือตรวจอันดับ ซึ่งเรารวบรวมไว้ใน SEO Tools ฟรีและเสียเงิน 2026

ทำไมผลค้นหาเปลี่ยนทุกวัน (SERP volatility)
SERP volatility คือการที่หน้าผลค้นหาของคำเดียวกันเปลี่ยนไปตามเวลา ทั้งลำดับของผล organic และชิ้นส่วนที่ขึ้น เจ้าของเว็บและทีม SEO เจอเรื่องนี้ทุกวัน และมักตกใจเมื่ออันดับขยับในวันเดียว ข้อมูลของเราเองแสดงว่า SERP ไทยแกว่งได้มากแม้ในช่วงเวลาสั้น
- ข้ามวัน: คำว่า “serp คือ” วันที่ 14 ต.ค. 2026 มี People Also Ask และ 3 อันดับแรกเป็นบทความ SEO ภาษาไทย แต่วันที่ 15 ต.ค. ไม่มี PAA และผล organic 10 อันดับแรกไม่มีบทความ SEO ภาษาไทยเลย (อาจเป็นการสลับครั้งใหญ่หรือความคลาดเคลื่อนของข้อมูลก็ได้)
- ข้ามอุปกรณ์ในชั่วโมงเดียวกัน: AI Overview ขึ้นฝั่งเดียว 12 คำ (7 คำเฉพาะเดสก์ท็อป 5 คำเฉพาะมือถือ) แม้ภาพรวมของสองอุปกรณ์ไม่ต่างกัน ข้อมูลรอบเดียวแยกไม่ได้ว่ามาจากอุปกรณ์หรือการแกว่ง แต่บอกว่าเช็กอุปกรณ์เดียวไม่พอ
- ข้ามนาที: การสำรวจก่อนหน้าของเรา (6 ต.ค. 2026) ค้นซ้ำ 15 คำห่างกัน 8–12 นาที พบว่าชุดชิ้นส่วนที่ขึ้นเปลี่ยนไป 10 จาก 15 คำ (ชุดเล็ก ใช้ดูทิศทาง)
ดังนั้นอย่าตัดสินจากการเช็กครั้งเดียว ให้ดูแนวโน้มหลายสัปดาห์ใน Search Console แทน และเทียบกับช่วงที่ Google ประกาศอัปเดตระบบ ค่าตำแหน่งเฉลี่ยในรายงานเป็นค่าเฉลี่ยของหลายครั้งที่ถูกแสดง จึงนิ่งกว่าการเช็กมือ อ่านวิธีตีความได้ใน CTR, Impression และ Average Position

วิธีอ่าน SERP ก่อนเขียนบทความ 5 ขั้น
การอ่าน SERP ก่อนเขียนคือการค้นคำเป้าหมายจริงแล้วดูว่า Google แสดงอะไร เพื่อตัดสินว่าควรทำหน้าแบบไหน และควรทำหรือไม่ เหมาะกับทุกคนที่กำลังจะเขียนบทความ ทำหน้าบริการ หรือบรีฟนักเขียน AI SEO For Dummies บทที่ 14 ชี้ว่าสาเหตุหนึ่งที่หน้าทำผลงานไม่ดีคือประเภทหน้าไม่ตรงกับเจตนาของคำค้น และ The Art of SEO บทที่ 10 ก็ใส่การตรวจ SERP ไว้เป็นขั้นหนึ่งของการ audit เว็บ
- ค้นจริง 2 อุปกรณ์ แล้วจดวันที่: เปิดหน้าต่างส่วนตัว ไม่ล็อกอิน ค้นบนมือถือและเดสก์ท็อป จดวันที่ อุปกรณ์ และพื้นที่ไว้ เพราะ SERP เปลี่ยนได้ทุกวัน
- นับว่าอะไรอยู่เหนือผล organic อันดับ 1: AI Overview, Local pack, โฆษณา หรือวิดีโอ ยิ่งมีมาก คลิกที่เหลือให้ผล organic ยิ่งน้อย ใช้ข้อนี้ตั้งเป้าที่สมจริง
- ดูประเภทหน้าที่ติด 5 อันดับแรก: เป็นบทความอธิบาย บทความรวมรายการ หน้าสินค้า หน้าร้านบนแผนที่ วิดีโอ หรือเครื่องมือ ประเภทที่ซ้ำกันคือสิ่งที่ Google มองว่าเป็นเจตนาของคำนั้น (search intent อธิบายแยกไว้ใน Search Intent คืออะไร)
- เก็บคำถามทั้งหมด: จด People Also Ask การค้นหาที่เกี่ยวข้อง และหัวข้อย่อยที่ AI Overview พูดถึง แล้วจัดเป็น H2 กับ FAQ ตามที่อธิบายในหัวข้อ PAA
