
สรุปสั้น (TL;DR)
Meta tag คือแท็ก <meta> ในส่วน <head> ของหน้าเว็บ ที่บอกข้อมูลเกี่ยวกับหน้าให้เบราว์เซอร์ search engine โซเชียล และระบบ AI อ่าน ผู้ชมไม่เห็นบนหน้า และ Google ใช้จริงแค่บางตัว ตัวที่มีผลชัดคือ description, robots, viewport และ charset ส่วน Open Graph ใช้ตอนแชร์ลิงก์ และ meta keywords ไม่มีผลกับการจัดอันดับเลย
- เอกสาร Google ระบุ meta tag ที่รองรับไว้ 9 รายการ: description, robots/googlebot, notranslate, nopagereadaloud, google-site-verification, Content-Type/charset, refresh, viewport และ rating ส่วน keywords, แอตทริบิวต์ lang, rel next/prev และ nositelinkssearchbox ไม่ใช้แล้ว (เอกสาร Google ปรับล่าสุด 10 ธ.ค. 2025)
- Meta tag ที่มีเอกสารยืนยันว่ามีผลกับ AI มีไม่กี่ตัว: ของ Google คือ nosnippet, max-snippet, data-nosnippet และ noindex ซึ่งใช้กับ AI Overviews และ AI Mode ด้วย ของ Bing คือ noarchive และ nocache (ประกาศปี 2023) ของ Anthropic คือ noindex ผ่านระบบค้นหา ส่วน Open Graph, keywords และ description ไม่มีเอกสารว่าช่วยให้ AI อ้างอิง
- ผลเบื้องต้นจากเว็บไทย 37 หน้า: หน้าคำค้นเชิงพาณิชย์ที่ติดหน้าแรก Google ยังใส่ meta keywords 11 ใน 23 หน้า หน้าที่มี meta robots 22 หน้าไม่มีหน้าไหนใช้คำสั่งจำกัดเลย และ 26 ใน 37 หน้าใส่ Open Graph ครบ 4 ตัวที่จำเป็น (ข้อมูลของ The Missing Piece 16 ต.ค. 2026)
สารบัญ
- Meta tag คืออะไร อยู่ตรงไหนในโค้ด
- Meta tag มีกี่ประเภท (ตารางรวม)
- Meta tag ที่ Google ใช้จริง
- Meta keywords และ meta tag ที่ Google เลิกใช้
- สิ่งที่ไม่ใช่ meta tag แต่คนเรียกปนกัน
- Meta robots และ noindex
- Meta tag กับ AI Search
- Meta viewport, charset และ refresh
- Open Graph และ X card
- Verification tag และ meta tag เฉพาะทาง
- ตั้ง meta tag ใน WordPress และ Rank Math
- เช็ก meta tag ใน 2 นาที
- ผลเบื้องต้น: เว็บไทย 37 หน้า
- ความเชื่อผิดเรื่อง meta tag
- คำถามที่พบบ่อย
Meta tag คืออะไร อยู่ตรงไหนในโค้ด ดูยังไง
Meta tag (เมตาแท็ก หรือ meta tags) คือแท็ก HTML ชื่อ <meta> ที่วางไว้ในส่วน <head> ของหน้าเว็บ เพื่อบอก “ข้อมูลเกี่ยวกับหน้า” (metadata) ให้โปรแกรมอ่าน เช่น หน้านี้เข้ารหัสตัวอักษรแบบไหน ควรแสดงบนมือถือยังไง ให้ search engine เก็บหน้านี้ไหม หรือตอนแชร์ลง Facebook ควรใช้รูปไหน ผู้อ่านมองไม่เห็นแท็กเหล่านี้บนหน้า แต่เบราว์เซอร์ บอทของ search engine และแพลตฟอร์มโซเชียลอ่านได้ทั้งหมด เอกสารของ Google (ปรับล่าสุด 10 ธ.ค. 2025) บอกชัดว่าโปรแกรมไหนไม่รู้จักแท็กตัวไหนก็จะข้ามไปเฉยๆ meta tag จึงมีผลเฉพาะกับคนที่ “อ่านเป็น” เท่านั้น
Meta ในบทความนี้คือแท็ก HTML ไม่ใช่ Meta บริษัทแม่ของ Facebook คำว่า “meta” มาจากคำว่า metadata (ข้อมูลที่อธิบายข้อมูลอีกที) และใช้ในวงการเว็บมานานก่อนที่ Facebook จะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta สองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน
Meta tag มี 4 รูปแบบที่เจอบ่อย คือ name= สำหรับข้อมูลทั่วไปอย่าง description และ robots, property= สำหรับ Open Graph, http-equiv= สำหรับคำสั่งที่เลียนแบบ HTTP header อย่าง refresh และ charset ที่บอกการเข้ารหัสตัวอักษร ตัวอย่างข้างล่างคือ <head> ขั้นต่ำของหน้าภาษาไทยหนึ่งหน้า
<html lang="th">
<head>
<meta charset="UTF-8">
<meta name="viewport" content="width=device-width, initial-scale=1">
<title>Meta Tag คืออะไร | The Missing Piece</title>
<meta name="description" content="สรุป meta tag ทุกตัวที่ Google ใช้จริง">
<meta name="robots" content="max-image-preview:large">
<meta property="og:title" content="Meta Tag คืออะไร">
<meta property="og:image" content="https://example.com/cover.jpg">
</head>
วิธีดู meta tag ของหน้าไหนก็ได้มี 3 ทาง ทางแรกคือกด Ctrl+U (Mac ใช้ Cmd+Option+U) เพื่อเปิดซอร์สโค้ด แล้วค้นคำว่า <meta ทางที่สองคือคลิกขวาเลือก Inspect เพื่อดูโค้ดหลังเบราว์เซอร์รัน JavaScript แล้ว ทางที่สามซึ่ง Google แนะนำเองคือเครื่องมือ URL Inspection ใน Google Search Console ที่แสดง HTML แบบที่ Googlebot เห็นจริง

Meta tag มีกี่ประเภท: ทั้งหมดในตารางเดียว
Meta tag แบ่งตามคนอ่านได้ 4 กลุ่ม คือ แท็กสำหรับ search engine, แท็กสำหรับเบราว์เซอร์, แท็กสำหรับโซเชียล และแท็กยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บ ตารางนี้รวมทุกตัวที่ควรรู้ พร้อมบอกว่า Google ใช้หรือไม่ใช้ตามเอกสารปัจจุบัน ตัวไหนที่มีบทความเจาะลึกแยก เราใส่ลิงก์ไว้ในคอลัมน์สุดท้าย
| แท็ก | โค้ด | ใครอ่าน | Google ใช้ไหม | อ่านต่อ |
|---|---|---|---|---|
| Title (ไม่ใช่ meta tag) | <title> | เบราว์เซอร์, search engine | ใช้ เป็นแหล่งหนึ่งของชื่อลิงก์ในผลค้นหา | Title tag คืออะไร |
| Description | name="description" | search engine | ใช้ บางครั้งนำไปเป็นข้อความใต้ลิงก์ | Meta description คืออะไร |
| Robots / googlebot | name="robots" | บอท search engine | ใช้ คุมการ index และการแสดงผล | หัวข้อ meta robots |
| Viewport | name="viewport" | เบราว์เซอร์, Google | ใช้ เป็นสัญญาณว่าหน้ารองรับมือถือ | หัวข้อ viewport |
