The Missing Piece
ตรวจเว็บฟรี

Image SEO คืออะไร: วิธีทำ SEO รูปภาพให้ Google เจอ เข้าใจ และเลือกไปแสดง (SEO & AI Search 2026)

Image SEO คือการทำให้รูปบนเว็บถูก Google เจอ เข้าใจ และเลือกไปแสดง ทั้งใน Google Images รูปย่อในผลค้นหา Discover และคำตอบ AI บทความนี้รวมกฎทางการของ Google ฉบับปี 2025–2026 พร้อมวันที่ ชื่อไฟล์ภาษาไทยใช้ได้ไหม WebP และ AVIF รูปปก 1200 px ความเชื่อผิด 6 ข้อ เช็กลิสต์ 12 ข้อ และข้อมูลหน้าไทย 15 หน้าที่สอนเรื่องนี้

ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

เผยแพร่ 16 ต.ค. 2026 ·

อัปเดตล่าสุด 16 ต.ค. 2026

ปกบทความ Image SEO คืออะไร ให้ Google เจอ เข้าใจ เลือกรูป
Image SEO คืออะไร ให้ Google เจอ เข้าใจ เลือกรูป

สรุปสั้น (TL;DR)

Image SEO คือการทำให้รูปบนเว็บถูก Google เจอ เข้าใจ และเลือกไปแสดง ทั้งใน Google Images รูปย่อในผลค้นหา Google Discover และคำตอบของ AI งานแบ่งได้ 3 ชั้น คือ ให้ Google เจอรูป (ใส่รูปด้วยแท็ก img ที่มี URL จริง) ให้ Google เข้าใจรูป (ข้อความรอบรูป alt text ชื่อไฟล์ caption) และทำให้รูปพร้อมถูกเลือก (ฟอร์แมต ขนาด รูปปก structured data)

  • กฎที่หน้าไทยแทบไม่พูดถึง: การ์ดรูปใหญ่ใน Google Discover ต้องใช้รูปกว้างอย่างน้อย 1200 px และค่า max-image-preview:large (เอกสาร Google ปรับล่าสุด 9 มี.ค. 2026) ส่วน “รูปต้องไม่เกิน 100 KB” หรือ “ห้ามตั้งชื่อไฟล์ภาษาไทย” ไม่มีในเอกสารของ Google
  • หน้าไทยที่สอนเรื่องนี้ยังทำไม่ครบ: ใน 15 หน้าไทยที่ติดอันดับคำว่า image seo (ตรวจ 15 ต.ค. 2026) รูปในบทความ 70 รูปจาก 9 หน้ามีชื่อไฟล์ที่อธิบายรูปแค่ 31% ไม่มีรูป AVIF เลย และ 37% ของรูปมี src เป็นตัวแทนชั่วคราวใน HTML ดิบ (โค้ดที่เซิร์ฟเวอร์ส่งมาก่อน JavaScript ทำงาน)
  • คำค้นไทยที่เน้นภาพเจอคำตอบ AI เกือบทุกคำ: คำค้น 50 คำที่เราเลือกเอง บนมือถือ (15 ต.ค. 2026) เจอ AI Overview 44 คำ (88%) และวิดีโอหรือวิดีโอสั้น 43 คำ (86%) รูปของคุณจึงต้องพร้อมทั้งสำหรับผลค้นหาแบบเดิมและคำตอบ AI

Image SEO คืออะไร

Image SEO (SEO รูปภาพ) คือการทำให้รูปบนเว็บถูก Google เจอ เข้าใจ และเลือกไปแสดง ทั้งใน Google Images รูปย่อในผลค้นหาทั่วไป Google Discover และคำตอบของ AI เช่น AI Overviews งานนี้เหมาะกับทุกเว็บที่รูปเป็นส่วนสำคัญของเนื้อหา ตั้งแต่บล็อก ร้านค้าออนไลน์ ร้านอาหาร จนถึงเว็บข่าว จุดเริ่มต้นไม่ใช่ปลั๊กอินย่อรูป แต่เป็นรูปจริงที่เกี่ยวกับเนื้อหาและวางใกล้ข้อความที่อธิบายรูปนั้น ซึ่งเป็นคำแนะนำแรกๆ ในเอกสาร Image SEO best practices ของ Google (ปรับล่าสุด 2 มี.ค. 2026)

Image SEO เป็นส่วนหนึ่งของ On-Page SEO คือการปรับสิ่งที่อยู่บนหน้าเว็บของเราเอง และคาบเกี่ยวกับ Technical SEO ในส่วนที่ว่า Google โหลดรูปได้หรือไม่ หลายคนเข้าใจว่า image SEO คือการใส่ alt text แต่ alt เป็นแค่สัญญาณหนึ่งในหลายตัว รายละเอียดการเขียน alt อยู่ในบทความ Alt Text คืออะไร บทความนี้พูดถึงทุกอย่างที่เหลือ

รูปหนึ่งรูปไปถึงคนค้นได้หลายทางทั้งใน SEO & AI Search ตารางนี้สรุปว่ารูปบนเว็บไปโผล่ที่ไหนได้บ้าง และแต่ละที่ต้องการอะไรเป็นพิเศษ

ที่ที่รูปไปโผล่หน้าตาสิ่งที่ต้องมีเพิ่มจากพื้นฐาน
Google Images (แท็บรูปภาพ)ตารางรูป คลิกแล้วเห็นหน้าเว็บต้นทางรูปถูก index ได้ และมีข้อความรอบรูปที่บอกว่ารูปคืออะไร
รูปย่อในผลค้นหาเว็บรูปเล็กข้างหรือใต้ผลลัพธ์รูปหลักของหน้าที่ชัด (primaryImageOfPage หรือ og:image แท็กรูปพรีวิวของหน้า)
Google Discoverการ์ดรูปใหญ่ในฟีดบนมือถือรูปกว้าง ≥1200 px และ max-image-preview:large
AI Overviews และ AI Modeรูปประกอบในคำตอบ AI ลิงก์กลับไปที่เว็บหน้าแสดงใน snippet ได้ และเนื้อหาตอบคำถามเป็นข้อความ (Google ยังไม่มีกฎเฉพาะสำหรับรูป)
Visual search (Google Lens, Circle to Search)คนใช้กล้องหรือรูปเป็นคำค้นรูปสินค้าหรือสถานที่ที่ชัดและเป็นรูปจริง
พรีวิวเวลาแชร์ลิงก์ในโซเชียลการ์ดลิงก์ใน Facebook, LINEog:image ที่ไม่ใช่โลโก้ (ใช้แท็กเดียวกับที่ Google อ่าน)
รูปเดียวไปถึงคนค้นได้ 6 ทาง แต่ละทางต้องการสิ่งต่างกันเล็กน้อย ที่มา: เอกสาร Google Search Central (Image SEO 2 มี.ค. 2026 · Discover 9 มี.ค. 2026 · AI features 10 ธ.ค. 2025) และ Google blog (AI Mode 30 ก.ย. 2025)

Google ดูอะไรบ้างเพื่อเข้าใจว่ารูปเป็นรูปอะไร

Google เข้าใจรูปจากหลายสัญญาณพร้อมกัน ได้แก่ ข้อความบนหน้าที่อยู่ใกล้รูป alt text ชื่อไฟล์ caption structured data และการวิเคราะห์ตัวรูปเองด้วย computer vision (ระบบที่ให้คอมพิวเตอร์ “มอง” ภาพ) เจ้าของเว็บควบคุมได้ทุกตัวยกเว้นตัวสุดท้าย เอกสาร Image SEO ของ Google (2 มี.ค. 2026) ยกให้ alt text เป็นข้อมูลอธิบายรูปที่สำคัญที่สุด และ The Art of SEO บทที่ 7 กับบทที่ 12 ก็ย้ำว่า search engine ยังพึ่งชื่อไฟล์ alt และข้อความรอบรูปอยู่มาก แม้จะมองภาพได้เก่งขึ้นแล้ว

