
สรุปสั้น (TL;DR)
Google Discover คือฟีดแนะนำเนื้อหาของ Google ที่เลือกบทความ วิดีโอ และโพสต์มาให้แต่ละคนตามความสนใจ โดยไม่ต้องพิมพ์ค้นหา ส่วนใหญ่เห็นบนมือถือ บทความของคุณมีสิทธิ์ขึ้น Discover อัตโนมัติเมื่อถูก index และไม่ผิดนโยบายเนื้อหา ไม่ต้องใส่แท็กหรือ structured data พิเศษ แต่มีสิทธิ์ไม่ได้แปลว่าจะได้ขึ้นแน่ สิ่งที่คุมได้จริงมี 3 อย่าง คือ สิทธิ์ (index + นโยบาย) พรีวิว (รูปใหญ่ ค่า max-image-preview:large และพาดหัวที่ตรงกับเนื้อหา) และคุณค่าของเนื้อหาในหัวข้อที่คุณเชี่ยวชาญ
- รูปคือจุดที่เว็บไทยพลาดบ่อย: เราตรวจบทความล่าสุดของเว็บสื่อไทย 21 เว็บ (16 ต.ค. 2026) ผ่านเงื่อนไขรูปที่ Google ประกาศสำหรับ Discover ครบเพียง 12 จาก 21 (57%) และ 5 ใน 16 เว็บที่ประกาศความกว้างรูปไว้ ประกาศไม่ตรงกับไฟล์จริง
- Google บอกเองว่าทราฟฟิก Discover คาดเดายาก: เอกสาร Get on Discover (ปรับล่าสุด 9 มี.ค. 2026) ให้ถือเป็นทราฟฟิกเสริม ไม่ใช่ช่องทางหลักแทน Search ข้อมูล Chartbeat ของเว็บข่าวพบว่าทราฟฟิกจาก Discover ลดลง 21% ในปีถึง พ.ย. 2025
- ดูผลได้ใน Search Console เท่านั้น และต้องผ่านเกณฑ์ก่อน: รายงาน Discover แสดงคลิก impression และ CTR ย้อนหลัง 16 เดือน ไม่มีค่าอันดับเฉลี่ย และจะไม่ขึ้นเลยถ้าเว็บยังมี impression ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ
สารบัญ
- Google Discover คืออะไร
- Discover ต่างจาก Google Search ยังไง
- บทความแบบไหนมีสิทธิ์ขึ้น Discover
- 7 สิ่งที่ Google บอกว่าเพิ่มโอกาสขึ้น Discover
- รูปปกสำหรับ Discover
- นโยบายเนื้อหา Discover
- Discover core update กุมภาพันธ์ 2026
- Discover กับ AI และปุ่มติดตาม
- ดูผล Discover ใน Search Console
- ทราฟฟิก Discover คาดหวังได้แค่ไหน
- เว็บสื่อไทยพร้อมขึ้น Discover แค่ไหน
- ความเชื่อผิดเรื่อง Google Discover
- เช็กลิสต์ก่อนกดเผยแพร่
- สำหรับผู้ใช้มือถือ: เปิดหรือปิด Discover
- คำถามที่พบบ่อย
Google Discover คืออะไร อยู่ตรงไหนในมือถือ
Google Discover คือฟีดแนะนำเนื้อหาของ Google (บางคนเรียกว่าฟีด Google หรือ feed Google) ที่เลือกบทความ วิดีโอ และโพสต์มาให้แต่ละคนตามความสนใจ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องพิมพ์คำค้นหาเลย คนที่ได้ประโยชน์จากการเข้าใจ Discover คือเจ้าของเว็บและทีมคอนเทนต์ที่อยากให้บทความไปโผล่ในฟีดนี้ เอกสาร Get on Discover ของ Google (ปรับล่าสุด 9 มี.ค. 2026) นับ Discover เป็นส่วนหนึ่งของ Google Search ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์แยก
คำว่า Discover คือชื่อฟีเจอร์ที่ Google ตั้งในปี 2018 ต่อจากฟีดที่เปิดตัวในปี 2016 (The Art of SEO 4th ed. บทที่ 7 เล่าที่มานี้ไว้) หน้า Help ภาษาไทยของ Google ใช้ทั้งคำว่า “Discover” และ “ฟีเจอร์สำรวจ” ถ้าคุณเห็นสองคำนี้ในเอกสารต่างกัน ให้เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งเดียวกัน
Google Help (หน้า Customize Discover) ระบุว่าผู้ใช้เจอ Discover ได้ 3 ที่ คือ แอป Google, หน้า google.com ในเบราว์เซอร์บนมือถือ และบนมือถือ Android บางรุ่นที่ปัดหน้าจอหลักไปทางขวา ส่วนรายงาน Discover ใน Search Console นับทราฟฟิกจาก Chrome รวมไว้ด้วย Discover จึงเป็นช่องทางบนมือถือเป็นหลัก เรายังไม่พบประกาศทางการของ Google เรื่อง Discover บนเดสก์ท็อป จึงไม่สรุปเรื่องนั้นในบทความนี้
ระบบเลือกเนื้อหาให้แต่ละคนจากสัญญาณของผู้ใช้ เช่น กิจกรรมบนเว็บและแอป (Web & App Activity) และการตั้งค่าตำแหน่ง ผู้ใช้ติดตามหัวข้อที่สนใจได้ และกดบอกว่า “ไม่สนใจ” เรื่องหนึ่งหรือ “ไม่ต้องแสดงเนื้อหาจาก” เว็บหนึ่งได้ ข้อหลังนี้สำคัญกับเจ้าของเว็บ เพราะพาดหัวที่ทำให้คนรู้สึกถูกหลอกอาจทำให้คนซ่อนทั้งเว็บของคุณจากฟีดของเขา

Discover ต่างจาก Google Search ยังไง (และไม่ใช่ Google News)
Discover ต่างจาก Google Search ตรงที่ Discover “ส่ง” เนื้อหาไปหาคนตามความสนใจ ส่วน Search “ตอบ” คนที่พิมพ์คำถามเข้ามาเอง ความต่างนี้ทำให้วิธีวางแผนต่างกัน บน Search คุณเลือก keyword และเจตนาของคำค้น (อ่านเรื่องนี้ได้ที่ Search Intent คืออะไร) บน Discover ไม่มี keyword ให้เลือก มีแต่หัวข้อที่คนกลุ่มหนึ่งสนใจ ณ ช่วงเวลานั้น
| เรื่อง | Google Discover | Google Search |
|---|---|---|
| อะไรทำให้เนื้อหาขึ้น | ความสนใจของผู้ใช้ ไม่มีคำค้น | คำค้นที่ผู้ใช้พิมพ์ |