- ตัดสินใจ: ทำหน้าแบบไหน ต้องมีสื่ออะไร (วิดีโอ รูป ตาราง) และมีอะไรที่หน้าในผลค้นหายังไม่มี ถ้าไม่มีอะไรใหม่ หรือ SERP เป็นของแผนที่หรือแอปเกือบทั้งหน้า ให้เลือกช่องทางอื่นแทนการเขียนบทความ
| ถ้าเห็นใน SERP | บอกอะไร | ควรทำอะไร |
|---|---|---|
| AI Overview อยู่บนสุด | คนต้องการคำตอบหรือความรู้ | หน้าที่ตอบตรงในประโยคแรก มีข้อมูลเฉพาะที่ที่อื่นไม่มี (วิธีถูกอ้างใน AI Overviews) |
| People Also Ask | มีคำถามย่อยที่คนสงสัยต่อ | ใช้เป็น H2 หรือ FAQ |
| แถววิดีโอ / short videos | คนอยากดูมากกว่าอ่าน | ทำวิดีโอสั้นหรือฝังวิดีโอในหน้า |
| Local pack | คนกำลังหาร้านหรือสถานที่ | ดูแลโปรไฟล์ร้านบน Google ก่อนเขียนบทความ (Google Business Profile) |
| Knowledge panel / App pack | คนค้นชื่อแบรนด์และอยากไปที่แบรนด์นั้นตรงๆ | ทำข้อมูลแบรนด์ให้ตรงกันทุกที่ ไม่ใช่เขียนบทความแข่ง |
| Top stories | เรื่องที่เปลี่ยนเร็วตามเวลา | หน้าข่าวที่อัปเดตจริง |
| Popular products / หน้าสินค้าใน top 5 | คนพร้อมซื้อหรือเปรียบเทียบ | หน้าสินค้าหรือหน้าเปรียบเทียบ ไม่ใช่บทความนิยาม |
ตัวอย่างจากหน้านี้เอง: SERP ของ “serp คือ” มี AI Overview อยู่บนสุด ไม่มีวิดีโอหรือ Local pack และวันที่เราเขียนไม่มีบทความ SEO ภาษาไทยใน 10 อันดับแรก เราจึงเลือกทำบทความอธิบายที่ตอบตรงในประโยคแรก เพิ่มข้อมูล SERP ไทยที่เก็บเอง และวิธีอ่าน SERP ทีละขั้น เพราะเป็นสิ่งที่หน้าในผลค้นหายังไม่มี ขั้นถัดจากการอ่าน SERP คือการเลือกคำทั้งชุด ซึ่งอยู่ใน Keyword Research ฉบับคนไทย

ดูยังไงว่าเว็บเราโผล่ใน SERP ส่วนไหน (Search Console)
Google Search Console คือที่ที่บอกว่าเว็บของคุณถูกแสดงใน SERP ด้วยคำอะไร ตำแหน่งไหน และในรูปแบบไหน โดยไม่ต้องเดาจากการเช็กมือ เหมาะกับเจ้าของเว็บทุกคนที่ยืนยันเว็บใน Search Console แล้ว ข้อจำกัดคือรายงานบอกได้เฉพาะเว็บของคุณเอง ไม่บอก SERP ของคู่แข่ง
- Performance → Search appearance (หน้าช่วยเหลือภาษาไทยเรียกว่า รายงานประสิทธิภาพ → ลักษณะที่ปรากฏในการค้นหา): หน้าช่วยเหลือ Performance report ของ Search Console (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) มี Search appearance เป็นหนึ่งในมิติให้แยกดู ข้อมูลในมิตินี้รวมตามหน้า ใช้ดูว่าเว็บได้แสดงผลแบบพิเศษประเภทไหนบ้าง
- ตำแหน่ง: Search Console บันทึกตำแหน่งเฉพาะเมื่อเกิด impression และโฆษณาไม่นับเป็นตำแหน่ง และ AI Overview นับเป็น 1 ตำแหน่ง ลิงก์ทุกลิงก์ในนั้นได้ตำแหน่งเดียวกัน (Search Console Help, What are impressions, position, and clicks?)