  • ข้อความรอบรูป: หัวข้อและย่อหน้าที่อยู่ใกล้รูปบอกบริบท Google แนะนำให้วางรูปใกล้ข้อความที่เกี่ยวข้องเท่าที่ทำได้ รูปส้มตำที่อยู่ใต้หัวข้อสูตรส้มตำเข้าใจง่ายกว่ารูปเดียวกันที่อยู่ท้ายหน้า
  • Alt text: ข้อความแทนรูปใน attribute alt ของแท็ก img บอกทั้ง screen reader และ Google ว่ารูปสื่ออะไร วิธีเขียน ตัวอย่างดีและไม่ดี และเมื่อไหร่ควรปล่อย alt ว่าง อยู่ใน คู่มือ alt text ของเรา
  • ชื่อไฟล์: สัญญาณเล็กๆ ที่บอกว่ารูปคืออะไร รายละเอียดอยู่หัวข้อชื่อไฟล์ด้านล่าง
  • Caption: คำบรรยายใต้รูปเป็นข้อความที่คนอ่านจริง AI SEO For Dummies บทที่ 15 แนะนำให้ caption บอกผู้อ่านว่าควรดูอะไรในรูป เพื่อให้รูปทำหน้าที่เป็นหลักฐาน ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง
  • Structured data: บอกว่ารูปไหนเป็นรูปหลักของหน้า ใครถือสิทธิ์ และรูปสร้างอย่างไร (หัวข้อ structured data ด้านล่าง)
  • ตัวรูปเอง: Google ใช้ computer vision ร่วมกับข้อความบนหน้า และใน AI Mode ใช้ Google Lens ระบุวัตถุในรูปร่วมกับ Gemini ที่อ่านทั้งฉาก (Google blog, 7 เม.ย. 2025) รูปที่คมชัดและเห็นสิ่งสำคัญชัดจึงได้เปรียบ

ทำให้ Google เจอรูปก่อน: img src, lazy load และ image sitemap

Google หา URL ของรูปจาก attribute src ของแท็ก <img> รวมถึงแท็ก img ที่อยู่ใน <picture> ส่วนรูปที่ใส่เป็นพื้นหลังด้วย CSS (background-image) จะไม่ถูก index ตามเอกสาร Image SEO ของ Google (2 มี.ค. 2026) เรื่องนี้สำคัญกับคนที่ใช้ page builder หรือธีมที่ชอบใส่รูปเป็นพื้นหลังของกล่อง ถ้ารูปนั้นเป็นรูปที่อยากให้คนค้นเจอ เช่น รูปสินค้าหรือรูปผลงาน ให้ใส่เป็นรูปจริงด้วยแท็ก img แทน

แผนภาพเทียบการใส่รูป 3 แบบ แบบแรกแท็ก img ที่ src มี URL รูปจริง เครื่องหมายถูก Google เจอรูป แบบที่สองรูปพื้นหลังด้วย CSS background-image เครื่องหมายผิด ไม่ถูก index แบบที่สาม src เป็นตัวแทน data และ URL จริงอยู่ใน data-src เครื่องหมายระวัง ต้องเช็ก HTML หลังเรนเดอร์ ป้ายใหญ่ว่า Google ไม่เลื่อนหน้าและไม่คลิก
Google หา URL รูปบนหน้าจาก src ของแท็ก img รูปพื้นหลัง CSS ไม่ถูก index และรูปที่ใส่ URL จริงไว้ใน data-src ต้องเช็กว่าหลังเรนเดอร์แล้ว src มี URL จริง ที่มา: Google Search Central, Image SEO best practices (2 มี.ค. 2026) และ Lazy-loading (10 ธ.ค. 2025)

Lazy load ใช้ได้ แต่ไม่ใช้กับรูปเหนือขอบจอ

Lazy load (การโหลดรูปเมื่อเลื่อนมาถึง) ช่วยให้หน้าเปิดเร็วขึ้น และ Google ไม่ได้ห้าม แต่เอกสารเรื่อง lazy-loading ของ Google (ปรับล่าสุด 10 ธ.ค. 2025) วางเงื่อนไขไว้ 3 ข้อ ข้อแรก อย่าทำให้รูปโหลดเฉพาะเมื่อมีคนเลื่อนหรือคลิก เพราะ Google Search ไม่โต้ตอบกับหน้าเว็บ ข้อสอง อย่า lazy-load รูปที่อยู่เหนือขอบจอ (ส่วนที่เห็นทันทีเมื่อเปิดหน้า) ข้อสาม เช็กใน URL Inspection ว่า HTML หลังเรนเดอร์มี URL รูปจริงอยู่ใน src

ข้อสองเป็นจุดที่พลาดกันบ่อยทั่วโลก รายงาน Web Almanac 2024 ของ HTTP Archive (สำรวจมากกว่า 10 ล้านหน้า) พบว่า 9.5% ของรูปที่เป็นองค์ประกอบใหญ่สุดของหน้าจอแรกบนมือถือถูกตั้ง lazy-load ไว้ ซึ่งทำให้รูปสำคัญที่สุดโหลดช้าลง ส่วนในหน้าไทยที่ติดอันดับเรื่อง image SEO ที่เราตรวจ 26 จาก 70 รูป (37%) ใน 4 จาก 9 หน้า มี src เป็นตัวแทนชั่วคราวแบบ data: ใน HTML ดิบ และใส่ URL จริงไว้ใน data-src ให้ JavaScript สลับทีหลัง แบบนี้ไม่ได้แปลว่า Google ไม่ index รูปเหล่านั้น แต่เป็นจุดที่ควรเช็ก

  1. เปิด URL Inspection ใน Google Search Console แล้ววาง URL ของหน้า
  2. กด Test live URL แล้วเลือก View tested page
  3. ดูแท็บ HTML แล้วค้นชื่อไฟล์รูปที่สำคัญ
  4. ถ้าเจอชื่อไฟล์อยู่ใน src แปลว่า Google เห็น URL รูปแล้ว ถ้าเจอแค่ใน data-src หรือไม่เจอเลย ให้ปรับวิธี lazy-load หรือปิด lazy-load ของรูปนั้น

The Art of SEO (พิมพ์ปี 2023) พูดถึง lazy load เป็นหลักในฐานะความเสี่ยงของ JavaScript ซึ่งล้าสมัยไปบางส่วน เพราะตอนนี้เบราว์เซอร์รองรับ lazy-load ในตัว (loading="lazy") และ Google มีวิธีเช็กที่ชัดกว่าแล้ว เราจึงใช้เอกสาร Google ปี 2025 เป็นหลักในเรื่องนี้

Image sitemap จำเป็นไหม

Image sitemap คือการใส่ URL ของรูปไว้ใน XML sitemap เพื่อช่วยให้ Google เจอรูปที่อาจหาไม่เจอด้วยวิธีปกติ เช่น รูปที่โหลดด้วย JavaScript เอกสาร Image sitemaps ของ Google (ปรับล่าสุด 10 ธ.ค. 2025) ใช้แค่แท็ก image:image กับ image:loc ใส่ได้สูงสุด 1,000 รูปต่อหนึ่ง URL และใส่ URL รูปที่อยู่บน CDN (เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ที่ช่วยส่งไฟล์ให้เร็ว) หรือโดเมนอื่นได้ ถ้ายืนยันทั้งสองโดเมนใน Search Console ส่วนแท็ก caption, title, geo_location และ license ไม่อยู่ในเอกสารแล้ว (Google ประกาศเลิกใช้ปี 2022) The Art of SEO บทที่ 7 ก็มองว่า image sitemap ช่วยเพิ่มโอกาสที่รูปจะถูก index

เว็บที่ใส่รูปด้วยแท็ก img ธรรมดาอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องทำ image sitemap แยก ส่วนเว็บที่รูปโหลดด้วย JavaScript หรือมีรูปสินค้าจำนวนมาก ควรทำ ปลั๊กอิน SEO บางตัวมีตัวเลือกใส่รูปลงใน sitemap ให้อัตโนมัติ วิธีตั้งค่า sitemap ทั้งหมดอยู่ใน Sitemap คืออะไร

อย่าบล็อกโฟลเดอร์รูปใน robots.txt

รูปที่ Google เข้าไปโหลดไม่ได้จะไม่ถูก index เอกสาร Article structured data ของ Google (ปรับล่าสุด 8 ก.ย. 2026) กำหนดว่า URL รูปต้อง crawl และ index ได้ และ The Art of SEO บทที่ 12 เตือนเรื่องการบล็อกโฟลเดอร์รูปไว้เช่นกัน ถ้าไฟล์ robots.txt ของเว็บมีบรรทัด Disallow ที่ครอบโฟลเดอร์อัปโหลดรูป ให้เอาออก วิธีอ่านไฟล์นี้อยู่ใน robots.txt คืออะไร

ตั้งชื่อไฟล์รูปยังไง ใช้ชื่อไฟล์ภาษาไทยได้ไหม

ชื่อไฟล์รูปที่ดีคือชื่อสั้นที่บอกว่ารูปคืออะไร เช่น somtam-pu-pla-ra.webp แทน IMG_4821.jpg ใช้ได้กับทุกรูปที่อยากให้คนค้นเจอ และควรตั้งก่อนอัปโหลด เพราะเปลี่ยนชื่อทีหลังจะเปลี่ยน URL ของรูปด้วย เอกสาร Image SEO ของ Google (2 มี.ค. 2026) แนะนำชื่อไฟล์ที่สั้นแต่บรรยายได้ และไม่ได้ห้ามภาษาใดภาษาหนึ่ง

