The Missing Piece
ตรวจเว็บฟรี

Link Building คืออะไร วิธีสร้าง backlink และหา backlink ที่ยังได้ผลในปี 2026 โดยไม่ผิดกติกา Google

Link building คือการทำให้เว็บอื่นลิงก์มาหาหน้าของเรา บทความนี้รวมวิธีสร้าง backlink 12 แบบเทียบความเสี่ยงตามนโยบายสแปมของ Google (อัปเดต 28 ส.ค. 2026) กฎ guest post ขั้นตอนหา backlink พร้อมแม่แบบข้อความภาษาไทยและตารางติดตาม วิธีวัดผล และข้อมูลเบื้องต้นว่าหน้าไทยที่ติดหน้า 1 ใน 8 คำค้นสาย SEO และการตลาด ราวครึ่งหนึ่งมีเว็บลิงก์มาไม่เกิน 5 เว็บ

ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2026 ·

อัปเดตล่าสุด 3 พ.ย. 2026

ปกบทความ Link Building คืออะไร วิธีสร้าง backlink ที่ยังได้ผล ข้อมูลไทย 2026
Link Building คืออะไร สร้าง backlink ที่ยังได้ผล 2026

สรุปสั้น (TL;DR)

Link building คือการทำให้เว็บอื่นลิงก์มาหาหน้าของเรา ลิงก์ที่ได้มาเรียกว่า backlink ปี 2026 วิธีสร้าง backlink ที่ยังได้ผลและไม่ผิดกติกาคือมีของที่คนอยากอ้าง แล้วติดต่อคนที่เกี่ยวข้องจริงให้เขาตัดสินใจลิงก์เอง ส่วนการจ่ายเงินหรือแลกของเพื่อลิงก์ การแลกลิงก์จำนวนมาก และการเปิดบล็อกฟรีเพื่อแปะลิงก์ Google นับเป็น link spam

  • กติกา: นโยบายสแปมของ Google (อัปเดต 28 ส.ค. 2026) นับลิงก์ที่จ่ายเงินแล้วส่งเครดิต และ anchor (ข้อความที่เป็นลิงก์) ที่ปั้นคีย์เวิร์ดใน guest post เป็น link spam ลิงก์ที่จ่ายเงินทำได้ถ้าติด rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow” และในเอกสาร Google ไม่มีค่า “dofollow”
  • ข้อมูลของเรา (ผลเบื้องต้น 15 ต.ค. 2026): หน้าภาษาไทยที่ติดหน้า 1 Google ใน 8 คำค้นสาย SEO และการตลาด 55.9% (19 จาก 34 หน้า, 95% CI 39.5–71.1%) มีเว็บอื่นลิงก์มาที่หน้านั้นไม่เกิน 5 เว็บ ตามดัชนีของ Ahrefs
  • เริ่มจากความเสี่ยงต่ำ: ทวงลิงก์จากที่ที่พูดถึงเราอยู่แล้ว เสนอหน้าแทนลิงก์เสีย ไปอยู่ในหน้าที่คนใช้ตัดสินใจ และใช้ความสัมพันธ์จริงกับพาร์ทเนอร์ แล้ววัดผลด้วยรายงาน Links ใน Search Console และจำนวนเว็บที่ลิงก์มา

Link Building คืออะไร ต่างจาก backlink และ internal link ยังไง

Link building (การสร้างลิงก์) คือการทำให้เว็บอื่นลิงก์มาหาหน้าของเรา ลิงก์ที่ได้มาเรียกว่า backlink (ลิงก์ย้อนกลับ) งานนี้เหมาะกับเจ้าของเว็บ นักการตลาด และคนทำ SEO ที่มีหน้าดีอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีใครรู้จักหรืออ้างถึง ความหมายของ backlink และวิธีดูว่าลิงก์ไหนมีคุณภาพ อยู่ใน Backlink คืออะไร

ลิงก์สำคัญเพราะเป็นทางที่ Google ใช้หาหน้าใหม่ เอกสาร SEO Starter Guide ของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) เขียนว่า Google หาหน้าส่วนใหญ่ผ่านลิงก์จากหน้าที่เคย crawl (ไล่เก็บ) แล้ว ซึ่งหลายครั้งเป็นลิงก์จากเว็บอื่น และลิงก์แบบนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป หน้าที่ของ link building จึงไม่ใช่การผลิตลิงก์ แต่เป็นการช่วยให้คนที่ควรรู้จักหน้าของเราเจอเร็วขึ้น

สามคำนี้มักถูกใช้ปนกัน แม้แต่ในบทความภาษาไทยที่ติดหน้าแรกบางหน้า ตารางนี้แยกให้ชัด

คำคืออะไรใครเป็นคนใส่ลิงก์
Link buildingงานหรือกระบวนการทำให้เว็บอื่นลิงก์มาหาเราเราทำงาน แต่เจ้าของเว็บอื่นเป็นคนตัดสินใจใส่ลิงก์
Backlinkผลลัพธ์ คือลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้มาหาหน้าของเราเจ้าของเว็บอื่น
Internal linkลิงก์ระหว่างหน้าในเว็บเดียวกัน ไม่ใช่ link buildingเราเอง คุมได้ทั้งหมด (ดู Internal Link คืออะไร)
Link building, backlink และ internal link ต่างกันที่ว่าใครเป็นคนใส่ลิงก์ link building คือการทำงานให้เว็บอื่นอยากลิงก์มา ส่วน internal link เราใส่เองได้ทันที

Link building เป็นงานหนึ่งของ Off-Page SEO (งาน SEO ที่เกิดนอกเว็บของเรา) ซึ่งยังรวมการถูกพูดถึงชื่อแบรนด์ รีวิว และ PR บทความนี้เน้นเฉพาะส่วนที่เป็นลิงก์ ตั้งแต่เทคนิค กติกา ขั้นตอน ไปจนถึงการวัดผล

แผนภาพ link building สามช่อง ช่องแรกหน้าของเราที่มีข้อมูลให้อ้าง ลูกศรไปช่องกลางคือการติดต่อหรือการถูกค้นพบ ลูกศรไปช่องขวาคือเว็บอื่นที่ใส่ลิงก์กลับมา ลิงก์นั้นคือ backlink ด้านล่างมีกล่องแยกเส้นประ internal link ลิงก์ภายในเว็บเดียวกันที่เราใส่เอง
Link building คือกระบวนการ backlink คือผลลัพธ์ ส่วน internal link อยู่ในเว็บของเราเองจึงไม่นับเป็น link building (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, SEO Starter Guide อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)

ปี 2026 ยังต้องทำ link building ไหม

Link building ยังจำเป็นในปี 2026 แต่หน้าหนึ่งอาจต้องการลิงก์น้อยกว่าที่หลายคนคิด และลิงก์ต้องมาจากที่ที่เกี่ยวข้องจริง งานนี้คุ้มที่สุดกับเว็บที่เนื้อหาดีแล้วแต่ยังไม่มีใครลิงก์มา ส่วนเว็บที่เนื้อหายังบาง ควรแก้เนื้อหาก่อน หลักฐานมีสามชั้น คือเอกสาร Google งานวิจัยของเครื่องมือ SEO และข้อมูลไทยที่เราเก็บเอง

งานวิจัยของ Ahrefs (30 ม.ค. 2025 แก้ล่าสุด 12 ส.ค. 2026) พบว่าจำนวนเว็บที่ลิงก์มา (referring domains) สัมพันธ์กับอันดับ Google ที่ 0.255 และสรุปว่าลิงก์สำคัญน้อยลง แต่ยังสำคัญ ตัวเลขนี้เป็นค่าสหสัมพันธ์จากข้อมูลตลาดอเมริกา ไม่ได้พิสูจน์ว่าลิงก์เป็นสาเหตุของอันดับ

Google เองก็เตือนอีกด้าน SEO Starter Guide (10 ธ.ค. 2025) บอกว่าการโปรโมตเว็บมากเกินไปอาจทำร้ายเว็บได้ เพราะคนอ่านเบื่อ และ search engine อาจมองบางวิธีว่าเป็นการปั่นผลค้นหา The Art of SEO บทที่ 11 วางหลักไว้ว่าให้โปรโมตเหมือนไม่มี Google ในทางปฏิบัติคือทำให้คนที่เกี่ยวข้องรู้จักงานของเรา ไม่ใช่ทำลิงก์เพื่อเครื่องมือค้นหา

ข้อมูลไทย (ผลเบื้องต้น): หน้าที่ติดหน้า 1 มีเว็บลิงก์มากี่เว็บ

หน้าภาษาไทยที่ติดหน้า 1 Google ในคำค้นสาย SEO และการตลาด ราวครึ่งหนึ่งมีเว็บอื่นลิงก์มาที่หน้านั้นไม่เกิน 5 เว็บ ข้อมูลนี้มาจากการเก็บของ The Missing Piece วันที่ 15 ต.ค. 2026 เราดึงผลอันดับ 1–10 แบบ organic ของ Google ประเทศไทยจาก Ahrefs ใน 8 คำค้น (link building · seo คือ · backlink คือ · การตลาดออนไลน์ · digital marketing คือ · off page seo · keyword research · content marketing คือ) แล้วอ่านค่า referring domains ระดับหน้า คือจำนวนเว็บที่ลิงก์มาที่หน้านั้น ได้ข้อมูล 51 หน้า เป็นหน้าภาษาไทย 34 หน้า

