
สรุปสั้น (TL;DR)
Backlink คือลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้มายังหน้าเว็บของเรา Google ใช้ลิงก์เพื่อค้นพบหน้าใหม่และเป็นสัญญาณหนึ่งในการประเมินว่าหน้าไหนน่าเชื่อถือ ปี 2026 backlink ยังช่วยอยู่ แต่เฉพาะลิงก์ที่เว็บอื่นให้เพราะเนื้อหาเรามีประโยชน์จริง ไม่ใช่ลิงก์ที่ซื้อหรือสร้างเอง
- ซื้อ ขาย หรือแลกลิงก์เพื่อปั่นอันดับ ผิดนโยบายสแปมของ Google ตั้งแต่ ธ.ค. 2022 ระบบ SpamBrain ตรวจได้ทั้งเว็บที่ซื้อและเว็บที่ขาย แล้วทำให้ลิงก์เหล่านั้นไม่มีผล เงินที่จ่ายไปจึงมักหายเปล่า
- Backlink ฟรีจากเว็บบอร์ด วิกิ และคอมเมนต์ แทบทั้งหมดติด nofollow หรือ ugc จึงแทบไม่ช่วยอันดับ เราตรวจแหล่ง backlink ฟรี 25 แหล่ง อ่านค่า rel (ป้ายในโค้ดลิงก์ที่บอก Google ว่าลิงก์เป็นแบบไหน) ได้ 12 แหล่ง (14 ต.ค. 2026) ส่วนที่ไม่มี rel คือที่ที่เราเขียนลิงก์ให้ตัวเอง
- ใน AI Search การถูกพูดถึงบนเว็บสัมพันธ์กับการโผล่ใน AI Overviews ชัดกว่าจำนวน backlink มาก (0.664 เทียบ 0.218 จาก 75,000 แบรนด์ Ahrefs พ.ค. 2025) แต่เป็นค่าสหสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าอะไรเป็นสาเหตุ
สารบัญ
- Backlink คืออะไร ทำงานยังไง
- ปี 2026 backlink ยังสำคัญไหม
- Backlink คุณภาพดูยังไง
- dofollow, nofollow, sponsored, ugc ต่างกันยังไง
- Backlink แบบไหนเสี่ยง: ซื้อ backlink, PBN และแลกลิงก์
- PBN และโดเมนเก่าคืออะไร
- ทำ backlink สายขาวยังไง เว็บใหม่เริ่มตรงไหน
- Backlink ฟรีจากเว็บบอร์ดและไดเรกทอรีได้ผลไหม
- Backlink กับ AI Search: ลิงก์หรือการถูกพูดถึงสำคัญกว่า
- เช็ก backlink ของเว็บตัวเองยังไง
- คำถามที่พบบ่อย
Backlink คืออะไร ทำงานยังไง
Backlink (ลิงก์ย้อนกลับ) คือลิงก์ที่อยู่บนเว็บของคนอื่นและชี้มายังหน้าเว็บของเรา เช่น สื่อเขียนบทความแล้วลิงก์มาที่งานวิจัยของเรา คนทำเว็บและนักการตลาดสนใจ backlink เพราะเป็นสิ่งที่เราคุมเองไม่ได้ทั้งหมด จึงสะท้อนว่าเว็บอื่นเห็นค่าเนื้อหาเรา Google ยืนยันในเอกสารทางการว่าหาหน้าใหม่ผ่านลิงก์เป็นหลัก และมีระบบจัดอันดับที่ใช้การลิงก์ระหว่างหน้าเพื่อเข้าใจว่าหน้าไหนเกี่ยวกับอะไรและน่าจะเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับคำค้น
ลิงก์มี 3 แบบที่มักสับสนกัน:
- Backlink (inbound link): ลิงก์จากเว็บอื่นเข้ามาหาเรา
- External link (outbound link): ลิงก์จากเว็บเราออกไปหาเว็บอื่น ซึ่งเป็น backlink ของเว็บปลายทาง
- Internal link: ลิงก์ระหว่างหน้าภายในเว็บเดียวกัน เป็นงานที่คุมได้ 100% และเป็นส่วนหนึ่งของ On-Page SEO
Backlink ทำงานให้ 3 อย่าง อย่างแรก Googlebot (บอทเก็บข้อมูลของ Google) เดินตามลิงก์ไปเจอหน้าใหม่ อย่างที่สอง คำบนลิงก์ (anchor text) และข้อความรอบลิงก์ช่วยบอกว่าหน้าปลายทางเกี่ยวกับอะไร อย่างที่สาม ลิงก์จากหน้าที่น่าเชื่อถือส่งสัญญาณความน่าเชื่อถือต่อมา ซึ่งเป็นแนวคิดของ PageRank ที่ Google ยังระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดอันดับหลัก

Backlink เป็นงานหลักของ Off-Page SEO ซึ่งรวมทุกสัญญาณที่เกิดนอกเว็บเรา เช่น การถูกพูดถึง รีวิว และ PR อ่านภาพรวมได้ที่ Off-Page SEO คืออะไร ส่วนภาพใหญ่ของงาน SEO ทั้งหมดอยู่ที่ SEO คืออะไร
ปี 2026 backlink ยังสำคัญไหม
Backlink ปี 2026 ยังเป็นสัญญาณจัดอันดับของ Google แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว และหลายสัญญาณชี้ว่าน้ำหนักน้อยกว่ายุคแรก แม้ Google ไม่เคยประกาศเป็นทางการ เรื่องนี้สำคัญกับคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะแบ่งงบไปที่ลิงก์เท่าไร เทียบกับเนื้อหาและเทคนิค หลักฐานมีทั้งจากคำพูดของคนใน Google และจากข้อมูลของเครื่องมือ SEO
