
สรุปสั้น (TL;DR)
SEO Audit คือการตรวจสุขภาพเว็บทั้งเว็บ เพื่อหาว่าอะไรกันไม่ให้ Google และ AI Search เจอ เข้าใจ และเลือกหน้าของเรา แล้วเรียงว่าต้องแก้อะไรก่อน เจ้าของเว็บตรวจเองได้ด้วยเครื่องมือฟรีของ Google โดยเริ่มจากเรื่องที่ทำให้หน้าไม่ติด Google เลย ก่อนไปแก้ warning ยิบย่อยที่เครื่องมือแจ้ง
- เริ่มที่ Google เห็นเว็บไหม: เช็ก site: รายงาน Page indexing, URL Inspection ของหน้าทำเงิน, Manual actions และ Security issues ใน Search Console ก่อนทุกอย่าง เพราะปัญหาชั้นนี้กระทบทั้งเว็บ ส่วนเรื่องเทคนิคอื่น Google เขียนไว้เองว่ามีน้อยมาก (Search Essentials อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)
- ข้อมูลของเรา (ผลสังเกตเบื้องต้น 15 ต.ค. 2026): เว็บธุรกิจไทย 56 เว็บที่ติดหน้า 1 Google ผ่านเช็กพื้นฐาน 17 ข้อครบทุกข้อแค่ 3 เว็บ (5.4%, ช่วงความเชื่อมั่น 95% อยู่ที่ 1.8–14.6%) มัธยฐานตกเว็บละ 3 ข้อ แต่ชั้น Indexing พื้นฐาน (robots.txt, noindex, https, sitemap) ผ่านทั้งชั้นถึง 82.1%
- คะแนนจาก SEO checker ไม่ใช่คะแนนของ Google: Google บอกว่าเครื่องมือภายนอกไม่เห็นข้อมูลจัดอันดับภายในของ Google และ warning ยอดฮิตอย่าง “title ยาวเกิน” ก็ไม่ใช่กติกาของ Google ใช้ตารางคัดแยกและ checklist ในบทความนี้ตัดสินว่าข้อไหนต้องแก้ก่อน
สารบัญ
- SEO Audit คืออะไร
- ต้องทำ SEO Audit เมื่อไหร่
- เตรียมก่อนตรวจ: เครื่องมือฟรีและ baseline
- ตรวจเองทีละขั้น เรียงตามผลกระทบ
- อ่านผล SEO checker ฟรียังไง
- ข้อมูลไทย: เว็บหน้า 1 ผ่าน audit พื้นฐานกี่ข้อ
- SEO Audit Checklist เรียงตามผลกระทบ
- เจอปัญหาเยอะ แก้อะไรก่อน
- Audit บ่อยแค่ไหน และวัดผลหลังแก้ยังไง
- ถ้าจ้างคนอื่น audit ระวังอะไร
- คำถามที่พบบ่อย
SEO Audit คืออะไร ต่างจาก SEO report และการเช็คอันดับยังไง
SEO Audit (การตรวจเว็บด้าน SEO หรือที่คนไทยค้นว่า “ตรวจ SEO เว็บ”) คือการตรวจสุขภาพเว็บทั้งเว็บ เพื่อหาว่าอะไรกันไม่ให้ Google และ AI Search เจอ เข้าใจ และเลือกหน้าของเรา แล้วเรียงลำดับว่าต้องแก้อะไรก่อน งานนี้เหมาะกับเจ้าของเว็บและนักการตลาดที่เห็น traffic ตก กำลังจะย้ายเว็บ หรือเพิ่งรับเว็บมาดูแล ผลที่ได้ไม่ใช่คะแนนตัวเดียว แต่เป็นรายการปัญหาที่มีหลักฐาน พร้อมลำดับการแก้
Google เองนิยามงาน audit ที่ดีไว้ในหน้า Do you need an SEO? (last updated 2026-06-05) ว่าควรให้ “realistic estimates of improvement” คือประมาณการแบบสมจริงว่าจะดีขึ้นแค่ไหน และประมาณงานที่ต้องใช้ คำนี้ใช้แยก audit ที่มีประโยชน์ออกจากรายงานที่แค่แปะคะแนนจากเครื่องมือ คำที่คนมักใช้ปนกันมีสี่คำ ต่างกันตามตารางนี้
| งาน | ตอบคำถามอะไร | ทำบ่อยแค่ไหน | ผลที่ได้ |
|---|---|---|---|
| SEO Audit | อะไรกันไม่ให้เว็บติด Google และ AI Search และควรแก้อะไรก่อน | ตอนเริ่มดูแลเว็บ หลังเปลี่ยนใหญ่ และเป็นรอบ | รายการปัญหา + หลักฐาน + ลำดับการแก้ |
| Technical SEO audit | Google crawl, render (ประมวลผลหน้าแบบเบราว์เซอร์) และ index หน้าได้ไหม | เป็นส่วนหนึ่งของ SEO Audit | รายการปัญหาเทคนิค (ดู เช็กลิสต์ technical SEO 20 ข้อ) |
| SEO report | เดือนนี้ผลเป็นอย่างไร เทียบเดือนก่อน | รายเดือน | ตัวเลขคลิก impression อันดับ conversion |
| เช็คอันดับเว็บ | คำค้นนี้เราอยู่อันดับเท่าไหร่ | รายวันหรือรายสัปดาห์ | ตำแหน่งต่อคำ (ดู CTR, Impression และ Average Position คืออะไร) |
SEO Audit มีกี่ส่วน
บทความไทยส่วนใหญ่และ AI Overview ภาษาไทยที่เราเห็น (สังเกต 1 ครั้ง 15 ต.ค. 2026) แบ่ง audit เป็น 3 ส่วนคือ technical, on-page และ off-page เราแบ่งเป็น 5 ส่วน เพราะสองเรื่องที่มักหล่นหายคือคอนเทนต์ที่เริ่มเก่า และความพร้อมสำหรับ AI Search
- Indexing และ technical: Google เข้าถึง อ่าน และเก็บหน้าได้ไหม รายละเอียดอยู่ใน Technical SEO คืออะไร
- On-page: title, meta description, หัวข้อ, alt, canonical ตรงกับเนื้อหาไหม (ดู On-Page SEO คืออะไร)
- คอนเทนต์: หน้าไหนเก่า แย่งคำกันเอง หรือมีคนเห็นแต่ไม่คลิก
- ลิงก์: ลิงก์ภายในเสีย หน้ากำพร้า และภาพรวม backlink (ดู Off-Page SEO คืออะไร)
- AI Search: หน้าพร้อมให้ AI Overviews, AI Mode และแชตบอตอื่นอ่านและอ้างอิงไหม

ต้องทำ SEO Audit เมื่อไหร่: 5 สัญญาณ
ควรทำ SEO Audit ทันทีเมื่อเจอสัญญาณข้อใดข้อหนึ่งในห้าข้อนี้ และทำเป็นรอบแม้ไม่มีอะไรผิดปกติ สัญญาณที่เร่งด่วนที่สุดคือ traffic จาก Google ตกแบบไม่มีเหตุผลตามฤดูกาล The Art of SEO บทที่ 9 วางขั้นตอนรับมือ traffic ตกไว้เป็นลำดับ โดยมีการเช็ก manual action อยู่ในขั้นตอนนั้นด้วย
- Traffic หรือคลิกจาก Google ตก เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วยังตก ให้ตรวจขั้น 1 ก่อน (Google ยังเห็นหน้าไหม มี manual action ไหม)
- ย้ายเว็บ เปลี่ยนธีม เปลี่ยนโดเมน หรือเปลี่ยนโครง URL ตรวจก่อนและหลังวันขึ้นจริง The Art of SEO บทที่ 10 ย้ำให้ตรวจหน้าเว็บหลังอัปโหลดการแก้ขึ้นจริงทุกครั้ง (ตัวอย่างที่เราเจอบ่อยคือ noindex จากเว็บทดสอบหลุดขึ้นเว็บจริง)
- เพิ่งเปิดเว็บ หรือเพิ่งรับเว็บมาดูแล ทำเป็นจุดเริ่มต้น (baseline) เพื่อให้เทียบผลได้ในอนาคต
- ก่อนจ้างคนทำ SEO ตรวจเองรอบหนึ่งก่อน จะคุยกับผู้รับจ้างได้ตรงจุดขึ้นมาก (ดู หัวข้อการจ้าง)
- ตามรอบ ตรวจแบบเบาเดือนละครั้งใน Search Console และตรวจเต็มทุกไตรมาสหรือเมื่อเว็บเปลี่ยนใหญ่ (แนวทางของเรา รายละเอียดใน หัวข้อความถี่)

เตรียมก่อนตรวจ: เครื่องมือฟรี 5 ตัว และ baseline วันที่ 0