กลุ่มnมัธยฐาน (เว็บที่ลิงก์มา)ไม่เกิน 5 เว็บ (95% CI)100 เว็บขึ้นไป (95% CI)
หน้าภาษาไทยทั้งหมด343.555.9% (39.5–71.1%)41.2% (26.4–57.8%)
หน้าไทย อันดับ 1–39455.6% (26.7–81.1%)33.3% (12.1–64.6%)
หน้าไทย อันดับ 4–1025356.0% (37.1–73.3%)44.0% (26.7–62.9%)
ทุกหน้า (ไทย + อังกฤษ)512745.1% (32.3–58.6%)49.0% (35.9–62.3%)
ทุกหน้า อันดับ 1–31239641.7% (19.3–68.0%)50.0% (25.4–74.6%)
ทุกหน้า อันดับ 4–10392746.2% (31.6–61.4%)48.7% (33.9–63.8%)
จำนวนเว็บที่ลิงก์มาที่หน้าซึ่งติดอันดับ 1–10 ของ Google ประเทศไทย ใน 8 คำค้นสาย SEO และการตลาด ผลเบื้องต้น n = 51 หน้า (ภาษาไทย 34 หน้า) ช่วงความเชื่อมั่นของสัดส่วนใช้วิธี Wilson 95% (ที่มา: ข้อมูลของ The Missing Piece 15 ต.ค. 2026 จากดัชนี Ahrefs)
กราฟแท่งจำนวนหน้าภาษาไทยที่ติดหน้า 1 จำนวน 34 หน้า แยกตามจำนวนเว็บที่ลิงก์มา 0 เว็บ 6 หน้า 1 ถึง 5 เว็บ 13 หน้า 6 ถึง 99 เว็บ 1 หน้า 100 ถึง 999 เว็บ 4 หน้า และ 1,000 เว็บขึ้นไป 10 หน้า แท่งแบ่งเป็นสองกลุ่มชัด กลุ่มลิงก์น้อยกับกลุ่มลิงก์เป็นพัน
หน้าไทยที่ติดหน้า 1 แบ่งเป็นสองกลุ่ม 20 หน้ามีเว็บลิงก์มา 0–6 เว็บ อีก 14 หน้ามี 100 เว็บขึ้นไป ช่วงกลางแทบไม่มี (ผลเบื้องต้น ที่มา: ข้อมูลของ The Missing Piece 15 ต.ค. 2026 · n = 34 หน้าภาษาไทย · ดัชนี Ahrefs)

อ่านผลได้สามข้อ ข้อแรก หน้าไทยหน้าเดียวไม่จำเป็นต้องมีลิงก์เป็นร้อยก็ติดหน้า 1 ได้ในคำกลุ่มนี้ มัธยฐานของหน้าไทยอยู่ที่ 3.5 เว็บ ข้อสอง ตัวเลขแยกเป็นสองกลุ่มชัด 20 หน้ามี 0–6 เว็บ อีก 14 หน้ามี 100 เว็บขึ้นไป ส่วนใหญ่ระหว่าง 786–2,098 เว็บ บล็อกไทยหลายหน้าในกลุ่มหลังมีตัวเลขใกล้กันผิดปกติ เราตั้งสมมติฐานว่าเป็นลิงก์ทั้งเว็บ (ลิงก์ที่อยู่ทุกหน้าของเว็บอื่น) หรือลิงก์สแปมที่เจ้าของไม่ได้ตั้งใจ มากกว่าลิงก์จากบทความที่ได้มาจริง แต่เรายังไม่ได้เปิดตรวจทีละลิงก์

ข้อสาม ข้อมูลชุดนี้บอกไม่ได้ว่าอันดับ 1–3 มีลิงก์มากกว่าอันดับ 4–10 ช่วงความเชื่อมั่นของสองกลุ่มซ้อนกันเกือบทั้งหมด และกลุ่มอันดับ 1–3 มีแค่ 12 หน้า จึงห้ามสรุปทั้ง “ลิงก์ไม่มีผล” และ “ลิงก์มากกว่า อันดับดีกว่า” บทเรียนที่ใช้ได้จริงคือ เวลาดูจำนวนลิงก์ของคู่แข่ง ต้องเปิดดูว่าลิงก์มาจากไหน ตัวเลขดิบหลอกตาได้

แผนภาพจุดพร้อมเส้นช่วงความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ของสัดส่วนหน้าที่มีเว็บลิงก์มาไม่เกิน 5 เว็บ หกกลุ่ม หน้าไทยทั้งหมด 55.9 หน้าไทยอันดับ 1 ถึง 3 55.6 หน้าไทยอันดับ 4 ถึง 10 56.0 ทุกหน้า 45.1 ทุกหน้าอันดับ 1 ถึง 3 41.7 ทุกหน้าอันดับ 4 ถึง 10 46.2 เส้นช่วงของทุกกลุ่มซ้อนกัน
เส้นช่วงความเชื่อมั่นของอันดับ 1–3 กับ 4–10 ซ้อนกันเกือบทั้งหมด ข้อมูลชุดนี้จึงแยกไม่ได้ว่าอันดับต้นมีลิงก์มากกว่า (ผลเบื้องต้น ที่มา: ข้อมูลของ The Missing Piece 15 ต.ค. 2026 · n = 51 หน้า ภาษาไทย 34 หน้า · Wilson 95% CI)

ข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้:

  • เป็นผลเบื้องต้นจาก 8 คำค้นในหมวดเดียว (SEO และการตลาด) ไม่ใช่ตัวแทนทุกอุตสาหกรรม และไม่ใช่เทรนด์ของตลาด n เล็ก ช่วงความเชื่อมั่นจึงกว้าง
  • จำนวนเว็บที่ลิงก์มาเป็นตัวเลขตามดัชนีของ Ahrefs ไม่ใช่ตัวเลขที่ Google ใช้ และนับทุกลิงก์ รวม nofollow และสแปม
  • ผลอันดับเป็น snapshot ล่าสุดที่ Ahrefs เก็บ (คำ link building เก็บ 10 ต.ค. 2026) ซึ่งอาจต่างจาก Google ณ วันที่คุณค้น ช่องที่เป็น AI Overview, คำถามที่เกี่ยวข้อง หรือวิดีโอไม่นับ จึงมีหน้าในกลุ่มอันดับ 1–3 น้อย
  • เป็นข้อมูลเชิงบรรยาย ไม่ได้บอกว่าอะไรเป็นสาเหตุของอันดับ และเราไม่เปิดเผยชื่อเว็บ

Google ให้ทำ link building ได้แค่ไหน: เส้นแบ่งตามนโยบายสแปม

นโยบายสแปมของ Google ไม่ได้ห้ามการขอลิงก์ แต่ห้ามการสร้างลิงก์ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อปั่นอันดับ เอกสาร Spam policies for Google web search (last updated 2026-08-28) นิยาม link spam ว่าคือการสร้างลิงก์ “primarily for the purpose of manipulating search rankings” คนที่ทำ link building ทุกคนควรรู้รายการนี้ เพราะหลายวิธีที่ยังสอนกันในไทยตรงกับตัวอย่างในเอกสารพอดี

ตัวอย่าง link spam ในเอกสาร สรุปเป็นภาษาไทย (วงเล็บคือคำในเอกสารต้นฉบับ):

  • ซื้อหรือขายลิงก์เพื่ออันดับ รวมถึงจ่ายเงินแลกลิงก์ แลกสินค้าหรือบริการกับลิงก์ และส่งสินค้าให้รีวิวโดยมีเงื่อนไขให้ใส่ลิงก์
  • แลกลิงก์มากเกินไป (“Link to me and I’ll link to you”) หรือทำหน้าพาร์ทเนอร์ไว้ลิงก์ไขว้กันอย่างเดียว
  • ใช้โปรแกรมหรือบริการสร้างลิงก์อัตโนมัติ
  • บังคับให้ใส่ลิงก์ในสัญญาหรือข้อตกลง โดยไม่ให้เจ้าของเนื้อหาเลือกติดป้ายลิงก์
  • โฆษณาแบบข้อความที่ส่งเครดิตอันดับ
  • บทความโฆษณาที่ได้เงินแล้วลิงก์ส่งเครดิต หรือ “links with optimized anchor text in articles, guest posts, or press releases” คือ anchor ที่ปั้นคีย์เวิร์ดในบทความ guest post หรือข่าวประชาสัมพันธ์ที่กระจายไปลงเว็บอื่น
  • ลิงก์จากไดเรกทอรีหรือเว็บ bookmark คุณภาพต่ำ
  • ลิงก์ที่ฝังใน widget แล้วกระจายไปหลายเว็บ และลิงก์ใน footer หรือ template ที่กระจายไปหลายเว็บ
  • คอมเมนต์ในฟอรัมที่ใส่ลิงก์ปั้นคีย์เวิร์ด ในโพสต์หรือลายเซ็น
  • สร้างเนื้อหาคุณภาพต่ำเพื่อปั่นลิงก์ (“Creating low-value content primarily for the purposes of manipulating linking and ranking signals”)

เอกสารเดียวกันยอมรับว่าการซื้อขายลิงก์เพื่อโฆษณาและสปอนเซอร์เป็นเรื่องปกติของเว็บ และไม่ผิดนโยบาย ถ้าลิงก์นั้นติด rel=”nofollow” หรือ rel=”sponsored” เส้นแบ่งจึงไม่ได้อยู่ที่ “มีเงินเกี่ยวไหม” แต่อยู่ที่ “ลิงก์ที่มีเงินหรือการแลกเปลี่ยนเกี่ยว ได้บอก Google หรือยัง”

การ์ดสองคอลัมน์ คอลัมน์ซ้ายหัวข้อทำได้ มีเจ้าของเว็บเลือกลิงก์เอง ทวงลิงก์จากที่ที่พูดถึงเรา ลิงก์โฆษณาที่ติด sponsored หรือ nofollow คอลัมน์ขวาหัวข้อ link spam ตามนโยบาย Google มีจ่ายเงินหรือแลกของเพื่อลิงก์ แลกลิงก์มากเกินไป โปรแกรมสร้างลิงก์อัตโนมัติ anchor ปั้นคีย์เวิร์ดใน guest post ไดเรกทอรีคุณภาพต่ำ และเนื้อหาคุณภาพต่ำเพื่อปั่นลิงก์
เส้นแบ่งของ Google อยู่ที่เจตนาและการบอกความจริง ลิงก์ที่เจ้าของเว็บเลือกเองทำได้ ลิงก์ที่จ่ายเงินทำได้ถ้าติดป้าย ส่วนลิงก์ที่สร้างเพื่อปั่นอันดับคือ link spam (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Spam policies for Google web search last updated 2026-08-28)