เรื่องที่หน้าไทยบางหน้าสอนว่า “ห้ามตั้งชื่อไฟล์ภาษาไทยเด็ดขาด” ไม่มีที่มาจาก Google ตรงกันข้าม เอกสารเดียวกันเขียนว่า “If you localize your images, remember to also translate the filenames” แปลว่าถ้าทำรูปฉบับภาษาอื่น ก็ควรแปลชื่อไฟล์ด้วย แต่ AI Overview ภาษาไทยของคำ “image seo คือ” ที่เราเปิดดู (15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียว) ยังแนะนำให้ใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษ โดยไม่อ้างเอกสารของ Google เลย

ชื่อไฟล์ภาษาไทยจึงไม่ผิดกฎ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องรู้ ข้อแรก URL ภาษาไทยจะถูกแปลงเป็นรหัสเวลาคัดลอกไปใช้ เช่น ชื่อไฟล์ ส้มตำ.webp กลายเป็น %E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3.webp จาก 5 ตัวอักษรเป็น 45 ตัว ข้อสอง CMS ปลั๊กอิน หรือ CDN บางตัวเปลี่ยนชื่อไฟล์ไทยเองหรือจัดการไม่ถูก ข้อสาม ทีมที่ส่งต่อไฟล์กันอ่านรหัสยาวๆ ไม่ออก หลักที่เราใช้คือ ตั้งชื่อตามคำที่คนค้นใช้ ถ้าระบบของคุณรองรับชื่อไทยครบทุกทางก็ใช้ได้ ถ้าไม่แน่ใจ ให้ใช้ภาษาอังกฤษหรือคำอ่านไทยแบบตัวอักษรโรมัน คั่นคำด้วยขีดกลาง สิ่งที่ไม่ควรทำเลยคือปล่อยชื่อจากกล้องหรือชื่อตัวเลข

การ์ดเทียบชื่อไฟล์รูป 3 แบบ IMG_4821.jpg เครื่องหมายผิด ไม่บอกอะไร ส้มตำ.webp เครื่องหมายระวัง เมื่อเป็น URL กลายเป็นรหัสยาว 45 ตัว somtam-pu-pla-ra.webp เครื่องหมายถูก ด้านล่างเป็นแถบสัดส่วนชื่อไฟล์ในหน้าไทย 70 รูป อธิบายรูป 31 เปอร์เซ็นต์ ทั่วไปหรือตัวเลข 43 เปอร์เซ็นต์ รหัสสุ่ม 16 เปอร์เซ็นต์ ภาษาไทย 4 เปอร์เซ็นต์
ชื่อไฟล์ภาษาไทยไม่ผิดกฎของ Google แต่ URL จะยาวขึ้นมากเมื่อถูกแปลงรหัส ที่มา: Google Search Central, Image SEO best practices (2 มี.ค. 2026) · สัดส่วนชื่อไฟล์จากข้อมูลของ The Missing Piece 70 รูปใน 9 หน้าไทย (15 ต.ค. 2026)

ในหน้าไทยที่ติดอันดับเรื่อง image SEO ซึ่งส่วนใหญ่สอนให้ตั้งชื่อไฟล์ที่อธิบายรูป รูปในบทความของหน้าเหล่านั้นเองมีชื่อไฟล์ที่อธิบายรูป (คำภาษาอังกฤษอย่างน้อย 2 คำ) แค่ 22 จาก 70 รูป หรือ 31% (ช่วงความเชื่อมั่น 95%: 22–43%) ที่เหลือเป็นชื่อทั่วไปหรือตัวเลขอย่าง 1-1.webp 43% รหัสสุ่ม 16% และชื่อภาษาไทย 4% วิธีเก็บข้อมูลอยู่ในหัวข้อ ข้อมูล 15 หน้า ด้านล่าง

ไฟล์แบบไหน ขนาดเท่าไหร่: WebP, AVIF และการลดน้ำหนักรูป

ฟอร์แมตรูปที่ Google Search รองรับมี 7 แบบ คือ BMP, GIF, JPEG, PNG, WebP, SVG และ AVIF (เอกสาร Image SEO ของ Google, 2 มี.ค. 2026) และนามสกุลไฟล์ควรตรงกับชนิดไฟล์จริง เลือกฟอร์แมตตามชนิดรูปและสิ่งที่เว็บรองรับ ไม่มีฟอร์แมตไหนได้คะแนนอันดับเพิ่ม สิ่งที่ฟอร์แมตใหม่ให้คือไฟล์เล็กลง ซึ่งช่วยให้หน้าโหลดเร็วขึ้น

ฟอร์แมตเหมาะกับสัดส่วนรูปบนเว็บมือถือ (Web Almanac 2024)
JPEGภาพถ่าย32.4%
PNGภาพหน้าจอ กราฟิกที่ต้องการพื้นโปร่งใส28.4%
GIFภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ (ไฟล์มักใหญ่)16.8%
WebPใช้แทน JPEG และ PNG ได้เกือบทุกกรณี12%
SVGโลโก้ ไอคอน แผนภาพเส้น6.4%
AVIFภาพถ่ายที่อยากได้ไฟล์เล็กมาก1.0%
ฟอร์แมตที่ Google รองรับ และสัดส่วนที่เว็บทั่วโลกใช้จริงบนมือถือ ที่มา: Google Search Central (2 มี.ค. 2026) และ HTTP Archive Web Almanac 2024 บท Media (เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2024)
กราฟแท่งแนวนอนสัดส่วนฟอร์แมตรูปบนเว็บมือถือปี 2024 JPEG 32.4 เปอร์เซ็นต์ PNG 28.4 GIF 16.8 WebP 12 SVG 6.4 AVIF 1.0 ข้างแต่ละแท่งมีป้ายสั้นว่าเหมาะกับรูปแบบไหน มุมล่างระบุว่า Google Search รองรับทั้ง 7 ฟอร์แมตรวม BMP
WebP และ AVIF ยังเป็นส่วนน้อยของรูปบนเว็บ แม้ Google รองรับมานานแล้ว ที่มา: HTTP Archive Web Almanac 2024 บท Media

WebP คืออะไร

WebP คือฟอร์แมตรูปที่ Google พัฒนาขึ้นสำหรับเว็บ บีบอัดได้ทั้งแบบเสียและไม่เสียคุณภาพ รองรับพื้นหลังโปร่งใสและภาพเคลื่อนไหว จึงใช้แทนทั้ง JPEG และ PNG ได้ โดยมักได้ไฟล์เล็กกว่าที่คุณภาพใกล้กัน The Art of SEO บทที่ 7 เล่าที่มาของฟอร์แมตนี้ไว้ ส่วนคำถามว่า “WebP ดีกับ SEO ไหม” คำตอบคือดีทางอ้อม เพราะไฟล์เล็กทำให้หน้าเร็วขึ้น ไม่ใช่เพราะ Google ให้คะแนนพิเศษกับนามสกุล .webp ในปี 2024 รูปบนเว็บมือถือเป็น WebP 12% (Web Almanac 2024) และในหน้าไทยที่เราตรวจเป็น WebP 41% ของรูปในบทความ

AVIF ควรใช้ไหม

AVIF เป็นฟอร์แมตที่ใหม่กว่า WebP ออกแบบมาให้ภาพถ่ายมีไฟล์เล็กที่คุณภาพยังดี Google Search รองรับแล้ว แต่ใช้กันน้อยมาก คือ 1.0% ของรูปบนเว็บมือถือ (Web Almanac 2024) และในหน้าไทย 70 รูปที่เราตรวจไม่มีรูป AVIF เลย ก่อนเปลี่ยนทั้งเว็บ ให้เช็กว่า CMS, ปลั๊กอินย่อรูป และ CDN ของคุณรองรับครบ ถ้ายังไม่แน่ใจ WebP เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า

รูปควรหนักและกว้างแค่ไหน

Google ไม่ได้กำหนดเพดานน้ำหนักไฟล์รูปเป็น KB ตัวเลขอย่าง “ต่ำกว่า 100 KB” หรือ “ต่ำกว่า 200 KB” ที่เห็นในหลายหน้าเป็นกฎของผู้เขียนเอง ตัวเลขที่ Google เขียนไว้จริงเป็นขั้นต่ำด้านขนาด เช่น รูปสำหรับ Discover กว้างอย่างน้อย 1200 px และรูปใน Article structured data อย่างน้อย 50,000 พิกเซล (กว้างคูณสูง) หลักที่ใช้ได้จริงคือ ใช้รูปกว้างพอสำหรับจอที่ใหญ่ที่สุดที่แสดง แล้วลดน้ำหนักไฟล์ให้มากที่สุดเท่าที่ยังดูชัด