| เลือก keyword ได้ไหม | ไม่ได้ ไม่มี keyword ให้ target | ได้ วางแผนตาม keyword และเจตนา |
| หน้าตาทราฟฟิก | พุ่งเร็วแล้วลดลงเร็ว คาดเดายาก | ค่อนข้างนิ่งถ้าอันดับนิ่ง |
| เนื้อหาแบบไหนได้เปรียบ | เรื่องทันเวลา เล่าเรื่องดี มี insight ใหม่ รูปใหญ่ที่ดึงดูด | หน้าที่ตอบคำถามตรงและครบที่สุด |
| ดูผลที่ไหน | Search Console → Performance → Discover (ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ) | Search Console → Performance → Search results |
| Google News / Top Stories | เป็นอีกพื้นที่หนึ่ง คนที่ค้น “google news” ส่วนใหญ่กำลังหาแอปหรือเว็บ Google News ไม่ใช่ Discover บทความนี้ไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่อง Google News | |
ทั้งสองช่องทางใช้ระบบ index เดียวกันและอยู่ในเครื่องมือเดียวกัน The Art of SEO 4th ed. บทที่ 14 ยกตัวอย่างหน้า Overview ของ Search Console ที่แสดงคลิกจาก Discover วางคู่กับคลิกจาก Search ซึ่งเป็นวิธีมองที่ดี คือ Discover เป็นอีกแถวหนึ่งในรายงานเดียวกัน ไม่ใช่โปรเจกต์แยก
บทความแบบไหนมีสิทธิ์ขึ้น Discover (ไม่ต้องใส่แท็กพิเศษ)
บทความที่มีสิทธิ์ขึ้น Discover คือบทความที่ Google index แล้ว และไม่ผิดนโยบายเนื้อหาของ Discover เงื่อนไขนี้ใช้กับทุกเว็บ ไม่ต้องสมัครหรือลงทะเบียน เอกสาร Get on Discover (9 มี.ค. 2026) เขียนไว้ตรงๆ ว่า “No special tags or structured data are required” คือไม่ต้องใส่แท็กหรือ structured data พิเศษ
เอกสารเดียวกันบอกด้วยว่ามีสิทธิ์ไม่ได้แปลว่าจะได้ขึ้นแน่ Google ไม่รับประกันว่าบทความไหนจะปรากฏ ระบบยังคัดตามความสนใจของแต่ละคน คุณภาพ และประเภทเนื้อหาอีกชั้นหนึ่ง ถ้าบทความยังไม่ถูก index ให้แก้เรื่องนั้นก่อน วิธีเช็กอยู่ในบทความ Google Search Console คืออะไร
Google ระบุเนื้อหาบางประเภทที่ Discover อาจไม่แนะนำแม้ index แล้ว ได้แก่
- หน้าใบสมัครงาน
- หน้าลงชื่อ petition
- หน้าฟอร์ม
- คลังโค้ด (code repository)
- เนื้อหาเสียดสี (satire) ที่ไม่มีบริบทบอกว่าเป็นเรื่องเสียดสี
Discover ยังใช้ SafeSearch และกรองเนื้อหาที่น่าตกใจออก ส่วน schema และ og:image ช่วยอีกเรื่องหนึ่ง คือช่วยให้ Google เลือกรูปพรีวิวถูกรูป (บันทึกการอัปเดตเอกสาร Google, 2 มี.ค. 2026) ไม่ได้เป็นตั๋วเข้า Discover วิธีเขียน schema อยู่ใน Schema Markup คืออะไร
Google Discover SEO: 7 สิ่งที่ Google บอกว่าเพิ่มโอกาสขึ้น Discover
Google Discover SEO คือการทำให้บทความที่มีสิทธิ์อยู่แล้ว มีโอกาสถูกเลือกและถูกคลิกมากขึ้น ผ่าน 7 ข้อที่เอกสาร Get on Discover (9 มี.ค. 2026) ระบุไว้ ทั้ง 7 ข้อไม่มีข้อไหนเป็นเทคนิคลับ เป็นเรื่องพาดหัว รูป ความทันเวลา และคุณภาพ ซึ่งทีมคอนเทนต์ทำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งนักพัฒนามาก
| สิ่งที่ Google ระบุ | ทำจริงยังไง |
|---|---|
| 1. ใช้ชื่อเรื่องและพาดหัวที่จับใจความของเนื้อหา ไม่ใช่ clickbait | อ่านพาดหัวแล้วถามว่า “เนื้อหาให้สิ่งที่พาดหัวสัญญาครบไหม” ถ้าไม่ ให้แก้พาดหัว วิธีเขียนอยู่ใน Title Tag คืออะไร |
| 2. ไม่ทำพรีวิวที่ชวนเข้าใจผิด เกินจริง หรือกั๊กข้อมูลสำคัญไว้ให้คนต้องคลิก | อย่าเขียนแบบ “คุณจะไม่เชื่อว่า…” หรือซ่อนคำตอบที่เป็นสาระของเรื่อง |
| 3. ไม่เล่นกับความอยากรู้เรื่องสยดสยอง เรื่องเร้าอารมณ์ทางเพศ หรือความโกรธ | เลือกมุมเล่าที่ให้ประโยชน์ ไม่ใช่มุมที่ปลุกอารมณ์อย่างเดียว |
| 4. ทำเนื้อหาที่ทันเวลา เล่าเรื่องได้ดี หรือมี insight ที่ไม่ซ้ำใคร | เรื่องที่เพิ่งเปลี่ยน ข้อมูลที่เก็บเอง ประสบการณ์ตรง มุมที่หน้าอื่นไม่มี |
| 5. ใช้รูปใหญ่ คุณภาพดี และเกี่ยวกับเนื้อหา | ดูหัวข้อรูปปกสำหรับ Discover |
| 6. ระบุรูปใหญ่ที่เป็นตัวแทนหน้าด้วย schema.org หรือ og:image ไม่ใช้โลโก้หรือรูปที่มีตัวหนังสือเยอะ | ตั้งรูปปกของบทความนั้นเองในปลั๊กอิน SEO แล้วเช็กใน View page source |
| 7. ให้ประสบการณ์หน้าเว็บที่ดี | หน้าโหลดเร็วบนมือถือ อ่านง่าย ไม่มีป๊อปอัปบังเนื้อหา (เรื่องความเร็วหน้าเว็บดู Core Web Vitals ซึ่งเป็นบทความแยก) และเขียนเพื่อคนอ่านก่อนตามแนวทาง people-first content ของ Google |

ข้อ 4 คือเรื่องเดียวกับการวางแผนคอนเทนต์ทั่วไป ถ้าทีมยังไม่มีระบบวางแผนบล็อก เริ่มที่ SEO Blog คืออะไร แล้วค่อยปรับพาดหัวและรูปสำหรับ Discover ทีหลัง
รูปปกสำหรับ Discover: เช็กความกว้างของไฟล์จริง ไม่ใช่ตัวเลขที่ประกาศ