| Charset | charset="UTF-8" | เบราว์เซอร์, Google | ใช้ (Google แนะนำ UTF-8) | หัวข้อ charset |
| Open Graph | property="og:title" ฯลฯ | Facebook, X และ Google (og:image) | ใช้ og:image ช่วยเลือกภาพย่อ | หัวข้อ Open Graph |
| X (Twitter) card | name="twitter:card" | X | ไม่อยู่ในรายการของ Google | หัวข้อ Open Graph |
| Google site verification | name="google-site-verification" | Google Search Console | ใช้ ยืนยันเจ้าของเว็บ | หัวข้อ verification |
| Refresh | http-equiv="refresh" | เบราว์เซอร์, Google | รองรับ แต่แนะนำ redirect ฝั่งเซิร์ฟเวอร์แทน | 301 redirect |
| notranslate / nopagereadaloud | name="googlebot" / name="google" | ใช้ ปิดการแปลและการอ่านออกเสียง | หัวข้อเฉพาะทาง | |
| Rating | name="rating" content="adult" | Google SafeSearch | ใช้ ติดป้ายเนื้อหาผู้ใหญ่ | หัวข้อเฉพาะทาง |
| Keywords | name="keywords" | ไม่มี search engine หลักใช้ | ไม่ใช้ ไม่มีผลกับการ index และอันดับ | หัวข้อ meta keywords |

Meta tag ที่ Google ใช้จริง (ตามเอกสาร 10 ธ.ค. 2025)
Meta tag ที่ Google ใช้จริงมีรายชื่อชัดเจนในเอกสาร “Meta tags and attributes that Google supports” ของ Google Search Central ซึ่งปรับล่าสุด 10 ธ.ค. 2025 ใครที่ทำเว็บหรือดูแล SEO ควรยึดรายการนี้เป็นหลัก แทนรายการ “meta tag ที่ต้องมี” ตามบทความทั่วไป แท็กที่ไม่อยู่ในรายการนี้ Google บอกว่าจะข้ามไป ข้อยกเว้นที่ควรรู้คือ og:image ซึ่ง Google เพิ่มในเอกสารเมื่อ 2 มี.ค. 2026 ว่าใช้เลือกภาพย่อ ส่วนแพลตฟอร์มอื่นอาจใช้แท็กอื่นต่อไป
- description: คำอธิบายสั้นๆ ของหน้า Google อาจนำไปแสดงเป็นข้อความใต้ลิงก์ ถ้าอธิบายหน้าได้ดีกว่าข้อความที่ดึงจากเนื้อหา (เอกสาร Snippets ปรับล่าสุด 20 เม.ย. 2026)
- robots และ googlebot: คำสั่งว่าจะ index หน้าไหม ตามลิงก์ไหม และแสดงข้อความหรือรูปตัวอย่างได้แค่ไหน robots ใช้กับบอททุกตัว ส่วน googlebot ใช้กับ Google เท่านั้น
- notranslate: บอกไม่ให้ Google เสนอแปลหน้านี้ในผลค้นหา
- nopagereadaloud: ใส่ใน
name="google"เพื่อไม่ให้บริการอ่านออกเสียงของ Google อ่านหน้านี้ - google-site-verification: แท็กยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของเว็บใน Search Console
- Content-Type และ charset: บอกการเข้ารหัสตัวอักษร Google แนะนำ UTF-8
- refresh: สั่งให้เบราว์เซอร์เปลี่ยนหน้าหลังเวลาที่กำหนด Google รองรับแต่แนะนำ redirect ฝั่งเซิร์ฟเวอร์แทน
- viewport: บอกเบราว์เซอร์ว่าจะแสดงหน้าบนมือถือยังไง และเอกสารบอกว่าเป็นสัญญาณให้ Google รู้ว่าหน้านี้รองรับมือถือ
- rating: ใช้ค่า adult หรือ RTA เพื่อบอกว่าเป็นเนื้อหาผู้ใหญ่ ให้ SafeSearch กรองได้
เอกสารของ Google มีกติกาเล็กๆ ที่คนมักไม่รู้ 3 ข้อ ข้อแรก ชื่อและค่าของ meta tag ไม่สนตัวพิมพ์เล็กใหญ่ ยกเว้น google-site-verification ข้อสอง <head> ต้องเป็น HTML ที่ถูกต้อง ถ้ามีแท็กที่ไม่ควรอยู่ใน head แทรกมาก่อน Google อาจอ่านแท็กที่ตามมาไม่ได้ ข้อสาม Google ขอให้หลีกเลี่ยงการใส่หรือแก้ meta tag ด้วย JavaScript ถ้าจำเป็นต้องทำ ให้ทดสอบว่า Google เห็นผลลัพธ์จริง
Meta keywords ยังต้องใส่ไหม และ meta tag ที่ Google ไม่ใช้แล้ว
Meta keywords ไม่ต้องใส่แล้ว เพราะ Google ประกาศตั้งแต่ปี 2009 ว่าไม่ใช้ meta keywords ในการจัดอันดับ และเอกสารปัจจุบันของ Google ยังยืนยันว่าแท็กนี้ “ไม่มีผลกับการ index และการจัดอันดับเลย” ทั้งในหน้า meta tag ที่รองรับและใน SEO Starter Guide (ทั้งคู่ปรับล่าสุด 10 ธ.ค. 2025) The Art of SEO บทที่ 7 อธิบายที่มาไว้ว่า meta tag แบบนี้ถูกยัดคีย์เวิร์ดกันมากในยุคแรก search engine จึงเลิกเชื่อข้อมูลที่เจ้าของเว็บกรอกเองแบบนี้
แต่ meta keywords ยังไม่หายไปจากเว็บไทย ผลเบื้องต้นของเราพบว่าหน้าคำค้นเชิงพาณิชย์ที่ติดหน้าแรก Google ยังใส่ meta keywords อยู่ 11 ใน 23 หน้า (48%, ช่วงความเชื่อมั่น 95% คือ 29–67%) ขณะที่หน้าที่สอนเรื่อง meta tag ใส่แค่ 1 ใน 14 หน้า หน้าเหล่านี้ติดหน้าแรกได้ทั้งที่มีแท็กนี้ แปลว่า meta keywords ไม่ได้ทำให้โดนลงโทษ แค่เป็นโค้ดที่ไม่มีใครใช้ ถ้าเว็บคุณมีอยู่จะลบหรือไม่ลบก็ไม่กระทบอันดับ ข้อเสียที่เห็นชัดคือคู่แข่งเปิดดูได้ว่าคุณตั้งใจจับคีย์เวิร์ดไหน
อีก 4 อย่างที่ Google ไม่ใช้แล้ว
- แอตทริบิวต์ lang: Google บอกว่าดูภาษาของหน้าจากเนื้อหา ไม่ได้ดูจาก
<html lang>แต่เบราว์เซอร์ โปรแกรมอ่านหน้าจอ และเครื่องมือแปลยังใช้ค่านี้ หน้าภาษาไทยจึงควรใส่lang="th"ให้ถูกอยู่ดี - rel=”next” และ rel=”prev”: เป็นแท็ก
<link>สำหรับหน้าแบ่งหลายหน้า Google ไม่ใช้แล้ว - nositelinkssearchbox: ใช้ปิดช่องค้นหาใต้ผลค้นหาของเว็บ Google ย้ายเอกสารเข้าหมวดเก็บถาวรเมื่อ 29 พ.ย. 2024 เพราะฟีเจอร์นี้ไม่มีแล้ว
- noarchive: เดิมใช้ปิดลิงก์ “แคช” ในผลค้นหา Google ย้ายไปหมวดคำสั่งในอดีตเมื่อ 2 ต.ค. 2024 หลังเลิกแสดงลิงก์แคช แต่ Google บอกเองว่าไม่ต้องลบออก เพราะ search engine อื่นอาจยังใช้ และ Bing ประกาศเมื่อ ก.ย. 2023 ว่าใช้ noarchive คุมการนำเนื้อหาไปใช้ในคำตอบแชตของ Bing (ดูหัวข้อ AI) The Art of SEO บทที่ 7 ซึ่งพิมพ์ปี 2023 ยังจัด noarchive เป็นคำสั่งสำคัญเพราะเรื่องลิงก์แคช ส่วนนี้ล้าสมัยแล้วสำหรับ Google