ติดป้ายลิงก์ให้ถูก: sponsored, ugc, nofollow และไม่มี “dofollow”

เอกสาร Qualify your outbound links to Google (last updated 2025-12-10) ให้ค่า rel สามแบบสำหรับบอกความสัมพันธ์ของลิงก์ ลิงก์ปกติที่เราอยากให้ Google ตามไม่ต้องใส่ rel อะไรเลย

  • rel=”sponsored” ลิงก์โฆษณาหรือพื้นที่ที่จ่ายเงิน (paid links) Google บอกว่าเดิมแนะนำ nofollow และยังใช้ได้ แต่ sponsored เป็นค่าที่ Google ชอบมากกว่า
  • rel=”ugc” ลิงก์ที่ผู้ใช้สร้าง เช่น คอมเมนต์และโพสต์ในฟอรัม
  • rel=”nofollow” ใช้เมื่อค่าอื่นไม่ตรง และเราไม่อยากให้ Google เชื่อมเว็บเรากับหน้าปลายทาง

ใส่หลายค่าพร้อมกันได้ โดยคั่นด้วยเว้นวรรคหรือจุลภาค ส่วนคำว่า “dofollow” ไม่มีอยู่ในเอกสาร Google คำนี้เป็นคำเรียกในวงการสำหรับลิงก์ที่ไม่มี rel การเขียน rel=”dofollow” ในโค้ดจึงไม่มีความหมายอะไร บล็อก Evolving “nofollow” (10 ก.ย. 2019) ยังบอกว่า Google ใช้ค่า rel เหล่านี้เป็น hint (คำใบ้) ไม่ใช่คำสั่งเด็ดขาด ตารางเทียบทุกค่าอยู่ใน dofollow, nofollow, sponsored, ugc ต่างกันยังไง

<!-- ลิงก์ปกติ ไม่ต้องใส่ rel -->
<a href="https://example.com/guide/">คู่มือฉบับเต็ม</a>

<!-- ลิงก์ที่จ่ายเงิน แลกของ หรือสปอนเซอร์ -->
<a href="https://example.com/" rel="sponsored">ร้านตัวอย่าง</a>

<!-- ลิงก์ในคอมเมนต์หรือกระทู้ ใส่หลายค่าได้ -->
<a href="https://example.com/" rel="ugc nofollow">example.com</a>
การ์ดสามช่องค่า rel ของลิงก์ ช่องแรก sponsored สำหรับลิงก์โฆษณาหรือจ่ายเงิน ป้าย Google แนะนำ ช่องสอง ugc สำหรับคอมเมนต์และฟอรัม ช่องสาม nofollow เมื่อค่าอื่นไม่ตรง ด้านล่างมีป้าย dofollow ขีดฆ่า เขียนว่าไม่มีค่านี้ในเอกสาร Google ลิงก์ปกติไม่ต้องใส่ rel
ค่า rel ที่ Google รู้จักมีสามค่า ลิงก์ที่จ่ายเงินใช้ sponsored ส่วน “dofollow” ไม่ใช่ค่าจริง (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Qualify your outbound links to Google last updated 2025-12-10)

ถ้าทำผิดกติกา จะเกิดอะไรขึ้น

ผลที่เกิดบ่อยที่สุดคือเสียเงินและเวลาฟรี Google ประกาศใน December 2022 link spam update (14 ธ.ค. 2022) ว่าระบบ SpamBrain (ระบบ AI ตรวจสแปมของ Google) ตรวจได้ทั้งเว็บที่ซื้อลิงก์และเว็บที่มีไว้ส่งลิงก์ออก และลิงก์สแปมจะถูกทำให้ไม่มีผล ถ้าหนักกว่านั้นอาจโดน manual action (บทลงโทษจากคนของ Google) ซึ่งดูได้ใน Search Console รายละเอียดความเสี่ยงของการซื้อลิงก์ PBN (เครือข่ายเว็บที่สร้างไว้ลิงก์หาเว็บหลัก) และโดเมนเก่าอยู่ใน Backlink แบบไหนเสี่ยง

The Art of SEO บทที่ 9 อธิบาย link scheme (แผนปั่นลิงก์) และ manual action ไว้ละเอียด แต่หนังสือฉบับที่ 4 ออกปี 2023 ก่อนที่ Google จะเพิ่มนโยบายสแปมชุดใหม่เมื่อ มี.ค. 2024 คือ expired domain abuse (ซื้อโดเมนเก่ามาปั่นอันดับ) scaled content abuse (ผลิตหน้าจำนวนมากเพื่อปั่นอันดับ) และ site reputation abuse (อาศัยชื่อเสียงเว็บอื่นลงเนื้อหาของบุคคลที่สาม) ปัจจุบันเรียกว่า site reputation policy คำแนะนำเรื่องลิงก์จากหนังสือเล่มไหนก็ตามที่เขียนก่อนปี 2024 จึงควรอ่านคู่กับนโยบายฉบับปัจจุบัน

วิธีสร้าง backlink 12 แบบ เทียบความเสี่ยง ต้นทุน และเวลา

วิธีสร้าง backlink ที่ปลอดภัยที่สุดคือวิธีที่เจ้าของเว็บปลายทางเป็นคนตัดสินใจลิงก์เอง โดยไม่มีเงินหรือการแลกเปลี่ยนเป็นเงื่อนไข ตารางนี้เหมาะกับคนที่ต้องเลือกว่าจะลงแรงตรงไหนก่อน ระดับความเสี่ยงอิงบรรทัดในนโยบายสแปมของ Google (28 ส.ค. 2026) ส่วนต้นทุนและเวลาเป็นการประเมินของเรา ไม่ใช่ข้อมูลที่วัดมา

#เทคนิคความเสี่ยงต้นทุน / เวลา (ประเมิน)นโยบาย Google ที่เกี่ยว
1ทวงลิงก์ที่ควรได้: ที่ที่พูดถึงชื่อเราแต่ไม่ลิงก์ และลิงก์ที่ชี้ไปหน้าเสียของเราต่ำต่ำ / เร็วไม่มีเงินหรือการแลกเปลี่ยน เจ้าของเว็บเลือกเอง
2ทำข้อมูล งานวิจัย หรือเครื่องมือที่คนอยากอ้างต่ำสูง / ช้าลิงก์ที่ได้มาเองตามธรรมชาติ
3Broken link building: เสนอหน้าแทนลิงก์เสียบนเว็บอื่นต่ำกลาง / กลางไม่มีการจ่าย เจ้าของเว็บเลือกเอง
4ไปอยู่ในหน้าที่คนใช้ตัดสินใจ เช่น หน้ารวมแหล่งความรู้ หน้ารวมเครื่องมือต่ำ (ถ้าไม่จ่ายเงินแลก)กลาง / กลางถ้าจ่ายเงินเพื่อลง ลิงก์ต้องเป็น sponsored
5ความสัมพันธ์จริง: พาร์ทเนอร์ ซัพพลายเออร์ ลูกค้าองค์กร สมาคม หอการค้าต่ำต่ำ / เร็วเลี่ยงหน้าพาร์ทเนอร์ที่มีไว้ลิงก์ไขว้กันอย่างเดียว
6PR งานพูด อีเวนต์ และเป็นแหล่งข้อมูลให้สื่อต่ำกลาง / กลางข่าวประชาสัมพันธ์ที่กระจายพร้อม anchor ปั้นคีย์เวิร์ด = link spam
7Guest post ที่ไม่จ่ายเงิน เขียนให้ผู้อ่านเว็บนั้นกลางกลาง / กลางanchor ปั้นคีย์เวิร์ดใน guest post = link spam · จ่ายหรือแลก = sponsored
8ชุมชน เว็บบอร์ด กลุ่ม ตอบคำถามจริงกลางต่ำ / ต่อเนื่องคอมเมนต์ที่ฝากลิงก์ปั้นคีย์เวิร์ด = link spam · ลิงก์ส่วนใหญ่เป็น ugc หรือ nofollow
9ไดเรกทอรีเฉพาะวงการที่คนใช้หาธุรกิจจริงกลางต่ำ / เร็วไดเรกทอรีหรือ bookmark คุณภาพต่ำ = link spam
10แลกลิงก์กับเว็บอื่นสูง (เมื่อทำเป็นระบบ)ต่ำ / เร็วแลกลิงก์มากเกินไป = link spam
11ซื้อลิงก์ จ้างทำ backlink จ่ายค่าลงบทความโดยไม่ติด sponsoredสูงเสียเงิน / เร็วซื้อขายลิงก์เพื่ออันดับ = link spam
12เปิดบล็อกฟรีหลายแห่งแปะลิงก์ ลิงก์หลายชั้น (tiered) โปรแกรมสร้างลิงก์ PBN และโดเมนเก่าสูงกลาง / เร็วเนื้อหาคุณภาพต่ำเพื่อปั่นลิงก์ · โปรแกรมอัตโนมัติ · expired domain abuse (ดู PBN และโดเมนเก่า)
12 วิธีสร้าง backlink เรียงจากความเสี่ยงต่ำไปสูง ความเสี่ยงอิงตัวอย่าง link spam ในนโยบาย Google ส่วนต้นทุนและเวลาเป็นการประเมินของ The Missing Piece (ที่มา: Google Search Central, Spam policies for Google web search last updated 2026-08-28)
แผนภาพสามแถบเรียงความเสี่ยง แถบความเสี่ยงต่ำมีหกวิธี ทวงลิงก์ ข้อมูลที่คนอยากอ้าง broken link หน้าที่คนใช้ตัดสินใจ ความสัมพันธ์จริง และ PR แถบความเสี่ยงกลางมีสามวิธี guest post ไม่จ่ายเงิน ชุมชน และไดเรกทอรีเฉพาะวงการ แถบความเสี่ยงสูงมีสามวิธี แลกลิงก์ ซื้อลิงก์ และบล็อกฟรี PBN โปรแกรมสร้างลิงก์
เว็บใหม่ควรเริ่มจากแถบความเสี่ยงต่ำ แถบกลางทำได้ถ้าทำตามเงื่อนไข ส่วนแถบสูงตรงกับตัวอย่าง link spam ของ Google (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Spam policies last updated 2026-08-28 · การประเมินของ The Missing Piece)