เครื่องมือที่ต้องมีสำหรับ SEO Audit แบบทำเองมีห้าตัว และทั้งหมดใช้ได้ฟรี ตัวที่สำคัญที่สุดคือ Google Search Console เพราะเป็นข้อมูลจาก Google โดยตรง เว็บเล็กถึงกลาง (ไม่กี่ร้อยหน้า) ตรวจรอบแรกเสร็จได้ในครึ่งวันถึงหนึ่งวัน (ประมาณการของเรา ขึ้นกับจำนวนหน้าและปัญหาที่เจอ)
| เครื่องมือ (ฟรี) | ใช้ตรวจอะไรใน audit | อ่านต่อ |
|---|---|---|
| Google Search Console | Page indexing, URL Inspection, Sitemaps, Core Web Vitals, Manual actions, Security issues, Performance (คำค้นและหน้า) | Google Search Console วิธีใช้ครบ |
| GA4 | หน้าที่คนเข้าจาก Google มากที่สุด, conversion, traffic จากแชตบอต AI | GA4 คืออะไร + ดูผล SEO & AI Search |
| PageSpeed Insights | ความเร็วและ Core Web Vitals ของหน้าเดียว ทั้งข้อมูลผู้ใช้จริง (ถ้ามี) และผลแล็บ | รายการเครื่องมือใน SEO Tools ฟรีและเสียเงิน |
| Crawler รุ่นฟรี | ไล่ทุกหน้าเพื่อหา status code, noindex, canonical, title ซ้ำ, ลิงก์เสีย, หน้ากำพร้า | รุ่นฟรีมักจำกัดจำนวน URL ต่อครั้ง |
| Google + เบราว์เซอร์ | ค้น site:โดเมน, เปิดหน้าบนมือถือจริง, ดู view-source ว่าเนื้อหาหลักอยู่ใน HTML ไหม | – |
เหตุที่ต้องเริ่มจาก Search Console มีสองข้อ ข้อแรก Google บอกในหน้า Do you need an SEO? ว่าเครื่องมือภายนอก “don’t have access to Google’s internal ranking data” คือไม่เห็นข้อมูลจัดอันดับภายในของ Google คะแนนจากเครื่องมือจึงเป็นการประมาณ ข้อสอง The Art of SEO บทที่ 4 ถือว่า Search Console เป็นแหล่งข้อมูลคำค้นที่ดีที่สุด และนับ log ของเซิร์ฟเวอร์เป็นข้อมูลอีกมุมหนึ่ง
ก่อนแก้อะไร ให้จด baseline วันที่ 0 ไว้หนึ่งชุด AI SEO For Dummies บทที่ 3 แนะนำให้เก็บจุดเริ่มต้นทั้งฝั่ง Google และฝั่ง AI แล้วเปิด change log (บันทึกว่าแก้อะไร วันไหน) ตั้งแต่วันแรก ชุดที่เราใช้มีห้าอย่าง คือคลิกและ impression 3 เดือนล่าสุดจาก Search Console จำนวนหน้าที่ถูก index ใน Page indexing หน้าทำเงิน 5 หน้าพร้อมอันดับคำหลัก ภาพหน้าจอรายงาน Core Web Vitals และคำตอบ AI ของคำถามหลัก 3–5 ข้อพร้อมวันที่

ตรวจ SEO เว็บเองทีละขั้น เรียงตามผลกระทบ
ลำดับที่ถูกของ SEO Audit คือไล่จากเรื่องที่ทำให้หน้าไม่ติด Google เลย ไปหาเรื่องที่แค่ทำให้ดีขึ้นเล็กน้อย เพราะหน้าที่ไม่ถูก index จะแก้ title สวยแค่ไหนก็ไม่มีผล ลำดับนี้ใช้ได้กับทุกขนาดเว็บ The Art of SEO บทที่ 10 วาง audit เป็น 6 ขั้น คือ crawl, ดู Search Console, ดู analytics, ดู backlink, ให้คนตรวจด้วยตา และดู SERP เราเรียงใหม่ตามผลกระทบ และเพิ่มขั้น AI Search ต่อท้าย

ขั้น 1: Google เห็นเว็บเราไหม (index, manual action, security)
ขั้นแรกของ SEO Audit คือยืนยันว่าหน้าสำคัญอยู่ใน Google และเว็บไม่มีบทลงโทษหรือปัญหาความปลอดภัย ปัญหาในขั้นนี้กระทบทั้งเว็บ จึงต้องตรวจก่อนเสมอ SEO Starter Guide (last updated 2025-12-10) แนะนำให้เริ่มด้วยการค้น site: แล้วใช้ URL Inspection ดูว่า Google เห็นหน้าอย่างไร
- ค้น site:โดเมนของคุณ ใน Google ถ้าไม่เจอผลเลย แปลว่าเว็บยังไม่อยู่ใน index ตัวเลขจำนวนผลจาก site: เป็นค่าประมาณ อย่าใช้นับหน้า
- เปิดรายงาน Page indexing ใน Search Console ดูว่าหน้าที่ไม่ถูก index เพราะอะไร (วิธีอ่านแต่ละเหตุผลอยู่ใน หน้าไม่ถูก index: อ่านรายงาน Page indexing)
- ใช้ URL Inspection กับหน้าทำเงิน 5 หน้า เช่น หน้าแรก หน้าสินค้าหลัก หน้าบริการหลัก ดูว่า indexed ไหม canonical ที่ Google เลือกตรงกับที่เราตั้งไหม และ Google ดึงหน้าได้ปกติไหม
- เปิด Manual actions ถ้าขึ้นว่าไม่พบปัญหา ก็ผ่าน ถ้ามีรายการ ให้แก้ทุกจุดก่อนยื่นขอพิจารณาใหม่ (reconsideration)
- เปิด Security issues ดูว่ามีเนื้อหาที่ถูกแฮก มัลแวร์ หรือหน้าหลอกลวงไหม ถ้ามี ต้องแก้ทั้งเว็บก่อนกด Request Review
อย่าตกใจกับตัวเลข “ไม่ถูก index” ในรายงาน Page indexing ของ Search Console Help เพราะ Google เขียนไว้ว่า “Don’t expect every URL on your site to be indexed.” หน้าที่ไม่ถูก index ด้วยเหตุผลที่ถูกต้องเป็นเรื่องปกติ เช่น หน้าที่ติด noindex ตั้งใจ หน้าที่ลบแล้วตอบ 404 หน้าซ้ำที่มี canonical ไปหน้าหลัก และ URL ที่ redirect ส่วนสถานะ “Crawled – currently not indexed” Google บอกว่าไม่ต้องส่ง URL ซ้ำ สิ่งที่ต้องดูคือหน้าที่คุณอยากให้ติด แต่ตกอยู่ในกลุ่มที่ไม่ปกติ เช่น Server error (5xx), Redirect error, Blocked by robots.txt หรือ noindex ที่ไม่ได้ตั้งใจ

ขั้น 2: Technical พื้นฐาน (ย่อ)
Technical พื้นฐานคือ robots.txt ไม่บล็อกหน้าสำคัญ sitemap อ่านได้ HTTPS ทำงาน redirect สั้น ใช้บนมือถือได้ และเนื้อหาหลักอยู่ใน HTML ที่เซิร์ฟเวอร์ส่งมา เว็บส่วนใหญ่ผ่านข้อเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว หน้า Google Search Essentials (last updated 2025-12-10) เขียนว่า “There are actually very few technical things you need to do to a web page” เช็กลิสต์ 20 ข้อพร้อมลำดับการแก้และวิธีตรวจใน WordPress อยู่ใน เช็กลิสต์ technical SEO เราจึงไม่เขียนซ้ำที่นี่
สองเรื่องที่ควรรู้ตอนอ่านผลขั้นนี้ เรื่องแรก Core Web Vitals ให้ดูรายงานใน Search Console ซึ่งใช้ข้อมูลผู้ใช้จริงที่ percentile 75 เกณฑ์ “ดี” คือ LCP ไม่เกิน 2.5 วินาที INP ไม่เกิน 200 มิลลิวินาที และ CLS ไม่เกิน 0.1 (Core Web Vitals report) เว็บที่คนเข้าน้อยอาจยังไม่มีข้อมูลในรายงานนี้ เรื่องที่สอง เครื่องมือ Mobile-Friendly Test และรายงาน Mobile Usability ถูก Google ปลดไปตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2023 ถ้าเจอคู่มือ audit ที่ยังให้ใช้ ให้ถือว่าเป็นคำแนะนำเก่า (ดู คำแนะนำที่หมดอายุแล้ว)