Title, canonical, hreflang และ alt ไม่ใช่ meta tag (แต่คนเรียกปนกัน)
Title, canonical, hreflang, alt และ JSON-LD ไม่ใช่ meta tag แม้หลายอย่างจะอยู่ใน <head> เหมือนกัน ความสับสนนี้พบบ่อยมาก จากหน้าไทยที่ติดอันดับคำว่า “meta tag คือ” ที่เราเปิดอ่าน 8 หน้า มีอย่างน้อย 3 หน้าที่นับ canonical, hreflang หรือ alt เป็น meta tag การแยกให้ถูกสำคัญเพราะแต่ละอย่างมีกติกาและเครื่องมือตรวจคนละแบบ
- Title: เป็น element
<title>ไม่ใช่<meta>คนไทยมักเรียกว่า “meta title” ตามช่องในปลั๊กอิน วิธีเขียนให้คนคลิกอยู่ในบทความ title tag คืออะไร เขียนยังไงให้ติด Google - Canonical: เป็นแท็ก
<link rel="canonical">ที่บอกว่า URL ไหนคือตัวหลักเมื่อมีหลายหน้าเนื้อหาซ้ำกัน อ่านต่อที่ canonical tag คืออะไร - Hreflang: เป็นแท็ก
<link rel="alternate" hreflang="...">ที่จับคู่หน้าเดียวกันในหลายภาษา ไม่ใช่ meta tag - Alt text: เป็นแอตทริบิวต์ของแท็ก
<img>ในเนื้อหา ไม่ได้อยู่ใน head อ่านต่อที่ alt text คืออะไร เขียนยังไง - JSON-LD: เป็นโค้ด
<script type="application/ld+json">สำหรับ structured data อ่านต่อที่ schema markup คืออะไร - Nofollow: มี 2 แบบ แบบ meta robots nofollow มีผลกับทุกลิงก์ในหน้า ส่วน
rel="nofollow"ใส่ที่ลิงก์ทีละตัว อ่านความต่างที่ nofollow คืออะไร
Meta robots และ noindex: คำสั่งทั้งหมด และเมื่อไรควรใช้
Meta robots คือ meta tag ที่สั่ง search engine ว่าจะเก็บหน้านี้เข้าดัชนี (index) ไหม จะตามลิงก์ในหน้าไหม และแสดงข้อความหรือรูปตัวอย่างได้แค่ไหน คนที่ควรใช้คือเจ้าของหน้าที่ไม่อยากให้ขึ้นในผลค้นหา เช่น หน้าขอบคุณหลังกรอกฟอร์ม หน้าผลค้นหาภายในเว็บ หรือหน้าทดสอบ ค่าเริ่มต้นคือ index, follow อยู่แล้ว Google และ The Art of SEO บทที่ 7 ตรงกันว่าไม่ต้องเขียนค่านี้ไว้ ถ้าไม่ได้ต้องการจำกัดอะไรก็ไม่ต้องมีแท็กนี้เลย
<!-- ไม่ให้ทุก search engine เก็บหน้านี้ -->
<meta name="robots" content="noindex">
<!-- ให้เฉพาะ Google แสดงข้อความตัวอย่างไม่เกิน 120 ตัวอักษร -->
<meta name="googlebot" content="max-snippet:120">
| คำสั่ง | ทำอะไร | ใช้เมื่อไร |
|---|---|---|
all | ไม่จำกัดอะไร (เท่ากับค่าเริ่มต้น) | ไม่จำเป็นต้องเขียน |
noindex | ไม่แสดงหน้านี้ในผลค้นหา | หน้าขอบคุณ หน้าค้นหาภายใน หน้าทดสอบ |
nofollow | ไม่ตามลิงก์ในหน้านี้ | ใช้น้อยมาก ส่วนใหญ่ใส่ที่ลิงก์ทีละตัวดีกว่า |
none | เท่ากับ noindex, nofollow | หน้าที่ไม่อยากให้ถูกเก็บและไม่ส่งต่อลิงก์ |
nosnippet | ไม่แสดงข้อความหรือวิดีโอตัวอย่าง และไม่ใช้เป็นข้อมูลตรงใน AI Overviews และ AI Mode | เนื้อหาที่ไม่อยากให้ถูกยกไปแสดง (ระวังกับหน้าที่ทำเงิน) |
max-snippet:[n] | จำกัดความยาวข้อความตัวอย่าง 0 = ไม่แสดงข้อความตัวอย่าง, −1 = ให้ Google เลือกความยาวเอง | อยากคุมความยาวแต่ยังให้แสดง |
max-image-preview:[none/standard/large] | ขนาดรูปตัวอย่างสูงสุด | ตั้ง large ถ้าอยากได้รูปใหญ่ใน Discover |
max-video-preview:[n] | ความยาววิดีโอตัวอย่างเป็นวินาที | หน้าที่มีวิดีโอ |
noimageindex | ไม่ index รูปในหน้านี้ | รูปที่ไม่อยากให้ขึ้นใน Google Images |
notranslate | ไม่เสนอแปลหน้านี้ในผลค้นหา | หน้าที่แปลแล้วความหมายเพี้ยน |
indexifembedded | ให้ index เนื้อหาที่ฝังผ่าน iframe แม้หน้าต้นทางมี noindex | ใช้คู่กับ noindex สำหรับเนื้อหาที่ตั้งใจให้ฝัง |
unavailable_after:[วันที่] | ไม่แสดงหน้าหลังวันที่กำหนด | หน้าโปรโมชันหรืออีเวนต์ที่มีวันหมดอายุ |
noarchive, nocache, nositelinkssearchbox | Google จัดเป็นคำสั่งในอดีต ไม่ใช้แล้ว | noarchive และ nocache ยังมีผลกับ Bing |
robots กับ googlebot ต่างกันยังไง
name="robots" ใช้กับบอทของทุก search engine ที่รองรับ ส่วน name="googlebot" ใช้กับ Google เท่านั้น ชื่อบอทเฉพาะที่ Google อ่านใน meta tag มีแค่ googlebot และ googlebot-news ชื่ออื่นจะถูกข้าม ถ้าอยากให้ Bing กับ Google ทำต่างกัน ให้ใส่สองแท็กแยกกัน
ถ้าคำสั่งขัดกัน คำสั่งที่จำกัดกว่าชนะ
Google ใช้คำสั่งที่จำกัดกว่าเสมอเมื่อคำสั่งขัดกัน เช่น หน้าที่มีทั้ง nosnippet และ max-snippet:50 จะไม่มีข้อความตัวอย่างเลย เอกสารเขียนกติกานี้ไว้แบบทั่วไปในส่วนเดียวกับ X-Robots-Tag และบอกว่าเมื่อมีหลายกฎ Google จะรวมคำสั่งจำกัดทั้งหมด จึงควรถือว่าใช้กับกรณีที่ meta tag ขัดกับ X-Robots-Tag ใน HTTP header ด้วย AI SEO For Dummies บทที่ 10 จัดสัญญาณขัดกันแบบนี้เป็นสัญญาณอันตรายในเช็กลิสต์ความพร้อมของเว็บสำหรับ AI โดยเฉพาะบนหน้าที่ทำเงิน ซึ่งควรเปิดให้ index ได้โดยไม่มีสัญญาณปนกัน
noindex ทำงานเมื่อบอทเข้ามาอ่านหน้าได้เท่านั้น
Google อ่านคำสั่ง meta robots ได้ต่อเมื่อบอทเข้ามาอ่านหน้านั้นได้ ถ้า robots.txt บล็อกหน้าไว้ บอทจะไม่เห็น noindex และ URL อาจยังโผล่ในผลค้นหา ความต่างของ robots.txt, noindex และ X-Robots-Tagและวิธีเลือกใช้อยู่ในบทความ robots.txt คืออะไร ต่างจาก noindex ยังไง ส่วนไฟล์ที่ไม่ใช่ HTML เช่น PDF ใส่ meta tag ไม่ได้ ต้องใช้ X-Robots-Tag ใน HTTP header แทน เอกสารที่ปรับเมื่อ 24 มี.ค. 2026 ยังระบุเพิ่มว่า meta robots ที่หลุดไปอยู่ใน <body> Google ก็ยังอ่าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมเดิมที่เพิ่งเขียนลงเอกสาร ภาพรวมการเก็บและ index หน้าอยู่ในบทความ Technical SEO คืออะไร