ถ้ายังไม่มีของที่คนอยากอ้าง เช่น ข้อมูล ตาราง หรือคู่มือที่ดีกว่าหน้าที่มีอยู่ ให้ทำสิ่งนั้นก่อน AI SEO For Dummies บทที่ 23 เรียกของแบบนี้ว่าสิ่งที่ควรค่าแก่การอ้าง เช่น ตาราง คำนิยามสั้น และหน้ารวมข้อเท็จจริง รายการเนื้อหาที่มักได้ลิงก์มาเองอยู่ใน Linkable assets ส่วนงานสื่อและอีเวนต์อยู่ใน PR ทุกสื่อ

ทวงลิงก์ที่ควรได้ (link reclamation)

ทวงลิงก์ที่ควรได้คือการหาที่ที่พูดถึงชื่อแบรนด์ ชื่อคน หรือข้อมูลของเราอยู่แล้วแต่ไม่ได้ลิงก์ แล้วขอให้เพิ่มลิงก์ The Art of SEO บทที่ 11 นับ link reclamation เป็นงานหนึ่งของการได้ลิงก์ และงานนี้มักใช้แรงน้อย เพราะเจ้าของเว็บรู้จักเราอยู่แล้ว หาจุดเหล่านี้ได้ด้วยการค้นชื่อแบรนด์ใน Google และเครื่องมือติดตามการถูกพูดถึง (อ่านต่อใน Brand Mention คืออะไร) อีกแบบคือลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้มา URL เก่าของเราซึ่งเปิดไม่ได้แล้ว แก้ได้เองโดยไม่ต้องติดต่อใคร ด้วยการทำ 301 redirect จาก URL เก่าไปหน้าใหม่ที่ตรงเรื่อง

Broken link building ทำยังไง

Broken link building คือการหาลิงก์เสียบนเว็บอื่นในวงการเดียวกัน แจ้งเจ้าของเว็บ แล้วเสนอหน้าของเราที่ตอบเรื่องเดียวกันเป็นตัวแทน วิธีนี้ได้ผลเพราะเราช่วยแก้ปัญหาให้เขาก่อน ขั้นตอนมีสี่ขั้น

  1. หาหน้าที่รวมลิงก์ในหัวข้อของเรา เช่น หน้ารวมแหล่งความรู้ หน้ารวมเครื่องมือ หรือบทความคู่มือ
  2. ตรวจลิงก์ในหน้านั้นด้วยเครื่องมือ crawl หรือส่วนขยายของเบราว์เซอร์ที่เช็กลิงก์เสีย (ตัวอย่างอยู่ใน SEO Tools) หาลิงก์ที่ตอบ 404 หรือเว็บปิดไปแล้ว
  3. เช็กว่าหน้าของเราตอบเรื่องเดียวกับหน้าที่เสียจริง ถ้าไม่ตรง ข้ามไป
  4. แจ้งลิงก์เสียก่อน แล้วค่อยเสนอหน้าของเราเป็นทางเลือก (แม่แบบข้อความอยู่ใน หัวข้อแม่แบบ)
แผนภาพสี่ขั้น broken link building ขั้นหนึ่งหาหน้ารวมลิงก์ในหัวข้อเดียวกัน ขั้นสองตรวจหาลิงก์ที่ขึ้น 404 ขั้นสามเช็กว่าหน้าของเราตอบเรื่องเดียวกัน ขั้นสี่แจ้งลิงก์เสียแล้วเสนอหน้าแทน ทุกขั้นใช้ example.com
Broken link building มีสี่ขั้น หัวใจอยู่ที่ขั้นสาม หน้าที่เสนอต้องตอบเรื่องเดียวกับหน้าที่เสียจริง ไม่ใช่แค่หัวข้อใกล้เคียง (ภาพจำลอง ใช้ example.com)

หน้าที่คนใช้ตัดสินใจ ไม่ใช่ไดเรกทอรีรับฝากลิงก์

AI SEO For Dummies บทที่ 20 แนะนำให้เจาะหน้าที่คนเปิดดูก่อนตัดสินใจ เช่น หน้ารวมเครื่องมือยอดนิยม ไดเรกทอรีเฉพาะวงการ และหน้ารวมแหล่งความรู้ แล้วทำให้เจ้าของหน้าใส่แบรนด์ของเราได้ง่าย เช่น เตรียมคำอธิบายสั้นและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ไว้พร้อม คำแนะนำเรื่องไดเรกทอรีต้องอ่านคู่กับนโยบายของ Google ที่นับ “Low-quality directory or bookmark site links” เป็น link spam

วิธีแยกง่ายๆ คือถามสามข้อ คนในวงการใช้หน้านี้หาหรือเลือกธุรกิจจริงไหม หน้านี้คัดว่าใครได้ลง หรือรับทุกเว็บที่ส่งมา และถ้าต้องจ่ายเงินเพื่อลง ลิงก์ติด sponsored ไหม ถ้าคำตอบคือคนไม่ได้ใช้ ไม่มีการคัด และจ่ายเพื่อลิงก์ นั่นคือเว็บรับฝากลิงก์ ไม่ใช่หน้าที่คนใช้ตัดสินใจ ผลตรวจ rel ของแหล่ง backlink ฟรียอดนิยมอยู่ใน Backlink ฟรีจากเว็บบอร์ดและไดเรกทอรีได้ผลไหม

การ์ดเปรียบเทียบสองคอลัมน์ คอลัมน์ซ้ายหน้าที่คนใช้ตัดสินใจ มีคนในวงการใช้จริง มีการคัดเลือก ถ้าจ่ายเงินติด sponsored คอลัมน์ขวาเว็บรับฝากลิงก์ ไม่มีคนใช้ รับทุกเว็บ จ่ายเพื่อลิงก์ ด้านล่างเป็นคำถามสามข้อที่ใช้แยก
ไดเรกทอรีเฉพาะวงการที่คนใช้จริงต่างจากเว็บรับฝากลิงก์ ใช้คำถามสามข้อแยกก่อนส่งข้อมูล (ภาพจำลอง ที่มา: Nathan Gotch, AI SEO For Dummies บทที่ 20 · Google Search Central, Spam policies last updated 2026-08-28)

ช่องทางไทยที่มักถูกมองข้าม

ธุรกิจไทยหลายแห่งมีลิงก์รออยู่แล้วจากความสัมพันธ์ที่มีจริง แต่ไม่เคยขอ ช่องทางเหล่านี้ความเสี่ยงต่ำ เพราะลิงก์เกิดจากงานจริง ไม่ได้เกิดจากการแลก

  • สมาคมวิชาชีพและหอการค้า: หน้ารายชื่อสมาชิกมักมีช่องเว็บไซต์ AI SEO For Dummies บทที่ 17 นับโปรไฟล์ในสมาคมเป็นหนึ่งในจุดที่กำหนดตัวตนของแบรนด์ ควรตรวจให้ข้อมูลครบและตรงกัน
  • ซัพพลายเออร์และผู้จัดจำหน่าย: หน้ารายชื่อตัวแทนหรือร้านค้าที่ขายสินค้า
  • มหาวิทยาลัยและผู้จัดงาน: หน้ากิจกรรมหรือหน้าวิทยากรเมื่อไปบรรยายหรือร่วมงาน
  • สื่อไทยที่หาแหล่งข้อมูล: นักข่าวและคนเขียนในวงการที่ต้องการตัวเลขหรือความเห็นผู้เชี่ยวชาญ
  • ลูกค้าองค์กรและพาร์ทเนอร์: หน้ากรณีศึกษาหรือหน้าพาร์ทเนอร์ ถ้ามีงานร่วมกันจริง

ข้อควรระวังคือข้อมูลต้องตรงกันทุกที่ AI SEO For Dummies บทที่ 16 แนะนำให้ชื่อแบรนด์ หมวดธุรกิจ คำอธิบาย และประวัติผู้เขียนเหมือนกันทุกที่ที่ปรากฏ เพราะทั้งคนและ AI ใช้จุดเหล่านี้ตรวจว่าเราเป็นใคร (อ่านต่อใน Entity SEO)

Guest post คืออะไร ทำยังไงไม่ผิดกติกา Google

Guest post คือบทความที่เราเขียนไปลงในเว็บของคนอื่น โดยมีชื่อผู้เขียน และมักมีลิงก์กลับมาที่เว็บเรา วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีความรู้เฉพาะที่ผู้อ่านของเว็บนั้นต้องการจริง นโยบายสแปมของ Google (28 ส.ค. 2026) ไม่ได้ห้าม guest post แต่ระบุว่า anchor ที่ปั้นคีย์เวิร์ดใน guest post และบทความที่ได้เงินแล้วลิงก์ส่งเครดิต เป็น link spam

บทความภาษาไทยที่ติดอันดับเรื่องนี้ส่วนใหญ่แนะนำ guest post เป็นวิธีหลัก แต่ในหน้าภาษาไทย 5 หน้าที่เราเปิดอ่านวันที่ 15 ต.ค. 2026 ไม่มีหน้าไหนพูดถึง rel=”sponsored” เลย ข้อ 1, 2 และ 5 มาจากเอกสาร Google โดยตรง ส่วนข้อ 3–4 เป็นแนวทางของเรา (ข้อ 4 อิง AI SEO For Dummies บทที่ 16)