รูปปกสำหรับ Discover คือรูปที่ Google ใช้บนการ์ดของบทความ ถ้าต้องการการ์ดรูปใหญ่ รูปต้องกว้างอย่างน้อย 1200 px รวมมากกว่า 300,000 พิกเซล และหน้าต้องเปิดสิทธิ์รูปใหญ่ด้วยค่า max-image-preview:large ใน robots meta tag (หรือใช้ AMP ซึ่งเป็นรูปแบบหน้าเร็วของ Google) ตามเอกสาร Get on Discover (9 มี.ค. 2026) สเปกเต็ม วิธีระบุรูปหลักด้วย og:image (แท็กบอกรูปหลักของหน้า) หรือ schema และวิธีเช็กใน 1 นาที อยู่ในหัวข้อรูปปกและ Google Discover ของบทความ Image SEO
เอกสาร Robots meta tag (24 มี.ค. 2026) บอกว่า nosnippet และ max-snippet ก็มีผลกับ Discover ด้วย ถ้าเว็บคุณตั้งค่าเหล่านี้ไว้เพื่อเหตุผลอื่น ให้รู้ว่าค่าเหล่านั้นกระทบ Discover ไปพร้อมกัน
สิ่งที่ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงมี 2 เรื่อง ซึ่งเราเจอจากการตรวจเว็บสื่อไทย 21 เว็บ (16 ต.ค. 2026)
- ตัวเลขความกว้างที่ประกาศเชื่อไม่ได้เสมอ: เว็บที่ประกาศ og:image:width ไว้มี 16 เว็บ ในจำนวนนี้ 5 เว็บประกาศไม่ตรงกับไฟล์จริง สองเว็บประกาศ 700 px แต่ไฟล์จริงกว้าง 1280 และ 1820 px อีกสามเว็บคลาดไป 80 px ทั้งทางมากและทางน้อย เครื่องมือที่อ่านแค่แท็กจะรายงานผิด ให้เปิดไฟล์รูปดูขนาดจริงทุกครั้ง
- รูปโซเชียล 1.91:1 ไม่ใช่ 16:9: 8 ใน 21 เว็บใช้รูปสัดส่วนราว 1.91:1 (ขนาดแชร์โซเชียล เช่น 1200×630) Google แนะนำ 16:9 และบอกว่าจะพยายามครอปอัตโนมัติ รูป 1.91:1 จึงไม่ผิด แต่ส่วนสำคัญของรูป เช่น หน้าคนหรือตัวสินค้า ต้องอยู่กลางภาพ ไม่ให้หลุดขอบเมื่อถูกครอปเป็น 16:9

วิธีเช็กความกว้างไฟล์จริงแบบเร็ว: เปิด View page source ค้น og:image คัดลอก URL ของรูปไปเปิดในแท็บใหม่ ใน Chrome ชื่อแท็บจะแสดงขนาดพิกเซลของรูป เช่น (1280×720) ถ้าไม่เห็น ให้ดาวน์โหลดไฟล์มาดูในข้อมูลของไฟล์ ทำกับบทความใหม่สัก 3 บทความก็พอรู้ว่าระบบของเว็บคุณส่งรูปขนาดไหนจริง
นโยบายเนื้อหา Discover: พาดหัวต้องตรง ควรมีวันที่และผู้เขียน
นโยบายเนื้อหา Discover คือกติกาที่ตัดสินว่าบทความยังมีสิทธิ์ขึ้นฟีดหรือไม่ ใช้กับทุกเว็บที่อยากได้ทราฟฟิกจาก Discover ผิดนโยบายแล้วเนื้อหาจะถูกเอาออก ถ้าผิดซ้ำหรือผิดร้ายแรง ทั้งเว็บอาจหมดสิทธิ์ ตามหน้า Discover content policies ของ Google Search Help
- นโยบายรวมของ Google Search: ต้องไม่ผิดนโยบายของฟีเจอร์ใน Google Search ได้แก่ เนื้อหาอันตราย การหลอกลวง การคุกคาม ความเกลียดชัง สื่อที่ถูกบิดเบือน (manipulated media) เนื้อหาทางการแพทย์ตามนโยบาย medical content ของ Google เนื้อหาทางเพศโจ่งแจ้ง แนวคิดหัวรุนแรง ความรุนแรงและภาพสยดสยอง และภาษาหยาบคาย รวมถึงนโยบายสแปม
- โฆษณาและเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน: โฆษณาต้องไม่มากกว่าเนื้อหา เนื้อหาที่มีผู้สนับสนุนต้องเปิดเผยให้ชัด และห้ามปลอมเนื้อหาที่มีผู้สนับสนุนให้ดูเหมือนเนื้อหาของกองบรรณาธิการ
- เนื้อหาชวนเข้าใจผิด (Misleading): สิ่งที่พรีวิวสัญญาไว้ ทั้งพาดหัว รูป และคำโปรย ต้องมีจริงในหน้า
- ความโปร่งใส (Transparency): Google เขียนว่าแหล่งข่าวควรแสดงวันที่และชื่อผู้เขียนชัดเจน ข้อมูลผู้เขียน สื่อ และผู้เผยแพร่ ข้อมูลบริษัทหรือเครือข่ายเบื้องหลัง และช่องทางติดต่อ เว็บที่ไม่ใช่เว็บข่าวทำตามได้และไม่เสียอะไร
ถ้าเว็บโดนลงโทษด้วยมือ (manual action) เฉพาะ Discover คุณจะเห็นในเมนู Security & Manual actions ของ Search Console รายงานนั้นจะบอกว่าผิดนโยบายข้อไหน ให้แก้เนื้อหาตามนั้นก่อนทำอย่างอื่น เรื่องหน้าผู้เขียนและการแสดงความเชี่ยวชาญ อ่านต่อได้ที่ E-E-A-T คืออะไร

The Art of SEO 4th ed. บทที่ 7 สรุปนโยบายและข้อกำหนดด้านความโปร่งใสชุดนี้ไว้ตั้งแต่ปี 2023 และยังตรงกับเอกสาร Google ปัจจุบัน ส่วนที่เปลี่ยนไปคือรายละเอียดเรื่องปุ่มติดตาม ซึ่งอธิบายในหัวข้อDiscover กับ AI
Discover core update กุมภาพันธ์ 2026 เปลี่ยนอะไร มาไทยหรือยัง
Discover core update กุมภาพันธ์ 2026 คือการปรับระบบที่เลือกบทความขึ้น Discover ครั้งใหญ่ ซึ่ง Google ประกาศในบล็อก Search Central เมื่อ 5 ก.พ. 2026 และ Search Status Dashboard บันทึกว่าปล่อยตั้งแต่ 5 ก.พ. จนเสร็จราว 27 ก.พ. 2026 อัปเดตนี้เริ่มกับผู้ใช้ภาษาอังกฤษในสหรัฐฯ ก่อน และ Google บอกว่าจะขยายไปทุกประเทศและทุกภาษาในเดือนต่อๆ ไป
Google บอกเป้าหมายของอัปเดตนี้ไว้ 3 อย่าง
- แสดงเนื้อหาที่เกี่ยวกับพื้นที่ของผู้ใช้มากขึ้น จากเว็บที่ตั้งอยู่ในประเทศเดียวกับผู้ใช้
- ลดเนื้อหาเร้าอารมณ์และ clickbait