ในเว็บไทยที่เราสำรวจ meta robots ส่วนใหญ่เป็นค่าที่ปลั๊กอินใส่ให้ ไม่ใช่คำสั่งที่ตั้งใจเขียน หน้าที่มี meta robots 22 ใน 37 หน้าไม่มีหน้าไหนใช้คำสั่งจำกัดเลย 6 หน้าเขียนแค่ index, follow หรือ all ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว อีก 12 หน้าใช้ชุดค่ามาตรฐานของปลั๊กอิน SEO คือ index, follow, max-snippet:-1, max-video-preview:-1, max-image-preview:large และอีก 4 หน้าใส่แค่ max-image-preview:large หรือ max-snippet:-1 ตัวเดียว ในชุดนี้ตัวที่เห็นผลชัดมีตัวเดียว คือ max-image-preview:large ที่อนุญาตให้ Google แสดงรูปตัวอย่างขนาดใหญ่ ซึ่ง The Art of SEO บทที่ 7 ระบุเป็นเงื่อนไขของรูปใหญ่ใน Discover คู่กับรูปกว้างอย่างน้อย 1,200 px รายละเอียดอ่านต่อที่ Google Discover คืออะไร และ Image SEO ทำยังไง

Meta tag กับ AI Search: ตัวไหนมีผลกับ AI Overviews, ChatGPT, Copilot และ Claude
Meta tag ที่มีเอกสารทางการยืนยันว่ามีผลกับ AI Search มีไม่กี่ตัว และเกือบทั้งหมดเป็นคำสั่ง “จำกัด” ไม่ใช่คำสั่งที่ช่วยให้ถูกอ้างอิงมากขึ้น ตารางนี้เหมาะกับคนที่อยากรู้ว่าจะกันเนื้อหาบางส่วนจาก AI ได้ไหม หรืออยากเช็กว่าไม่ได้บล็อก AI โดยไม่ตั้งใจ เราเช็กเอกสารทุกแถวเมื่อ 16 ต.ค. 2026 และระบุวันที่ของเอกสารไว้ เพราะเรื่องนี้เปลี่ยนเร็ว
| ระบบ AI | Meta tag ที่มีเอกสาร | ผลตามเอกสาร | แหล่ง (วันที่เอกสาร) |
|---|---|---|---|
| Google AI Overviews และ AI Mode | nosnippet, max-snippet, data-nosnippet, noindex | nosnippet กันเนื้อหาไม่ให้ใช้เป็นข้อมูลตรงใน AI Overviews และ AI Mode, max-snippet จำกัดความยาวทั้งใน snippet และฟีเจอร์ AI, data-nosnippet กันได้เฉพาะบางส่วนของหน้า, noindex เอาหน้าออกทั้งหน้า | Robots meta tag specifications (24 มี.ค. 2026) · AI features and your website (10 ธ.ค. 2025) |
| Google: max-image-preview | max-image-preview | เอกสารระบุขอบเขตเป็น web search, Google Images, Discover และ Assistant แต่ไม่ได้ระบุ AI Overviews หรือ AI Mode | Robots meta tag specifications (24 มี.ค. 2026) |
| Google-Extended | ไม่ใช่ meta tag | เป็นชื่อบอทใน robots.txt ไม่มีผลกับการแสดงหน้าใน Google Search ส่วนการคุมฟีเจอร์ AI ใน Search ใช้กฎของ Googlebot | Google’s common crawlers (15 ต.ค. 2026) · AI features and your website (10 ธ.ค. 2025) |
| Bing (แชตของ Bing / Copilot) | noarchive, nocache | noarchive = ไม่นำหน้าไปใช้หรือลิงก์ในคำตอบแชตของ Bing และไม่ใช้ฝึกโมเดล, nocache = แสดงได้แค่ URL ชื่อ และ snippet หน้ายังอยู่ในผลค้นหา Bing ตามปกติ | Bing Webmaster Blog (ก.ย. 2023 ซึ่งตอนนั้นยังใช้ชื่อ Bing Chat ยังไม่พบประกาศใหม่ที่เราเปิดยืนยันได้) |
| OpenAI (ChatGPT search) | คุมผ่าน robots.txt (OAI-SearchBot, GPTBot) | ไม่พบเอกสารยืนยันเรื่อง meta noindex ที่เราเปิดอ่านได้ (หน้าคำถามสำหรับผู้เผยแพร่ของ OpenAI เปิดไม่ได้ในวันที่เราเช็ก) | OpenAI, Overview of OpenAI crawlers (ไม่ระบุวันที่ ตรวจ 16 ต.ค. 2026) |
| Anthropic (Claude) | noindex | noindex บอกพาร์ตเนอร์ค้นหาของ Anthropic ไม่ให้เก็บหน้า หน้าจึงไม่ถูกดึงมาในผลค้นเว็บของ Claude แต่หน้ายังถูกลิงก์และเข้าชมผ่านเว็บอื่นได้ตามปกติ | Anthropic, Blocking and removing content from Claude (3 ก.ย. 2026) |
| Perplexity | ไม่พบเอกสาร | ไม่พบเอกสารทางการเรื่อง meta robots | ตรวจ 16 ต.ค. 2026 |
| “noai” / “noimageai” | ไม่พบเอกสาร | ไม่พบเอกสารจาก Google, OpenAI, Anthropic หรือ Microsoft ที่บอกว่ารองรับ | ตรวจ 16 ต.ค. 2026 |
สำหรับ Google เรื่องที่ต้องรู้มีแค่ 2 ข้อ ข้อแรก Google บอกในเอกสาร AI features (10 ธ.ค. 2025) ว่าไม่ต้องมี markup พิเศษหรือไฟล์ข้อความสำหรับ AI เพื่อให้ปรากฏใน AI Overviews หรือ AI Mode เรื่องไฟล์สำหรับ AI อ่านต่อได้ที่ llms.txt คืออะไร ข้อสอง ถ้าอยากจำกัด ให้ใช้ nosnippet, data-nosnippet, max-snippet หรือ noindex ตามที่สรุปในตาราง วิธีใช้ทั้งสามตัวแรกพร้อมผลกับข้อความใต้ลิงก์อยู่ในหัวข้อ nosnippet, data-nosnippet และ max-snippet ในบทความ meta description ส่วนการตั้งกฎบอท AI ใน robots.txt อ่านต่อที่ robots.txt สำหรับบอท AI
ฝั่งที่อยากให้ AI อ้างอิงมากขึ้น ยังไม่มีเอกสารทางการว่า Open Graph, meta keywords หรือ meta description ช่วยให้ถูก AI เลือกเป็นแหล่ง AI SEO For Dummies บทที่ 2 มองว่า HTML ที่สะอาด ชื่อหน้าที่ชัด และคำอธิบายที่มีประโยชน์ช่วยให้ AI ดึงข้อมูลไปใช้ได้ง่ายพอๆ กับที่ช่วย SEO ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรทำให้ครบ ไม่ใช่ทางลัด สิ่งที่ AI Overviews ใช้ตัดสินว่าจะอ้างเว็บไหนอ่านต่อได้ที่ AI Overviews คืออะไร และ Google AI Mode คืออะไร ส่วนฝั่ง ChatGPT อ่านที่ ทำ ChatGPT SEO ยังไง
AI ตอบเรื่อง meta tag ผิดตรงไหน (เช็ก 16 ต.ค. 2026 แพลตฟอร์มละ 1 ครั้ง):