  • ส่งรูปให้พอดีจอ: ใช้ srcset หรือ <picture> ให้มือถือได้ไฟล์เล็ก จอใหญ่ได้ไฟล์ใหญ่ และใส่ src สำรองไว้เสมอ ตามที่เอกสาร Google แนะนำ
  • ใส่ width และ height: ช่วยให้เบราว์เซอร์จองพื้นที่ไว้ก่อน หน้าไม่กระตุกตอนรูปโหลด ในหน้าไทยที่เราตรวจ 67 จาก 70 รูปใส่ไว้แล้ว
  • ลดน้ำหนักไฟล์ก่อนอัปโหลด: เครื่องมือฟรีอย่าง Squoosh หรือ TinyPNG ใช้ได้ หรือใช้ปลั๊กอินที่แปลงรูปเป็น WebP ให้อัตโนมัติ

ความเร็วเป็นเหตุผลหลักที่ต้องสนใจน้ำหนักรูป Web Almanac 2024 พบว่า 68% ของหน้าเว็บบนมือถือมีรูปเป็นองค์ประกอบใหญ่สุดของหน้าจอแรก ซึ่งเป็นตัวที่วัดใน LCP หนึ่งในตัวชี้วัด Core Web Vitals (บทความแยก) รูปแรกของหน้าจึงควรเบาที่สุดและไม่ lazy-load

รูปปกและ Google Discover: 1200 px และ max-image-preview:large

รูปปก (รูปหลักของหน้า) คือรูปที่ Google ใช้เป็นตัวแทนของหน้าในรูปย่อของผลค้นหาและใน Google Discover และเป็นรูปที่โซเชียลใช้ตอนแชร์ลิงก์ ทุกบทความควรระบุรูปปกให้ชัด Google เลือกรูปพรีวิวอัตโนมัติเสมอ แต่การระบุรูปที่ต้องการช่วยให้ระบบเลือกรูปที่ถูกได้ง่ายขึ้น เอกสาร Image SEO ของ Google (2 มี.ค. 2026) บอกว่าระบุรูปที่ต้องการได้ 3 ทาง คือ property primaryImageOfPage, property image ของ entity หลักของหน้า หรือแท็ก og:image และแนะนำให้เลี่ยงรูปทั่วไปอย่างโลโก้ รูปที่มีตัวหนังสือเยอะ และรูปที่สัดส่วนสุดโต่ง

Google Discover มีเงื่อนไขชัดกว่านั้น เอกสาร Discover ของ Google (ปรับล่าสุด 9 มี.ค. 2026) ต้องการรูปใหญ่คุณภาพสูง กว้างอย่างน้อย 1200 px รวมแล้วมากกว่า 300,000 พิกเซล สัดส่วน 16:9 และต้องเปิดให้ใช้รูปใหญ่ด้วยค่า max-image-preview:large ใน robots meta tag (หรือใช้ AMP) ค่า max-image-preview มี 3 ระดับ คือ none, standard และ large (เอกสาร Robots meta tag, 24 มี.ค. 2026) ถ้าไม่ตั้งเป็น large หน้าอาจแสดงใน Discover ด้วยรูปเล็กหรือไม่มีรูป

การ์ดสเปกรูปปกสำหรับ Google Discover กว้างอย่างน้อย 1200 พิกเซล รวมมากกว่า 300,000 พิกเซล สัดส่วน 16 ต่อ 9 ตั้งค่า max-image-preview large ไม่ใช้โลโก้หรือรูปที่มีตัวหนังสือเยอะ ด้านล่างแสดงลำดับการระบุรูปหลัก primaryImageOfPage property image และ og:image
สเปกรูปปกที่ Google Discover ต้องการ และ 3 ทางที่ใช้บอก Google ว่ารูปไหนเป็นรูปหลักของหน้า ที่มา: Google Search Central, Google Discover (9 มี.ค. 2026) และ Image SEO best practices (2 มี.ค. 2026)

ในหน้าไทย 15 หน้าที่เราตรวจ (15 ต.ค. 2026) มี og:image 12 หน้า ในจำนวนนี้ประกาศความกว้างตั้งแต่ 1200 px ขึ้นไป 7 หน้า ประกาศไว้ 800–820 px 2 หน้า และไม่ได้ประกาศความกว้าง 3 หน้า (หนึ่งในนั้นใช้รูป og ทั่วไปของทั้งเว็บ) อีก 3 หน้าไม่มี og:image เลย ส่วนค่า max-image-preview:large มี 11 จาก 15 หน้า แต่ทั้ง 11 หน้าเป็น WordPress ที่ใช้ปลั๊กอิน SEO อย่าง Yoast หรือ Rank Math ซึ่งใส่ค่านี้ให้เป็นค่าเริ่มต้น ตัวเลขนี้จึงสะท้อนค่าของปลั๊กอินมากกว่าการตั้งใจตั้ง

เช็กรูปปกของบทความได้ใน 1 นาที เปิดหน้าเว็บแล้วกด View page source ค้นคำว่า og:image ดูว่าเป็นรูปของบทความนั้นจริง ไม่ใช่โลโก้ และค้น max-image-preview ว่าเป็น large จากนั้นเปิดไฟล์รูปดูว่ากว้างอย่างน้อย 1200 px ถ้ารูปเดียวกันใช้หลายหน้า ให้ใช้ URL รูปเดียวกันทุกหน้า Google แนะนำแบบนี้เพื่อให้แคชรูปได้

Structured data และ metadata ของรูป: ImageObject, ลิขสิทธิ์ และป้ายรูปจาก AI

Structured data ของรูป คือข้อมูลแบบที่เครื่องอ่านได้ ซึ่งบอก Google ว่ารูปไหนเป็นรูปหลักของบทความ ใครถือสิทธิ์ และรูปนั้นสร้างขึ้นอย่างไร เว็บบทความทุกเว็บได้ประโยชน์จากส่วนแรก ส่วนเรื่องสิทธิ์และที่มาของรูปสำคัญกับเว็บที่ขายหรือให้ใช้รูป และเว็บที่ใช้รูปจาก AI เอกสาร Article structured data ของ Google (ปรับล่าสุด 8 ก.ย. 2026) กำหนดว่ารูปใน property image ต้อง crawl และ index ได้ ควรมีหลายรูปความละเอียดสูง อย่างน้อย 50,000 พิกเซล ในสัดส่วน 16:9, 4:3 และ 1:1

  • ImageObject: schema ที่อธิบายรูปหนึ่งรูป AI SEO For Dummies บทที่ 15 แนะนำให้เลือก schema ของสื่อเมื่อรูปมีคุณค่าในตัวเอง เช่น แผนภาพ อินโฟกราฟิก หรือภาพถ่ายต้นฉบับ ไม่ต้องใส่ให้รูปตกแต่งทุกรูป ในหน้าไทยที่เราตรวจ 10 จาก 15 หน้ามี ImageObject แต่ส่วนใหญ่มาจากค่าเริ่มต้นของปลั๊กอิน
  • ข้อมูลลิขสิทธิ์: เอกสาร Image license metadata ของ Google (ปรับล่าสุด 10 ธ.ค. 2025) ให้ใส่ได้ 2 ทาง คือ structured data บนหน้า หรือ IPTC metadata ที่ฝังในไฟล์รูป ถ้าใส่ property license ครบ รูปจะมีสิทธิ์ได้ป้าย Licensable ใน Google Images
  • ป้ายรูปจาก AI: เอกสารเดียวกันระบุค่า IPTC Digital Source Type สำหรับสื่อที่สร้างด้วย AI เช่น trainedAlgorithmicMedia และข้อมูลแบบ C2PA (มาตรฐานบันทึกที่มาของสื่อ) อาจแสดงใน “About this image” ของ Google

ก่อนใช้รูปใดๆ บนเว็บ ให้แน่ใจว่าคุณมีสิทธิ์ใช้ ทั้งรูปจาก stock รูปที่ลูกค้าส่งมา และรูปของคนอื่น AI SEO For Dummies บทที่ 21 ย้ำเรื่องขออนุญาตก่อนใช้รูปหรือเคสของผู้อื่น และ The Art of SEO บทที่ 12 พูดถึงความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์รูปไว้เช่นกัน วิธีเขียน schema ทั้งหมดอยู่ใน Schema Markup คืออะไร