  1. มีเงินหรือการแลกเปลี่ยน = rel=”sponsored”: ถ้าจ่ายค่าลงบทความ ให้สินค้าหรือบริการ หรือแลกบทความกัน ลิงก์ต้องติด sponsored (หรือ nofollow) ตามเอกสาร Qualify your outbound links และบล็อก A reminder on qualifying links (26 ก.ค. 2021)
  2. Anchor ไม่ปั้นคีย์เวิร์ด: ใช้ชื่อแบรนด์ ชื่อบทความ หรือคำที่บอกว่าปลายทางคืออะไร ตัวอย่างในเอกสาร Google เป็นย่อหน้าที่คำค้นทุกคำถูกทำเป็นลิงก์ ซึ่งคนอ่านไม่ได้ประโยชน์อะไร
  3. เขียนให้ผู้อ่านของเว็บนั้น: หัวข้อตรงกับสิ่งที่ผู้อ่านเขาต้องการ ลิงก์มาหาเราเฉพาะจุดที่ช่วยผู้อ่านจริง ไม่ใช่บทความกลางๆ ที่ส่งไปหลายเว็บ
  4. Bio ผู้เขียนตรงกันทุกที่: ชื่อ ตำแหน่ง และคำอธิบายแบรนด์เหมือนในเว็บเราและโปรไฟล์อื่น AI SEO For Dummies บทที่ 16 นับ bio ในสื่อและบทความรับเชิญเป็นสัญญาณที่ AI ใช้ (อ่านต่อใน E-E-A-T คืออะไร)
  5. เลี่ยงเว็บที่ขายพื้นที่ให้ใครก็ได้: เว็บที่รับบทความจ่ายเงินทุกหัวข้อแล้วลิงก์ส่งเครดิตคือ link spam ส่วนโซนในเว็บใหญ่ที่เปิดให้บุคคลที่สามลงเนื้อหาเพื่ออาศัยอันดับของเว็บนั้น ขัดกับ site reputation policy (เดิมเรียก site reputation abuse) ในนโยบายสแปมฉบับปัจจุบัน Google ปรับรายละเอียดเมื่อ 19 พ.ย. 2024
เช็กลิสต์ guest post ห้าข้อ มีเงินหรือแลกเปลี่ยนให้ใช้ rel sponsored anchor ใช้ชื่อแบรนด์หรือชื่อบทความไม่ปั้นคีย์เวิร์ด เขียนให้ผู้อ่านเว็บนั้น bio ตรงกันทุกที่ และเลี่ยงเว็บที่ขายพื้นที่ให้ใครก็ได้ ด้านขวามีตัวอย่างลิงก์สองแบบ แบบปั้นคีย์เวิร์ดขีดฆ่า และแบบชื่อแบรนด์ติดเครื่องหมายถูก
Guest post ทำได้ถ้าบอกความจริงเรื่องเงินด้วย rel=”sponsored” และไม่ปั้น anchor ข้อ 1, 2 และ 5 มาจากนโยบายสแปมและเอกสารการติดป้ายลิงก์ของ Google ข้อ 3–4 เป็นแนวทางของ The Missing Piece (ภาพจำลอง ที่มา: Google Search Central, Spam policies last updated 2026-08-28 · Qualify your outbound links last updated 2025-12-10)

เรื่องการเลือกคำในลิงก์ (anchor text) มีรายละเอียดมากกว่านี้ เราจะแยกเป็นบทความ Anchor Text คืออะไร ในหมวดเดียวกัน

วิธีหา backlink และติดต่อขอลิงก์ทีละขั้น

วิธีหา backlink ที่ได้ผลคือเริ่มจากหน้าที่เรามีของดีให้อ้าง หาคนที่เขียนหรือดูแลเรื่องนั้นอยู่แล้ว ติดต่อแบบรายคน และจดทุกอย่างไว้ในตาราง กระบวนการนี้เหมาะกับทีมเล็กที่ทำเองได้สัปดาห์ละไม่กี่ชั่วโมง The Art of SEO บทที่ 11 แนะนำให้จัดเป้าหมายเป็นลำดับชั้น แล้วส่งข้อเสนอ (pitch) และติดตามผล

  1. เลือกหน้าและเหตุผลที่คนจะลิงก์: หน้าไหนต้องการลิงก์ และมีอะไรที่คนอยากอ้าง เช่น ตัวเลข ตาราง แม่แบบ หรือคู่มือที่ครบกว่า ถ้ายังไม่มี ให้ทำก่อน แล้วค่อยติดต่อ
  2. หาเป้าหมาย: (ก) ที่ที่พูดถึงชื่อเราแต่ไม่ลิงก์ (ข) หน้าที่ลิงก์ไปหาคู่แข่งหลายเว็บแต่ไม่ลิงก์เรา ซึ่งเครื่องมือ SEO หลายตัวเทียบให้ได้ (ค) หน้ารวมแหล่งความรู้ ค้นด้วยหัวข้อของเราคู่กับคำอย่าง “แหล่งข้อมูล” “รวมเครื่องมือ” หรือ “แนะนำ” (ง) ลิงก์เสียในหน้าเหล่านั้น (จ) ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ เช่น พาร์ทเนอร์ ผู้จัดงาน สมาคม
  3. คัดกรอง: หน้านั้นเกี่ยวกับหัวข้อของเรา มีคนอ่านจริง ไม่มีหน้า “ขายโพสต์” หรือ “รับลงลิงก์” และลิงก์ออกไม่ได้กระจายมั่วหลายวงการ ตัวเลขอย่าง DR หรือ DA เป็นคะแนนของเครื่องมือ ใช้คัดคร่าวๆ ได้ แต่อย่าใช้ตัวเดียว ข้อมูลไทยของเราด้านบนก็ชี้ว่าตัวเลขลิงก์ดิบหลอกตาได้
  4. ติดต่อ: ส่งข้อความสั้นถึงคนที่ดูแลหน้านั้นจริง ผ่านช่องทางที่เว็บเปิดไว้ บอกว่าเจออะไร และหน้าของเราช่วยผู้อ่านเขายังไง ไม่เสนอเงินหรือของแลกลิงก์ และไม่ขอ “dofollow”
  5. ตามผล: แนวทางของเราคือตามได้ 1 ครั้ง ห่างประมาณหนึ่งสัปดาห์ ถ้าเงียบก็ปล่อย การตามซ้ำหลายรอบทำให้ชื่อแบรนด์เสียมากกว่าได้ลิงก์
  6. บันทึกและวัดผล: จดทุกเป้าหมาย ผลที่ได้ และ rel ของลิงก์ แล้วดูผลรายเดือน (ดู ตารางติดตาม และ วิธีวัดผล)
วงจรหกขั้นของ link building เลือกหน้าและเหตุผล หาเป้าหมาย คัดกรอง ติดต่อ ตามผลหนึ่งครั้ง และบันทึกวัดผล ลูกศรจากขั้นสุดท้ายวนกลับไปขั้นแรก
Link building เป็นวงจร ผลที่บันทึกในขั้นหกบอกว่าหน้าไหนและเป้าหมายแบบไหนได้ลิงก์ แล้วใช้เลือกรอบถัดไป (ภาพจำลอง ที่มา: แนวทางของ The Missing Piece อิง The Art of SEO บทที่ 11)

แม่แบบข้อความติดต่อภาษาไทย 3 แบบ

แม่แบบข้อความที่ดีคือข้อความสั้นที่บอกว่าเราเจออะไร และผู้อ่านของเขาได้อะไร ไม่ใช่ข้อความที่บอกว่าเราอยากได้ลิงก์ ใช้แม่แบบเป็นโครง แล้วเขียนส่วนที่อยู่ในวงเล็บเหลี่ยมใหม่ทุกครั้งให้ตรงกับคนรับ

แบบที่ 1 ทวงลิงก์จากที่ที่พูดถึงเรา

หัวเรื่อง: ขอบคุณที่พูดถึง [ชื่อแบรนด์] ในบทความ [ชื่อบทความ]

สวัสดีครับคุณ[ชื่อ]

ผม[ชื่อ] จาก [ชื่อแบรนด์] ครับ เพิ่งเห็นว่าบทความ "[ชื่อบทความ]" พูดถึงเราในหัวข้อ [หัวข้อ] ขอบคุณมากครับ

ถ้าสะดวก อยากขอให้ใส่ลิงก์ที่ชื่อ [ชื่อแบรนด์] ไปที่ https://example.com/[หน้า]/ ผู้อ่านที่อยากดู [ข้อมูลหรือตารางที่เกี่ยว] จะไปต่อได้ทันที ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรครับ

[ชื่อ] · [ตำแหน่ง] · [ช่องทางติดต่อ]

แบบที่ 2 แจ้งลิงก์เสีย (broken link)

หัวเรื่อง: ลิงก์ในหน้า [ชื่อหน้า] เปิดไม่ได้ 1 จุด

สวัสดีครับคุณ[ชื่อ]

ผมอ่านหน้า "[ชื่อหน้า]" แล้วเจอว่าลิงก์ "[ข้อความลิงก์]" ไปที่ [URL ที่เสีย] ตอนนี้เปิดไม่ได้ (ขึ้น 404) เลยแจ้งไว้ครับ

ถ้ากำลังหาหน้าแทน เรามีบทความ "[ชื่อบทความ]" ที่ https://example.com/[หน้า]/ ซึ่งพูดเรื่องเดียวกัน และ [อัปเดตเมื่อไร หรือมีอะไรเพิ่ม] ลองพิจารณาดูได้ครับ

[ชื่อ] · [ตำแหน่ง] · [ช่องทางติดต่อ]

แบบที่ 3 เสนอข้อมูลให้สื่อหรือคนเขียนในวงการ

หัวเรื่อง: ข้อมูลใหม่เรื่อง [หัวข้อ] ในไทย (เก็บเมื่อ [วันที่])

สวัสดีครับคุณ[ชื่อ]

เห็นคุณเขียนเรื่อง [หัวข้อ] เป็นประจำครับ เราเพิ่งเก็บข้อมูล [เก็บอะไร จากกี่ตัวอย่าง เมื่อไร] พบว่า [ผลหลัก 1 ประโยค]

วิธีเก็บ ข้อจำกัด และตารางเต็มอยู่ที่ https://example.com/[หน้า]/ ใช้ตัวเลขหรือภาพได้ โดยอ้างที่มา ถ้าอยากได้ตัวเลขเพิ่มสำหรับบทความ บอกได้เลยครับ

[ชื่อ] · [ตำแหน่ง] · [ช่องทางติดต่อ]