เอกสาร SEO Starter Guide ของ Google ยังบอกว่าลิงก์จากเว็บอื่นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป และ PageRank เป็นแค่หนึ่งในหลายสัญญาณจัดอันดับ แต่ไม่มีเอกสารทางการฉบับไหนบอกตรงๆ ว่า “ลิงก์สำคัญน้อยลง” สิ่งที่มีคือคำพูดบนเวทีของพนักงาน Google ซึ่งต้องอ่านอย่างระวัง เพราะไม่ใช่นโยบาย
- พนักงาน Google (Gary Illyes) เคยตอบคำถามที่งาน Pubcon ออสติน 21 ก.ย. 2023 ว่าลิงก์ยังสำคัญ แต่คนให้น้ำหนักเกินจริง และไม่ได้อยู่ใน 3 ปัจจัยอันดับแรกมาสักพักแล้ว (รายงานโดย Search Engine Land)
- พนักงาน Google คนเดียวกันเคยพูดบนเวทีที่บัลแกเรียราว 19 เม.ย. 2024 ว่า Google ต้องใช้ลิงก์น้อยมากในการจัดอันดับหน้า แล้วทวีตตามว่าไม่ควรพูดแบบนั้น (Search Engine Journal, 22 เม.ย. 2024)
- John Mueller จาก Google เคยแนะนำช่วงต้น เม.ย. 2024 ว่าเว็บมีเรื่องสำคัญกว่าลิงก์ และการโฟกัสลิงก์มากเกินไปเสียเวลา (แหล่งเดียวกัน)
ข้อมูลของเครื่องมือก็ไปทางเดียวกัน Ahrefs (30 ม.ค. 2025) ศึกษา 1 ล้านคำค้นที่คนค้นมากที่สุดในสหรัฐฯ พบว่าจำนวนโดเมนที่ลิงก์มา (referring domains) สัมพันธ์กับอันดับใน 20 อันดับแรกที่ 0.255 ต่ำกว่าการศึกษาของ Ahrefs ปี 2019 (0.29) แต่ Ahrefs เตือนว่าเทียบตรงๆ ไม่ได้ เพราะใช้ชุดคำค้นต่างกัน ค่านี้บอกว่าลิงก์ยังเกี่ยวกับอันดับ แต่อธิบายอันดับได้แค่บางส่วน และเป็นค่าสหสัมพันธ์ ไม่ได้บอกว่าลิงก์เป็นสาเหตุ

The Art of SEO บทที่ 14 อธิบายว่าพนักงานเครื่องมือค้นหาพูดได้เท่าที่องค์กรอนุญาต จึงมักตอบไม่เจาะจง และแนะนำให้ทดสอบเองก่อนเชื่อว่าวิธีไหนได้ผล ข้อสรุปที่ปลอดภัยสำหรับปี 2026 จึงเป็น “ลิงก์ยังช่วย แต่ไม่ช่วยพอจะชดเชยเนื้อหาที่ตอบคำถามได้ไม่ดี”
Backlink คุณภาพดูยังไง
Backlink คุณภาพคือลิงก์ที่เว็บอื่นใส่เพราะเนื้อหาเราช่วยผู้อ่านของเขาได้จริง ไม่ใช่เพราะเราจ่ายเงินหรือเขียนลิงก์ให้ตัวเอง ใช้เกณฑ์นี้ทุกครั้งที่ประเมินลิงก์ที่ได้มา หรือก่อนลงแรงขอลิงก์จากเว็บไหน Google ไม่ได้ประกาศสูตรคะแนนลิงก์ เกณฑ์ 5 ข้อด้านล่างเราสรุปจากนโยบายสแปมและเอกสารเรื่องลิงก์ของ Google ยกเว้นข้อ 3 ซึ่งเป็นเกณฑ์ทางธุรกิจ
- เกี่ยวข้อง: เว็บและหน้าที่ลิงก์มาพูดเรื่องเดียวกับเรา หรือผู้อ่านของเขาน่าจะสนใจเรื่องของเรา
- อยู่ในเนื้อหา: ลิงก์อยู่ในย่อหน้าที่อธิบายเรื่องนั้น ไม่ใช่ลิงก์ใน footer หรือ widget ที่กระจายไปหลายเว็บ ซึ่ง Google ยกเป็นตัวอย่าง link spam
- มีคนอ่านและคลิกจริง: หน้าที่ลิงก์มามีคนเข้า และมีคนคลิกตามมาที่เรา ลิงก์แบบนี้มีค่าต่อธุรกิจแม้ไม่ช่วยอันดับ
- ได้มาเพราะเนื้อหา: เจ้าของเว็บเลือกใส่เอง (editorial link) ไม่ได้แลกด้วยเงิน สินค้า หรือลิงก์กลับ
- Anchor text เป็นธรรมชาติ: ใช้ชื่อแบรนด์ ชื่อบทความ หรือคำบรรยาย ไม่ใช่คีย์เวิร์ดตรงเป๊ะซ้ำๆ อ่านต่อที่ Anchor Text คืออะไร
สัญญาณอันตราย 5 ข้อ: เว็บขายลิงก์ให้ทุกคน ลิงก์อยู่ใน footer หรือ widget ไม่เกี่ยวกับเรื่องของเรา anchor เป็นคีย์เวิร์ดตรงเป๊ะ และต้องจ่ายหรือแลกลิงก์
ทดสอบ 3 คำถามก่อนรับลิงก์: หน้านั้นมีคนเข้าจากการค้นหาเองไหม · พูดเรื่องเดียวกับเราไหม · ถ้าไม่มีลิงก์นี้ หน้านั้นยังมีเหตุผลอยู่ไหม

ตัวเลขอย่าง DR (Domain Rating) หรือ DA (Domain Authority) เป็นคะแนนที่บริษัทเครื่องมือ SEO คำนวณเอง ไม่ใช่คะแนนของ Google ใช้เทียบเว็บคร่าวๆ ได้ แต่เว็บ DR สูงที่ไม่เกี่ยวกับเรา หรือขายลิงก์ให้ทุกคน อาจมีค่าน้อยกว่าเว็บเล็กที่ตรงหัวข้อ อ่านวิธีดูตัวเลขเหล่านี้ที่ DR vs DA คืออะไร
นอกจากลิงก์ สิ่งที่แหล่งภายนอกเขียนถึงเรา เช่น ข่าว รีวิว และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ก็เป็นหลักฐานชื่อเสียงที่คู่มือผู้ประเมินคุณภาพของ Google ให้ดู อ่านต่อที่ E-E-A-T คืออะไร
dofollow, nofollow, sponsored, ugc ต่างกันยังไง