รูปในคำตอบ AI: AI Overviews, AI Mode และ ChatGPT

รูปในคำตอบ AI คือรูปจากเว็บที่ระบบ AI หยิบไปแสดงประกอบคำตอบ และตอนนี้ Google ยังไม่มีกฎเฉพาะสำหรับรูปใน AI features เอกสาร AI features and your website ของ Google (ปรับล่าสุด 10 ธ.ค. 2025) พูดถึงรูปแค่ข้อเดียว คือให้เสริมเนื้อหาที่เป็นข้อความด้วยรูปและวิดีโอคุณภาพสูงเมื่อเหมาะสม ที่เหลือคือหลัก SEO ชุดเดียวกับการค้นหาปกติ ดังนั้นงาน image SEO ทั้งหมดข้างบนคือพื้นฐานของการมีรูปในคำตอบ AI ด้วย

ใน AI Mode, Google เริ่มแสดงผลลัพธ์เป็นชุดรูปเมื่อ 30 ก.ย. 2025 ใช้วิธีที่ Google เรียกว่า visual search fan-out คือแตกคำถามเป็นการค้นรูปย่อยหลายครั้ง แล้วรวมผลเป็นชุดรูปที่แต่ละรูปลิงก์กลับไปที่เว็บต้นทาง ตอนเปิดตัวใช้ได้เฉพาะภาษาอังกฤษในสหรัฐฯ Google เล่าในบทความครบรอบ 25 ปีของ Google Images (14 ก.ค. 2026) ว่าใน AI Mode การค้นด้วยรูปหนึ่งครั้งอาจแตกเป็นคำค้นย่อยหลายสิบคำ กลไกนี้อธิบายไว้ใน Query Fan-Out คืออะไร และภาพรวมของ AI Mode อยู่ใน Google AI Mode คืออะไร

สำหรับคนค้นไทย คำตอบ AI ขึ้นในหน้าผลค้นหาของคำค้นที่เน้นภาพแทบทุกคำที่เราเก็บ เราเก็บหน้าผลค้นหา Google บนมือถือของคำค้นไทย 50 คำที่คนน่าจะอยากเห็นภาพ (สินค้า อาหาร สถานที่ ไอเดียตกแต่ง และ “นี่คืออะไร” กลุ่มละ 10 คำ) พบ AI Overview 44 คำ (88%, ช่วงความเชื่อมั่น 95%: 76–94%) และพบกล่องวิดีโอหรือวิดีโอสั้น 43 คำ (86%, 74–93%) ใน AI Overview 2 คำตอบที่เราเปิดดูรายละเอียด แหล่งที่ถูกอ้างเป็นแพลตฟอร์มที่มีรูปเยอะ เช่น Pinterest, Instagram, Facebook และ YouTube และหนึ่งในนั้นแสดงรูปย่อของวิดีโอในคำตอบ อ่านเรื่อง AI Overview เพิ่มได้ที่ AI Overviews คืออะไร

กราฟแท่งสิ่งที่พบในหน้าผลค้นหา Google บนมือถือของคำค้นไทยที่เน้นภาพ 50 คำ AI Overview 44 คำ 88 เปอร์เซ็นต์ วิดีโอหรือวิดีโอสั้น 43 คำ 86 เปอร์เซ็นต์ People Also Ask 13 คำ Knowledge panel 11 คำ Local pack 8 คำ มีเส้นช่วงความเชื่อมั่นทุกแท่ง ป้ายมุมล่างว่า 50 คำ เลือกเอง เก็บครั้งเดียว 15 ตุลาคม 2026
คำค้นไทยที่เน้นภาพ 50 คำบนมือถือ เจอ AI Overview และวิดีโอเกือบทุกคำ ที่มา: ข้อมูลของ The Missing Piece เก็บผ่าน DataForSEO (Google ประเทศไทย ภาษาไทย มือถือ Android) 15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียว คำค้นเลือกเอง ไม่ใช่ตัวอย่างสุ่ม

วิธีเก็บและข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้:

  • คำค้นไทย 50 คำ 5 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คำ เราเลือกเอง ไม่ใช่ตัวอย่างสุ่มของการค้นหาไทย
  • เก็บผ่าน DataForSEO ครั้งเดียว 15 ต.ค. 2026 ประเทศไทย ภาษาไทย มือถือ Android ผลค้นหา 10 อันดับแรก
  • นับตามประเภทองค์ประกอบที่เครื่องมือแยกได้ รูปย่อที่อยู่ในผลลัพธ์ทั่วไป ใน knowledge panel หรือในคำตอบ AI ไม่ได้ถูกนับแยก เราจึงไม่ได้วัดว่า AI Overview ทั้ง 44 คำตอบมีรูปหรือไม่
  • ผลค้นหาเปลี่ยนตามเวลา อุปกรณ์ และพื้นที่ ใช้เป็นภาพรวม ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของเว็บไทย

เรื่องที่เว็บควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ในคำตอบ AI ควรแยกให้ชัด เพื่อไม่ทุ่มแรงผิดที่

ควบคุมได้ควบคุมไม่ได้ (หรือยังไม่มีเอกสารบอก)
รูปถูก crawl และ index ได้ (src จริง ไม่บล็อกใน robots.txt)AI จะเลือกรูปของเราหรือรูปจากแพลตฟอร์มอื่น
ใช้รูปต้นฉบับที่เพิ่มข้อมูล เช่น ภาพถ่ายจริง แผนภาพ ตารางรูปไหนของหน้าจะถูกครอปไปเป็นรูปย่อ
Caption ที่บอกว่ารูปแสดงอะไรฟีเจอร์รูปใน AI Mode จะเปิดในภาษาไทยเมื่อไหร่
คำตอบอยู่ในข้อความ HTML ไม่ได้อยู่แค่ในรูปค่า max-image-preview มีผลกับ AI Overviews และ AI Mode หรือไม่ เอกสาร Robots meta tag (24 มี.ค. 2026) ไม่ได้บอก
ปิดการแสดงผลด้วย nosnippet, data-nosnippet, max-snippet หรือ noindex (เอกสาร AI features ระบุตัวเหล่านี้)ChatGPT และ AI อื่นเลือกรูปจากเว็บอย่างไร เรายังไม่พบเอกสารทางการที่อธิบาย
สิ่งที่เว็บควบคุมได้และไม่ได้ เรื่องรูปในคำตอบ AI ที่มา: Google Search Central, AI features and your website (10 ธ.ค. 2025) และ Robots meta tag (24 มี.ค. 2026)

ข้อที่สำคัญที่สุดในฝั่งควบคุมได้คือ อย่าซ่อนคำตอบไว้ในรูป AI SEO For Dummies บทที่ 11 แนะนำให้วางคำตอบเป็นข้อความ HTML ไม่ใช่ซ่อนในรูปหรือในส่วนที่ต้องกดเปิด อินโฟกราฟิกที่มีตัวเลขสำคัญควรมีตัวเลขชุดเดียวกันอยู่ในเนื้อหาหรือตารางด้วย ตรวจหน้าเว็บทั้งหน้าได้ด้วย เช็กลิสต์เนื้อหาที่ AI อ้างอิงได้ ส่วนฝั่ง ChatGPT ที่เป็นเรื่องข้อความและการอ้างอิง อ่านต่อได้ที่ ChatGPT SEO

Visual search: คนค้นด้วยกล้องแล้วเจอเว็บเรายังไง

Visual search (การค้นด้วยภาพ) คือการที่คนใช้กล้องหรือรูปในเครื่องเป็นคำค้น ผ่าน Google Lens หรือ Circle to Search แล้ว Google จับคู่สิ่งที่อยู่ในรูปกับหน้าเว็บ เรื่องนี้สำคัญกับร้านค้า แบรนด์สินค้า ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวมากที่สุด Think with Google (พ.ย. 2024) รายงานว่า Google Lens มีการค้นด้วยภาพมากกว่า 20,000 ล้านครั้งต่อเดือน และราว 1 ใน 4 มีเจตนาเชิงพาณิชย์ ส่วน Circle to Search ใช้ได้บนอุปกรณ์ Android มากกว่า 580 ล้านเครื่อง (Google, 14 ก.ค. 2026)

ในมุมเจ้าของเว็บ ไม่มีปุ่มพิเศษสำหรับ visual search งานคือทำให้รูปจริงของคุณถูก index และอยู่บนหน้าที่อธิบายสิ่งนั้นชัด The Art of SEO บทที่ 7 เล่าว่า Google ลงทุนกับการค้นด้วยภาพต่อเนื่อง และบทที่ 12 แนะนำรูปที่ contrast ชัดเพื่อให้เด่นเมื่อแสดงเป็นรูปย่อ สิ่งที่ทำได้มีดังนี้