สามแม่แบบนี้มีกติกาเดียวกัน คือส่งทีละคน ไม่ส่งข้อความเดียวกันไปเป็นร้อยที่ ไม่เสนอเงินหรือของแลกลิงก์ และไม่บังคับให้ลิงก์ ถ้าอีกฝ่ายตอบว่าต้องจ่ายค่าลง ให้ถือว่าเป็นการซื้อโฆษณา ลิงก์ต้องติด sponsored และควรตัดสินใจจากความคุ้มค่าของการเข้าถึงผู้อ่าน ไม่ใช่จากอันดับ

ภาพจำลองหน้าต่างอีเมลภาษาไทย หัวเรื่องลิงก์ในหน้าเปิดไม่ได้ 1 จุด เนื้อความแจ้งลิงก์ที่ขึ้น 404 แล้วเสนอบทความแทนที่ example.com มีป้ายกำกับสามจุด เปิดด้วยสิ่งที่เจอ บอกประโยชน์ต่อผู้อ่าน และไม่เสนอเงิน
ข้อความติดต่อที่ดีเปิดด้วยสิ่งที่เราเจอ บอกว่าผู้อ่านของเขาได้อะไร และไม่มีข้อเสนอเงินแลกลิงก์ (ภาพจำลอง ใช้ example.com ไม่ใช่อีเมลจริง)

ตารางติดตามงาน link building

ตารางติดตามคือไฟล์เดียวที่บอกว่าติดต่อใครไปแล้ว ได้อะไร และวิธีไหนได้ผล ใช้ Google Sheets หรือ Excel ก็พอ AI SEO For Dummies บทที่ 3 แนะนำให้ทำ tracking sheet และบันทึกการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดือนแรก เพื่อให้ย้อนดูได้ว่าอะไรทำให้ผลเปลี่ยน คอลัมน์ที่แนะนำมีดังนี้

คอลัมน์ใส่อะไร
วันที่เพิ่มวันที่ใส่เป้าหมายนี้ในตาราง
URL เป้าหมายหน้าบนเว็บอื่นที่อยากให้ลิงก์มา
ประเภททวงลิงก์ · ลิงก์เสีย · หน้ารวมแหล่งความรู้ · สื่อ · พาร์ทเนอร์ · สมาคม · guest post
เหตุผลที่เกี่ยวประโยคเดียวว่าทำไมผู้อ่านหน้านั้นได้ประโยชน์
หน้าของเราที่เสนอURL หน้าที่อยากให้ลิงก์
ผู้ติดต่อและช่องทางชื่อหรือบทบาท และช่องทางที่เว็บเปิดไว้
วันที่ติดต่อ / วันที่ตามผลสองช่อง ตามผลได้ 1 ครั้ง
สถานะยังไม่ติดต่อ · ส่งแล้ว · ตอบรับ · ปฏิเสธ · เงียบ · ได้ลิงก์
URL ที่ลิงก์จริงหน้าที่มีลิงก์มาหาเรา เมื่อได้แล้ว
rel ที่ได้ไม่มี rel · nofollow · ugc · sponsored
Anchorคำที่ใช้เป็นลิงก์ ไว้เช็กว่าไม่ปั้นคีย์เวิร์ด
มีเงินหรือการแลกเปลี่ยนไหมไม่มี / มี (ถ้ามี ต้องเป็น sponsored)
หมายเหตุสิ่งที่เรียนรู้ เช่น ข้อความแบบไหนได้คำตอบ
13 คอลัมน์สำหรับตารางติดตามงาน link building ช่อง rel และช่องการแลกเปลี่ยนช่วยตรวจย้อนหลังว่าลิงก์ทุกเส้นตรงกติกา (ที่มา: แนวทางของ The Missing Piece อิง AI SEO For Dummies บทที่ 3)
ภาพจำลองตารางติดตามงาน link building ห้าแถวตัวอย่างบน example.com คอลัมน์ URL เป้าหมาย ประเภท หน้าของเราที่เสนอ วันที่ติดต่อ สถานะ rel ที่ได้ และมีเงินหรือการแลกเปลี่ยนไหม แถวที่ได้ลิงก์ถูกไฮไลต์
ตัวอย่างตารางติดตาม แต่ละแถวคือเป้าหมายหนึ่งราย ดูรวมทุกเดือนจะเห็นว่าประเภทไหนได้ลิงก์มากที่สุด (ภาพจำลอง ใช้ example.com ไม่ใช่ข้อมูลจริง)

ทำเองหรือจ้าง: เหมาะกับใคร และข้อควรระวัง

  • เหมาะทำเอง: เว็บธุรกิจที่มีคนรู้เรื่องสินค้าหรือวงการ มีความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ และมีเวลาสัปดาห์ละไม่กี่ชั่วโมง วิธีความเสี่ยงต่ำส่วนใหญ่ต้องใช้ความรู้และความสัมพันธ์ของคนในองค์กร
  • ยังไม่ควรเริ่ม: เว็บที่หน้าสำคัญยังบาง หรือยังมีปัญหาเทคนิคที่ทำให้ Google เก็บหน้าไม่ได้ แก้เนื้อหาและ Technical SEO ก่อน ลิงก์ที่ชี้ไปหน้าที่ไม่พร้อมได้ผลน้อย
  • ข้อควรระวังเมื่อจ้าง: ข้อเสนอแบบ “การันตีจำนวนลิงก์” “ราคาต่อลิงก์” หรือ “การันตีคะแนน DR” คือการซื้อลิงก์ในรูปแบบหนึ่ง และอย่ารับงานที่ไม่ยอมบอกว่าลิงก์มาจากเว็บไหน คำถามที่ควรถามก่อนจ้างอยู่ใน ทำเองหรือจ้าง: ถามอะไรก่อนตัดสินใจ

วัดผล link building ยังไง

วัดผล link building ด้วยคำถามสี่ข้อ คือมีเว็บใหม่ลิงก์มาไหม หน้าเป้าหมายอันดับและคลิกขยับไหม มีคนกดลิงก์เข้ามาจริงไหม และชื่อแบรนด์ถูกพูดถึงมากขึ้นไหม ควรดูทุกเดือน ไม่ใช่ทุกวัน เพราะลิงก์ใหม่ใช้เวลากว่า Google และเครื่องมือจะเห็น Google ไม่ได้บอกระยะเวลาที่ลิงก์จะมีผล ตัวเลข “กี่เดือน” ที่เห็นในบทความต่างๆ จึงเป็นประสบการณ์ของผู้เขียน ไม่ใช่กติกา

ตัวชี้วัดดูที่ไหนข้อควรรู้
เว็บที่ลิงก์มาหาเราSearch Console › Links › Top linking sites (ดู วิธีใช้ Google Search Console)เป็นตัวอย่างลิงก์ ไม่ใช่ทุกลิงก์ ตารางแสดงได้ไม่เกิน 1,000 แถว และไม่บอกว่าลิงก์ไหนเป็น nofollow
จำนวนเว็บที่ลิงก์มา (referring domains) และ relเครื่องมือ SEO เช่น Ahrefs หรือ Semrush (ดู SEO Tools)เป็นดัชนีของเครื่องมือ ไม่ใช่ของ Google เปิดดูทีละแหล่งว่ามาจากเว็บจริงหรือสแปม
คนที่กดลิงก์เข้ามา (referral)GA4 › Traffic acquisition (ดู GA4 คืออะไร)ลิงก์ nofollow หรือ ugc ก็พาคนที่เกี่ยวข้องมาได้
อันดับและคลิกของหน้าเป้าหมายSearch Console › Performance กรองตามหน้าอันดับมีหลายปัจจัย อย่าสรุปว่าขึ้นเพราะลิงก์อย่างเดียว
การถูกพูดถึงชื่อแบรนด์ค้นชื่อแบรนด์ หรือเครื่องมือติดตาม mention (ดู Brand Mention)mention ที่ไม่มีลิงก์คือเป้าหมายทวงลิงก์รอบถัดไป
การถูกพูดถึงในคำตอบ AIชุด prompt ที่ติดตามประจำ (ดู AI Visibility คืออะไร)คำตอบ AI แกว่งทุกครั้งที่ถาม ต้องวัดซ้ำหลายรอบ
หกตัวชี้วัดของ link building และที่ดู ตัวเลขจาก Search Console กับเครื่องมือ SEO ไม่เท่ากันเสมอ เพราะเก็บคนละดัชนี (ที่มา: Search Console Help, Links report ตรวจ 15 ต.ค. 2026)
ภาพจำลองแดชบอร์ดสี่ช่อง ช่องแรกเว็บที่ลิงก์มาจากรายงาน Links ช่องสองจำนวน referring domains รายเดือนจากเครื่องมือ SEO ช่องสาม referral จาก GA4 ช่องสี่การถูกพูดถึงชื่อแบรนด์และในคำตอบ AI ทุกช่องใช้ตัวเลขสมมติและ example.com
ดูสี่มุมพร้อมกันทุกเดือน จำนวนลิงก์อย่างเดียวไม่พอ ต้องดูว่ามีคนเข้ามาจริงและแบรนด์ถูกพูดถึงมากขึ้นไหม (ภาพจำลอง ไม่ใช่หน้าจอจริง ตัวเลขสมมติ ใช้ example.com)

The Art of SEO บทที่ 10 ใส่การตรวจ backlink เป็นหนึ่งขั้นของการ audit เว็บ ใช้ได้กับการวัดผลเช่นกัน แนวทางของเราคือตรวจทุกไตรมาสว่ามีลิงก์แปลกๆ เพิ่มขึ้นมากผิดปกติไหม ส่วนคำพูดของพนักงาน Google เรื่องลิงก์ที่เห็นตามงานสัมมนา บทที่ 14 แนะนำให้อ่านอย่างระวัง เราจึงอ้างเอกสารทางการเป็นหลักในบทความนี้