ขั้น 3: On-page (title, meta, หัวข้อ, alt, canonical)
การตรวจ on-page คือดูว่าแต่ละหน้าบอก Google ชัดไหมว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร และหน้าไหนเป็นตัวหลัก ให้ไล่จากหน้าทำเงินก่อน แล้วค่อยใช้ crawler หาปัญหาที่ซ้ำกันหลายหน้า เช่น title ซ้ำ จุดที่ควรรู้คือ warning ของเครื่องมือในหมวดนี้หลายข้อไม่ใช่กติกาของ Google ตารางคัดแยกอยู่ใน หัวข้อ SEO checker
- Title: ไม่ซ้ำกันข้ามหน้า และใส่ใจความหลักไว้ต้น Google ไม่ได้กำหนดความยาว ผลสำรวจของเราพบว่า title ไทยบนเดสก์ท็อปถูกตัดราว 580–590 px (ดู ความยาว title ภาษาไทย)
- Meta description: เขียนให้หน้าสำคัญ แต่ไม่ต้องไล่เติมทุกหน้า เพราะในผลสำรวจของเรา Google ไม่ได้ใช้ meta description ที่เขียนไว้ 72% ของ snippet (ดู Google ใช้ meta description บ่อยแค่ไหน)
- หัวข้อ: H1 และ H2 บอกเรื่องของหน้าและตอบคำถามผู้อ่าน SEO Starter Guide บอกว่าลำดับหัวข้อไม่ถูกต้องตามหลักก็ไม่เป็นไร
- Alt text: รูปที่มีความหมายมี alt บรรยาย ส่วนรูปตกแต่งใช้ alt ว่างได้ (ดู Alt Text คืออะไร)
- Canonical: ชี้ตัวเองหรือชี้หน้าหลักที่ถูก ไม่ชี้ไปหน้าแรก และไม่ติด UTM ใน URL ในข้อมูลของเรา เมื่อเติม UTM ต่อท้าย URL หน้าในของเว็บไทย 7 จาก 42 หน้า (16.7%) ไม่มี canonical ที่ชี้กลับ URL ตัวเองแบบสะอาด (ดู Canonical Tag ข้อมูลจริง)
ขั้น 4: คอนเทนต์ (อัปเดต รวม หรือลบ)
การตรวจคอนเทนต์คือหาหน้าที่มีโอกาสแต่ยังไม่ได้ผล แล้วตัดสินว่าจะอัปเดต รวม หรือเลิกใช้ ในมุมของเรา ขั้นนี้มักคุ้มกว่าการแก้ technical ยิบย่อย เพราะทำกับหน้าที่ Google เห็นอยู่แล้ว AI SEO For Dummies บทที่ 14 แนะนำให้เลือกหน้าที่จะแก้จากสามกลุ่ม คือ impression สูงแต่คลิกต่ำ มี traffic แต่ไม่เกิด conversion และไม่ถูก AI อ้างอิง ส่วน The Art of SEO บทที่ 10 รวม content audit ไว้ในงาน audit ด้วย
- Impression สูง คลิกต่ำ: ใน Performance ของ Search Console เรียงหน้าตาม impression แล้วดู CTR ที่ต่ำกว่าหน้าอื่นในอันดับใกล้กัน วิธีวินิจฉัยอยู่ใน ทำไม Impression ขึ้นแต่คลิกไม่ขึ้น
- Traffic ตกต่อเนื่อง: เทียบ 3 เดือนล่าสุดกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หน้าที่ตกมักมีข้อมูลเก่า หรือมีหน้าใหม่ของคนอื่นตอบได้ดีกว่า ดูหน้าที่ได้ traffic ใน รายงาน Landing page ของ GA4
- หน้าแย่งคำกันเอง: ใน Performance เลือกคำค้นหนึ่งคำแล้วดูแท็บ Pages ถ้ามีหลายหน้าสลับกันขึ้น ให้พิจารณารวมเป็นหน้าเดียว
เมื่อเจอหน้าที่มีปัญหาแล้ว ให้ตัดสินตามลำดับในภาพด้านล่าง หลักที่ใช้คือ Google อยากเห็นเนื้อหาที่เขียนเพื่อคนอ่าน (Creating helpful, reliable, people-first content) และ SEO Starter Guide ระบุว่าความยาวอย่างเดียวไม่มีผลต่ออันดับ การ “เติมคำ” จึงไม่ใช่การอัปเดต

ขั้น 5: ลิงก์ภายในและ backlink
การตรวจลิงก์ใน SEO Audit แบ่งเป็นลิงก์ภายในที่เราคุมได้เต็มที่ กับ backlink ที่ทำได้แค่ดูภาพรวม ลิงก์ภายในแก้ได้เองทันที จึงควรตรวจก่อน
- ลิงก์ภายในเสียหรือชี้ redirect: ใช้ crawler หาลิงก์ที่ไป 404 หรือไปผ่าน 301 แล้วแก้ให้ชี้ URL ปลายทางตรงๆ
- Redirect chain: ที่อยู่แบบอื่นของเว็บ (http หรือ www) ควรถึงหน้าจริงใน 1 ทอด ข้อมูลของเราพบว่าเว็บธุรกิจไทยที่ติดหน้า 1 เกินครึ่ง (31 จาก 55 เว็บ, 56.4%) เด้ง 2 ทอดขึ้นไป (ดู ข้อมูล redirect 55 เว็บ)
- หน้ากำพร้า: หน้าสำคัญที่ไม่มีลิงก์ภายในชี้เข้า เทียบรายการ URL จาก sitemap กับรายการที่ crawler เจอ (ดู Orphan page คืออะไร)
- Backlink: ดูรายงาน Links ใน Search Console ว่าเว็บไหนลิงก์มา ถ้าเห็นลิงก์แปลกๆ ไม่ต้องรีบ disavow หน้า Disavow links ของ Google บอกว่ากรณีส่วนใหญ่ Google ประเมินเองได้ว่าจะเชื่อลิงก์ไหน และให้ใช้เครื่องมือนี้เฉพาะเมื่อมีลิงก์สแปมจำนวนมาก และลิงก์นั้นทำให้เกิด หรือน่าจะทำให้เกิด manual action (ดู Backlink คืออะไร)
ขั้น 6: เว็บพร้อมให้ AI Search อ่านและอ้างอิงไหม
การตรวจความพร้อมสำหรับ AI Search เริ่มจากข้อเท็จจริงข้อเดียว คือ AI ของ Google ไม่ได้มีข้อกำหนดเทคนิคเพิ่มจาก Search ปกติ หน้า AI features and your website (last updated 2025-12-10) บอกว่าหน้าต้องถูก index และแสดงพร้อม snippet ได้ และ “There are no additional technical requirements” ไม่ต้องมีไฟล์ข้อความสำหรับ AI หรือ markup พิเศษ ขั้นนี้จึงเป็นการเช็กว่าเราไม่ได้ปิดประตูเองโดยไม่ตั้งใจ และเนื้อหาอ่านง่ายพอให้ AI หยิบไปตอบ
- Index และ snippet: หน้าที่อยากให้ AI อ้างต้องผ่านขั้น 1 และไม่ติด nosnippet, data-nosnippet หรือ max-snippet ที่สั้นเกินโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะ Google ใช้คำสั่งจำกัด snippet เหล่านี้กับ AI Overviews และ AI Mode ด้วย (ดู nosnippet, data-nosnippet และ max-snippet)
- ไม่ได้ปิด AI ของ Google ใน Search Console: ดู Settings › Search generative AI ว่าไม่ได้ตั้งเป็น Exclude โดยไม่ตั้งใจ เพราะ Exclude ทำให้หน้าไม่ขึ้นใน AI Overviews และ AI Mode เลย (ค่าเริ่มต้นคือ Include · Search generative AI control) ดูวิธีเปิดหน้าตั้งค่าใน Google Search Console กับ AI
- นโยบาย bot ของ AI ใน robots.txt ตั้งใจแล้ว: แยกให้ออกว่า bot ตัวไหนใช้ค้นหาและอ้างอิง ตัวไหนใช้เทรนโมเดล AI SEO For Dummies บทที่ 22 ชี้ว่าการบล็อก AI crawler แบบเหมารวมไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเสมอไป (ดู robots.txt สำหรับ AI bots)