- แสดงเนื้อหาที่ลึก เป็นต้นฉบับ และทันเวลามากขึ้น จากเว็บที่มีความเชี่ยวชาญ โดยพิจารณาความเชี่ยวชาญเป็นรายหัวข้อ
ณ วันที่เราเช็ก (16 ต.ค. 2026) เรายังไม่พบประกาศของ Google ว่าอัปเดตนี้ขยายมาถึงผู้ใช้ในไทยหรือภาษาไทยแล้ว จึงยังสรุปไม่ได้ว่าทราฟฟิก Discover ของเว็บไทยที่ขึ้นหรือลงช่วงนี้เกี่ยวกับอัปเดตนี้ ทิศทางที่ Google บอกก็ชัดพอจะเตรียมตัวได้ คือเขียนในหัวข้อที่เว็บคุณเชี่ยวชาญจริง และเลิกพาดหัวเร้าอารมณ์ เราจะติดตามเรื่อง core update ต่อในบทความแยกเรื่อง Google core update
Discover กับ AI: สรุปด้วย AI ปุ่มติดตาม และโพสต์โซเชียล
Discover ในปี 2025–2026 เปลี่ยนไป 3 ทาง คือ มี AI สรุปข่าว มีปุ่มติดตามสำนักข่าวและครีเอเตอร์แบบใหม่ และเพิ่มโพสต์จากโซเชียลมีเดียเข้ามาในฟีด การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเริ่มที่สหรัฐฯ และเรายังไม่เห็นหลักฐานว่ามีในไทยแล้ว เจ้าของเว็บไทยจึงควรรู้ไว้เพื่อเตรียมตัว ไม่ใช่ตกใจ
- AI สรุปข่าวใน Discover (ก.ค. 2025): TechCrunch (15 ก.ค. 2025) รายงานว่า Discover เริ่มแสดงสรุปด้วย AI ที่มีโลโก้หลายสำนักข่าว และโฆษกของ Google ยืนยันว่าเป็นการเปิดตัวในสหรัฐฯ บน iOS และ Android เน้นหัวข้อกระแส เช่น กีฬาและบันเทิง เราไม่พบหน้าเอกสารหรือบล็อกของ Google เรื่องนี้โดยตรง จึงอ้างได้แค่ในฐานะคำยืนยันที่ TechCrunch รายงาน
- ติดตามสำนักข่าวและครีเอเตอร์ + โพสต์โซเชียล (17 ก.ย. 2025): บล็อก The Keyword ของ Google ประกาศว่าผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้ กดติดตามสำนักข่าวหรือครีเอเตอร์ได้โดยตรงใน Discover และเห็นตัวอย่างบทความ วิดีโอ YouTube และโพสต์โซเชียลของเขา Discover ยังเพิ่มโพสต์จาก X, Instagram และ YouTube Shorts โดยบอกว่าจะมีแพลตฟอร์มอื่นตามมา ประกาศนี้ไม่ได้ระบุประเทศ
- ปุ่ม Follow แบบเดิมที่อาศัย RSS ถูกเอาออก (19 พ.ย. 2025): บันทึกการอัปเดตเอกสารของ Google ระบุว่าลบคำแนะนำเรื่องฟีเจอร์ Follow ออกจากเอกสาร Discover และฟีเจอร์นั้นไม่แสดงใน Discover แล้ว คำแนะนำเก่าให้ใส่ลิงก์ RSS เพื่อให้คนกด Follow (ซึ่ง The Art of SEO 4th ed. บทที่ 7 ยังแนะนำไว้) จึงล้าสมัยแล้ว การมี RSS ไม่เสียหาย แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องนี้
- รายงาน AI ใน Discover ของ Search Console (มิ.ย.–ส.ค. 2026): บล็อก Search Central (3 มิ.ย. 2026) เปิดรายงานประสิทธิภาพของฟีเจอร์ generative AI ที่มีมุมมองเฉพาะ Discover และหมายเหตุบนโพสต์เดียวกันบอกว่าเปิดให้ทุกเว็บทั่วโลกแล้วตั้งแต่ 31 ส.ค. 2026 (หน้า Help ของรายงานยังเขียนว่าบางเว็บอาจยังไม่เห็นรายงาน) รายละเอียดอยู่ในหัวข้อดูผลใน Search Console
ถ้าคุณไม่อยากให้เนื้อหาถูกใช้ในฟีเจอร์ generative AI ของ Google Search Console มีตัวตั้งค่า Search generative AI control ในหน้า Settings ซึ่งครอบคลุม AI Overviews, AI Mode และฟีเจอร์ generative AI ใน Google Discover ค่าเริ่มต้นคือเปิดให้ใช้ การเปลี่ยนมีผลในราว 1–2 วัน และ Search Console Help ระบุว่าไม่ถูกใช้เป็นสัญญาณจัดอันดับในส่วนอื่น ภาพรวมของ AI ใน Google อ่านได้ที่ AI Overviews คืออะไร และ AI Search คืออะไร

สิ่งที่เรายังไม่ได้เห็นด้วยตาคือฟีด Discover ของผู้ใช้ในไทยมีการ์ดสรุปด้วย AI โพสต์โซเชียล หรือปุ่มติดตามสำนักข่าวแบบใหม่แล้วหรือยัง ถ้าเราเก็บข้อมูลส่วนนี้ได้จะกลับมาอัปเดตบทความพร้อมวันที่และจำนวนเครื่องที่ดู
ดูผล Discover ใน Search Console: ทำไมบางเว็บไม่มีรายงาน
รายงาน Discover ใน Search Console คือที่เดียวที่ Google ให้ตัวเลขทราฟฟิกจาก Discover อย่างเป็นทางการ อยู่ในเมนู Performance และจะปรากฏเมื่อเว็บมี impression จาก Discover ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำแล้วเท่านั้น ถ้าคุณไม่เห็นเมนู Discover เลย แปลว่าเว็บยังไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ใช่ว่าเว็บมีปัญหา เอกสารของ Google ที่เราอ่านไม่ได้ระบุตัวเลขของเกณฑ์นี้
Search Console Help หน้า Discover report และเอกสาร Get on Discover อธิบายวิธีนับไว้ดังนี้
- ตัวชี้วัดมี 3 ตัว: คลิก impression และ CTR ย้อนหลังได้ 16 เดือน รายงานนี้ไม่มีค่า Average position (Google ไม่ได้ระบุค่านี้สำหรับ Discover ซึ่งเป็นฟีด ไม่ใช่รายการผลค้นหา)
- การนับ impression: 1 impression ต่อ 1 รายการต่อ 1 session การแชร์ไม่นับเป็นคลิก ความหมายของ impression และ CTR อ่านต่อได้ที่ CTR กับ Impression คืออะไร