  • สินค้า: ใช้ภาพถ่ายสินค้าจริงหลายมุม พื้นหลังสะอาด และวางบนหน้าที่มีชื่อรุ่น ราคา และรายละเอียดเป็นข้อความ
  • ร้านและสถานที่: ใช้ภาพหน้าร้าน ป้าย และเมนูจริง ทั้งบนเว็บและใน Google Business Profile ให้ตรงกัน วิธีดูแลรูปในโปรไฟล์ธุรกิจอยู่ใน Google Business Profile คืออะไร
  • รูปเดียวกันทุกที่: ใช้รูปสินค้าชุดเดียวกันบนเว็บ แพลตฟอร์มขายของ และโซเชียล ช่วยให้ภาพของแบรนด์จำได้ง่ายทั้งคนและระบบ

วัดผล Image SEO ใน Search Console

วัดผล image SEO ได้ใน Google Search Console 3 ที่ คือ รายงาน Performance ที่เลือกประเภทการค้นหาเป็น Image รายงาน Discover และเครื่องมือ URL Inspection ใช้กับเว็บที่ทำรูปมาแล้วอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ และควรจดวันที่แก้ไว้เทียบก่อนและหลัง The Art of SEO บทที่ 12 มองว่าการค้นรูปเป็นช่องทางที่คู่แข่งน้อยกว่าการค้นเว็บ การแยกดูตัวเลขของช่องทางนี้จึงช่วยให้เห็นโอกาสที่ปนอยู่ในรายงานรวม

  1. Performance → Search results → Search type: Image: ดูว่าหน้าไหนและคำค้นไหนได้ impressions และคลิกจาก Google Images ค่าเริ่มต้นของรายงานคือ Web ต้องเปลี่ยนเอง
  2. Performance → Discover: ดูว่าบทความไหนขึ้น Discover และได้คลิกเท่าไหร่ รายงานนี้อาจยังไม่ขึ้นถ้าเว็บแทบไม่มีการแสดงผลใน Discover
  3. URL Inspection: เช็กว่า HTML หลังเรนเดอร์มี URL รูปจริงใน src (ขั้นตอนอยู่ในหัวข้อทำให้ Google เจอรูป)
ภาพจำลองหน้าจอ Google Search Console 3 ส่วน ส่วนแรกรายงาน Performance ที่เปิดเมนู Search type และเลือก Image ส่วนที่สองเมนู Discover ใต้ Performance ส่วนที่สาม URL Inspection ที่กด View tested page แล้วเปิดแท็บ HTML มีป้ายว่าภาพจำลอง ไม่มีตัวเลขจริง
3 จุดใน Search Console ที่ใช้วัดผลรูป: ประเภทการค้นหา Image รายงาน Discover และ URL Inspection (ภาพจำลองเพื่ออธิบายเมนู ไม่ใช่ข้อมูลจริง) วิธีใช้รายงานทั้งหมดอยู่ใน คู่มือ Google Search Console

คลิกที่มาจากคำตอบ AI ของ Google ไม่ได้แยกเป็นประเภทของตัวเอง เอกสาร AI features ของ Google (10 ธ.ค. 2025) บอกว่านับรวมอยู่ในประเภท Web ของรายงาน Performance ถ้าอยากรู้ว่าหน้าของคุณถูก AI อ้างหรือไม่ ต้องติดตามคำตอบ AI แยกต่างหาก

หน้าไทยที่สอน Image SEO ทำตามที่สอนแค่ไหน (ข้อมูล 15 หน้า)

หน้าไทยที่ติดอันดับเรื่อง image SEO ทำตามคำแนะนำของตัวเองได้แค่บางข้อ เราตรวจหน้าภาษาไทยทุกหน้าที่ติดผลค้นหาทั่วไปของคำว่า “image seo คือ” “seo รูปภาพ” และ “image seo” ในวันที่ 15 ต.ค. 2026 รวม 15 หน้า เพื่อดูว่าหน้าที่สอนเรื่องนี้ใช้รูปของตัวเองตามที่สอนหรือไม่ เรารายงานเป็นตัวเลขรวมเท่านั้น ไม่ระบุชื่อเว็บ

สิ่งที่ตรวจผลหมายเหตุ
ชื่อไฟล์ที่อธิบายรูป22 จาก 70 รูป (31%, CI 22–43%)ส่วนใหญ่สอนเรื่องนี้ แต่รูปของตัวเองเป็นชื่อทั่วไปหรือตัวเลข 43%
ฟอร์แมตWebP 41% · JPEG 37% · PNG 20% · AVIF 0ไม่มีหน้าไหนใช้ AVIF
src เป็นตัวแทนชั่วคราวใน HTML ดิบ26 จาก 70 รูป (37%) ใน 4 จาก 9 หน้าต้องเช็ก HTML หลังเรนเดอร์ ไม่ได้แปลว่าไม่ถูก index
ใส่ width และ height67 จาก 70 รูปทำได้ดี
og:image ประกาศกว้าง ≥1200 px7 จาก 15 หน้า3 หน้าไม่ประกาศความกว้าง · 3 หน้าไม่มี og:image
max-image-preview:large11 จาก 15 หน้าทั้ง 11 หน้ามาจากค่าเริ่มต้นของปลั๊กอิน SEO
ImageObject ใน structured data10 จาก 15 หน้าส่วนใหญ่มาจากค่าเริ่มต้นของปลั๊กอิน
หน้าไทยที่ติดอันดับเรื่อง image SEO กับรูปของตัวเอง ที่มา: ข้อมูลของ The Missing Piece 15 หน้า (ตรวจรูปในบทความ 70 รูปจาก 9 หน้า) 15 ต.ค. 2026
กราฟแท่งผลตรวจหน้าไทย 15 หน้าที่ติดอันดับเรื่อง image SEO ชื่อไฟล์อธิบายรูป 31 เปอร์เซ็นต์ ใช้ WebP 41 เปอร์เซ็นต์ ใช้ AVIF 0 เปอร์เซ็นต์ src เป็นตัวแทนชั่วคราว 37 เปอร์เซ็นต์ og:image กว้างตั้งแต่ 1200 พิกเซล 7 จาก 15 หน้า max-image-preview large 11 จาก 15 หน้า ImageObject 10 จาก 15 หน้า สองแท่งหลังมีดอกจันว่าเป็นค่าเริ่มต้นของปลั๊กอิน
สัญญาณทางเทคนิคที่ดูดีส่วนใหญ่มาจากค่าเริ่มต้นของปลั๊กอิน ส่วนงานที่ต้องทำเองทีละรูป เช่น ชื่อไฟล์ ยังทำได้ไม่ถึงครึ่ง ที่มา: ข้อมูลของ The Missing Piece 15 ต.ค. 2026

วิธีเก็บและข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้:

  • URL มาจากผลค้นหาทั่วไปภาษาไทยของ 3 คำค้น (DataForSEO, 15 ต.ค. 2026) ไม่รวม Facebook และ YouTube ลองเปิด 16 หน้า โหลดได้ 15 หน้า
  • โหลด HTML ดิบหน้าละครั้ง ไม่รัน JavaScript จึงไม่เห็นสิ่งที่ JavaScript เปลี่ยนทีหลัง
  • ตรวจระดับหน้า (robots meta, og:image, structured data) ทั้ง 15 หน้า ตรวจระดับรูปเฉพาะ 9 หน้าที่แยกส่วนเนื้อหาบทความได้ รวม 70 รูป รูปในหน้าเดียวกันมักคล้ายกัน ช่วงความเชื่อมั่นจึงแคบกว่าความจริง
  • จัดกลุ่มชื่อไฟล์อัตโนมัติ “อธิบายรูป” คือมีคำภาษาอังกฤษอย่างน้อย 2 คำ เป็นตัวอย่างตามผลค้นหาวันนั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของเว็บไทย

บทเรียนจากข้อมูลนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครทำพลาด แต่อยู่ที่ว่างานที่ปลั๊กอินทำให้อัตโนมัติมักมีในหน้าส่วนใหญ่ ส่วนงานที่ต้องทำเองทีละรูปมักถูกข้าม ถ้าอยากให้รูปของคุณดีกว่าค่าเฉลี่ย ให้ใส่ชื่อไฟล์ caption และการเลือกรูปปกเข้าไปในขั้นตอนเขียนบทความตั้งแต่แรก

ความเชื่อผิดเรื่อง Image SEO 6 ข้อ (เทียบเอกสารทางการ)