- OpenAI ผ่าน API รุ่น gpt-4.1-mini เปิดค้นเว็บ ตั้งประเทศไทย: ตอบถูกว่า title ไม่ใช่ meta tag ในทางเทคนิค และ Google เลิกใช้ meta keywords ตั้งแต่ปี 2009 แต่จัด canonical เป็น meta tag และบอกว่า meta tag ไม่มีผลโดยตรงกับ AI Overviews ซึ่งขัดกับเอกสารของ Google ที่ระบุว่า nosnippet และ max-snippet ใช้กับ AI Overviews และ AI Mode ด้วย คำตอบยังอ้างว่า Open Graph ช่วยการแสดงผลบน “แพลตฟอร์ม AI” โดยไม่มีแหล่ง และไม่อ้างเอกสารของ Google เลย
- AI Overview ของ Google (คำ “meta tag คือ” บนมือถือ): ให้นิยามและรายการ meta tag 6 ตัวได้ใกล้เคียง แต่นับ title tag เป็น meta tag และสรุปว่า meta tag ช่วยเพิ่มโอกาสติดหน้าแรกโดยไม่มีเอกสารทางการรองรับ ไม่พูดถึงตัวที่ Google ไม่ใช้แล้วและไม่อ้างแหล่งทางการ
นี่คือการทดสอบครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม (n=1) และ OpenAI ผ่าน API ไม่ใช่แอป ChatGPT ที่คนทั่วไปใช้ จึงใช้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สถิติ สิ่งที่ควรทำคือเช็กคำตอบ AI กับเอกสารทางการก่อนนำไปใช้กับเว็บจริง
Meta viewport, charset และ refresh: meta tag ที่ทำให้หน้าแสดงผลถูก
Meta viewport คือ meta tag ที่บอกเบราว์เซอร์บนมือถือให้แสดงหน้าตามความกว้างของจอ แทนการย่อหน้าเดสก์ท็อปทั้งหน้าลงมา ทุกเว็บที่มีคนเข้าจากมือถือต้องมีแท็กนี้ และเอกสารของ Google ระบุว่าแท็กนี้เป็นสัญญาณให้ Google รู้ว่าหน้ารองรับมือถือ ค่าที่ใช้กันเป็นมาตรฐานคือบรรทัดเดียวข้างล่าง
<meta name="viewport" content="width=device-width, initial-scale=1">
จุดที่ควรระวังคืออย่าใส่ user-scalable=no หรือ maximum-scale=1 เพราะทำให้คนซูมหน้าไม่ได้ คนสายตาไม่ดีหรือคนที่อยากขยายตารางจะอ่านยาก Google ไม่ได้ระบุเรื่องนี้ในเอกสาร meta tag แต่เป็นปัญหาการเข้าถึงที่เห็นได้ทันทีบนมือถือ ในข้อมูลของเรา หน้าเชิงพาณิชย์ 2 ใน 23 หน้าปิดการซูมไว้ The Art of SEO บทที่ 7 จัด viewport ที่ไม่ได้ตั้งหรือไม่ได้ใช้ device-width เป็นปัญหาการใช้งานบนมือถือ คำแนะนำนี้ยังใช้ได้ แต่เครื่องมือที่หนังสืออ้างถึงอย่าง Mobile Usability report และ Mobile-Friendly Test ถูกปิดไปแล้ว ส่วนเรื่องความเร็วและประสบการณ์บนมือถือเป็นหัวข้อของ Core Web Vitals
Charset คือแท็กที่บอกว่าหน้าเข้ารหัสตัวอักษรแบบไหน หน้าภาษาไทยควรใช้ <meta charset="UTF-8"> ตามที่ Google แนะนำ ไม่อย่างนั้นสระและวรรณยุกต์อาจกลายเป็นตัวอักษรเพี้ยน ข่าวดีคือทั้ง 37 หน้าในข้อมูลของเราประกาศ charset ไว้ครบ
Meta refresh คือแท็ก http-equiv="refresh" ที่สั่งให้เบราว์เซอร์เปลี่ยนไปหน้าอื่นหลังเวลาที่กำหนด Google รองรับแท็กนี้ แต่แนะนำให้ใช้ redirect ฝั่งเซิร์ฟเวอร์แทน ซึ่ง The Art of SEO บทที่ 7 ก็แนะนำตรงกัน ถ้าต้องย้ายหน้าถาวรให้ใช้ 301 redirect ทั้ง 37 หน้าในข้อมูลของเราไม่มีหน้าไหนใช้ meta refresh
Open Graph คืออะไร: meta tag สำหรับแชร์ลิงก์ลง Facebook, LINE และ X
Open Graph (OG) คือชุด meta tag ตามมาตรฐาน Open Graph protocol ที่บอกแพลตฟอร์มโซเชียลว่าเวลามีคนแชร์ลิงก์ ควรแสดงชื่อ รูป และคำอธิบายแบบไหน ใครที่ลิงก์ถูกแชร์ลง Facebook, LINE หรือ X บ่อยควรตั้งให้ครบ เพราะถ้าไม่มี แพลตฟอร์มจะเดาเองจากหน้า และมักได้รูปผิดหรือไม่มีรูป มาตรฐานนี้กำหนดแท็กที่ต้องมี 4 ตัว คือ og:title, og:type, og:image และ og:url
<meta property="og:title" content="Meta Tag คืออะไร">
<meta property="og:type" content="article">
<meta property="og:image" content="https://example.com/cover.jpg">
<meta property="og:url" content="https://example.com/meta-tag/">
<meta property="og:description" content="สรุป meta tag ทุกตัวที่ Google ใช้จริง">
<meta property="og:locale" content="th_TH">
<meta name="twitter:card" content="summary_large_image">
แท็กเสริมที่ควรมีคือ og:description, og:site_name และ og:locale ซึ่งค่าเริ่มต้นตามมาตรฐานคือ en_US หน้าภาษาไทยจึงควรตั้งเป็น th_TH ส่วน X ใช้แท็ก twitter:card เพื่อเลือกรูปแบบการ์ด ถ้าข้อความตอนแชร์ไม่ตรงกับ meta description เหตุผลอยู่ในหัวข้อ og:description ต่างจาก meta description ยังไง
Open Graph ไม่ได้มีผลแค่กับโซเชียล Google เพิ่มในเอกสารเมื่อ 2 มี.ค. 2026 ว่าใช้ทั้ง schema.org และ og:image ในการเลือกรูปภาพย่อในผลค้นหาและ Discover รูปใน og:image จึงควรเป็นรูปที่สื่อเนื้อหาจริง วิธีเลือกขนาดและรูปแบบรูปอยู่ในบทความ Image SEO The Art of SEO บทที่ 12 ก็แนะนำให้ใช้ schema.org หรือ Open Graph บอกข้อมูลรูปของหน้าข่าว ซึ่งเขียนก่อนเอกสารฉบับ 2026 ของ Google แต่ทิศทางตรงกัน
ในข้อมูลของเรา หน้าไทย 26 ใน 37 หน้า (70%) ใส่ Open Graph ครบ 4 ตัวที่จำเป็น หน้าเชิงพาณิชย์ทำครบน้อยกว่าคือ 14 ใน 23 หน้า และมี 3 หน้าที่ไม่มี Open Graph เลย ส่วน twitter:card มี 27 ใน 37 หน้า สำหรับ LINE เราไม่พบเอกสารทางการเรื่องการแสดงตัวอย่างลิงก์ จึงยังยืนยันไม่ได้ว่า LINE อ่านแท็กตัวไหนบ้าง ถ้าแชร์แล้วรูปไม่ขึ้นหรือเป็นรูปเก่า ให้เช็กว่ามี og:image และ URL รูปเปิดได้จริง แล้วใช้เครื่องมือตรวจการแชร์ของแพลตฟอร์มนั้นสั่งให้ดึงข้อมูลใหม่