rel คือค่าที่เจ้าของเว็บใส่ในแท็กลิงก์เพื่อบอก Google ว่าลิงก์นั้นเป็นแบบไหน เช่น ลิงก์โฆษณาหรือลิงก์ที่ผู้ใช้โพสต์เอง ทุกคนที่ทำ backlink ต้องรู้เรื่องนี้ เพราะลิงก์ที่ได้มาส่วนใหญ่จะมี rel แบบใดแบบหนึ่ง ตั้งแต่ 10 ก.ย. 2019 Google ถือว่า sponsored, ugc และ nofollow เป็น “hint” (คำใบ้) สำหรับการจัดอันดับ และตั้งแต่ 1 มี.ค. 2020 nofollow เป็นคำใบ้สำหรับการเก็บหน้า (crawl) และเพิ่มเข้าฐานข้อมูล (index) ด้วย
| ค่า rel | ใช้กับลิงก์แบบไหน | Google ปฏิบัติยังไง |
|---|---|---|
| ไม่ใส่ rel (ที่คนเรียกว่า “dofollow”) | ลิงก์ปกติที่เจ้าของเว็บรับรอง | นับเป็นลิงก์ปกติ ใช้ประเมินได้ตามปกติ |
rel="sponsored" | โฆษณา ลิงก์ที่จ่ายเงิน affiliate และสปอนเซอร์ | คำใบ้ว่าไม่ควรส่งเครดิตอันดับ Google แนะนำค่านี้สำหรับลิงก์ที่จ่ายเงิน |
rel="ugc" | ลิงก์ที่ผู้ใช้โพสต์เอง เช่น คอมเมนต์และกระทู้ | คำใบ้ว่าเป็นเนื้อหาจากผู้ใช้ เว็บอาจเอาออกให้ผู้ใช้ที่ไว้ใจได้ระยะยาว |
rel="nofollow" | กรณีอื่นที่ไม่อยากรับรองหน้าปลายทาง | คำใบ้ว่าไม่ต้องเชื่อมเว็บเรากับหน้านั้น Google เลือกได้ว่าจะนับหรือไม่ |
ไม่มีค่า rel="dofollow" ในเอกสารของ Google คำว่า dofollow เป็นภาษาพูดในวงการ หมายถึงลิงก์ที่ไม่ได้ใส่ nofollow, sponsored หรือ ugc บทความไทยบางหน้าแนะนำให้ใส่ rel=”dofollow” ซึ่งไม่มีผลอะไร
อีกความเข้าใจผิดที่เจอบ่อย คือ “nofollow ไม่ส่งผลอะไรเลย” เราเห็นคำตอบ AI Overviews ภาษาไทยของคำค้น “backlink คือ” (สังเกต 1 ครั้ง 14 ต.ค. 2026) อธิบายแบบนี้ ซึ่งเป็นกฎก่อนปี 2019 ปัจจุบัน Google ถือ nofollow เป็นคำใบ้ แต่บอกว่าโดยทั่วไปยังไม่นับเพื่ออันดับเหมือนเดิม ลิงก์ nofollow จากที่ที่มีคนอ่านจริงยังพาคนเข้าเว็บได้ จึงไม่ได้ไร้ค่า

รายละเอียดว่าลิงก์แต่ละแบบควรใส่ rel อะไร และเช็กยังไง อยู่ใน Nofollow vs Dofollow The Art of SEO บทที่ 7 อธิบายค่า rel ไว้เช่นกัน แต่เขียนก่อนบางรายละเอียดในเอกสาร Google ปัจจุบัน จึงใช้เอกสาร Google เป็นหลัก
Backlink แบบไหนเสี่ยง: ซื้อ backlink, PBN และแลกลิงก์
Backlink ที่เสี่ยงคือลิงก์ที่ได้มาเพื่อปั่นอันดับโดยตรง Google เรียกว่า link spam และระบุไว้ในนโยบายสแปม (ปรับปรุงล่าสุด 28 ส.ค. 2026) เจ้าของเว็บที่กำลังได้ข้อเสนอขายลิงก์ หรือกำลังจ้างคนทำลิงก์ ควรเทียบกับรายการนี้ก่อนจ่ายเงิน ตัวอย่างที่ Google ยกไว้มีดังนี้
- ซื้อหรือขายลิงก์เพื่ออันดับ รวมถึงจ่ายเป็นเงิน สินค้า บริการ หรือของฟรีแลกกับลิงก์หรือโพสต์
- แลกลิงก์มากเกินไป หรือทำหน้าพาร์ทเนอร์ไว้ลิงก์หากันอย่างเดียว
- ใช้โปรแกรมหรือบริการสร้างลิงก์อัตโนมัติ
- บทความโฆษณา guest post (บทความที่เขียนลงเว็บคนอื่น) หรือข่าวประชาสัมพันธ์ ที่ใส่ลิงก์ส่งเครดิตอันดับหรือใส่ anchor ที่ปั้นคีย์เวิร์ด
- ลิงก์จากไดเรกทอรีหรือเว็บ bookmark คุณภาพต่ำ ลิงก์ใน widget หรือ footer ที่กระจายไปหลายเว็บ
- คอมเมนต์ในฟอรัมที่ใส่ลิงก์ปั้นคีย์เวิร์ดในโพสต์หรือลายเซ็น
PBN (Private Blog Network) คือเครือข่ายเว็บที่คนหนึ่งสร้างหรือซื้อไว้ เพื่อลิงก์ไปเว็บที่อยากดันอันดับ นโยบายของ Google ไม่ได้ใช้คำว่า PBN แต่ PBN เข้าข่ายหลายข้อในรายการข้างบน และถ้าทำด้วยโดเมนหมดอายุที่ซื้อมาทำเนื้อหาไร้ค่าเพื่อปั่นอันดับ ก็เข้าข่าย expired domain abuse ซึ่งเป็นนโยบายสแปมอีกข้อ อ่านรายละเอียดที่ PBN และโดเมนเก่าคืออะไร
Site reputation policy ในมุมของเรา เป็นอีกข้อที่เกี่ยวกับตลาด “ลิงก์บนเว็บข่าว” ในไทยโดยตรง นโยบายนี้ห้ามเอาเนื้อหาของคนอื่นไปลงบนเว็บที่ชื่อเสียงดี เพื่ออาศัยชื่อเสียงของเว็บนั้นดันอันดับ (มีเนื้อหาจากคนอื่นเฉยๆ ไม่ผิดนโยบาย) Google ชี้แจงเมื่อ 19 พ.ย. 2024 ว่าแม้เจ้าของเว็บจะร่วมมือหรือดูแลเนื้อหานั้น ก็ยังถือว่าเป็นเนื้อหาของคนอื่น เมื่อ 28 ส.ค. 2026 Google ประกาศปรับวิธีบังคับใช้สำหรับคนที่ค้นหาในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) มีผล 30 ส.ค. 2026 ส่วนคนที่ค้นนอก EEA รวมถึงในไทย manual action ยังกระทบส่วนของเว็บที่โดนโดยตรงเหมือนเดิม