ความเชื่อผิดเรื่อง image SEO ส่วนใหญ่คือกฎตัวเลขหรือข้อห้ามที่ไม่มีแหล่งทางการรองรับ และถูกทวนต่อกันจนอยู่ในคำตอบ AI ด้วย ตารางนี้เทียบความเชื่อที่เราเจอในหน้าไทยที่ติดอันดับและในคำตอบ AI Overview (15 ต.ค. 2026) กับสิ่งที่เอกสารเขียนจริง

ความเชื่อสิ่งที่เอกสารบอกจริง
1. ห้ามตั้งชื่อไฟล์ภาษาไทยเด็ดขาดGoogle ไม่ได้ห้าม และแนะนำให้แปลชื่อไฟล์เมื่อทำรูปฉบับภาษาอื่น ข้อแลกเปลี่ยนจริงคือ URL ยาวเมื่อถูกแปลงรหัสและระบบบางตัวรองรับไม่ครบ (Image SEO best practices, 2 มี.ค. 2026)
2. Google อ่านรูปไม่ออก มองไม่เห็นสี ต้องพึ่งข้อความอย่างเดียวGoogle ใช้ computer vision ร่วมกับข้อความบนหน้า และ AI Mode ใช้ Lens ระบุวัตถุร่วมกับ Gemini ที่อ่านทั้งฉาก ข้อความรอบรูปยังสำคัญ แต่ไม่ใช่สัญญาณเดียว (Google, 2 มี.ค. 2026 และ 7 เม.ย. 2025)
3. รูปต้องหนักไม่เกิน 100 KB (หรือ 200 KB)Google ไม่มีเพดาน KB ตัวเลขที่มีคือขั้นต่ำ เช่น Discover กว้าง ≥1200 px และ Article ≥50,000 พิกเซล ลดน้ำหนักให้มากที่สุดเท่าที่ยังชัด (Discover, 9 มี.ค. 2026 · Article, 8 ก.ย. 2026)
4. ใส่ lazy load ทุกรูปได้เลยอย่า lazy-load รูปเหนือขอบจอ และอย่าให้รูปโหลดเฉพาะเมื่อเลื่อนหรือคลิก (Lazy-loading, 10 ธ.ค. 2025) ทั่วโลก 9.5% ของรูปหลักในจอแรกบนมือถือยังถูก lazy-load (Web Almanac 2024)
5. เปลี่ยนเป็น WebP แล้วอันดับขึ้นGoogle รองรับ 7 ฟอร์แมตเท่ากัน ไม่ได้ระบุว่าฟอร์แมตไหนได้คะแนนเพิ่ม WebP ช่วยทางอ้อมผ่านไฟล์ที่เล็กลงและหน้าที่เร็วขึ้น (Image SEO best practices, 2 มี.ค. 2026)
6. ทำ image sitemap แล้วรูปติดหน้าแรกเร็วImage sitemap ช่วยให้ Google เจอรูปที่อาจหาไม่เจอ เช่น รูปที่โหลดด้วย JavaScript เอกสารไม่ได้บอกว่าช่วยเรื่องอันดับ และแท็ก caption, title ในนั้นเลิกใช้แล้ว (Image sitemaps, 10 ธ.ค. 2025)
การ์ด 6 ช่อง ความเชื่อผิดเรื่อง image SEO แต่ละช่องมีความเชื่อพร้อมเครื่องหมายผิด และสิ่งที่เอกสารบอกพร้อมเครื่องหมายถูก ห้ามชื่อไฟล์ไทย Google อ่านรูปไม่ออก รูปต้องไม่เกิน 100 KB lazy load ทุกรูป WebP ทำให้อันดับขึ้น image sitemap ทำให้ติดหน้าแรกเร็ว
ความเชื่อผิด 6 ข้อที่พบในหน้าไทยและคำตอบ AI เทียบกับเอกสาร Google ฉบับปี 2025–2026 ที่มา: Google Search Central และ HTTP Archive Web Almanac 2024

เช็กลิสต์ SEO รูปภาพ 12 ข้อ ทำยังไงให้ครบ

เช็กลิสต์ SEO รูปภาพ 12 ข้อนี้ สรุปทุกหัวข้อของบทความเป็นงานที่ทำได้ทันที ใช้ตอนเขียนบทความใหม่และตอนตรวจบทความเก่า ข้อ 1–6 ทำกับทุกรูป ข้อ 7–12 ตั้งครั้งเดียวระดับเว็บหรือระดับเทมเพลต แล้วเช็กเป็นระยะ

#ทำอะไรทำไมแหล่ง
1ใช้รูปจริงที่เกี่ยวกับเนื้อหา วางใกล้ข้อความที่อธิบายGoogle ใช้ข้อความรอบรูปเป็นบริบทGoogle 2 มี.ค. 2026
2ตั้งชื่อไฟล์สั้นที่บอกว่ารูปคืออะไร ก่อนอัปโหลดเป็นสัญญาณหนึ่ง และเปลี่ยนทีหลังจะเปลี่ยน URLGoogle 2 มี.ค. 2026
3เขียน alt ที่บอกสิ่งที่รูปสื่อ (รูปตกแต่งใช้ alt=””)ข้อมูลอธิบายรูปที่สำคัญที่สุดคู่มือ alt text
4เขียน caption ที่บอกว่าให้ดูอะไรในรูปทำให้รูปเป็นหลักฐาน คนอ่านจริงAISEO บทที่ 15
5ใส่ตัวเลขหรือคำตอบสำคัญเป็นข้อความด้วย ไม่ใช่แค่ในรูประบบค้นหาและ AI อ่านข้อความได้แน่นอนกว่าAISEO บทที่ 11
6เช็กสิทธิ์ใช้รูปทุกรูปลดความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์AISEO บทที่ 21 · AoS บทที่ 12
7ใส่รูปด้วยแท็ก img ที่ src มี URL จริง ไม่ใช่ CSS backgroundGoogle ไม่ index รูปพื้นหลัง CSSGoogle 2 มี.ค. 2026
8ไม่ lazy-load รูปเหนือขอบจอ และเช็ก HTML หลังเรนเดอร์Google ไม่เลื่อนหน้า และรูปแรกควรโหลดเร็วGoogle 10 ธ.ค. 2025
9ใช้ WebP (หรือ AVIF ถ้าระบบรองรับ) ใส่ srcset, src สำรอง, width และ heightไฟล์เล็ก หน้าเร็ว ไม่กระตุกGoogle 2 มี.ค. 2026 · Web Almanac 2024
10รูปปกกว้าง ≥1200 px ไม่ใช่โลโก้ และตั้ง max-image-preview:largeเงื่อนไขของ Discover และรูปย่อGoogle 9 มี.ค. 2026
11ตรวจ structured data ของรูป (≥50,000 พิกเซล, 16:9 · 4:3 · 1:1) และใส่ license หรือป้ายรูป AI เมื่อเกี่ยวข้องรูปหลักถูกต้อง และบอกที่มาของรูปได้Google 8 ก.ย. 2026 · 10 ธ.ค. 2025
12ไม่บล็อกโฟลเดอร์รูปใน robots.txt ทำ image sitemap ถ้ารูปโหลดด้วย JavaScript และดูผลใน Search Console (Image, Discover)Google เจอรูปได้ และรู้ว่ารูปได้ผลไหมGoogle 10 ธ.ค. 2025 · AoS บทที่ 7, 12
เช็กลิสต์ SEO รูปภาพ 12 ข้อ พร้อมเหตุผลและแหล่งอ้างอิง (AISEO = AI SEO For Dummies · AoS = The Art of SEO 4th ed.)
การ์ดเช็กลิสต์ SEO รูปภาพ 12 ข้อ แบ่งสองกลุ่ม กลุ่มทำกับทุกรูป 6 ข้อ รูปจริงใกล้ข้อความ ชื่อไฟล์ alt caption คำตอบเป็นข้อความ สิทธิ์ใช้รูป กลุ่มตั้งครั้งเดียวระดับเว็บ 6 ข้อ แท็ก img src ไม่ lazy-load รูปแรก WebP และ srcset รูปปก 1200 พิกเซล structured data robots.txt sitemap และ Search Console
เช็กลิสต์ 12 ข้อแบ่งเป็นงานต่อรูป 6 ข้อ และงานระดับเว็บ 6 ข้อ เก็บไว้ใช้ตอนตรวจบทความ ที่มา: สรุปจากบทความนี้