- เครดิตไปที่ URL canonical (URL หลักที่ระบุไว้ของเนื้อหานั้น): ถ้ามีหลาย URL ของเนื้อหาเดียวกัน ตัวเลขจะรวมไปที่ URL canonical
- รวมทราฟฟิกจาก Chrome: นับรวมการแนะนำเนื้อหาใน Chrome ด้วย
- ข้อมูลช้า 2–3 วัน: ช่วง 2 วันล่าสุดยังเป็นตัวเลขเบื้องต้น ตารางแสดงได้สูงสุด 1,000 แถว และช่วงเวลาเริ่มต้นคือ 3 เดือน
รายงาน generative AI ใน Discover (เปิดให้ทุกเว็บตั้งแต่ 31 ส.ค. 2026) แสดงเฉพาะ impression แยกตามหน้า ประเทศ และวันที่ ไม่แยกอุปกรณ์สำหรับ Discover ค่าที่ต่ำกว่าเกณฑ์จะไม่แสดงในกราฟแต่ยังนับรวมในยอดรวม ตาม Search Console Help หน้า Generative AI performance report (Discover)

ฝั่ง GA4 เราไม่พบเอกสารทางการของ GA4 ที่บอกวิธีแยกทราฟฟิกจาก Discover ออกมาเป็นช่องทางของตัวเอง ตัวเลขของ Discover ที่เชื่อถือได้ที่สุดจึงอยู่ใน Search Console ส่วนพื้นฐานการอ่าน GA4 อยู่ใน GA4 คืออะไร
เมื่อเว็บคุณมีรายงานแล้ว ให้เปิดดูเป็นประจำ AI SEO For Dummies บทที่ 6 แนะนำให้เช็กแดชบอร์ด (ซึ่งรวมข้อมูล Search Console) เป็นงานประจำสัปดาห์ราว 10 นาที หนังสือไม่ได้พูดถึง Discover แต่หลักนี้เหมาะกับ Discover มาก เพราะทราฟฟิกพุ่งและหายเร็ว ถ้าดูเดือนละครั้งจะไม่รู้ว่าบทความไหนเคยขึ้นและขึ้นเพราะอะไร
เว็บ The Missing Piece มีข้อมูล Discover หรือยัง: ยังไม่มีในข้อมูลที่เราเก็บ ณ 16 ต.ค. 2026 ข้อมูล Search Console ที่เราดึงมาวิเคราะห์จนถึงวันนี้เป็นข้อมูลผลการค้นหา และยังไม่มีข้อมูล Discover ของเว็บเรา เว็บเพิ่งเปิดเมื่อ 1 ต.ค. 2026 เราจึงคาดว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ รูปปกของบทความนี้เราตั้งใจทำให้ตรงสเปกของ Discover และจะกลับมาอัปเดตเมื่อมีข้อมูล ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน
Google Discover traffic: คาดหวังได้แค่ไหน ทำไมขึ้นเร็วลงเร็ว
ทราฟฟิกจาก Google Discover คาดเดายากกว่าทราฟฟิกจากการค้นหา และ Google เองแนะนำให้ถือเป็นทราฟฟิกเสริม เอกสาร Get on Discover (9 มี.ค. 2026) ใช้คำว่า “less predictable or dependable” เมื่อเทียบกับการค้นหาด้วย keyword เหตุผลคือฟีดตามความสนใจของคน ซึ่งเปลี่ยนตลอด ไม่ได้ตามคำค้นที่ค่อนข้างคงที่
Google ให้เหตุผลที่ทราฟฟิก Discover เปลี่ยนไว้ 3 ข้อ คือ ความสนใจของผู้ใช้เปลี่ยน ระบบปรับประเภทเนื้อหาที่แสดง และการอัปเดตของ Search เอกสารเดียวกันบอกด้วยว่าบางครั้ง “ไม่มีอะไรที่คุณต้องทำ” ทราฟฟิกที่ลดลงจึงไม่ได้แปลว่าเว็บคุณมีปัญหาเสมอไป
ตัวเลขชุดที่ใหญ่ที่สุดที่เราพบมาจาก Chartbeat และเป็นข้อมูลของเว็บข่าวเท่านั้น จึงใช้คาดการณ์เว็บแบรนด์หรือเว็บ B2B ไม่ได้ตรงๆ
- Discover เป็นก้อนใหญ่ของทราฟฟิก Google สำหรับเว็บข่าว: ข้อมูล Chartbeat ในบทวิเคราะห์ของ Press Gazette (7 ส.ค. 2025, เว็บข่าวและสื่อราว 2,000 เว็บ) พบว่า 68% ของทราฟฟิกจาก Google มาจาก Discover และ 32% มาจาก Search
- แต่ Discover ก็ลดลงด้วย: ข้อมูล Chartbeat ในรายงาน Journalism and Technology Trends and Predictions 2026 ของ Reuters Institute ที่ Press Gazette รายงาน (12 ม.ค. 2026, เว็บสำนักข่าวมากกว่า 2,500 เว็บ) พบว่าในปีถึง พ.ย. 2025 ทราฟฟิกจาก Google Search ลดลง 33% และจาก Discover ลดลง 21% ทั่วโลก
สำหรับเว็บแบรนด์หรือเว็บความรู้ที่ไม่ใช่เว็บข่าว การวางแผนที่สมเหตุสมผลคือทำให้บทความ “พร้อม” สำหรับ Discover (สิทธิ์ พรีวิว และคุณค่า) แต่วัดความสำเร็จหลักจาก Search เมื่อบทความขึ้น Discover ให้ถือเป็นโบนัส แล้วดูว่าบทความนั้นมีอะไรต่างจากบทความอื่น AI SEO For Dummies บทที่ 8 เขียนเรื่องการทดลองเมื่อผลลัพธ์ใน AI แกว่งเพราะโมเดลเปลี่ยนตลอด แนะนำให้เปลี่ยนทีละสมมติฐาน แล้ววัดซ้ำในช่วง 2–4 สัปดาห์ หลักนี้ใช้กับการลองปรับพาดหัวหรือรูปสำหรับ Discover ได้ดี
เว็บสื่อไทยพร้อมขึ้น Discover แค่ไหน (เราตรวจ 21 บทความ)
บทความล่าสุดของเว็บสื่อไทยที่เราตรวจ ผ่านเงื่อนไขรูปที่ Google ประกาศสำหรับ Discover ครบเพียง 12 จาก 21 บทความ (57%, ช่วงความเชื่อมั่น 95% อยู่ที่ 37–76%) เราตรวจเมื่อ 16 ต.ค. 2026 กับเว็บข่าวและเว็บสื่อเฉพาะทาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าจะได้ทราฟฟิกจาก Discover มากที่สุด ช่องที่ขาดบ่อยคือค่า max-image-preview:large และรูปที่กว้างไม่ถึง 1200 px
| สิ่งที่ตรวจ | จำนวน (จาก 21) | % | ช่วงความเชื่อมั่น 95% |
|---|---|---|---|
| มี max-image-preview:large ใน HTML | 15 | 71% | 50–86% |