- เนื้อหาหลักอยู่ใน HTML ดิบ: AI SEO For Dummies บทที่ 10 แนะนำให้ crawl สองมุม คือแบบ Googlebot กับแบบ user agent ทั่วไป และเทียบ HTML ดิบกับหน้าที่ render แล้ว เพราะ (จากที่เราสังเกต) bot ของ AI หลายตัวไม่รัน JavaScript
- คำตอบอยู่ต้น section และอ่านเดี่ยวได้: หัวข้อเป็นคำถาม ย่อหน้าแรกตอบตรง มีตาราง และไม่ซ่อนคำตอบไว้ในแท็บ (ดู เช็กลิสต์เนื้อหาที่ AI อ้างอิงได้)
- วัดผลได้: Google นับการแสดงใน AI Overviews และ AI Mode รวมใน Performance ประเภท Web และมีรายงาน Generative AI แยกให้ดู (ดู รายงาน Generative AI ใน Search Console) ส่วน traffic จาก ChatGPT, Gemini และ Perplexity ดูใน GA4
- llms.txt เป็นทางเลือก: ทำได้ ต้นทุนต่ำ แต่ Google ระบุว่าไม่ต้องมีไฟล์แบบนี้สำหรับ AI ของ Google ไม่ควรใส่เป็นข้อ “ต้องแก้” ใน audit (ดู llms.txt คืออะไร)

อ่านผล SEO checker ฟรียังไง: คะแนน 60/100 แปลว่าเว็บแย่ไหม
คะแนนจาก SEO checker ฟรีคือผลรวม warning ตามเกณฑ์ของเครื่องมือนั้น ไม่ใช่คะแนนที่ Google ให้ คะแนน 60/100 จึงไม่ได้แปลว่าเว็บแย่ ถ้าข้อที่ตกเป็นเรื่องเล็ก และคะแนน 95/100 ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ถ้าข้อเดียวที่ตกคือหน้าสำคัญติด noindex หน้า Do you need an SEO? ของ Google ยังเตือนให้ระวังเครื่องมือที่อ้างว่าได้รับการ “approved” จาก Google Search
Warning ที่เจอบ่อยที่สุดก็ไม่ได้แปลว่าสำคัญที่สุด งานของ SE Ranking (7 มี.ค. 2025, 418,125 audit นับเป็นสัดส่วนเว็บที่เจอปัญหาอย่างน้อย 1 หน้า) พบ alt หาย 74.43% ไม่มีลิงก์ภายในชี้เข้า 69.32% title ยาวเกิน 67.52% และ meta description หาย 65.38% ส่วน Ahrefs (31 ส.ค. 2023 ข้อมูลเก่ากว่า 2024, 1,002,165 โดเมน) พบ redirect 3XX 95.2% alt หาย 80.4% meta description หาย 72.9% และ H1 หาย 59.5% ตัวเลขเหล่านี้บอกว่าเครื่องมือเตือนอะไรบ่อย ไม่ได้บอกว่าข้อไหนกระทบอันดับ ตารางนี้คัดแยกให้
| Warning ที่เครื่องมือแจ้ง | Google บอกว่าอะไร | ข้อมูลของเรา | ระดับ |
|---|---|---|---|
| หน้าติด noindex หรือถูก robots.txt บล็อก | หน้าต้องเข้าถึงได้และ index ได้ตาม technical requirements ของ Search Essentials | 1 ใน 56 เว็บหน้า 1 ติด noindex ที่หน้าแรก | กันไม่ให้ติด Google แก้ทันที (ถ้าเป็นหน้าที่อยากให้ติด) |
| Server error 5xx, Soft 404 (หน้าที่ไม่มีเนื้อหาจริงแต่ตอบ 200), Redirect error | เป็นเหตุผลที่ไม่ปกติในรายงาน Page indexing | หน้าใน sitemap ที่สุ่มดูไม่ตอบ 200 ครบ 5 จาก 44 เว็บ | กันไม่ให้ติด Google แก้ทันที |
| Redirect 3XX / redirect chain | Redirect ใช้ได้ปกติ crawler ของ Google ตามได้สูงสุด 10 ทอด | 56.4% เด้ง 2 ทอดขึ้นไป (31/55) | ควรแก้: ทำ 1 ทอด และแก้ลิงก์ภายในให้ชี้ปลายทางตรง |
| หน้าไม่มีลิงก์ภายในชี้เข้า | Google หาหน้าผ่านลิงก์ หน้าที่ไม่มีลิงก์เข้าหาเจอยากขึ้น | – | ควรแก้ ถ้าเป็นหน้าสำคัญ |
| Alt หาย | Alt ช่วยให้ Google เข้าใจรูป และช่วยผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ | 39.2% ของ 51 หน้าแรกเว็บไทยที่คนรู้จัก มีรูปไม่มี alt อย่างน้อย 1 รูป (คนละวิธีกับงานต่างประเทศ เทียบแค่ทิศทาง) | ควรแก้กับรูปที่มีความหมาย รูปตกแต่งใช้ alt ว่างถูกแล้ว |
| หน้าช้า / Core Web Vitals | วัดจากข้อมูลผู้ใช้จริงในรายงาน Core Web Vitals (LCP 2.5 s, INP 200 ms, CLS 0.1) | TTFB หน้าแรกเกิน 1 วินาที 35.7% (วัดครั้งเดียวจากกรุงเทพฯ · TTFB ไม่ใช่ Core Web Vitals) | ควรแก้ ดูจากข้อมูลจริงใน Search Console มากกว่าคะแนนแล็บ |
| Title ยาวเกิน | Google ไม่ได้กำหนดความยาว title | title ไทยบนเดสก์ท็อปถูกตัดราว 580–590 px | ส่วนใหญ่เป็นเสียงรบกวน: ดูแค่ว่าใจความหลักอยู่ต้นไหม |
| Meta description หายหรือยาวเกิน | Google เลือกข้อความ snippet เอง บ่อยครั้งจากเนื้อหาในหน้า | Google ไม่ได้ใช้ meta description ที่เขียนไว้ 72% (153/211) (7 ต.ค. 2026) | ส่วนใหญ่เป็นเสียงรบกวน: เขียนให้หน้าสำคัญก็พอ |
| H1 หาย หรือมีหลาย H1 | SEO Starter Guide บอกว่าไม่มีจำนวนหัวข้อที่ดีที่สุด และเรียงลำดับผิดก็ไม่เป็นไร | 41.1% ของเว็บหน้า 1 ที่เราดู H1 ไม่ใช่ 1 อัน แต่ยังติดหน้า 1 | ส่วนใหญ่เป็นเสียงรบกวน: ให้หัวข้อบอกเรื่องของหน้าก็พอ |
| ไม่มี HSTS (header ที่บังคับให้เบราว์เซอร์ใช้ HTTPS) หรือ security header อื่น | ไม่อยู่ใน technical requirements ของ Search Essentials (HTTPS อยู่ในเรื่อง page experience) | 69.6% ไม่มี HSTS | ไม่ใช่เรื่องอันดับ ส่งต่อทีมเว็บหรือโฮสต์เป็นเรื่องความปลอดภัย |
| Keyword density ต่ำ / เนื้อหาสั้นเกิน | ความยาวอย่างเดียวไม่มีผลต่ออันดับ และ Google ไม่ใช้ meta keywords | – | เสียงรบกวน: อย่าเติมคำเพื่อให้คะแนนขึ้น |

คำแนะนำ SEO Audit ที่หมดอายุแล้ว แต่ยังเจอในหน้าไทย
คู่มือ SEO Audit ภาษาไทยที่ติดอันดับหลายหน้ายังแนะนำเครื่องมือหรือเกณฑ์ที่ใช้ไม่ได้แล้ว เราเจอสิ่งเหล่านี้ระหว่างค้นข้อมูลบทความนี้ (15 ต.ค. 2026) ก่อนทำตามคู่มือไหน ให้เช็กสี่ข้อนี้
- Mobile-Friendly Test และรายงาน Mobile Usability: Google ปลดตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2023 ให้เปิดหน้าบนมือถือจริง ใช้ Lighthouse หรือ URL Inspection แทน (AI Overview ภาษาไทยที่เราเห็นครั้งหนึ่งยังใส่ “Mobile-Friendly” ในรายการ)
- FID: ถูกแทนด้วย INP ใน Core Web Vitals ตั้งแต่ มี.ค. 2024
- รายงาน “Coverage”: ตอนนี้ชื่อ Page indexing และตัวเลข “ไม่ถูก index” ไม่ได้แปลว่าผิดเสมอ (ดู ขั้น 1)