Image SEO เป็นงานหนึ่งใน On-Page SEO ถ้าอยากเรียน SEO ทีละขั้นต่อจากนี้ เริ่มได้ที่ เรียน SEO ฟรีทีละขั้น หรือถ้าอยากวางระบบให้เว็บถูกเจอทั้งใน Google และคำตอบ AI ดู คอร์สเรียน SEO & AI Search

บทความนี้เขียนโดยทีม The Missing Piece จากเอกสารทางการของ Google รายงานที่ระบุวิธีเก็บข้อมูล และข้อมูลหน้าผลค้นหาและหน้าเว็บภาษาไทยที่เราเก็บและวิเคราะห์เอง

คำถามที่พบบ่อย

Image SEO ต่างจาก alt text ยังไง

Alt text เป็นส่วนหนึ่งของ image SEO ไม่ใช่ทั้งหมด Image SEO ครอบคลุมตั้งแต่ทำให้ Google เจอรูป ชื่อไฟล์ ฟอร์แมต ขนาด รูปปก structured data ไปจนถึงการวัดผล ส่วน alt text คือข้อความแทนรูปที่บอกว่ารูปสื่ออะไร

ตั้งชื่อไฟล์รูปเป็นภาษาไทยได้ไหม

ได้ Google ไม่ได้ห้าม และแนะนำให้แปลชื่อไฟล์เมื่อทำรูปฉบับภาษาอื่น ข้อแลกเปลี่ยนคือ URL ภาษาไทยจะยาวมากเมื่อถูกแปลงรหัส และระบบบางตัวจัดการชื่อไทยไม่ถูก ถ้าไม่แน่ใจให้ใช้คำอังกฤษหรือคำอ่านไทยแบบตัวอักษรโรมันคั่นด้วยขีดกลาง

ต้องทำ image sitemap ไหม

ไม่จำเป็นทุกเว็บ ถ้ารูปใส่ด้วยแท็ก img ธรรมดา Google หาเจอจากหน้าอยู่แล้ว image sitemap ช่วยเว็บที่รูปโหลดด้วย JavaScript หรือมีรูปสินค้าจำนวนมาก โดยเอกสารของ Google ไม่ได้บอกว่าช่วยเรื่องอันดับ

รูปที่สร้างด้วย AI ต้องติดป้ายไหม

เอกสารของ Google ไม่ได้บังคับให้ติดป้ายบนหน้าเว็บ แต่มีวิธีบอกที่มาของรูปในไฟล์ ได้แก่ ค่า IPTC Digital Source Type สำหรับสื่อที่สร้างด้วย AI และข้อมูลแบบ C2PA ซึ่งอาจแสดงใน “About this image” การบอกผู้อ่านใต้รูปด้วยก็ช่วยเรื่องความน่าเชื่อถือ

ถ้าไม่อยากให้รูปขึ้น Google Images ทำยังไง

ใส่ค่า noimageindex ใน robots meta tag ของหน้านั้น Google จะไม่ index รูปบนหน้า (เอกสาร Robots meta tag, 24 มี.ค. 2026) ถ้าแค่ไม่อยากให้แสดงรูปใหญ่ในผลค้นหา ให้ตั้ง max-image-preview เป็น standard หรือ none แทน

แหล่งอ้างอิง

  • Google Search Central, Image SEO best practices (last updated 2026-03-02: Google หารูปจาก src ของ img รวมใน picture, ไม่ index รูปพื้นหลัง CSS, 7 ฟอร์แมตที่รองรับ, src สำรองสำหรับ responsive images, ชื่อไฟล์สั้นบรรยายได้และแปลชื่อไฟล์เมื่อแปลรูป, alt สำคัญที่สุด, วางรูปใกล้ข้อความ, ระบุรูปหลักด้วย primaryImageOfPage / image / og:image, ใช้ URL รูปเดียวกันทุกหน้า)
  • Google Search Central, Image sitemaps (last updated 2025-12-10: ใช้ image:image และ image:loc, สูงสุด 1,000 รูปต่อ URL, ใส่ URL โดเมนอื่นได้, แท็ก caption/title/geo_location/license เลิกใช้)
  • Google Search Central, Google Discover (last updated 2026-03-09: รูปกว้าง ≥1200 px, มากกว่า 300,000 พิกเซล, 16:9, max-image-preview:large หรือ AMP, เลี่ยงโลโก้และรูปที่มีตัวหนังสือเยอะ)
  • Google Search Central, Robots meta tag (last updated 2026-03-24: max-image-preview none/standard/large, noimageindex · ไม่ได้ระบุว่า max-image-preview ใช้กับ AI Overviews/AI Mode หรือไม่)
  • Google Search Central, Article structured data (last updated 2026-09-08: URL รูปต้อง crawl และ index ได้, อย่างน้อย 50,000 พิกเซล, สัดส่วน 16:9, 4:3, 1:1)
  • Google Search Central, Image license metadata (last updated 2025-12-10: structured data หรือ IPTC, ป้าย Licensable, IPTC Digital Source Type สำหรับสื่อที่สร้างด้วย AI, C2PA)
  • Google Search Central, Fix lazy-loaded content (last updated 2025-12-10: Google ไม่โต้ตอบกับหน้า, ไม่ lazy-load รูปเหนือขอบจอ, เช็ก src ใน HTML หลังเรนเดอร์ด้วย URL Inspection)
  • Google Search Central, AI features and your website (last updated 2025-12-10: เสริมเนื้อหาข้อความด้วยรูปและวิดีโอคุณภาพสูงเมื่อเหมาะสม, ตัวควบคุม nosnippet/data-nosnippet/max-snippet/noindex, ข้อมูล AI features นับรวมในประเภท Web ของ Search Console)
  • Google, AI Mode visual search updates (Robby Stein, Lilian Rincon, 30 ก.ย. 2025: ผลลัพธ์รูปใน AI Mode, visual search fan-out, เปิดตัวภาษาอังกฤษในสหรัฐฯ)
  • Google, AI Mode multimodal search (7 เม.ย. 2025: Lens ระบุวัตถุ Gemini อ่านทั้งฉาก)
  • Google, Google Images 25th anniversary (Brad Kellett, 14 ก.ค. 2026: การค้นรูปหนึ่งครั้งแตกเป็นคำค้นย่อยหลายสิบคำ, Circle to Search บน Android มากกว่า 580 ล้านเครื่อง)
  • Think with Google AUNZ, Google Search innovations (พ.ย. 2024: Google Lens มากกว่า 20,000 ล้านครั้งต่อเดือน, ราว 1 ใน 4 มีเจตนาเชิงพาณิชย์)
  • HTTP Archive, Web Almanac 2024: Media (Judis และ Portis, เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2024, มากกว่า 10 ล้านหน้า: สัดส่วนฟอร์แมตบนมือถือ, 68% ของหน้ามือถือมีรูปเป็นองค์ประกอบ LCP, 9.5% ของรูป LCP ถูก lazy-load)
  • ข้อมูลของ The Missing Piece: หน้าผลค้นหา Google มือถือของคำค้นไทยที่เน้นภาพ 50 คำ (DataForSEO, ประเทศไทย ภาษาไทย Android, 15 ต.ค. 2026 ครั้งเดียว คำค้นเลือกเอง) · หน้าไทย 15 หน้าที่ติดผลค้นหาทั่วไปของ “image seo คือ”, “seo รูปภาพ”, “image seo” (HTML ดิบ ไม่รัน JavaScript, รูปในบทความ 70 รูปจาก 9 หน้า, 15 ต.ค. 2026) · การสังเกต AI Overview ของคำ “image seo คือ” “seo รูปภาพ” และ “image seo” คำละ 1 ครั้ง 15 ต.ค. 2026
  • Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 15 (caption ที่บอกสิ่งที่ต้องดูทำให้รูปเป็นหลักฐาน, เลือก schema ของสื่อเมื่อรูปมีคุณค่าในตัวเอง) · บทที่ 11 (คำตอบเป็นข้อความ HTML ไม่ซ่อนในรูป) · บทที่ 21 (ขออนุญาตก่อนใช้รูปหรือเคสของผู้อื่น)
  • Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 7 (search engine ใช้ชื่อไฟล์ alt และข้อความรอบรูป, รูปใน XML sitemap, Google ลงทุนกับ visual search, ที่มาของ WebP) · บทที่ 12 หัวข้อ Image Search (ข้อความรอบรูปและ caption, contrast ของรูปย่อ, ไม่บล็อกโฟลเดอร์รูป, ไม่ใช้รูปที่เป็น CSS อย่างเดียว, ลิขสิทธิ์รูป) · เรื่อง lazy-load และรายการรูป 3D/AR ในเล่มล้าสมัยบางส่วน เราจึงใช้คู่กับเอกสาร Google ปี 2025–2026