| ไม่มีทั้ง max-image-preview:large, X-Robots-Tag และ AMP (ไม่มีทางเลือกอื่นเลย) | 6 | 29% | 14–50% |
| มี og:image | 20 | 95% | 77–99% |
| ไฟล์ og:image กว้างจริงอย่างน้อย 1200 px | 17 | 81% | 60–92% |
| ไฟล์ og:image มากกว่า 300,000 พิกเซล | 19 | 90% | 71–97% |
| ผ่านครบทั้ง 3 เงื่อนไขรูป | 12 | 57% | 37–76% |
| มีวันที่เผยแพร่ (meta หรือ JSON-LD) | 19 | 90% | 71–97% |
| มีวันที่แก้ไข (meta หรือ JSON-LD) | 17 | 81% | 60–92% |
| มี author ใน JSON-LD | 19 | 90% | 71–97% |

รายละเอียดที่น่าสนใจมี 4 ข้อ ข้อแรก รูป og ที่กว้างไม่ถึง 1200 px มี 3 จาก 20 บทความที่มี og:image โดยกว้าง 700, 800 และ 960 px ข้อสอง เว็บที่ไม่มี og:image เลยมีหนึ่งเว็บ ซึ่งปลั๊กอิน SEO ยังพิมพ์ค่า max-image-preview:large ไว้ เปิดสิทธิ์รูปใหญ่แต่ไม่มีรูปให้ใช้ ข้อสาม เว็บที่ไม่มี max-image-preview:large ส่วนใหญ่มีรูปใหญ่พอแล้ว แต่ HTML ไม่ได้เปิดสิทธิ์ให้แสดงรูปใหญ่ ซึ่งตามเอกสาร Robots meta tag ของ Google แปลว่า Google อาจแสดงแค่รูปพรีวิวขนาดปกติ ข้อสี่ แยกตามกลุ่ม เว็บข่าวผ่านครบ 7 จาก 10 และเว็บเฉพาะทางผ่าน 5 จาก 11 แต่กลุ่มเล็กเกินกว่าจะเทียบกันได้
วิธีเก็บข้อมูลและข้อจำกัด:
- วางแผนไว้ 29 เว็บไทย (เว็บข่าว 15 และเว็บสื่อเฉพาะทาง 14 ด้านธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี การเงิน ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ อาหาร) เลือกบทความล่าสุดของแต่ละเว็บจาก RSS หรือลิงก์บทความแรกบนหน้าแรก
- เปิด HTML ดิบเว็บละ 1 ครั้ง (ไม่รัน JavaScript) ด้วย user agent ของ Chrome บน Android แล้วดาวน์โหลดรูป og:image มาอ่านขนาดจริง หน้าที่ไม่มี max-image-preview:large ถูกเปิดซ้ำเพื่อเช็ก X-Robots-Tag และหน้า AMP
- ตัดออก 8 เว็บ (3 เว็บบล็อกการเข้าถึงของเรา และ 5 เว็บหา URL บทความอัตโนมัติไม่ได้) เหลือ n = 21 (เว็บข่าว 10 เว็บเฉพาะทาง 11)
- เป็นกลุ่มตัวอย่างตามสะดวก เว็บละบทความเดียว ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของ “เว็บไทย” ทั้งหมด robots meta ที่ใส่ด้วย JavaScript เราจะไม่เห็น
- “มี author” แปลว่ามีช่อง author ใน JSON-LD เท่านั้น เราไม่ได้ตรวจว่าเป็นชื่อคนจริงหรือแสดงชื่อบนหน้า
- ข้อมูลนี้วัดสัญญาณความพร้อม ไม่ได้วัดว่าบทความได้ขึ้น Discover จริง เราไม่มีข้อมูล Discover ของเว็บเหล่านี้
ความเชื่อผิดเรื่อง Google Discover 6 ข้อ
ความเชื่อผิดเรื่อง Google Discover ที่เรายังเห็นในหน้าที่ติดอันดับ คำตอบ AI และคำแนะนำเก่าที่ยังถูกอ้างต่อ มี 6 ข้อหลัก บางข้อเคยถูกแต่ Google เปลี่ยนเอกสารไปแล้ว บางข้อไม่เคยถูกเลย ตารางนี้เทียบกับเอกสารของ Google ณ 16 ต.ค. 2026 โดยไม่ระบุชื่อเว็บ
| ความเชื่อ | ข้อเท็จจริง |
|---|---|
| “ใส่ schema แล้วจะได้ขึ้น Discover” | Google บอกว่าไม่ต้องใส่แท็กหรือ structured data พิเศษ schema หรือ og:image ช่วยบอก Google ว่าจะใช้รูปไหนเป็นรูปย่อ ซึ่งเป็นข้อหนึ่งที่เพิ่มโอกาส แต่ไม่ใช่เงื่อนไขการมีสิทธิ์ |
| “รายงาน Discover มีค่า Average Position” | รายงาน Discover มีแค่คลิก impression และ CTR ไม่มีอันดับเฉลี่ย |
| “Index แล้วบทความจะขึ้น Discover เอง” | Index แล้วแค่มีสิทธิ์ Google บอกว่าไม่รับประกันว่าจะปรากฏ |
| “ทราฟฟิก Discover ตก แปลว่าเว็บมีปัญหา” | Google ระบุเหตุผลอื่นไว้ด้วย เช่น ความสนใจของผู้ใช้เปลี่ยน และบอกว่าบางครั้งไม่มีอะไรที่ต้องแก้ |
| “ทำ Web Stories เพื่อเข้า Discover” | เอกสาร Web Stories ของ Google (1 ก.ค. 2026) บอกว่า Stories อาจขึ้นเป็นการ์ดเดี่ยว โดย “most likely” ในสหรัฐฯ อินเดีย และบราซิล ไม่ใช่ทางลัดสำหรับเว็บไทย |
| “ใส่ RSS เพื่อให้คนกด Follow เว็บใน Discover” | Google ลบคำแนะนำเรื่อง Follow ออกเมื่อ 19 พ.ย. 2025 และบอกว่าฟีเจอร์นั้นไม่แสดงใน Discover แล้ว |

คำตอบของ AI ก็ยังพลาดเรื่องนี้ AI Overview บนมือถือของคำ “google discover” ที่เราดู (16 ต.ค. 2026, n=1) ให้นิยามถูก แต่บอกว่าดูสถิติ Discover ได้ “ผ่าน Google Search Central” ซึ่งไม่ถูก รายงานอยู่ใน Search Console และไม่พูดถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ส่วนคำตอบของ OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) ที่เราทดสอบ (n=1, 16 ต.ค. 2026) บอกให้ใช้รูป “อย่างน้อย 1200 x 800 px และสัดส่วน 16:9” ซึ่งขัดกันเอง เพราะ 1200×800 คือ 3:2 และไม่ได้บอกว่า Discover ไม่ต้องใส่แท็กพิเศษ