- เกณฑ์ที่ไม่มีแหล่ง: เช่น “คะแนน PageSpeed มือถือต้องได้ 60 ขึ้นไป” หรือ “ต้อง index ได้เกิน 90%” เราไม่พบเกณฑ์เหล่านี้ในเอกสารของ Google เกณฑ์ที่ Google ให้ไว้จริงคือ Core Web Vitals ที่ percentile 75
รายการเต็มของคำแนะนำ technical ที่หมดอายุ พร้อมวันที่และสิ่งที่ใช้แทน อยู่ใน คำแนะนำ technical SEO เก่าที่ควรเลิกใช้
ข้อมูลไทย: เว็บหน้า 1 Google ผ่าน audit พื้นฐานกี่ข้อ (56 เว็บ)
เว็บธุรกิจไทยที่ติดหน้า 1 Google ส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่านเช็ก SEO พื้นฐานครบทุกข้อ ใน 56 เว็บที่เราดู ผ่านครบแค่ 3 เว็บ ทั้งที่ทุกเว็บติดหน้า 1 อยู่แล้ว ข้อมูลนี้ช่วยคนที่เพิ่งได้รายงาน audit ยาวเหยียดให้เห็นว่าข้อไหนเป็นเรื่องปกติของเว็บที่ติดอันดับ และข้อไหนที่เว็บหน้า 1 ทำครบกันเกือบหมด The Missing Piece สร้างชุดนี้จากข้อมูลที่เราเก็บไว้แล้ว 3 ชุด ได้แก่ เช็กหน้าแรก (15 ต.ค. 2026) เช็ก redirect (15 ต.ค. 2026) และเช็ก robots.txt กับ sitemap (5 ต.ค. 2026) ของเว็บชุดเดียวกัน คือเว็บที่ติดผล organic หน้า 1 ของ Google ประเทศไทยใน 13 คำค้นธุรกิจ เช่น ประกันรถยนต์ คลินิกความงาม ทัวร์ญี่ปุ่น โปรแกรมบัญชี
เราเรียงเช็ก 17 ข้อเป็น 4 ชั้น ชั้น 1 Indexing (robots.txt ตอบ 200, หน้าแรกไม่ติด noindex, http ไป https, หา XML sitemap เจอ) ชั้น 2 On-page หน้าแรก (มี title, H1 เดียว, canonical ชี้ตัวเอง, html lang เป็นไทย, viewport, มี JSON-LD ซึ่งเป็นโค้ด structured data) ชั้น 3 Redirect และ sitemap (ที่อยู่แบบอื่นถึงหน้าจริงใน 1 ทอด, ทุกทอดเป็น 301/308, ประกาศ Sitemap ใน robots.txt, URL ใน sitemap ที่สุ่มดูตอบ 200, ไม่มี lastmod เป็นวันในอนาคต) และชั้น 4 Security และความเร็ว (มี HSTS, TTFB หรือเวลาที่เซิร์ฟเวอร์เริ่มตอบไม่เกิน 1 วินาที) ตัดออก 6 จาก 62 เว็บ (ตอบ 403 หนึ่งเว็บ ติดหน้าตรวจ bot หนึ่งเว็บ และ HTML ดิบแทบไม่มีข้อความไทยสี่เว็บ) เหลือ 56 เว็บ
| ตัวชี้วัด (n = 56 เว็บ) | ผล | 95% CI |
|---|---|---|
| มัธยฐานคะแนนต่อเว็บ (ผ่านกี่ % ของข้อที่ตรวจได้) | 82.4% (ครึ่งกลางอยู่ที่ 71.3–88.2%) | – |
| มัธยฐานจำนวนข้อที่ตกต่อเว็บ | 3 ข้อ | – |
| ผ่านครบทุกข้อที่ตรวจได้ | 3 จาก 56 = 5.4% | 1.8–14.6% |
| ผ่านชั้น 1 Indexing ทั้งชั้น | 46 จาก 56 = 82.1% | 70.2–90.0% |
| ตกอย่างน้อย 1 ข้อในชั้น Indexing (8 ใน 10 เว็บคือหา XML sitemap ไม่เจอ) | 10 จาก 56 = 17.9% | 10.0–29.8% |
| ผ่านชั้น 2 On-page หน้าแรก ทั้งชั้น | 17 จาก 56 = 30.4% | 19.9–43.3% |
| ผ่านชั้น 3 Redirect และ sitemap ทั้งชั้น | 17 จาก 56 = 30.4% | 19.9–43.3% |
| ผ่านชั้น 4 Security และความเร็ว ทั้งชั้น | 13 จาก 56 = 23.2% | 14.1–35.8% |
| ข้อที่ตกบ่อยสุด: ไม่มี HSTS | 39 จาก 56 = 69.6% | 56.7–80.1% |
| ที่อยู่แบบอื่นไม่ถึงหน้าจริงใน 1 ทอด | 29 จาก 55 = 52.7% | 39.8–65.3% |
| H1 ไม่ใช่ 1 อัน | 23 จาก 56 = 41.1% | 29.2–54.1% |
| TTFB หน้าแรกเกิน 1 วินาที | 20 จาก 56 = 35.7% | 24.5–48.8% |
| ไม่มี JSON-LD บนหน้าแรก | 19 จาก 56 = 33.9% | 22.9–47.0% |
| ข้อที่ผ่านเกือบทุกเว็บ: มี title · robots.txt ตอบ 200 · ไม่ติด noindex · http ไป https · viewport · ไม่มี lastmod ในอนาคต | 96–100% | – |

อ่านผลได้สามข้อ ข้อแรก รายงาน audit ที่มีหลายข้อตกเป็นเรื่องปกติของเว็บที่ติดอันดับ มัธยฐานตกเว็บละ 3 ข้อ และมีแค่ 3 ใน 56 เว็บที่ผ่านครบ ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าเช็กเหล่านี้ไม่มีค่า แต่แปลว่าการไล่แก้ให้ได้ 100 คะแนนไม่ใช่เงื่อนไขของการติดหน้า 1
ข้อสอง ข้อที่ตกบ่อยเกือบทั้งหมดอยู่ในกลุ่มที่ Google ไม่ได้ระบุเป็นข้อกำหนด เช่น HSTS, จำนวน H1, JSON-LD และ html lang ส่วนชั้น Indexing พื้นฐานผ่านทั้งชั้นถึง 82.1% สอดคล้องกับที่ Google เขียนว่าเว็บส่วนใหญ่ผ่าน technical requirements โดยไม่รู้ตัว ข้อยกเว้นที่ควรสนใจคือ 1 เว็บที่หน้าแรกติด noindex ทั้งที่โดเมนติดหน้า 1 ด้วยหน้าอื่น ซึ่งเป็นข้อที่กันหน้าออกจาก Google ได้จริงถ้าไม่ได้ตั้งใจ ส่วน 8 เว็บที่เราหา XML sitemap ไม่เจอไม่ได้ถูกกันออกจาก Google แต่เสียตัวช่วยให้ Google เจอหน้าใหม่ ทั้งสองแบบคือสิ่งที่ audit ควรจับให้ได้
ข้อสาม ชั้นที่ผ่านน้อยที่สุดคือ Security และความเร็ว (23.2%) และ redirect ที่ยาวเกิน ทั้งสองเรื่องมักอยู่ที่ตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์หรือโฮสต์ ไม่ใช่ CMS เมื่อ audit เจอข้อเหล่านี้ ให้ส่งต่อคนดูแลเซิร์ฟเวอร์พร้อมรายการที่ชัด ตัวเลขรายข้อที่ซ้อนกับงานที่เราเผยแพร่แล้วตรงกับใน ข้อมูลหน้าแรกเว็บไทย 56 เว็บ และ ข้อมูล redirect 55 เว็บ (ฐานของ redirect ต่างกันเล็กน้อย จึงได้ 52.7% ที่นี่ และ 56.4% ในงานนั้น)

ข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้:
- เป็นผลสังเกตเบื้องต้นจากเว็บที่ติดหน้า 1 ใน 13 คำค้นธุรกิจที่เราเลือกเอง ไม่ได้สุ่ม และไม่ใช่ตัวแทนเว็บไทยทั้งหมด เว็บที่บล็อก bot ถูกตัดออก ซึ่งอาจทำให้ผลดูดีกว่าจริง
- ตรวจหน้าแรกเป็นหลัก (และ URL ใน sitemap บางส่วน) ครั้งเดียว จาก HTML ดิบโดยไม่รัน JavaScript ข้อมูล robots.txt และ sitemap เก่ากว่าส่วนอื่น 10 วัน และ TTFB วัดจากเครือข่ายเดียวในกรุงเทพฯ
- เช็กหลายข้อเป็นเกณฑ์ที่เครื่องมือชอบเตือน ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Google (H1 เดียว, HSTS, TTFB, JSON-LD, lang)
- เป็นข้อมูลเชิงบรรยาย ไม่ได้บอกว่าข้อไหนเป็นสาเหตุของอันดับ ห้ามสรุปว่า “ไม่ต้องทำ audit” หรือ “ผ่านครบแล้วจะติดอันดับ”