Verification tag และ meta tag เฉพาะทางของ Google
google-site-verification คือ meta tag ที่ Google Search Console ให้มาเพื่อยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของเว็บ เป็นหนึ่งในหลายวิธียืนยัน วิธีอื่นคือ DNS หรืออัปโหลดไฟล์ ถ้าเลือกวิธีแท็ก ให้วางไว้บนหน้าแรกและอย่าลบออกหลังยืนยัน เพราะ Search Console กลับมาเช็กแท็กเป็นระยะ ถ้าไม่เจอ สิทธิ์จะหมดหลังช่วงผ่อนผัน ค่าในแท็กนี้เป็นตัวเดียวที่ตัวพิมพ์เล็กใหญ่มีผล จึงควรคัดลอกมาทั้งบรรทัด ในข้อมูลของเรา 11 ใน 37 หน้ามีแท็กนี้ใน HTML ส่วนที่เหลืออาจยืนยันด้วย DNS ซึ่งมองไม่เห็นจากหน้าเว็บ ขั้นตอนตั้งค่า Search Console อ่านต่อที่ Google Search Console ใช้ยังไง
- notranslate:
<meta name="googlebot" content="notranslate">ปิดการเสนอแปลใน Google ถ้าใช้ชื่อ robots จะมีผลกับทุก search engine ที่รองรับ ใช้กับหน้าที่ศัพท์เฉพาะแปลแล้วผิดความหมาย
ตั้ง meta tag ใน WordPress และ Rank Math
Meta tag ใน WordPress ควรตั้งผ่านปลั๊กอิน SEO อย่าง Rank Math หรือ Yoast ไม่ควรพิมพ์โค้ดเองในธีม เพราะปลั๊กอินสร้าง description, robots, canonical, Open Graph และ X card ให้ทุกหน้าโดยอัตโนมัติ และเปิดช่องให้แก้รายหน้าได้ ปัญหาที่พบบ่อยคือแท็กซ้ำ เมื่อทั้งธีมและปลั๊กอินใส่แท็กเดียวกัน ในข้อมูลของเรา แม้แต่หน้าที่สอนเรื่อง meta tag ก็มี 2 ใน 14 หน้าที่มี description สองตัว และ 1 หน้าที่มี viewport สองตัว
- ตั้งค่ากลางของทั้งเว็บ: ในหน้าตั้งค่า Titles & Meta ของ Rank Math กำหนดรูปแบบ title, description และค่า robots เริ่มต้นของแต่ละประเภทหน้า เช่น ให้หน้า tag หรือหน้าผลค้นหาภายในเป็น noindex
- แก้รายหน้า: ในกล่อง Rank Math ของหน้าแก้โพสต์ แท็บ General ใช้แก้ title กับ description แท็บ Advanced ใช้ตั้ง robots meta และ canonical ส่วนแท็บ Socialใช้ตั้งชื่อ รูป และคำอธิบายสำหรับ Facebook และ X แยกจากผลค้นหา
- ปิดแท็กซ้ำจากธีม: เปิดซอร์สโค้ดแล้วค้นคำว่า
name="description"และname="viewport"ถ้าเจอมากกว่าหนึ่งตัว ให้ปิดฝั่งธีมหรือฝั่งปลั๊กอินให้เหลือฝั่งเดียว - อย่าใส่ meta tag ด้วย JavaScript: Google ขอให้หลีกเลี่ยง ถ้าเครื่องมือของคุณใส่แท็กผ่าน JavaScript ให้เช็กด้วย URL Inspection ว่า Google เห็นแท็กจริง
ชื่อเมนูของ Rank Math อาจเปลี่ยนตามเวอร์ชัน ภาพข้างล่างเป็นภาพจำลองที่บอกตำแหน่งคร่าวๆ ส่วนวิธีเขียนข้อความในช่อง title และ description อยู่ในบทความ title tag และ meta description

เคสจริง: meta tag ของเว็บ The Missing Piece
เว็บ The Missing Piece ใช้ WordPress กับ Rank Math และเมื่อเปิดดู <head> ของบทความเราเองเมื่อ 16 ต.ค. 2026 meta tag หลักครบตามที่บทความนี้แนะนำ หน้าประกาศ lang="th" และ charset UTF-8 มี viewport ที่ยังซูมได้ meta robots เป็นชุดค่ามาตรฐานของ Rank Math ที่ไม่ได้จำกัดอะไร และมี max-image-preview:large สำหรับรูปใหญ่ Open Graph ครบทั้ง 4 ตัวที่จำเป็น พร้อม og:description, og:site_name, og:locale เป็น th_TH และ alt ของรูป ส่วน X ใช้การ์ดแบบ summary_large_image ทั้งหน้าไม่มี meta keywords เราไม่ได้เขียนแท็กเหล่านี้เองทีละหน้า แต่ตั้งค่าครั้งเดียวในปลั๊กอินแล้วตรวจจากโค้ดจริง
อยากให้ AI ช่วยตรวจ meta tag และข้อมูล Search Console ของคุณทุกสัปดาห์: คอร์สเรียน SEO & AI Search สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์
เช็ก meta tag ของหน้าในไม่ถึง 2 นาที
การเช็ก meta tag ของหน้าหนึ่งหน้าใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที ถ้าทำตามลำดับนี้ เหมาะกับคนที่เพิ่งเปลี่ยนธีม ติดตั้งปลั๊กอินใหม่ หรือเห็นหน้าหายจาก Google โดยไม่รู้สาเหตุ ถ้าต้องเช็กทั้งเว็บ ให้ใช้เครื่องมือ crawl (โปรแกรมไล่เปิดทุกหน้าในเว็บ) ตามขั้นตอนใน SEO audit
- เปิดซอร์สโค้ด (Ctrl+U): ค้นคำว่า
<metaแล้วนับว่า description, viewport และ robots มีอย่างละไม่เกินหนึ่งตัว - ดู meta robots: ถ้าเจอ noindex หรือ none บนหน้าที่อยากให้ติด Google ให้แก้ทันที ถ้าเจอแค่ index, follow ไม่ต้องทำอะไร
- เช็ก HTTP header: ในแท็บ Network ของ DevTools ดูว่ามี X-Robots-Tag ที่ขัดกับ meta tag ไหม เพราะคำสั่งที่จำกัดกว่าจะชนะ
- ใช้ URL Inspection ใน Search Console: ดูว่า Google เห็น meta tag เดียวกับที่คุณเห็น และหน้านี้ index ได้หรือไม่
- ลองแชร์ลิงก์: ใช้เครื่องมือตรวจการแชร์ของ Facebook หรือแชร์ในแชตส่วนตัวของ LINE เพื่อดูว่ารูปและชื่อขึ้นถูกต้อง

ผลเบื้องต้น: เว็บไทยหน้าแรก Google ใส่ meta tag กันยังไง (37 หน้า)
ผลเบื้องต้นของ The Missing Piece คือ หน้าไทย 37 หน้าที่เราเปิดดูทำ meta tag พื้นฐานอย่าง charset และ viewport ครบแทบทุกหน้า แต่ยังมีโค้ดที่ Google ไม่ใช้ค้างอยู่ และเกือบหนึ่งในสาม (11 จาก 37 หน้า) ยังใส่ Open Graph ไม่ครบ 4 ตัว เราเปิดหน้าไทย 37 หน้าเมื่อ 16 ต.ค. 2026 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก 23 หน้าที่ติดหน้าแรก Google ของ 4 คำค้นเชิงพาณิชย์ คือ ประกันรถยนต์ชั้น 1, รองเท้าวิ่งผู้ชาย, ครีมกันแดดหน้า และสินเชื่อบ้าน กลุ่มที่สอง 14 หน้าที่ติดอันดับคำว่า “meta tag คือ” หรือ “meta tag” ข้อมูลชุดนี้เล็ก จึงใส่ช่วงความเชื่อมั่นไว้