ซื้อ backlink ทำไมไม่คุ้ม
ซื้อ backlink ไม่คุ้ม เพราะ Google ออกแบบระบบให้ลิงก์ที่ซื้อมาไม่มีผล ใน link spam update วันที่ 14 ธ.ค. 2022 Google ประกาศว่า SpamBrain (ระบบ AI ตรวจสแปมของ Google) ตรวจได้ทั้งเว็บที่ซื้อลิงก์และเว็บที่ถูกใช้ขายลิงก์ออก แล้ว “neutralize” ลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ เครดิตจากลิงก์เหล่านั้นจึงหายไป อัปเดตนี้มีผลทุกภาษา
ผลที่เจอบ่อยกว่าการโดนลงโทษ คือจ่ายเงินแล้วอันดับไม่ขยับ เพราะลิงก์ถูกเมินโดยไม่มีการแจ้ง แต่ถ้าทำมากจนเข้าข่ายชัด Google ก็ยังใช้ manual action (บทลงโทษที่ทีมงาน Google ตั้งเองและแจ้งใน Search Console) ได้ โพสต์ของ Google วันที่ 26 ก.ค. 2021 ระบุว่าเว็บที่รับหรือซื้อ guest post และลิงก์สปอนเซอร์จำนวนมากโดยไม่ใส่ rel อาจโดนทั้งแบบ algorithm และ manual action The Art of SEO บทที่ 9 ก็ระบุว่าลิงก์เป็นหนึ่งในเหตุของ manual action ที่พบบ่อยที่สุด
การซื้อลิงก์เพื่อโฆษณาไม่ผิด ถ้าลิงก์ใส่ rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow” นโยบายของ Google บอกว่าการซื้อขายลิงก์โฆษณาเป็นเรื่องปกติของเว็บ แต่ลิงก์แบบนั้นจะไม่ช่วยอันดับ ถ้าซื้อเพราะอยากได้คนอ่านจากเว็บนั้นจริง ก็ซื้อได้ ถ้าซื้อเพราะอยากได้อันดับ คือสิ่งที่นโยบายห้าม
ถ้าเรียงวิธีได้ลิงก์จากปลอดภัยไปเสี่ยง ในมุมของเราเป็นแบบนี้: ลิงก์ที่เว็บอื่นให้เอง (editorial) → ลิงก์โฆษณาที่ใส่ sponsored → แลกลิงก์มากเกินไป → guest post หรือข่าวประชาสัมพันธ์ที่ไม่ใส่ rel → ซื้อลิงก์เพื่ออันดับ → PBN และโดเมนหมดอายุ

AI ตอบขัดกับนโยบาย Google: คำตอบ AI Overviews ภาษาไทยของคำค้น “ซื้อ backlink” (14 ต.ค. 2026, สังเกต 1 ครั้ง ผลอาจต่างในแต่ละรอบ) บอกว่าการซื้อลิงก์ช่วยเร่งอันดับได้ แต่นโยบายสแปมของ Google ระบุว่าการซื้อขายลิงก์เพื่อดันอันดับเป็น link spam ไม่ว่าจะซื้อจากที่ไหน
บทเรียนคือคำตอบ AI ไม่ใช่นโยบายของแพลตฟอร์ม เรื่องที่มีผลต่อเว็บจึงควรเช็กกับเอกสารต้นทางของ Google ทุกครั้ง

PBN และโดเมนเก่าคืออะไร
PBN (Private Blog Network) คือกลุ่มเว็บที่เจ้าของคนเดียวหรือทีมเดียวคุมทั้งหมด แต่ทำให้ดูเหมือนเว็บอิสระหลายเว็บ แล้วใช้ลิงก์จากเว็บในเครือข่ายไปดันอันดับเว็บหลัก หลายเครือข่ายสร้างบนโดเมนเก่า (expired domain) คือโดเมนที่เจ้าของเดิมไม่ต่ออายุ แล้วมีคนซื้อต่อเพราะยังมี backlink เดิมชี้มาอยู่ นโยบายของ Google ไม่ได้ใช้คำว่า PBN แต่เมื่อใช้เพื่อปั่นอันดับ ทั้งสองอย่างเข้าข่ายนโยบายสแปมของ Google เราอธิบายไว้ให้รู้ว่าเทคนิคนี้มีอยู่และทำงานยังไงในหลักการ ไม่ใช่วิธีทำ
โดเมนเก่าถูกใช้ทำ PBN ยังไง (หลักการ)
หลักการคือ โดเมนที่เคยเป็นเว็บจริงมักมีลิงก์จากเว็บอื่นค้างอยู่ คนทำ PBN หวังว่าเครดิตจากลิงก์เดิมเหล่านั้นจะยังส่งต่อได้ จึงซื้อโดเมนแบบนี้มาเปิดเว็บใหม่ ลงเนื้อหาคุณภาพต่ำ แล้วแทรกลิงก์ไปยังเว็บที่อยากดัน ในวงการมีเว็บรวมรายชื่อโดเมนที่หมดอายุหรือใกล้หมดอายุ เช่น expireddomains.net ตัวเครื่องมือไม่ได้ผิดอะไร คนใช้หาโดเมนมาทำแบรนด์ใหม่ก็มี สิ่งที่ Google ดูคือเอาโดเมนไปใช้ทำอะไร
ทำไมบางคนยังใช้ PBN
ในมุมของเรา คนที่ยังใช้ PBN มีเหตุผลหลัก 3 ข้อ
- คุมลิงก์ได้เอง: เลือก anchor text หน้าปลายทาง และเวลาได้เอง ไม่ต้องรอให้ใครลิงก์มา
- หวังผลเร็ว: หวังว่าอันดับจะขยับในระยะสั้น แต่ระบบของ Google ออกแบบมาให้ตรวจเจอหรือเมินลิงก์แบบนี้
- ต้นทุนต่อลิงก์ดูต่ำ: ดูถูกกว่าการทำข้อมูลที่คนอยากอ้างหรือการทำ PR ที่ใช้เวลานาน
ทั้ง 3 ข้อคือเหตุผลเดียวกับที่ Google ห้าม ลิงก์ที่เจ้าของคุมเองทั้งหมดไม่ใช่การรับรองจากคนอื่น จึงไม่ใช่สัญญาณที่ Google อยากนับ คนที่จ้างบริการขาย backlink ก็ควรรู้ด้วย เพราะลิงก์ที่ขายว่า “มาจากเว็บ DR สูง” อาจมาจากเครือข่ายแบบนี้ และเว็บที่รับลิงก์ก็เสี่ยงไปด้วย
นโยบายของ Google ว่าไว้ยังไง