- เมื่อตัดเว็บกลุ่มการตลาดออนไลน์ 5 เว็บออก (n = 51) ผลแทบไม่เปลี่ยน: มัธยฐาน 80.0% ผ่านครบ 3 จาก 51 (5.9%) เราไม่เปิดเผยชื่อเว็บ รายงานแค่ระดับกลุ่ม
SEO Audit Checklist เรียงตามผลกระทบ (ตรวจฟรีได้ทุกข้อ)
SEO Audit Checklist นี้มี 28 ข้อ เรียงจากผลกระทบสูงไปต่ำ ทุกข้อตรวจด้วยเครื่องมือฟรีได้ และทุกข้อมีเอกสารทางการหรือบทหนังสืออ้างอิงกำกับ ใช้กับเว็บทุกขนาด โดยเว็บเล็กอาจข้ามบางข้อที่ไม่เกี่ยว เช่น เว็บที่ไม่มี backlink ให้ดู ระดับ “สูง” คือกันไม่ให้หน้าติด Google หรือ AI ของ Google “กลาง” คือควรแก้ตามความสำคัญของหน้า และ “ต่ำ” คือแก้เมื่อว่าง
| # | ข้อที่ตรวจ | ทำไมสำคัญ | ตรวจฟรีที่ไหน | แหล่งทางการ | ระดับ | อ่านต่อ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. Indexing และความปลอดภัย | ||||||
| 1 | หน้าสำคัญอยู่ใน Google | ไม่ถูก index = ไม่มีทางติดทั้ง Google และ AI ของ Google | ค้น site: + URL Inspection (5 หน้าทำเงิน) | Google, SEO Starter Guide | สูง | Search Console |
| 2 | Page indexing: หน้าสำคัญไม่อยู่ในเหตุผลที่ไม่ปกติ (5xx, Redirect error, Soft 404, บล็อกหรือ noindex ไม่ตั้งใจ) | แยกปัญหาจริงออกจากหน้าที่ไม่ถูก index ด้วยเหตุผลถูกต้อง | Search Console › Page indexing | Search Console Help, Page indexing report | สูง | อ่านรายงาน Page indexing |
| 3 | ไม่มี Manual action | บทลงโทษที่ทีม Google สั่งเอง กระทบบางหน้าหรือทั้งเว็บ | Search Console › Manual actions | Search Console Help, Manual actions report | สูง | – |
| 4 | ไม่มี Security issue | เว็บที่ถูกแฮกหรือมีมัลแวร์อาจถูกเตือนหรือตัดออกจากผลค้นหา | Search Console › Security issues | Search Console Help, Security issues report | สูง | – |
| 5 | robots.txt ไม่บล็อกหน้าหรือไฟล์ที่ต้องใช้ render | หน้าที่ถูกบล็อก Google อ่านเนื้อหาไม่ได้ | Search Console › robots.txt report | Google, Introduction to robots.txt · Search Essentials technical requirements | สูง | robots, noindex, canonical ใช้อันไหน |
| 6 | ไม่มี noindex หลุดบนหน้าที่อยากให้ติด | noindex ตัวเดียวเอาหน้าออกจาก Google | URL Inspection หรือ view-source | Search Essentials technical requirements | สูง | Technical SEO |
| 7 | XML sitemap ส่งแล้ว อ่านได้ และมีแต่ URL ที่ตอบ 200 | ช่วยให้ Google เจอหน้าใหม่และหน้าที่แก้ | Search Console › Sitemaps | Google, Build and submit a sitemap | กลาง | Sitemap คืออะไร |
| 2. Technical พื้นฐาน | ||||||
| 8 | HTTPS ทั้งเว็บ และ http/www ไปหน้าจริงใน 1 ทอดแบบ 301 หรือ 308 | URL เดียวต่อหน้า ไม่เสียเวลาคนและ bot | เบราว์เซอร์ หรือเครื่องมือเช็ก redirect | Google, Understanding page experience · Redirects and Google Search | กลาง | Redirect chain |
| 9 | Core Web Vitals ในรายงาน (LCP ≤ 2.5 s, INP ≤ 200 ms, CLS ≤ 0.1) | วัดประสบการณ์ผู้ใช้จริง ไม่ใช่คะแนนแล็บ | Search Console › Core Web Vitals · PageSpeed Insights | Search Console Help, Core Web Vitals report | กลาง | Core Web Vitals |
| 10 | ใช้บนมือถือได้จริง | Google ใช้หน้ามือถือเป็นหลัก | เปิดบนมือถือจริง · Lighthouse (ไม่ใช่ Mobile-Friendly Test ที่ปลดแล้ว) | Google, Mobile-first indexing best practices · documentation updates 1 ธ.ค. 2023 | กลาง | คำแนะนำเก่าที่ควรเลิกใช้ |
| 11 | เนื้อหาหลักอยู่ใน HTML ที่เซิร์ฟเวอร์ส่ง | ไม่ต้องพึ่ง JavaScript ทั้ง Google และ bot ของ AI | URL Inspection › ดูหน้าที่ crawl แล้ว · view-source | Google, JavaScript SEO basics | กลาง | JavaScript กับการ render |
| 3. On-page | ||||||
| 12 | Title ไม่ซ้ำ ใจความหลักอยู่ต้น | Google ใช้ title เป็นแหล่งหลักของ title link | Crawler รุ่นฟรี · ค้น site: | Google, Influencing your title links | กลาง | Title Tag คืออะไร |
| 13 | Canonical ชี้ตัวเองหรือหน้าหลักที่ถูก | บอก Google ว่า URL ไหนเป็นตัวหลักเมื่อมีหลาย URL | URL Inspection (User-declared vs Google-selected) | Google, How to specify a canonical URL | กลาง | Canonical Tag คืออะไร |
| 14 | Meta description ของหน้าสำคัญ | อาจถูกใช้เป็น snippet แต่ Google มักเลือกข้อความเอง | Crawler รุ่นฟรี | Google, How to write meta descriptions (snippet) | ต่ำ | Meta Description คืออะไร |
| 15 | หัวข้อบอกเรื่องของหน้า | ช่วยคนอ่านและระบบเข้าใจโครงหน้า (จำนวนและลำดับไม่ใช่กติกา) | อ่านเอง | Google, SEO Starter Guide | ต่ำ | On-Page SEO |
| 16 | รูปที่มีความหมายมี alt | ช่วย Google เข้าใจรูป และช่วยผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ | Crawler รุ่นฟรี | Google, Image SEO best practices | ต่ำ | Alt Text คืออะไร |
| 17 | Structured data ตรงกับเนื้อหาและไม่มี error | markup ที่ไม่ตรงกับเนื้อหาผิดนโยบาย | Rich Results Test · Search Console | Google, General structured data guidelines | ต่ำ | Schema Markup คืออะไร |
| 4. คอนเทนต์ | ||||||
| 18 | หน้า impression สูงแต่ CTR ต่ำ | Google เห็นแล้ว แต่คนไม่คลิก จึงเป็นจุดเริ่มที่คุ้ม | Search Console › Performance | Search Console Help, Performance report · AI SEO For Dummies บทที่ 14 | กลาง | CTR และ Impression |