- AI Overviews และ AI Mode: Search Console มีรายงาน Generative AI แยกที่นับเฉพาะ impression (จำนวนครั้งที่ถูกแสดง) ในคำตอบ AI ของ Google ยังไม่มีคลิก วิธีเปิดและสิ่งที่รายงานยังไม่บอกอยู่ในคู่มือ Google Search Console วิธีใช้ครบ

ความเชื่อผิดเรื่อง SERP ที่ควรเลิกเชื่อ
ความเชื่อผิดเรื่อง SERP ส่วนใหญ่มาจากหน้าผลค้นหาเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งไม่มี AI Overview และมี rich result บางแบบที่ตอนนี้หายไปแล้ว ตารางด้านล่างเทียบความเชื่อที่พบบ่อยกับสิ่งที่เอกสารทางการและข้อมูลของเราบอก ใช้เช็กก่อนเชื่อคำแนะนำจากที่ไหนก็ตาม รวมถึงจากคำตอบ AI
| ความเชื่อ | ความจริง | ที่มา |
|---|---|---|
| โฆษณาอยู่บนสุดของ SERP เสมอ | โดยทั่วไปอยู่เหนือ organic แต่บางคำค้น top ads อาจอยู่ใต้ผล organic อันดับต้น | Google Ads Help (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) |
| จ่ายมากที่สุดได้โฆษณาอันดับ 1 | ตำแหน่งตัดสินด้วย Ad Rank ไม่ใช่ราคาประมูลอย่างเดียว | Google Ads Help |
| ใส่ markup แล้วจะได้ featured snippet | ไม่มี markup ใดทำให้ได้ Google เลือกเอง ทำได้แค่สั่งไม่ให้แสดง และในข้อมูลของเรา featured snippet ไม่ขึ้นเลย 0 จาก 200 SERP | Google Search Central 2025 · ข้อมูลของเรา 15 ต.ค. 2026 |
| ต้องใส่ schema พิเศษถึงจะขึ้น AI Overview | Google ระบุว่าไม่มีข้อกำหนดเพิ่มเติม และไม่มี structured data พิเศษสำหรับ AI Overviews หรือ AI Mode | AI features and your website (10 ธ.ค. 2025) |
| FAQ markup ทำให้ได้กล่องคำถามใต้ผลค้นหา | Google เลิกแสดง FAQ rich result ใน Search ตั้งแต่ 7 พ.ค. 2026 (markup ยังใส่ได้ แต่ไม่ได้กล่องนี้แล้ว) | Google Search Central, Search updates |
| อันดับที่ฉันเห็นคืออันดับที่ทุกคนเห็น | ผลเปลี่ยนตามพื้นที่ ภาษา อุปกรณ์ และวัน มือถือกับเดสก์ท็อปได้ชิ้นส่วนต่างกันจริง | How Search works (18 ธ.ค. 2025) · ข้อมูลของเรา |

SERP คือจุดที่งาน SEO ทั้งหมดไปปรากฏ ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม ภาพรวมของงานทั้งหมดอยู่ที่ SEO คืออะไร บทความนี้เขียนโดยทีม The Missing Piece นำโดย ไอซ์ ศิริพงษ์ จากเอกสารทางการของ Google และข้อมูลผลค้นหาที่เราเก็บเอง
อยากให้การอ่าน SERP และการวัดผลทำงานต่อเองทุกสัปดาห์ ทั้งบน Google และในคำตอบ AI: คอร์สเรียน SEO & AI Search แบบ Agentic สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
SERP คืออะไร
SERP ย่อมาจาก Search Engine Results Page คือหน้าผลการค้นหาที่ Google แสดงหลังพิมพ์คำค้น ประกอบด้วยผล organic ผลโฆษณา และ SERP features อย่าง AI Overview หรือ People Also Ask อ่าน SERP เพื่อรู้ว่า Google อยากเห็นหน้าแบบไหนสำหรับคำนั้น
SERP features มีอะไรบ้าง
ที่พบบ่อยในผลค้นหาไทยคือ AI Overview, การค้นหาที่เกี่ยวข้อง, วิดีโอ, People Also Ask, Local pack, Knowledge panel และ Top stories ในชุดคำค้น 100 คำของเรา (15 ต.ค. 2026) AI Overview ขึ้น 75 คำบนเดสก์ท็อป ส่วน featured snippet ไม่ขึ้นเลย
Featured snippet ยังมีอยู่ไหม