| นโยบาย | Google เขียนว่า | เกี่ยวกับ PBN ยังไง |
|---|---|---|
| Link spam (link scheme) | การสร้างลิงก์มายังหรือออกจากเว็บ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อปั่นอันดับ รวมถึงการสร้างเนื้อหาคุณภาพต่ำเพื่อปั่นสัญญาณลิงก์ | เครือข่ายเว็บที่มีไว้ลิงก์หาเว็บหลักเพื่ออันดับ เข้าข้อนี้โดยตรง |
| Expired domain abuse (ประกาศ 5 มี.ค. 2024) | ซื้อโดเมนหมดอายุมาใช้ใหม่ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อปั่นอันดับ ด้วยเนื้อหาที่แทบไม่มีค่าต่อผู้ใช้ | ตรงกับ PBN ที่สร้างบนโดเมนเก่า |
| Manual action | ผู้ตรวจของ Google ตัดสินว่าหน้าเว็บผิดนโยบายสแปม แล้วแจ้งในรายงาน Manual actions ของ Search Console มีประเภท “Unnatural links to your site” และ “Unnatural links from your site” | โดนได้ทั้งเว็บที่รับลิงก์ และเว็บในเครือข่ายที่ส่งลิงก์ออก |
Google ตรวจการละเมิดทั้งด้วยระบบอัตโนมัติและคนเมื่อจำเป็น และเขียนไว้ในนโยบายสแปมว่าเว็บที่ผิดนโยบาย “อาจอันดับต่ำลง หรือไม่แสดงในผลการค้นหาเลย” ส่วนลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ SpamBrain อาจทำให้ลิงก์นั้นไม่มีผลไปเฉยๆ โดยไม่แจ้งเจ้าของเว็บ (ดูหัวข้อซื้อ backlink ข้างบน) The Art of SEO บทที่ 9 อธิบาย link scheme และ manual action ไว้ แต่หนังสือพิมพ์ปี 2023 ก่อนนโยบาย expired domain abuse จึงใช้เอกสาร Google เป็นหลัก
โดเมนเก่าเองไม่ผิด Google ระบุในโพสต์ 5 มี.ค. 2024 ว่าใช้โดเมนเก่าทำเว็บใหม่ที่เป็นของจริงและตั้งใจทำเพื่อคนอ่านได้ ที่ผิดคือซื้อมาเพื่อปั่นอันดับ ถ้าต้องการลิงก์และการถูกพูดถึงที่อยู่ได้นาน ทางที่ไม่ขัดนโยบายอยู่ในหัวข้อถัดไป และภาพรวมงานนอกเว็บอยู่ที่ Off-Page SEO คืออะไร
ทำ backlink สายขาวยังไง เว็บใหม่เริ่มตรงไหน
ทำ backlink สายขาวคือการสร้างเหตุผลให้เว็บอื่นอยากลิงก์มาเอง แล้วช่วยให้เขาเจอเหตุผลนั้น แทนการจ่ายเงินแลกลิงก์ วิธีนี้เหมาะที่สุดกับเว็บใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก เพราะเว็บใหม่ไม่มีลิงก์เดิมให้พึ่ง ทุกลิงก์แรกต้องได้จากสิ่งที่เราทำ The Art of SEO บทที่ 11 สรุปหลักไว้ว่าให้โปรโมตเหมือนไม่มี Google คือถามว่าถ้าไม่มีเครื่องมือค้นหา ใครควรรู้เรื่องนี้ แล้วไปบอกคนนั้น
ทางที่ได้ผลและไม่ขัดนโยบาย เรียงจากที่เว็บใหม่ทำได้ก่อน:
- ทำข้อมูลที่คนอยากอ้าง: ตัวเลข การทดสอบ หรืองานวิจัยของเราเอง ที่คนเขียนเรื่องเดียวกันต้องใช้ The Art of SEO บทที่ 11 เรียกว่า link magnet และแนะนำว่าอย่าซ่อนข้อมูลไว้หลังฟอร์ม ส่วน AI SEO For Dummies บทที่ 23 เสนอให้ทำของที่ “ควรค่าแก่การอ้าง” เช่น ตาราง คำนิยามสั้น และหน้ารวมข้อเท็จจริง
- ไปอยู่ในหน้าที่คนใช้ตัดสินใจ: AI SEO For Dummies บทที่ 20 แนะนำให้เจาะหน้าแบบรวมเครื่องมือ หน้ารวมแหล่งความรู้ และไดเรกทอรีเฉพาะวงการ ที่คนเปิดก่อนเลือก แล้วทำให้เจ้าของหน้าใส่เราได้ง่าย เช่น มีคำอธิบายสั้นและข้อมูลที่ตรวจสอบได้พร้อม
- PR และสื่อ: เสนอมุมข่าวหรือข้อมูลใหม่ให้สื่อและคนเขียนในวงการ ไม่ขอลิงก์ตรงๆ The Art of SEO บทที่ 11 แนะนำให้ส่งข้อเสนอที่ตรงกับงานของคนรับ และตามไม่เกินที่จำเป็น
- ชุมชนและงานพูด: ตอบคำถามในกลุ่มและเวทีที่ลูกค้าอยู่ด้วยเนื้อหาที่ช่วยได้จริง ลิงก์จากชุมชนมักเป็น ugc หรือ nofollow แต่พาคนที่เกี่ยวข้องเข้ามา และทำให้ชื่อแบรนด์ถูกพูดถึง
- พาร์ทเนอร์ที่มีอยู่จริง: ผู้จัดงาน ผู้ร่วมงาน หรือองค์กรที่เราทำงานด้วย มักมีหน้าที่ระบุชื่อผู้ร่วมงานอยู่แล้ว AI SEO For Dummies บทที่ 16 แนะนำให้ข้อมูลแบรนด์และประวัติผู้เขียนในหน้าเหล่านี้ตรงกันทุกที่
- ทวงลิงก์ที่ควรได้ (link reclamation): หาที่ที่พูดถึงชื่อเราแต่ไม่ได้ลิงก์ หรือลิงก์มาหน้าที่เสีย แล้วขอให้แก้ The Art of SEO บทที่ 11 ยกเป็นงานที่ได้ผลต่อแรงสูง

วางแผนทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนได้ที่ Link Building กลยุทธ์ที่ยังได้ผล ส่วนลำดับงาน SEO ทั้งเว็บว่าลิงก์ควรมาตอนไหน อยู่ใน วิธีทำ SEO ด้วยตัวเอง ซึ่งเริ่มจาก การทำ Keyword Research และเนื้อหาก่อน
บันทึกลิงก์แรกของ The Missing Piece
The Missing Piece เปิดเว็บเมื่อ 1 ต.ค. 2026 และเราตั้งใจบันทึกทุกลิงก์ที่ได้แบบเปิดเผย เพื่อให้เห็นว่าเว็บใหม่ที่ไม่ซื้อลิงก์ได้ลิงก์แรกจากไหน ณ 14 ต.ค. 2026 (13 วันหลังเปิด) ฐานข้อมูล Ahrefs ยังไม่พบ referring domain เลยแม้แต่โดเมนเดียว ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีลิงก์จริง เพราะ crawler ของเครื่องมือภายนอกอาจยังไม่เจอลิงก์ใหม่ จึงต้องดูคู่กับรายงานลิงก์ใน Search Console

Backlink ฟรีจากเว็บบอร์ดและไดเรกทอรีได้ผลไหม
Backlink ฟรีจากเว็บบอร์ด คอมเมนต์ และวิกิ ส่วนใหญ่ติด nofollow หรือ ugc จึงแทบไม่ช่วยอันดับ แต่ยังพาคนอ่านเข้ามาได้ถ้าโพสต์ในที่ที่ตรงกลุ่ม เราอยากรู้ว่าแหล่ง backlink ฟรียอดนิยมใส่ rel อะไรจริง จึงเปิดตรวจ HTML ของหน้าที่มีอยู่แล้วบนแต่ละแหล่ง ผลนี้เป็นการสังเกต 1 หน้าต่อแหล่ง ไม่ใช่สถิติ
วิธีตรวจ (14 ต.ค. 2026): เปิดหน้าสาธารณะ 1 หน้าต่อแหล่ง ที่มีลิงก์ออกซึ่งผู้ใช้ใส่เอง เช่น ลิงก์ในกระทู้ ลิงก์ในโพสต์บล็อก หรือช่องเว็บไซต์ในโปรไฟล์ แล้วอ่านค่า rel บนลิงก์นั้นใน HTML ที่เว็บส่งมา เราไม่ได้สร้างบัญชีหรือโพสต์ลิงก์ใดๆ แหล่งที่บล็อกบอท ต้องล็อกอิน หรือสร้างลิงก์ด้วย JavaScript นับเป็น “ตรวจไม่ได้”
| ผลที่เจอ | จำนวนแหล่ง | ประเภทแหล่ง |
|---|---|---|
| nofollow | 4 | เว็บบอร์ดไทยรายใหญ่ · วิกิ · โปรไฟล์นักพัฒนา · โปรไฟล์ส่วนตัว |
| ugc + nofollow | 1 | คอมเมนต์ใต้บทความบล็อก |
| ผ่าน redirect ของแพลตฟอร์ม | 1 | หน้าบริษัทบนโซเชียลสายงาน |
| ไม่มี rel | 6 | แพลตฟอร์มบล็อกไทย · บล็อกที่เปิดเองบนแพลตฟอร์มฟรี 3 แห่ง · ไดเรกทอรีธุรกิจ · ไดเรกทอรีบริษัทของเว็บหางาน |
| sponsored | 0 | – |
| ตรวจไม่ได้ | 13 | บล็อกบอท ต้องล็อกอิน สร้างลิงก์ด้วย JavaScript หรือไม่พบลิงก์ผู้ใช้ในหน้าที่สุ่ม (เช่น โซเชียล Q&A รีวิว วิดีโอ และเว็บบอร์ดบางแห่ง) |

ข้อสังเกตสำคัญคือ 6 แหล่งที่ไม่มี rel ทั้งหมดเป็นที่ที่เราเป็นคนใส่ลิงก์ให้ตัวเอง เช่น บล็อกที่เปิดเอง หรือโปรไฟล์ธุรกิจในไดเรกทอรี ลิงก์แบบนี้ไม่ใช่ editorial link และนโยบายสแปมของ Google ยกตัวอย่าง “ลิงก์จากไดเรกทอรีหรือ bookmark คุณภาพต่ำ” และ “เนื้อหาคุณภาพต่ำที่ทำขึ้นเพื่อปั่นลิงก์” เป็น link spam การเปิดบล็อกฟรีหลายสิบแห่งเพื่อลิงก์หาตัวเองจึงเสี่ยงมากกว่าช่วย
แหล่งฟรีที่ยังควรทำ คือโปรไฟล์ที่ใช้ยืนยันตัวตนของธุรกิจ เช่น Google Business Profile โปรไฟล์บริษัทในโซเชียลสายงาน และไดเรกทอรีที่ลูกค้าใช้หาธุรกิจจริง ทำเพราะลูกค้าและ AI ใช้ตรวจว่าเรามีอยู่จริง ไม่ใช่เพราะหวังลิงก์ AI SEO For Dummies บทที่ 16–17 แนะนำให้ข้อมูลหลักของแบรนด์ตรงกันทุกที่ และตรวจโปรไฟล์อย่าง Google Business Profile และโซเชียลให้ครบ
| ทำได้ (ฟรี) | เลี่ยง |
|---|---|
| โปรไฟล์ธุรกิจที่ลูกค้าใช้จริง ข้อมูลตรงกันทุกที่ | ส่งเว็บเข้าไดเรกทอรีทั่วไปจำนวนมาก |
| ตอบคำถามในเว็บบอร์ดด้วยเนื้อหาที่ช่วยได้ ใส่ลิงก์เมื่อจำเป็น | โพสต์หรือคอมเมนต์เพื่อฝากลิงก์ ใส่ anchor คีย์เวิร์ด |
| เขียนบทความลงแพลตฟอร์มอื่นที่มีผู้อ่านจริง แล้วลิงก์กลับแหล่งต้นทาง | เปิดบล็อกฟรีหลายแห่งเพื่อลิงก์หาตัวเอง |
Backlink กับ AI Search: ลิงก์หรือการถูกพูดถึงสำคัญกว่า
Backlink กับ AI Search เกี่ยวกันทางอ้อม ลิงก์ช่วยให้หน้าติดอันดับใน Google และหน้าที่ติดอันดับมีโอกาสถูก AI อ้างมากขึ้น แต่ด่านที่ AI เลือกว่าจะเอ่ยชื่อแบรนด์ไหน สัมพันธ์กับการถูกพูดถึงมากกว่าลิงก์ คนที่ทำ backlink เพื่อหวังให้ AI แนะนำแบรนด์ จึงควรเข้าใจว่าลิงก์ช่วยแค่ด่านแรก