| 19 | หน้าที่ traffic ตกต่อเนื่อง → อัปเดต รวม หรือเลิกใช้ | ข้อมูลเก่าเสียตำแหน่งให้หน้าที่ตอบดีกว่า | Search Console (เทียบช่วงเวลา) · GA4 Landing page | Google, Creating helpful, reliable, people-first content | กลาง | GA4 Landing page |
| 20 | ไม่มีหลายหน้าแย่งคำเดียวกัน | หน้าสลับกันขึ้นทำให้ไม่มีหน้าไหนแข็งพอ | Search Console › Performance › เลือกคำ › Pages | The Art of SEO บทที่ 7 (cannibalization) | กลาง | – |
| 5. ลิงก์ | ||||||
| 21 | ไม่มีลิงก์ภายในเสียหรือชี้ redirect | Google หาและเข้าใจหน้าผ่านลิงก์ | Crawler รุ่นฟรี | Google, Link best practices | กลาง | Internal link คืออะไร |
| 22 | หน้าสำคัญไม่กำพร้า | หน้าที่ไม่มีลิงก์เข้าหาเจอยากขึ้น | เทียบ sitemap กับผล crawl | Google, Link best practices | กลาง | Orphan page |
| 23 | ภาพรวม backlink ไม่มีลิงก์สแปมจำนวนมาก (disavow เฉพาะกรณี) | Google ประเมินลิงก์เองได้ในกรณีส่วนใหญ่ | Search Console › Links | Search Console Help, Disavow links | ต่ำ (สูงถ้ามี manual action) | Backlink คืออะไร |
| 6. AI Search | ||||||
| 24 | หน้าสำคัญแสดง snippet ได้ (ไม่ติด nosnippet โดยไม่ตั้งใจ) · Settings › Search generative AI ไม่ได้ตั้ง Exclude | เงื่อนไขของ AI Overviews และ AI Mode คือ index + snippet ได้ | URL Inspection · view-source · Search Console › Settings › Search generative AI ไม่ได้ตั้ง Exclude | Google, AI features and your website · Search Console Help, Search generative AI control | สูง | AI Overviews คืออะไร |
| 25 | นโยบาย bot ของ AI ใน robots.txt ตั้งใจแล้ว | บล็อก bot ที่ใช้ค้นหาของ AI เจ้าไหน อาจไม่ถูกอ้างในแชตบอตเจ้านั้น | เปิด /robots.txt | เอกสาร crawler ของแต่ละเจ้า · AI SEO For Dummies บทที่ 22 | กลาง | robots.txt สำหรับ AI bots |
| 26 | คำตอบหลักอยู่ต้น section อ่านเดี่ยวได้ ไม่ซ่อนในแท็บ | AI หยิบไปตอบเป็นช่วงย่อหน้า | อ่านเอง | AI SEO For Dummies บทที่ 11 | กลาง | เช็กลิสต์เนื้อหาที่ AI อ้างอิงได้ |
| 27 | วัดการแสดงใน AI และ traffic จาก AI ได้ | ไม่วัด = ไม่รู้ว่าแก้แล้วได้ผลไหม | Search Console (Web, Generative AI) · GA4 | Google, AI features and your website · AI SEO For Dummies บทที่ 6 | กลาง | traffic จาก AI ใน GA4 |
| 28 | llms.txt (ทางเลือก) | ต้นทุนต่ำ แต่ไม่มีผลกับ Google Search | เปิด /llms.txt | Google, AI features and your website (ไม่ต้องมีไฟล์พิเศษ) | ต่ำ | llms.txt คืออะไร |

เจอปัญหาเยอะ แก้อะไรก่อน
เมื่อ SEO Audit เจอปัญหาเป็นสิบเป็นร้อยข้อ ให้เลือกแก้จากผลกระทบต่อหน้าทำเงินก่อน แล้วค่อยดูแรงที่ต้องใช้ ไม่ใช่แก้ตามลำดับที่เครื่องมือเรียงมา AI SEO For Dummies บทที่ 11 แนะนำให้หยิบปัญหาสำคัญที่สุด 3 ข้อมาแก้ก่อน และเขียนเป็นงาน (ticket) ที่ระบุว่าปัญหาคืออะไร อยู่หน้าไหน และแก้เสร็จแล้วรู้ได้ยังไง
- ผลกระทบสูง แรงน้อย: noindex หลุด robots.txt บล็อกผิด canonical ชี้ผิดหน้า ลิงก์ภายในที่ไปหน้า 404 แก้ทันที
- ผลกระทบสูง แรงมาก: หน้าทำเงินที่ช้ามากตามข้อมูลจริง เนื้อหาที่ต้องรวมหลายหน้า redirect ของทั้งเว็บ วางแผนเป็นงานใหญ่และทำทีละชุด
- ผลกระทบต่ำ แรงน้อย: alt ของรูปสำคัญ meta description ของหน้าหลัก ทำเมื่อมีเวลาว่าง
- ผลกระทบต่ำ แรงมาก: เช่น ไล่แก้ title ทุกหน้าให้สั้นลง หรือทำให้ทุกหน้ามี H1 เดียว ข้ามไปก่อน
ทุกครั้งที่แก้ ให้จด change log และเช็กหน้าหลังขึ้นจริง The Art of SEO บทที่ 10 ให้ตรวจซ้ำทุกครั้งหลังอัปโหลดการแก้ขึ้นเว็บจริง เพราะการแก้หนึ่งครั้งอาจสร้างปัญหาใหม่ได้

SEO Audit บ่อยแค่ไหน และวัดผลหลังแก้ยังไง
SEO Audit แบบเบาควรทำเดือนละครั้ง และแบบเต็มทุกไตรมาสหรือทุกครั้งที่เว็บเปลี่ยนใหญ่ (แนวทางของเรา Google ไม่ได้กำหนดความถี่) เว็บที่เพิ่มหน้าใหม่ทุกสัปดาห์หรือแก้เว็บบ่อยควรตรวจถี่กว่านี้ การวัดผลต้องรอให้ Google เก็บข้อมูลใหม่ก่อน SEO Starter Guide บอกว่าการเปลี่ยนบางอย่างเห็นผลในไม่กี่ชั่วโมง แต่บางอย่างใช้เวลาหลายเดือน และแนะนำให้รออย่างน้อยไม่กี่สัปดาห์ก่อนตัดสินว่าได้ผลไหม
- หลังแก้ปัญหาใน Page indexing: กด Validate fix ในรายงาน Search Console Help บอกว่าการตรวจมักใช้เวลาไม่เกินราว 2 สัปดาห์ และบางกรณีนานกว่านั้น
- เทียบก่อนและหลัง: ใน Performance เลือกเทียบช่วงก่อนแก้กับหลังแก้ที่ยาวเท่ากัน แยกตามหน้าที่แก้ แล้วเทียบกับ baseline วันที่ 0
- ดูเป็นรอบสั้นๆ: AI SEO For Dummies บทที่ 6 เสนอให้มี dashboard ที่ดูได้ในสิบนาทีทุกสัปดาห์ รายการที่เราดูทุกสัปดาห์อยู่ใน Routine ดู Search Console สัปดาห์ละ 10 นาที
- ดูฝั่ง AI ด้วย: ถามคำถามหลักชุดเดิมใน AI ทุก 2–4 สัปดาห์ แล้วจดว่าอ้างใคร ผลแต่ละครั้งแกว่งได้ จึงดูแนวโน้ม ไม่ใช่ครั้งเดียว

ถ้าจ้างคนอื่นทำ SEO Audit: ให้สิทธิ์อะไร และระวังอะไร
ถ้าจ้างคนอื่นทำ SEO Audit ให้สิทธิ์ Search Console แบบอ่านอย่างเดียวในช่วง audit และขอผลเป็นรายการปัญหาพร้อมประมาณการงาน ไม่ใช่แค่คะแนน คำแนะนำนี้มาจากหน้า Do you need an SEO? ของ Google เอง (last updated 2026-06-05) การจ้างเหมาะกับเจ้าของเว็บที่ไม่มีเวลาตรวจเอง หรือเว็บใหญ่เกินจะไล่คนเดียว
- สิทธิ์: Google แนะนำให้ “only grant read access to Search Console” ในขั้นนี้ ยังไม่ต้องให้สิทธิ์เขียน
- ผลที่ควรได้: ประมาณการแบบสมจริงว่าจะดีขึ้นแค่ไหน และงานที่ต้องใช้ ทุกข้อควรมีหลักฐานว่าเจอที่หน้าไหน
- ไม่มีใครการันตีอันดับ 1 ได้: Google เขียนว่า “No one can guarantee a #1 ranking on Google.”