| สิ่งที่เช็ก | เชิงพาณิชย์ (23 หน้า) | สอนเรื่อง meta tag (14 หน้า) | รวม 37 หน้า (ช่วงความเชื่อมั่น 95%) |
|---|---|---|---|
| ยังมี meta keywords | 11 (48%) | 1 | 12 (32%, 20–49%) |
| ประกาศ charset | 23 | 14 | 37 (100%) |
| viewport ปิดการซูม | 2 | 0 | 2 |
| ไม่มี meta description ใน HTML ดิบ | 2 | 3 | 5 (14%, 6–28%) |
| มี meta robots | 12 | 10 | 22 (59%, 43–74%) |
| …ในนั้นใช้คำสั่งจำกัด (noindex, nofollow, nosnippet, noarchive) | 0 | 0 | 0 จาก 22 |
| max-image-preview:large | 5 | 10 | 15 (41%, 26–57%) |
| Open Graph ครบ 4 ตัวที่จำเป็น | 14 (61%) | 12 | 26 (70%, 54–83%) |
| ไม่มี Open Graph เลย | 2 | 1 | 3 |
| twitter:card | 16 | 11 | 27 (73%, 57–85%) |
| google-site-verification ใน HTML | 7 | 4 | 11 (30%) |
| หน้าภาษาไทยที่ประกาศ lang เป็นภาษาอังกฤษ | 2 | 2 | 4 |
| meta refresh / X-Robots-Tag | 0 | 0 | 0 |

อ่านผลได้ 4 ข้อ ข้อแรก meta keywords ไม่ได้หายไปจากหน้าที่ทำเงิน แต่ก็ไม่ได้กันหน้าเหล่านี้จากหน้าแรก ข้อสอง meta robots เกือบทั้งหมดเป็นค่าที่ปลั๊กอินใส่ให้ ไม่มีหน้าไหนบล็อกอะไรเลย ข้อสาม หน้าที่สอนเรื่อง meta tag เองก็พลาดได้ 3 ใน 14 หน้าไม่มี description ใน HTML ดิบ (1 หน้าอาจใส่ผ่าน JavaScript) และ 2 หน้ามี description สองตัว ข้อสี่ หน้าภาษาไทย 4 หน้าประกาศ lang เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่กระทบ Google เพราะ Google ดูภาษาจากเนื้อหา แต่อาจทำให้โปรแกรมอ่านหน้าจอและเครื่องมือแปลอ่านผิดภาษา
วิธีเก็บและข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้ (ผลเบื้องต้น):
- กลุ่มเชิงพาณิชย์ 23 หน้า มาจากผลค้นหา Google ประเทศไทย ภาษาไทย บนเดสก์ท็อป ของ 4 คำค้น เก็บเมื่อ 16 ต.ค. 2026 กลุ่มที่สอง 14 หน้า มาจากผลค้นหาคำว่า “meta tag คือ” และ “meta tag” (เปิดได้ 14 จาก 15 หน้า และมี 2 หน้าจากโดเมนเดียวกัน)
- เปิดแต่ละ URL 1 ครั้ง เว้นระยะ 3 วินาที อ่าน HTML ดิบโดยไม่รัน JavaScript แท็กที่ใส่ด้วย JavaScript จะไม่ถูกนับ และ Google รัน JavaScript ได้ “ไม่มีใน HTML ดิบ” จึงไม่ได้แปลว่า Google ไม่เห็น
- คำค้นกลุ่มแรกเป็นการเงิน ค้าปลีก และความงามเท่านั้น ตัวเลขนี้บอกสภาพของหน้าเหล่านี้ในวันนั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของเว็บไทย ไม่ได้ประเมิน SEO ของเว็บใด และเราไม่เปิดเผยชื่อเว็บ
ความเชื่อผิดเรื่อง meta tag 6 ข้อ
ความเชื่อผิดเรื่อง meta tag ส่วนใหญ่มาจากบทความยุคก่อนที่ยังถูกส่งต่อกัน และจาก AI ที่สรุปบทความเหล่านั้นอีกที ก่อนแก้เว็บตามคำแนะนำไหน ให้เทียบกับเอกสารของ Google ที่มีวันที่กำกับ 6 ข้อนี้คือข้อที่เราเจอบ่อยที่สุดในหน้าที่ติดอันดับและในคำตอบ AI
- “ใส่ meta tag ครบแล้วอันดับจะขึ้น”: ไม่มีเอกสารของ Google ที่บอกว่า meta tag ตัวไหนเป็นปัจจัยอันดับ description ช่วยเรื่องข้อความใต้ลิงก์ ส่วน robots และ viewport ช่วยให้ index และแสดงผลถูก ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐาน ไม่ใช่ตัวเร่งอันดับ
- “ยังต้องใส่ meta keywords”: Google ประกาศว่าไม่ใช้ตั้งแต่ปี 2009 และเอกสารปี 2025 ยืนยันว่าไม่มีผลกับการ index และอันดับ
- “Canonical เป็น meta tag”: canonical เป็นแท็ก
<link>เช่นเดียวกับ hreflang ส่วน alt เป็นแอตทริบิวต์ของรูป - “noarchive สำคัญกับ Google”: Google เลิกลิงก์แคชในปี 2024 และย้าย noarchive ไปหมวดคำสั่งในอดีตเมื่อ 2 ต.ค. 2024 ส่วน Bing ประกาศเมื่อ ก.ย. 2023 ว่าใช้คุมเนื้อหาในคำตอบแชต
- “ต้องเขียน index, follow ทุกหน้า”: ค่านี้เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว เขียนหรือไม่เขียนผลเท่ากัน
- “Meta tag ไม่เกี่ยวกับ AI”: nosnippet, max-snippet, data-nosnippet และ noindex มีผลกับ AI Overviews และ AI Mode ตามเอกสาร Google และ noindex มีผลกับการค้นเว็บของ Claude ตามเอกสาร Anthropic
Meta tag เป็นส่วนหนึ่งของงาน on-page ภาพรวมทั้งหมดของงานในหน้าอ่านต่อได้ที่ On-page SEO คืออะไร ถ้าอยากเรียน SEO ทีละขั้นต่อจากนี้ เริ่มได้ที่ เรียน SEO ฟรีทีละขั้น
บทความนี้เขียนโดยทีม The Missing Piece จากเอกสารทางการของ Google, Bing, OpenAI และ Anthropic, มาตรฐาน Open Graph protocol และข้อมูลที่เราเก็บเองจากเว็บไทยและเว็บของเรา
คำถามที่พบบ่อย
Meta tag ภาษาไทยเรียกว่าอะไร
คนไทยส่วนใหญ่ทับศัพท์ว่า meta tag หรือ เมตาแท็ก ความหมายคือแท็กที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับหน้าเว็บ (metadata) ไว้ในส่วน head ของโค้ด และไม่เกี่ยวกับบริษัท Meta เจ้าของ Facebook
Meta tag มีกี่ประเภท
แบ่งตามคนอ่านได้ 4 กลุ่ม คือ แท็กสำหรับ search engine (description, robots), แท็กสำหรับเบราว์เซอร์ (charset, viewport), แท็กสำหรับโซเชียล (Open Graph, X card) และแท็กยืนยันเว็บ (google-site-verification) ส่วน title, canonical และ alt ไม่ใช่ meta tag
ต้องใส่ meta keywords ไหม
ไม่ต้อง Google ประกาศว่าไม่ใช้ meta keywords ตั้งแต่ปี 2009 และเอกสารปัจจุบันยืนยันว่าไม่มีผลกับการ index และอันดับ ถ้ามีอยู่แล้วลบหรือไม่ลบก็ไม่กระทบอันดับ
Meta tag ช่วยให้ติดอันดับ Google ไหม