ข้อมูลของ Ahrefs (26 พ.ค. 2025, 75,000 แบรนด์) พบว่าการถูกพูดถึงชื่อแบรนด์บนเว็บสัมพันธ์กับการโผล่ใน AI Overviews ที่ 0.664 ชัดกว่าจำนวน backlink มาก (0.218) ตัวเลขนี้เป็นค่าสหสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าอะไรเป็นสาเหตุ อ่านเรื่องการถูกพูดถึงต่อที่ Brand Mention คืออะไร

วิธีวัดว่าแบรนด์อยู่ในคำตอบ AI แค่ไหนอยู่ที่ AI Visibility คืออะไร และ วิธีเลือกและติดตาม prompt ส่วนภาพรวมงานทำให้ AI แนะนำแบรนด์อยู่ที่ AI SEO คืออะไร
ความเห็นของผม (ไอซ์): ผมคิดว่าคนทำเว็บจำเป็นต้องรู้ว่ามีเทคนิคอย่าง PBN อยู่ด้วย ส่วน backlink ตอนนี้ในยุค AI อาจไม่จำเป็นต้องได้ dofollow เท่านั้น เพราะ AI บางตัวดึงเว็บต่างๆ มาแสดง ดังนั้นกลยุทธ์ AI Search ช่วงนี้คือการทำ backlink หรือการทำ PR ด้วย
เช็ก backlink ของเว็บตัวเองยังไง
เช็ก backlink ของเว็บตัวเองได้ฟรีจากรายงาน Links ใน Google Search Console ซึ่งเป็นข้อมูลจาก Google เอง เจ้าของเว็บทุกคนควรเปิดดูอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อรู้ว่าใครลิงก์มา ลิงก์มาหน้าไหน และมีลิงก์แปลกๆ โผล่ไหม ข้อจำกัดคือรายงานนี้แสดงแค่ตัวอย่างของลิงก์ ตารางสูงสุด 1,000 แถว และไม่บอกว่าลิงก์ไหนเป็น nofollow
- เปิด Search Console › Links ดู “Top linking sites” (เว็บที่ลิงก์มามากสุด) “Top linked pages” (หน้าที่ถูกลิงก์มากสุด) และ “Top linking text” (คำบนลิงก์)
- เทียบกับเครื่องมือภายนอก เช่น Ahrefs หรือ Semrush ซึ่งบอก rel และวันที่เจอลิงก์ได้ แต่ข้อมูลอาจช้ากว่าหรือต่างจาก Google
- ดูว่ามีลิงก์จากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องจำนวนมาก หรือ anchor เป็นคำพนันและคำแปลกๆ ไหม
- เปิด view-source ของหน้าเว็บเราเอง ค้นคำอย่าง “casino” หรือ “slot” เพื่อดูว่ามีลิงก์แปลกปลอมถูกฝังในเว็บเราไหม ตอนทำ research เราเจอบทความไทยบางหน้าที่ติดอันดับดีแต่มีบล็อกโปรโมตพนันแปลกปลอมอยู่ในหน้า ซึ่งน่าจะถูกเจาะเว็บ
Disavow ใช้เมื่อไหร่: แทบไม่ต้องใช้ Google บอกว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ disavow เพราะระบบตัดสินเองได้ว่าลิงก์ไหนไม่ควรนับ ใช้เฉพาะเมื่อมีลิงก์สแปมหรือลิงก์ที่จ่ายเงินจำนวนมากชี้มา และลิงก์เหล่านั้นทำให้เกิดหรือน่าจะทำให้เกิด manual action ก่อน disavow ควรพยายามขอให้เว็บต้นทางลบลิงก์ก่อน The Art of SEO บทที่ 10 จัดให้การตรวจ backlink เป็นขั้นหนึ่งของการ audit เว็บ
รายชื่อเครื่องมือเช็ก backlink ทั้งฟรีและเสียเงินอยู่ใน SEO Tools ฟรีและเสียเงิน และวิธีตั้งค่า Search Console ตั้งแต่ต้นอยู่ใน คู่มือ Google Search Console
ถ้าอยากเรียนงาน SEO ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ลิงก์ ดูเส้นทางเรียนที่ เรียน SEO กับ The Missing Piece หรือเทียบตัวเลือกคอร์สในไทยที่ เรียน SEO ที่ไหนดี
อยากวางแผน SEO & AI Search ให้เว็บของคุณเองโดยมี AI Agent ช่วย: คอร์สเรียน SEO & AI Search แบบ Agentic สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
Backlink กับ internal link ต่างกันยังไง
Backlink คือลิงก์จากเว็บอื่นมาหาเรา ส่วน internal link คือลิงก์ระหว่างหน้าในเว็บเดียวกัน internal link คุมได้เองทั้งหมด จึงควรทำให้ดีก่อน ส่วน backlink ต้องได้มาจากคนอื่น
ต้องมี backlink กี่ลิงก์ถึงจะติดหน้าแรก
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับคำค้นและคู่แข่ง พนักงาน Google เคยพูดบนเวทีปี 2023 ว่าหน้าที่เนื้อหาดีมากติดอันดับได้แม้ไม่มีลิงก์ (เป็นคำพูด ไม่ใช่นโยบาย) วิธีที่ดีกว่าคือดูหน้าที่ติดอันดับอยู่ว่ามีกี่โดเมนลิงก์มา แล้วเทียบคุณภาพเนื้อหาของเรากับเขา
ซื้อ backlink ได้ไหม
ซื้อเพื่ออันดับไม่ได้ เพราะนโยบายสแปมของ Google ถือว่าเป็น link spam และตั้งแต่ ธ.ค. 2022 ระบบ SpamBrain ทำให้ลิงก์ที่ซื้อไม่มีผล ซื้อลิงก์โฆษณาได้ถ้าใส่ rel=”sponsored” หรือ nofollow แต่ลิงก์นั้นจะไม่ช่วยอันดับ