Google ยังมีเอกสารเรื่อง featured snippet แต่ในข้อมูลของเรา 200 SERP (100 คำ × 2 อุปกรณ์, 15 ต.ค. 2026) ไม่พบเลย และพื้นที่บนสุด (ไม่นับโฆษณา) เป็นของ AI Overview เกินครึ่งของคำค้น ไม่มี markup ที่ทำให้ได้ featured snippet ให้เขียนประโยคแรกให้ตอบตรงแทน
ทำไมค้นคำเดียวกันแล้วได้ผลไม่เหมือนกัน
Google เลือกผลโดยใช้พื้นที่ ภาษา และอุปกรณ์ร่วมด้วย และ SERP ยังเปลี่ยนตามวัน ในข้อมูลของเรา AI Overview ขึ้นเฉพาะอุปกรณ์เดียว 12 จาก 100 คำ เช็กด้วยหน้าต่างส่วนตัวและดูแนวโน้มใน Search Console แทนการเช็กครั้งเดียว
ใช้อะไรเช็ก SERP และอันดับ
เช็กเองได้ด้วยหน้าต่างส่วนตัวบนทั้งมือถือและเดสก์ท็อป ดูข้อมูลของเว็บตัวเองใน Google Search Console และถ้าต้องติดตามหลายคำเป็นประจำ ใช้เครื่องมือตรวจอันดับ ดูรายชื่อเครื่องมือใน SEO Tools ฟรีและเสียเงิน 2026
แหล่งอ้างอิง
- Google Search Central, Visual elements gallery (อัปเดต 4 ก.พ. 2026) · Featured snippets (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) · AI features and your website (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) · In-depth guide to how Google Search works (อัปเดต 18 ธ.ค. 2025) · Search updates (FAQ rich result เลิกแสดง 7 พ.ค. 2026)
- Google Ads Help, Get your ads to show among top ads · About ads and AI Overviews (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
- Search Console Help, Performance report (Search results) · What are impressions, position, and clicks? (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
- Google Blog, A new era for AI Search (Google I/O 2026) (19 พ.ค. 2026)
- ข้อมูลของ The Missing Piece: ข้อมูลผลค้นหาจาก DataForSEO (Google ประเทศไทย) · ชุดคำค้น 100 คำ 5 กลุ่มเจตนา × เดสก์ท็อปและมือถือ = 200 SERP · หน้า 1 · พื้นที่ระดับประเทศ · เก็บครั้งเดียว 15 ต.ค. 2026 · ช่วงความเชื่อมั่น 95% แบบ Wilson · โฆษณาวัดไม่ได้อย่างน่าเชื่อถือ · การสำรวจก่อนหน้า (46 คำ 6 ต.ค. 2026 · 100 คำแบบ “…คือ” และ 40 คำหาร้าน 14 ต.ค. 2026 เดสก์ท็อป) ใช้ดูทิศทางเท่านั้น · สังเกตคำตอบ Google AI Overview และ OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) สำหรับคำเรื่อง SERP (15 ต.ค. 2026 ดูครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม ไม่ใช่อัตรา)
- Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 2 (การค้นหาทำงานอย่างไรในปัจจุบัน และ query fan-out) · บทที่ 9 (ใช้ People Also Ask และ fan-out เป็นแหล่งคำถามของหัวข้อ) · บทที่ 14 (ประเภทหน้าต้องตรงกับเจตนาของคำค้น) · บทที่ 18 (ครองหัวข้อด้วยการปรากฏบนหลายพื้นที่)
- Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 3 (จากคำค้นสู่ดัชนีและหน้าผลค้นหา) · บทที่ 10 (การตรวจ SERP เป็นขั้นหนึ่งของการ audit) · บทที่ 12 (mobile-first และผลค้นหาแบบ local และ vertical) — ใช้เฉพาะพื้นฐาน เพราะเขียนก่อนมี AI Overviews
ตรวจข้อมูลล่าสุด: 15 ต.ค. 2026 · เราจะเก็บข้อมูล SERP ชุดเดิมซ้ำเพื่อดูความเปลี่ยนแปลง และอัปเดตตัวเลขในหน้านี้เมื่อมีข้อมูลหลายรอบ