เช็กลิสต์ 10 ข้อก่อนกดเผยแพร่บทความที่อยากขึ้น Discover
เช็กลิสต์นี้คือสิ่งที่ทีมคอนเทนต์ทำได้ก่อนกดเผยแพร่ทุกบทความ ใช้เวลาไม่กี่นาทีต่อบทความ และไม่มีข้อไหนรับประกันว่าจะได้ขึ้น Discover แต่ทุกข้อลดเหตุผลที่บทความจะตกรอบตั้งแต่ต้น
- หน้า index ได้ (ไม่มี noindex) และอยู่ใน sitemap
- พาดหัวบอกใจความของเนื้อหา ไม่กั๊กคำตอบ ไม่เร้าอารมณ์เกินเนื้อหา
- รูปพรีวิวและคำโปรยตรงกับสิ่งที่อยู่ในหน้าจริง
- มีรูปปกของบทความนั้นเอง (ไม่ใช่โลโก้ ไม่ใช่รูปที่มีตัวหนังสือเยอะ) ระบุผ่าน og:image หรือ schema
- เปิดไฟล์รูปปกจริงแล้วกว้างอย่างน้อย 1200 px และรวมมากกว่า 300,000 พิกเซล
- ส่วนสำคัญของรูปอยู่กลางภาพ รอดเมื่อถูกครอปเป็น 16:9
- ใน HTML มี
max-image-preview:largeใน robots meta tag - แสดงวันที่เผยแพร่และชื่อผู้เขียนบนหน้า มีหน้าผู้เขียนและหน้าติดต่อ
- โฆษณาไม่มากกว่าเนื้อหา และเนื้อหาที่มีผู้สนับสนุนเปิดเผยให้ชัด
- เนื้อหามีสิ่งใหม่ เช่น ข้อมูลที่เก็บเอง ประสบการณ์ตรง หรือเรื่องที่เพิ่งเปลี่ยน ในหัวข้อที่เว็บคุณเชี่ยวชาญ

ข้อ 1 ถึง 7 เป็นส่วนหนึ่งของ On-page SEO ที่ทำครั้งเดียวในระบบแล้วได้ทุกบทความ ภาพรวมอยู่ที่ On-page SEO คืออะไร ถ้าอยากเรียนพื้นฐานทีละขั้น เริ่มได้ที่ เรียน SEO ฟรีทีละขั้น
อยากให้ AI ช่วยดูผลของเว็บคุณทุกสัปดาห์ ทั้งใน Search Console และในคำตอบ AI: คอร์สเรียน SEO & AI Search สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์
สำหรับผู้ใช้มือถือ: เปิดหรือปิด Google Discover
ถ้าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของเว็บ แค่อยากปิดหรือปรับ Google Discover ในมือถือ วิธีที่ตรงที่สุดคือทำตามหน้า Help ของ Google เพราะเมนูต่างกันตามรุ่นมือถือและเวอร์ชันแอป
- ปิด Discover ในแอป Google บน Android: หน้า Help ภาษาไทยเรื่องปิดฟีเจอร์สำรวจ (Discover)
- ปรับสิ่งที่เห็นในฟีด เช่น ติดตามหัวข้อ บอกว่าไม่สนใจเรื่องหนึ่ง หรือไม่ต้องแสดงเนื้อหาจากเว็บหนึ่ง: หน้า Help เรื่องCustomize Discover
บทความนี้เขียนโดยทีม The Missing Piece จากเอกสารทางการของ Google ข้อมูลที่ระบุวิธีเก็บ และข้อมูลที่เราตรวจเองจากเว็บสื่อไทย
คำถามที่พบบ่อย
Google Discover คืออะไร
Google Discover คือฟีดแนะนำเนื้อหาของ Google ที่เลือกบทความ วิดีโอ และโพสต์มาให้แต่ละคนตามความสนใจ โดยไม่ต้องพิมพ์ค้นหา ผู้ใช้เจอได้ในแอป Google หน้า google.com บนมือถือ และบน Android บางรุ่นที่ปัดหน้าจอหลักไปทางขวา
ต้องใส่แท็กหรือ schema อะไรเพื่อให้ขึ้น Discover ไหม
ไม่ต้อง Google บอกว่าเนื้อหาที่ถูก index และไม่ผิดนโยบายมีสิทธิ์ขึ้น Discover อัตโนมัติ สิ่งที่ควรตั้งคือค่า max-image-preview:large เพื่อเปิดสิทธิ์รูปใหญ่ และระบุรูปปกด้วย og:image หรือ schema เพื่อให้ Google เลือกรูปถูก
เว็บเล็กหรือเว็บแบรนด์ที่ไม่ใช่เว็บข่าว ขึ้น Discover ได้ไหม
ได้ เงื่อนไขของ Google ใช้กับทุกเว็บที่ถูก index และไม่ผิดนโยบาย แต่ทราฟฟิกจาก Discover คาดเดายาก Google แนะนำให้ถือเป็นทราฟฟิกเสริม เว็บแบรนด์จึงควรเตรียมบทความให้พร้อม แต่วัดความสำเร็จหลักจาก Search
ดูทราฟฟิก Discover ใน Search Console ยังไง ทำไมไม่มีเมนู Discover
เปิด Search Console แล้วไปที่ Performance จะเห็นรายงาน Discover เมื่อเว็บมี impression จาก Discover ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำแล้ว ถ้าไม่เห็นเมนูนี้ แปลว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ รายงานแสดงคลิก impression และ CTR ย้อนหลัง 16 เดือน
ทำไมทราฟฟิกจาก Discover พุ่งแล้วหายไปในไม่กี่วัน
เพราะ Discover แนะนำตามความสนใจที่เปลี่ยนตลอด เนื้อหาที่ทันเวลาจะถูกแนะนำช่วงสั้นๆ แล้วลดลง Google ระบุเหตุผลอื่นไว้ด้วย คือการปรับประเภทเนื้อหาและการอัปเดตของ Search และบอกว่าบางครั้งไม่มีอะไรที่ต้องแก้
Discover core update กุมภาพันธ์ 2026 มีผลกับเว็บไทยหรือยัง
ยังไม่มีประกาศ อัปเดตนี้เริ่มกับผู้ใช้ภาษาอังกฤษในสหรัฐฯ (5–27 ก.พ. 2026) และ Google บอกว่าจะขยายไปทุกประเทศและภาษาต่อไป ณ 16 ต.ค. 2026 เรายังไม่พบประกาศสำหรับไทย
แหล่งอ้างอิง
- Google Search Central, Discover and your website (Google เรียกในบล็อกว่า Get on Discover · last updated 2026-03-09: มีสิทธิ์อัตโนมัติเมื่อ index และไม่ผิดนโยบาย, ไม่ต้องใส่แท็กหรือ structured data พิเศษ, ไม่รับประกัน, 7 วิธีเพิ่มโอกาส, รูป ≥1200 px >300,000 พิกเซล 16:9 + max-image-preview:large หรือ AMP, เนื้อหาที่ไม่แนะนำ, ทราฟฟิกคาดเดายากให้ถือเป็นทราฟฟิกเสริม, รายงาน 16 เดือน + เกณฑ์ขั้นต่ำ + รวม Chrome)