ลิงก์ nofollow ยังมีประโยชน์ไหม
มี ตั้งแต่ ก.ย. 2019 Google ถือ nofollow เป็นคำใบ้ ไม่ใช่คำสั่งห้ามนับ และลิงก์ nofollow จากที่ที่มีคนอ่านยังพาคนเข้าเว็บและทำให้แบรนด์ถูกเห็น แต่ไม่ควรหวังผลอันดับจากลิงก์แบบนี้
มีลิงก์สแปมชี้มาที่เว็บ ต้อง disavow ไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง Google บอกว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ disavow เพราะระบบเมินลิงก์สแปมเองได้ ใช้เมื่อมีลิงก์สแปมจำนวนมากที่ทำให้เกิดหรือน่าจะทำให้เกิด manual action เท่านั้น
PBN คืออะไร
PBN (Private Blog Network) คือเครือข่ายเว็บที่สร้างหรือซื้อไว้เพื่อลิงก์ไปดันอันดับเว็บหลัก Google ไม่ได้ใช้คำว่า PBN ในนโยบาย แต่วิธีนี้เข้าข่าย link spam และถ้าใช้โดเมนหมดอายุ ก็เข้าข่าย expired domain abuse ด้วย
บทเรียนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ สอน SEO ฟรี 7 โมดูล ของ The Missing Piece เรียนต่อโมดูลถัดไปได้ที่นั่น
แหล่งอ้างอิง
- Google Search Central, Spam policies for Google web search (ปรับปรุง 28 ส.ค. 2026) · Qualify your outbound links to Google (ปรับปรุง 10 ธ.ค. 2025) · SEO Starter Guide · Ranking systems guide
- Google Search Central Blog, Evolving “nofollow” (10 ก.ย. 2019) · A reminder on qualifying links and our link spam update (26 ก.ค. 2021) · December 2022 link spam update (14 ธ.ค. 2022) · What web creators should know about our March 2024 core update and new spam policies (5 มี.ค. 2024) · Updating our site reputation abuse policy (19 พ.ย. 2024) · Update to the Site Reputation Policy (28 ส.ค. 2026)
- Google, Search Quality Rater Guidelines (หลักฐานชื่อเสียงจากแหล่งภายนอก)
- Google Search Console Help, Links report · Disavow links to your site (ตรวจ 14 ต.ค. 2026) · Manual actions report (ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
- Search Engine Land, Links are not a top 3 ranking factor: Gary Illyes (ก.ย. 2023) · Search Engine Journal, Google: We need very few links to rank pages (22 เม.ย. 2024) — คำพูดบนเวทีของพนักงาน Google ไม่ใช่นโยบาย
- Ahrefs, AI Overview brand correlation (26 พ.ค. 2025) · Links matter less, but still matter (30 ม.ค. 2025) · AI Overview citations and the top 10 (2 มี.ค. 2026)
- Seer Interactive, What drives brand mentions in AI answers (7 ม.ค. 2025)
- ข้อมูลของ The Missing Piece: ตรวจ rel ของแหล่ง “backlink ฟรี” 25 แหล่ง (อ่านได้ 12 แหล่ง, 1 หน้าต่อแหล่ง, 14 ต.ค. 2026) · คำตอบ AI Overviews ภาษาไทยของ “backlink คือ” และ “ซื้อ backlink” (สังเกต 1 ครั้ง, 14 ต.ค. 2026) · Ahrefs Site Explorer ของ themissingpiece.co.th (14 ต.ค. 2026)
- Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 7 (ดูว่า AI ใช้แหล่งไหนเป็นหลักฐาน แล้วไปอยู่ตรงนั้น), 16 (ข้อมูลแบรนด์และประวัติผู้เขียนตรงกันทุกที่), 17 (ตรวจโปรไฟล์ที่กำหนดตัวตนของแบรนด์ให้ครบ), 20 (เจาะหน้าที่คนใช้ตัดสินใจ เช่น หน้ารวมเครื่องมือและไดเรกทอรีเฉพาะวงการ), 23 (ทำของที่ควรค่าแก่การอ้าง)
- Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 7 (ค่า rel ของลิงก์), 9 (link scheme และ manual action), 10 (ตรวจ backlink ในการ audit), 11 (โปรโมตเหมือนไม่มี Google · link magnet · ทวงลิงก์ที่ควรได้), 14 (อ่านคำพูดพนักงาน Google อย่างระวัง)
อัปเดต 15 ต.ค. 2026: เพิ่มหัวข้อ PBN และโดเมนเก่าตามนโยบายสแปมของ Google และความเห็นของผู้เขียนเรื่อง backlink กับ PR ในยุค AI · ตรวจข้อมูลล่าสุด: 14 ต.ค. 2026 · ผลตรวจ rel และบันทึกลิงก์แรกของ The Missing Piece เราจะอัปเดตทุกเดือน