ไม่มีเอกสารของ Google ที่บอกว่า meta tag ตัวไหนเป็นปัจจัยอันดับ แต่ meta tag ที่ตั้งผิด เช่น noindex ค้างอยู่ ทำให้หน้าหายจาก Google ได้ทันที หน้าที่ของ meta tag จึงเป็นการทำให้หน้าถูกเก็บและแสดงผลถูกต้อง
ใส่ meta tag ใน WordPress ยังไง
ใช้ปลั๊กอิน SEO อย่าง Rank Math หรือ Yoast ซึ่งสร้าง description, robots, Open Graph และ X card ให้ทุกหน้า และให้แก้รายหน้าในกล่องตั้งค่าใต้หน้าแก้โพสต์ หลังตั้งค่าให้เปิดซอร์สโค้ดเช็กว่าไม่มีแท็กซ้ำจากธีม
Meta tag ตัวไหนกันไม่ให้ AI เอาเนื้อหาไปใช้ได้
สำหรับ Google ใช้ nosnippet, max-snippet, data-nosnippet หรือ noindex ซึ่งมีผลกับ AI Overviews และ AI Mode ด้วย สำหรับ Bing ใช้ noarchive หรือ nocache (ตามประกาศปี 2023) และสำหรับ Claude ใช้ noindex ส่วนแท็ก “noai” ไม่พบเอกสารว่าระบบหลักรายไหนรองรับ
แหล่งอ้างอิง
- Google Search Central, Meta tags and attributes that Google supports (last updated 2025-12-10: รายการ meta tag ที่รองรับ, client ข้ามแท็กที่ไม่รู้จัก, keywords ไม่มีผลกับ index และอันดับ, lang attribute, rel next/prev และ nositelinkssearchbox ไม่ใช้, ตัวพิมพ์ไม่มีผลยกเว้น verification, หลีกเลี่ยง JavaScript, viewport บอกว่าหน้ารองรับมือถือ, refresh แนะนำ redirect ฝั่งเซิร์ฟเวอร์)
- Google Search Central, Use valid HTML to specify page metadata (last updated 2025-12-10: เจอ element ที่ไม่ถูกต้องใน head แล้ว Google หยุดอ่านแท็กที่ตามมา)
- Google Search Central, Robots meta tag, data-nosnippet, and X-Robots-Tag specifications (last updated 2026-03-24: รายการคำสั่ง, robots กับ googlebot, ค่าเริ่มต้น index/follow, คำสั่งที่จำกัดกว่าชนะ, nosnippet และ max-snippet ใช้กับ AI Overviews และ AI Mode, ขอบเขตของ max-image-preview, ต้องเข้าหน้าได้จึงอ่านคำสั่ง, meta robots ใน body)
- Google Search Central, AI features and your website (last updated 2025-12-10: ไม่ต้องมี markup หรือไฟล์ข้อความพิเศษ, จำกัดด้วย nosnippet, data-nosnippet, max-snippet หรือ noindex)
- Google Search Central, Google’s common crawlers (last updated 2026-10-15: Google-Extended ไม่มีผลกับการแสดงใน Google Search และไม่ใช่สัญญาณอันดับ)
- Google Search Central, SEO Starter Guide (last updated 2025-12-10: Google Search ไม่ใช้ meta keywords)
- Google Search Central, Control your snippets in search results (last updated 2026-04-20: snippet มาจากเนื้อหาเป็นหลัก ใช้ meta description เมื่ออธิบายหน้าได้ดีกว่า)
- Google Search Central, Translated results (last updated 2025-12-10: notranslate ทาง meta tag และ HTTP header)
- Google Search Console Help, Verify your site ownership (ตรวจ 16 ต.ค. 2026: Search Console เช็กโทเคนยืนยันเป็นระยะ)
- Google Search Central, Documentation updates (รายการ 14 พ.ค. 2024 AI Overviews, 2 ต.ค. 2024 noarchive เป็นคำสั่งในอดีต, 29 พ.ย. 2024 nositelinkssearchbox เก็บถาวร, 5 มี.ค. 2025 AI Mode, 2 มี.ค. 2026 og:image สำหรับภาพย่อ, 24 มี.ค. 2026 meta robots ใน body)
- Google Webmaster Central Blog, Google does not use the keywords meta tag in web ranking (21 ก.ย. 2009 ข้อมูลเชิงประวัติ)
- The Open Graph protocol, ogp.me (ไม่ระบุวันที่ ตรวจ 16 ต.ค. 2026: แท็กที่จำเป็น 4 ตัว, og:locale ค่าเริ่มต้น en_US)
- Bing Webmaster Blog, Announcing new options for webmasters to control usage of their content in Bing Chat (ก.ย. 2023: noarchive และ nocache)
- OpenAI, Overview of OpenAI crawlers (ไม่ระบุวันที่ ตรวจ 16 ต.ค. 2026: OAI-SearchBot และ GPTBot คุมผ่าน robots.txt แยกกัน)
- Anthropic, Blocking and removing content from Claude (3 ก.ย. 2026: noindex และพาร์ตเนอร์ค้นหา)
- Rank Math KB, Advanced Tab in Rank Math Meta Box (ตรวจ 16 ต.ค. 2026)
- ข้อมูลของ The Missing Piece: ผลเบื้องต้นการสำรวจ meta tag ของหน้าไทย 37 หน้า (23 หน้าที่ติดหน้าแรก Google ของ 4 คำค้นเชิงพาณิชย์ + 14 หน้าที่ติดอันดับคำว่า meta tag) หน้าละ 1 ครั้ง HTML ดิบ 16 ต.ค. 2026 ไม่ระบุชื่อเว็บ · AI Overview ของคำ “meta tag คือ” บนมือถือ 1 ครั้ง และคำตอบของ OpenAI ผ่าน API รุ่น gpt-4.1-mini เปิดค้นเว็บ ประเทศไทย 1 คำถาม (16 ต.ค. 2026) · head ของบทความบนเว็บเราเอง (16 ต.ค. 2026)
- Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 2 (HTML ที่สะอาด ชื่อหน้าที่ชัด และคำอธิบายที่มีประโยชน์ช่วยทั้ง AI และ SEO) · บทที่ 10 (noindex บนหน้าสำคัญ และ meta tag ที่ขัดกับ HTTP header เป็นสัญญาณอันตรายในเช็กลิสต์ความพร้อมสำหรับ AI)
- Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 7 (ที่มาที่ Google เลิกใช้ meta keywords, ค่าเริ่มต้น index/follow ไม่ต้องเขียน, ไม่ใช้ meta refresh แทน redirect, max-image-preview:large กับรูปใหญ่ใน Discover, viewport บนมือถือ · การจัด noarchive เป็นคำสั่งสำคัญเพราะลิงก์แคช และเครื่องมือ Mobile-Friendly Test ล้าสมัยแล้ว) · บทที่ 12 (ใช้ schema.org หรือ Open Graph บอกข้อมูลรูปของหน้าข่าว)