Link building กับ AI Search

Link building ช่วย AI Search ทางอ้อม ลิงก์ช่วยให้หน้าติดอันดับ และหน้าที่ติดอันดับมีโอกาสถูก AI อ้างมากกว่า งานของ Ahrefs (2 มี.ค. 2026, 863,000 หน้าผลค้นหา) พบว่า 37.9% ของ URL ที่ AI Overviews อ้างอยู่ใน 10 ช่องแรกของหน้าผลค้นหา (นับรวมช่องพิเศษ เช่น featured snippet) ส่วนการที่ AI จะเอ่ยชื่อแบรนด์ไหน งาน Ahrefs อีกชิ้น (26 พ.ค. 2025, 75,000 แบรนด์) พบว่าการถูกพูดถึงชื่อบนเว็บสัมพันธ์กับการโผล่ใน AI Overviews ที่ 0.664 สูงกว่าจำนวน backlink (0.218) และ Seer Interactive (7 ม.ค. 2025) พบว่าการถูกเอ่ยชื่อในคำตอบ AI สัมพันธ์กับอันดับ Google มากกว่าจำนวน backlink ทุกตัวเลขเป็นค่าสหสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุ รายละเอียดอยู่ใน Backlink กับ AI Search

ผลในทางปฏิบัติคือ ลิงก์ nofollow หรือ ugc จากที่ที่คนในวงการอ่านจริงไม่ได้ไร้ค่า เพราะยังพาคนเข้ามาและทำให้ชื่อแบรนด์ถูกพูดถึง ไอซ์เขียนไว้ในกล่องความเห็นของบทความ Backlink คืออะไร ว่าในยุค AI backlink อาจไม่จำเป็นต้องเป็น dofollow เท่านั้น และกลยุทธ์ AI Search ช่วงนี้คือการทำ backlink หรือการทำ PR ด้วย

หนังสือ Zero Click Marketing (Amanda Natividad และ Rand Fishkin, 2026) บทที่ 15–16 ไปไกลกว่านั้น ผู้เขียนหนังสือเสนอให้เลิกไล่ขอลิงก์ แล้วหันไปทำให้แหล่งที่ Google และ AI ใช้ตอบ เช่น สื่อ ครีเอเตอร์ podcast และผู้จัดงาน พูดถึงแบรนด์ของเรา โดยให้เหตุผลว่าคำตอบ AI มักเอ่ยชื่อแบรนด์ตามสิ่งที่แหล่งเหล่านั้นพูดซ้ำๆ แนวทางของเราคือทำทั้งสองอย่าง ลิงก์ยังช่วยให้ Google ค้นพบหน้า และยังสัมพันธ์กับอันดับตามหลักฐานในหัวข้อ ปี 2026 ยังต้องทำ link building ไหม แต่การนับผลงานด้วยจำนวนลิงก์อย่างเดียวไม่พอแล้ว ให้นับการถูกเอ่ยชื่อ และคนที่ค้นชื่อแบรนด์ตามมาด้วย

Pitch (ข้อความเสนอเรื่องให้สื่อ) แบบไม่ขอลิงก์

  • ใช้แบบที่ 3 ใน หัวข้อแม่แบบข้อความ ซึ่งเสนอข้อมูลให้สื่อโดยไม่ขอลิงก์อยู่แล้ว เป็นแม่แบบหลักเวลาติดต่อสื่อ ครีเอเตอร์ และผู้จัดงาน
  • เสนอเรื่องที่เขาเล่าต่อได้ในรูปแบบของเขาเอง เช่น ตัวเลขใหม่ ตารางเทียบ หรือคนที่ให้สัมภาษณ์ได้ ไม่ใช่ขอพื้นที่วางลิงก์
  • ผู้เขียนหนังสือ Zero Click Marketing เล่าว่าเมื่อเลิกขอลิงก์ใน pitch อัตราที่สื่อตอบกลับเพิ่มจากต่ำกว่า 2% เป็นมากกว่า 20% เป็นประสบการณ์ของผู้เขียนหนังสือ ยังไม่มีงานวิจัยสาธารณะรองรับ ให้ลองวัดอัตราตอบรับของคุณเองในตารางติดตามงาน

AI บอกว่า “สายขาว” แต่ Google นับเป็น link spam: จุดที่ต้องแก้

คำตอบ AI ภาษาไทยเรื่องการสร้าง backlink ยังปนวิธีที่ขัดนโยบายของ Google อยู่ เราค้นคำว่า “สร้าง backlink” ใน Google ประเทศไทย (ค้น 1 ครั้ง 15 ต.ค. 2026) AI Overview ตั้งหัวข้อว่าเป็นวิธี “สายขาว” แต่ในหัวข้อนั้นแนะนำให้เปิดบล็อกบนแพลตฟอร์มทำเว็บฟรี (ยกตัวอย่าง Wix) เพื่อแปะลิงก์ และจ้างคนทำ backlink ผ่านตลาดฟรีแลนซ์ ผลนี้เป็นการสังเกตครั้งเดียว คำตอบ AI อาจเปลี่ยนทุกครั้งที่ค้น แต่ตรงกับสิ่งที่หน้าภาษาไทยหลายหน้ายังสอนอยู่ ซึ่งเป็นแหล่งที่ AI ดึงไปตอบ

คำตอบ AI แนะนำ (สังเกต 15 ต.ค. 2026)นโยบาย Google (28 ส.ค. 2026) เขียนว่าทำแทนด้วย
เปิดบล็อกบนแพลตฟอร์มฟรีเพื่อแปะลิงก์ (AI Overview คำ “สร้าง backlink”)“Creating low-value content primarily for the purposes of manipulating linking and ranking signals”เขียนลงแพลตฟอร์มที่มีผู้อ่านจริง แล้วลิงก์กลับแหล่งต้นทาง (ดู backlink ฟรี)
จ้างคนทำ backlink ในตลาดฟรีแลนซ์ (AI Overview คำ “สร้าง backlink”)“Exchanging money for links, or posts that contain links”ถ้าจ่ายเงิน ถือเป็นโฆษณา ลิงก์ต้องติด sponsored
ลง guest blog บนเว็บที่ Domain Authority สูง โดยไม่พูดถึง rel หรือ anchor (AI Overview คำ “link building คือ”)anchor ปั้นคีย์เวิร์ดใน guest post หรือบทความที่จ่ายเงินแล้วลิงก์ส่งเครดิต = link spamใช้กฎ 5 ข้อใน หัวข้อ guest post
แบ่งลิงก์เป็น “DoFollow ส่งพลัง” กับ “NoFollow ไม่ส่ง” (AI Overview ทั้งสองคำ)เอกสาร Qualify your outbound links มี sponsored, ugc, nofollow ไม่มีค่า dofollow และ Google ใช้ค่า rel เป็น hintติดป้ายตามความจริงของลิงก์ (ดู ค่า rel)
“สร้างความสัมพันธ์เพื่อแลกเปลี่ยนลิงก์” แล้วบอกให้เลี่ยงการแลกลิงก์ในคำตอบเดียวกัน (OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) 1 ครั้ง)“Excessive link exchanges” และหน้าพาร์ทเนอร์ที่มีไว้ลิงก์ไขว้ความสัมพันธ์จริงทำได้ การแลกลิงก์เป็นระบบไม่ควรทำ
คำแนะนำในคำตอบ AI ภาษาไทยเรื่องสร้าง backlink เทียบกับบรรทัดในนโยบายสแปมของ Google ทุกแถวเป็นการสังเกตครั้งเดียวต่อคำค้น ไม่ใช่สถิติ (ที่มา: การสังเกตของ The Missing Piece 15 ต.ค. 2026 · Google Search Central, Spam policies last updated 2026-08-28 · Qualify your outbound links last updated 2025-12-10)

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์มทำเว็บฟรี การเขียนบล็อกบนแพลตฟอร์มไหนก็ได้ถ้ามีคนอ่านจริง ปัญหาอยู่ที่การเปิดบล็อกขึ้นมาเพื่อลิงก์หาตัวเอง ซึ่งตรงกับตัวอย่างในนโยบายพอดี ในคำตอบ AI ที่เราสังเกตทั้งสามครั้ง ไม่มีครั้งไหนอ้างเอกสารของ Google เลย ถ้าคุณใช้ AI ช่วยวางแผน link building ให้ถามต่อเสมอว่าแต่ละวิธีตรงกับบรรทัดไหนในนโยบายสแปม

การ์ดเปรียบเทียบสองคอลัมน์ คอลัมน์ซ้ายหัวข้อคำตอบ AI เขียนว่าสายขาว มีสามข้อ เปิดบล็อกฟรีแปะลิงก์ จ้างคนทำ backlink และ guest blog บนเว็บ DA สูง คอลัมน์ขวาหัวข้อนโยบาย Google มีบรรทัด low-value content เพื่อปั่นลิงก์ exchanging money for links และ optimized anchor text in guest posts ด้านล่างป้ายสังเกต 1 ครั้ง 15 ตุลาคม 2026
คำตอบ AI ภาษาไทยเรียกบางวิธีว่า “สายขาว” แต่บรรทัดในนโยบายสแปมของ Google นับวิธีเดียวกันเป็น link spam (การ์ดสรุปข้อความ ไม่ใช่ภาพหน้าจอ ไม่แสดงแหล่งที่ AI อ้าง · ค้น 1 ครั้ง 15 ต.ค. 2026 · ที่มา: Google Search Central, Spam policies last updated 2026-08-28)

เคยซื้อลิงก์หรือเปิดบล็อกฟรีไปแล้ว ต้อง disavow ไหม

เว็บส่วนใหญ่ไม่ต้อง disavow (บอก Google ให้ไม่นับลิงก์) หน้าช่วยเหลือ Disavow links to your site ของ Search Console บอกว่า Google ประเมินได้เองว่าควรเชื่อลิงก์ไหน และให้ใช้เครื่องมือนี้เมื่อมีลิงก์สแปมหรือลิงก์ปลอมจำนวนมาก และลิงก์นั้นทำให้โดน manual action แล้วหรือน่าจะโดน ขั้นแรกคือหยุดทำวิธีเดิม ลบลิงก์ที่ลบเองได้ เช่น บล็อกที่เปิดเอง แล้วเช็กหน้า Manual actions ใน Search Console ถ้ายังไม่มีอะไร ไม่ต้องรีบใช้ disavow (เครื่องมือนี้ใช้กับ Domain property ไม่ได้) เพราะถ้าใช้ผิด อาจทำให้ผลค้นหาแย่ลง