- Search Console Help, Discover performance report (ไม่ระบุวันที่ ตรวจ 16 ต.ค. 2026: คลิก impression CTR, 1 impression ต่อรายการต่อ session, แชร์ไม่นับเป็นคลิก, เครดิตไป URL canonical, ข้อมูลช้า 2–3 วัน, ตาราง 1,000 แถว)
- Search Console Help, Generative AI performance report (Discover) (ตรวจ 16 ต.ค. 2026: impression อย่างเดียว ค่าต่ำกว่าเกณฑ์ไม่แสดงในกราฟแต่นับในยอดรวม)
- Google Search Central Blog, Introducing Search Generative AI performance reports in Search Console (3 มิ.ย. 2026; หมายเหตุบนโพสต์: เปิดให้ทุกเว็บทั่วโลก 31 ส.ค. 2026)
- Search Console Help, Search generative AI control (ครอบคลุม AI Overviews, AI Mode และฟีเจอร์ generative AI ใน Google Discover; ค่าเริ่มต้นเปิด; มีผลใน 1–2 วัน)
- Google Search Central, Robots meta tag (last updated 2026-03-24: max-image-preview none / standard / large, nosnippet และ max-snippet มีผลกับ Discover)
- Google Search Help, Discover content policies (ไม่ระบุวันที่ ตรวจ 16 ต.ค. 2026: นโยบายรวม, โฆษณาและเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน, Misleading, Transparency, เว็บอาจหมดสิทธิ์, manual action)
- Google Search Central Blog, Google’s February 2026 Discover Core Update (John Mueller, 5 ก.พ. 2026) · Google Search Status Dashboard (5 ก.พ. ถึงราว 27 ก.พ. 2026)
- Google Search Central, Documentation updates (19 พ.ย. 2025: ลบคำแนะนำ Follow และฟีเจอร์ไม่แสดงใน Discover แล้ว · 2 มี.ค. 2026: Google ใช้ทั้ง schema.org และ og:image เลือกรูปย่อใน Search และ Discover · 5 ก.พ. 2026: ขยายหน้า Get on Discover)
- Google The Keyword, Catch up with the creators and publishers you care about on Discover (Layla Amjadi, 17 ก.ย. 2025: ติดตามสำนักข่าวและครีเอเตอร์, โพสต์จาก X, Instagram, YouTube Shorts)
- Google Search Central, Web Stories (last updated 2026-07-01: การ์ดเดี่ยวใน Discover, most likely ในสหรัฐฯ อินเดีย บราซิล)
- Google Search Help, Customize Discover และ ปิดฟีเจอร์สำรวจ (Discover) (ฝั่งผู้ใช้)
- TechCrunch, Google Discover adds AI summaries, threatening publishers with further traffic declines (Sarah Perez, 15 ก.ค. 2025: โฆษก Google ยืนยัน, สหรัฐฯ, iOS/Android · ไม่พบเอกสารของ Google เอง)
- Press Gazette, Why publishers should worry about growing reliance on Google Discover (David Buttle, comment · 7 ส.ค. 2025: ข้อมูล Chartbeat เว็บข่าวและสื่อราว 2,000 เว็บ, Discover 68% / Search 32% ของทราฟฟิกจาก Google · เว็บข่าวเท่านั้น)
- Press Gazette, Global publisher Google traffic dropped by a third in 2025 (Charlotte Tobitt, 12 ม.ค. 2026: อ้างรายงาน Journalism and Technology Trends and Predictions 2026 ของ Reuters Institute · ข้อมูล Chartbeat มากกว่า 2,500 เว็บสำนักข่าว, ปีถึง พ.ย. 2025 Search −33% Discover −21% · เว็บข่าวเท่านั้น)
- ข้อมูลของ The Missing Piece: การตรวจความพร้อมด้าน Discover ของบทความล่าสุดจากเว็บสื่อไทย 21 เว็บ (16 ต.ค. 2026, HTML ดิบเว็บละ 1 ครั้ง + ขนาดจริงของไฟล์ og:image, ไม่ระบุชื่อเว็บ) · การสังเกต AI Overview บนมือถือของคำ “google discover” และคำตอบของ OpenAI ผ่าน API (ChatGPT) รุ่น gpt-4.1-mini เปิดค้นเว็บ ประเทศไทย อย่างละ 1 ครั้ง (16 ต.ค. 2026, n=1)
- Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 6 (เช็กแดชบอร์ดรวม Search Console เป็นงานประจำสัปดาห์ราว 10 นาที) · บทที่ 8 (ผลลัพธ์ใน AI แกว่งเพราะโมเดลเปลี่ยน เปลี่ยนทีละสมมติฐาน วัดซ้ำ 2–4 สัปดาห์) · หนังสือไม่มีบทเรื่อง Discover โดยตรง
- Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 7 (ที่มาของ Discover, รูป 1200 px + max-image-preview:large, นโยบายและความโปร่งใส, ความผันผวน, รายงานที่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ 16 เดือน · คำแนะนำเรื่อง Follow ผ่าน RSS และการใช้ Web Stories ล้าสมัยแล้ว) · บทที่ 14 (หน้า Overview ของ Search Console แสดงคลิก Discover คู่กับ Search)