ถ้าอยากปูพื้นงานค้นหาทั้งระบบทีละขั้นก่อน เริ่มที่ เรียน SEO ฟรีทีละขั้น

Link building เป็นงานหลักของ Backlink และ Off-Page SEO ส่วนการเลือกหน้าที่ควรได้ลิงก์เริ่มจาก Keyword Research บทความนี้เขียนโดยทีม The Missing Piece นำโดย ไอซ์ ศิริพงษ์ จากเอกสารทางการของ Google งานวิจัยที่มีข้อมูล และข้อมูลที่เราเก็บเองจากผลค้นหาภาษาไทย

อยากให้การติดตามลิงก์ การถูกพูดถึง และคำตอบ AI เรื่องแบรนด์คุณทำงานต่อเองทุกสัปดาห์: คอร์ส Agentic SEO & AI Search สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

Link building คืออะไร

Link building คือการทำให้เว็บอื่นลิงก์มาหาหน้าของเรา ลิงก์ที่ได้มาเรียกว่า backlink วิธีที่ไม่ผิดกติกา Google คือมีของที่คนอยากอ้าง แล้วติดต่อคนที่เกี่ยวข้องให้เขาตัดสินใจลิงก์เอง โดยไม่มีเงินหรือการแลกเปลี่ยนเป็นเงื่อนไข

Link building กับ backlink ต่างกันยังไง

Link building คือกระบวนการหรืองานที่ทำ ส่วน backlink คือผลลัพธ์ คือลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้มาหาเรา ส่วน internal link คือลิงก์ในเว็บเดียวกัน ซึ่งไม่นับเป็น link building

สร้าง backlink ฟรีด้วยตัวเองได้ไหม

ได้ วิธีที่ไม่เสียเงินและความเสี่ยงต่ำคือทวงลิงก์จากที่ที่พูดถึงเราอยู่แล้ว แจ้งลิงก์เสียแล้วเสนอหน้าแทน ไปอยู่ในหน้ารวมแหล่งความรู้ และขอลิงก์จากพาร์ทเนอร์หรือสมาคมที่ทำงานด้วยจริง ส่วนการเปิดบล็อกฟรีหลายแห่งเพื่อลิงก์หาตัวเอง Google นับเป็น link spam

Guest post ต้องใส่ rel=”sponsored” ไหม

ต้องใส่ ถ้ามีการจ่ายเงิน ให้สินค้า บริการ หรือแลกบทความกัน (ใช้ nofollow แทนก็ได้ แต่ Google ชอบ sponsored มากกว่า) ถ้าไม่มีการแลกเปลี่ยนใดๆ ไม่ต้องใส่ แต่ anchor ต้องไม่ปั้นคีย์เวิร์ด เพราะนโยบายสแปมของ Google นับ anchor แบบนั้นใน guest post เป็น link spam

ต้องมี backlink กี่ลิงก์ถึงติดหน้า 1

ไม่มีตัวเลขตายตัว และ Google ไม่ได้บอกไว้ ข้อมูลเบื้องต้นของ The Missing Piece (15 ต.ค. 2026) พบว่าหน้าภาษาไทยที่ติดหน้า 1 ใน 8 คำค้นสาย SEO และการตลาด 55.9% (19 จาก 34 หน้า) มีเว็บอื่นลิงก์มาไม่เกิน 5 เว็บ ตามดัชนี Ahrefs ตัวเลขนี้ต่างไปตามคำค้นและวงการ

Dofollow มีจริงไหม

ในเอกสาร Google ไม่มีค่า rel=”dofollow” คำนี้เป็นคำเรียกในวงการสำหรับลิงก์ปกติที่ไม่มี rel ค่าที่ Google รู้จักคือ sponsored, ugc และ nofollow ซึ่ง Google ใช้เป็นคำใบ้ ไม่ใช่คำสั่งเด็ดขาด

แหล่งอ้างอิง

  • Google Search Central, Spam policies for Google web search: Link spam (last updated 2026-08-28 ตรวจ 15 ต.ค. 2026: นิยาม link spam, ตัวอย่าง 11 ข้อ รวมการซื้อขายและแลกลิงก์ โปรแกรมอัตโนมัติ anchor ปั้นใน guest post และข่าวประชาสัมพันธ์ ไดเรกทอรีคุณภาพต่ำ widget footer คอมเมนต์ฟอรัม และเนื้อหาคุณภาพต่ำเพื่อปั่นลิงก์, ลิงก์โฆษณาที่ติด nofollow หรือ sponsored ไม่ผิดนโยบาย, expired domain abuse, site reputation policy)
  • Google Search Central, Qualify your outbound links to Google (last updated 2025-12-10 ตรวจ 15 ต.ค. 2026: sponsored สำหรับลิงก์จ่ายเงิน ชอบมากกว่า nofollow, ugc, nofollow, ใส่หลายค่าได้, ลิงก์ปกติไม่ต้องมี rel)
  • Google Search Central, SEO Starter Guide (last updated 2025-12-10 ตรวจ 15 ต.ค. 2026: Google หาหน้าส่วนใหญ่ผ่านลิงก์, ลิงก์เกิดเองตามธรรมชาติ, โปรโมตมากเกินอาจทำร้ายเว็บ)
  • Google Search Central Blog, Evolving “nofollow” (10 ก.ย. 2019: sponsored และ ugc, ค่า rel เป็น hint) · A reminder on qualifying links and our link spam update (26 ก.ค. 2021: guest post และ sponsored ต้องติดป้าย) · December 2022 link spam update (14 ธ.ค. 2022: SpamBrain ตรวจทั้งเว็บซื้อและขายลิงก์) · March 2024 core update and new spam policies (5 มี.ค. 2024) · Updating our site reputation abuse policy (19 พ.ย. 2024)
  • Search Console Help, Links report (ตรวจ 15 ต.ค. 2026: เป็นตัวอย่างลิงก์, ตารางไม่เกิน 1,000 แถว, ไม่บอก nofollow) · Disavow links to your site (ตรวจ 15 ต.ค. 2026: เว็บส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้, ใช้เมื่อมีลิงก์สแปมจำนวนมากและมีหรือน่าจะมี manual action)
  • Ahrefs, Links matter less, but still matter (30 ม.ค. 2025 แก้ 12 ส.ค. 2026: referring domains สัมพันธ์กับอันดับ 0.255) · AI Overview brand correlation (26 พ.ค. 2025, 75,000 แบรนด์: web mentions 0.664, backlinks 0.218) · AI Overview citations and the top 10 (2 มี.ค. 2026: 37.9%) — ทั้งหมดเป็นค่าสหสัมพันธ์
  • Seer Interactive, What drives brand mentions in AI answers (7 ม.ค. 2025)
  • ข้อมูลของ The Missing Piece: จำนวนเว็บที่ลิงก์มา (referring domains ระดับหน้า ดัชนี Ahrefs) ของผล organic อันดับ 1–10 Google ประเทศไทย 8 คำค้นสาย SEO และการตลาด เก็บ 15 ต.ค. 2026 · n = 51 หน้า (ภาษาไทย 34 หน้า) · ผลเบื้องต้น ไม่เปิดเผยชื่อเว็บ · การสังเกตคำตอบ AI Overviews คำ “link building คือ” และ “สร้าง backlink” และ OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) อย่างละ 1 ครั้ง 15 ต.ค. 2026
  • Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 3 (tracking sheet และบันทึกการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดือนแรก) · บทที่ 16 (ข้อมูลแบรนด์และ bio ในสื่อและบทความรับเชิญตรงกันทุกที่) · บทที่ 17 (โปรไฟล์ที่กำหนดตัวตนของแบรนด์ เช่น สมาคม) · บทที่ 20 (เจาะหน้าที่คนใช้ตัดสินใจ เช่น หน้ารวมเครื่องมือ ไดเรกทอรีเฉพาะวงการ หน้ารวมแหล่งความรู้ และทำให้ใส่แบรนด์ได้ง่าย) · บทที่ 23 (ทำสิ่งที่ควรค่าแก่การอ้าง เช่น ตาราง คำนิยามสั้น หน้ารวมข้อเท็จจริง)
  • Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 9 (link scheme และ manual action) · บทที่ 10 (ตรวจ backlink ในการ audit) · บทที่ 11 (โปรโมตเหมือนไม่มี Google · ทวงลิงก์ที่ควรได้ · จัดเป้าหมายเป็นลำดับชั้น · pitch และ follow-up · ไม่ใช้ link scheme) · บทที่ 14 (อ่านคำพูดพนักงาน Google อย่างระวัง) · หนังสือออกก่อนนโยบายสแปมชุดใหม่ มี.ค. 2024
  • Amanda Natividad & Rand Fishkin, Zero Click Marketing (Damn Gravity, 2026), บทที่ 15 (ทำให้แหล่งที่คำตอบดึงไปใช้พูดถึงเรา แทนการไล่ขอลิงก์) · บทที่ 16 (คุณค่าของ PR อยู่ที่การถูกเอ่ยชื่อ, เลิกขอลิงก์ใน pitch แล้วสื่อตอบรับมากขึ้นตามที่ผู้เขียนเล่า) · ข้อมูลส่วนใหญ่ในเล่มเป็นของสหรัฐฯ และผู้เขียนทั้งสองทำงานที่ SparkToro ซึ่งขายเครื่องมือวิจัยผู้ชม เราจึงใช้คู่กับเอกสาร Google และข้อมูลที่เราวัดเอง

ตรวจข้อมูลล่าสุด: 15 ต.ค. 2026 · อัปเดต 3 พ.ย. 2026: เพิ่มมุมการถูกเอ่ยชื่อและ pitch ที่ไม่ขอลิงก์ (Zero Click Marketing บทที่ 15–16) · เมื่อบทความ Anchor Text เผยแพร่ เราจะเปลี่ยนข้อความที่กล่าวถึงเป็นลิงก์