- สัญญาณที่ควรระวัง: ติดต่อมาเองแบบไม่รู้จักกัน ไม่ยอมอธิบายว่าจะทำอะไร ขอให้เว็บเราลิงก์กลับไปหาเขา หรืออ้างว่าเครื่องมือของตัวเองได้รับการรับรองจาก Google
ตรวจเองหรือจ้าง: เหมาะกับใคร และข้อควรระวัง
- ตรวจเองเหมาะกับ: เว็บไม่กี่ร้อยหน้า ใช้ CMS ทั่วไปอย่าง WordPress และมีคนในทีมที่เข้า Search Console ได้ เริ่มจากขั้น 1 และ checklist ด้านบนก็พอสำหรับรอบแรก
- ควรมีคนช่วยเมื่อ: เว็บหลายพันหน้า เว็บหลายภาษา กำลังย้ายโดเมน หรือเจอ manual action และ security issue ที่ต้องแก้ทั้งเว็บ
- ข้อควรระวัง: รายงานที่มีแต่คะแนนจาก checker ไม่มีข้อมูลจาก Search Console และไม่ได้เรียงลำดับการแก้ ยังไม่ใช่ audit ตามความหมายที่ Google เขียนไว้

ถ้าอยากปูพื้นงานค้นหาทั้งระบบทีละขั้นก่อน เริ่มที่ เรียน SEO ฟรีทีละขั้น
SEO Audit เป็นงานต้นทางของการวัดผล ส่วนข้อมูลที่ใช้ตรวจเกือบทั้งหมดมาจาก Google Search Console และ GA4 บทความนี้เขียนโดยทีม The Missing Piece นำโดย ไอซ์ ศิริพงษ์ จากเอกสารทางการของ Google งานศึกษาของผู้พัฒนาเครื่องมือ และข้อมูลที่เราเก็บเองจากเว็บไทย 56 เว็บที่ติดหน้า 1
อยากให้การตรวจเว็บและการวัดผลทำงานต่อเองทุกสัปดาห์ ทั้งบน Google และในคำตอบ AI: คอร์ส Agentic SEO & AI Search สอนสด 2 วันด้วย Claude Code (จ. 21 – อ. 22 ธ.ค. 2026) สร้าง agent ที่วัดว่า ChatGPT กับ Gemini พูดถึงแบรนด์คุณไหม แล้วทำงานกับเว็บของคุณต่อทุกสัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
SEO Audit คืออะไร
SEO Audit คือการตรวจสุขภาพเว็บทั้งเว็บ เพื่อหาว่าอะไรกันไม่ให้ Google และ AI Search เจอ เข้าใจ และเลือกหน้าของเรา แล้วเรียงลำดับว่าต้องแก้อะไรก่อน ผลที่ได้คือรายการปัญหาพร้อมหลักฐานและประมาณการงาน ไม่ใช่คะแนนตัวเดียว
ตรวจ SEO เว็บเองฟรีได้ไหม
ได้ เครื่องมือหลักคือ Google Search Console, GA4, PageSpeed Insights, crawler รุ่นฟรี และการค้น site: ในเบราว์เซอร์ ทั้งหมดใช้ฟรี เริ่มจากรายงาน Page indexing, Manual actions และ Security issues ก่อน แล้วไล่ตาม checklist ในบทความนี้
SEO checker ให้คะแนน 60/100 ต้องแก้ทุกข้อไหม
ไม่ต้อง คะแนนนั้นเป็นเกณฑ์ของเครื่องมือ ไม่ใช่ของ Google ให้แก้ข้อที่กันไม่ให้หน้าติด Google ก่อน เช่น noindex หรือ server error ส่วน warning อย่าง title ยาวเกิน หรือมีหลาย H1 ส่วนใหญ่ไม่กระทบอันดับ ในข้อมูลของเรา เว็บที่ติดหน้า 1 ตกเช็กพื้นฐานเว็บละ 3 ข้อ (ค่ามัธยฐาน)
ควรทำ SEO Audit บ่อยแค่ไหน
แนวทางของเราคือตรวจแบบเบาใน Search Console เดือนละครั้ง ตรวจเต็มทุกไตรมาส และตรวจทันทีเมื่อ traffic ตกหรือเว็บเปลี่ยนใหญ่ เช่น ย้ายโดเมนหรือเปลี่ยนธีม Google ไม่ได้กำหนดความถี่ตายตัว
หน้าเว็บไม่ถูก index เป็นร้อยหน้า ผิดปกติไหม
ไม่จำเป็น Google เขียนไว้ว่าไม่ควรคาดหวังให้ทุก URL ถูก index และหน้าที่ติด noindex ตั้งใจ หน้าที่ลบแล้ว หรือหน้าซ้ำที่มี canonical ไม่ถูก index เป็นเรื่องปกติ ให้ดูเฉพาะหน้าที่อยากให้ติดว่าตกอยู่ในเหตุผลอย่าง server error, redirect error หรือ noindex ที่ไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่า
ต้องตรวจอะไรเพิ่มเพื่อให้ติด AI Overviews
Google บอกว่าไม่มีข้อกำหนดเทคนิคเพิ่ม หน้าต้องถูก index และแสดง snippet ได้ จึงควรเช็กว่าไม่ได้ติด nosnippet โดยไม่ตั้งใจ และไม่ได้ตั้ง Search generative AI เป็น Exclude ใน Search Console เนื้อหาหลักอยู่ใน HTML และคำตอบอยู่ต้น section ส่วนไฟล์อย่าง llms.txt เป็นทางเลือก ไม่มีผลกับ Google Search
แหล่งอ้างอิง
- Google Search Central, Do you need an SEO? (last updated 2026-06-05 ตรวจ 15 ต.ค. 2026: audit ให้ประมาณการผลและงานแบบสมจริง, ให้สิทธิ์ Search Console แบบอ่านอย่างเดียวในขั้น audit, เครื่องมือภายนอกไม่เห็นข้อมูลจัดอันดับภายใน, “No one can guarantee a #1 ranking on Google.”, ระวังเครื่องมือที่อ้างว่า Google รับรอง)
- Google Search Central, SEO Starter Guide (last updated 2025-12-10 ตรวจ 15 ต.ค. 2026: site: และ URL Inspection, ความยาวและจำนวน/ลำดับหัวข้อไม่สำคัญต่ออันดับ, ไม่ใช้ meta keywords, ผลเห็นตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงถึงหลายเดือน) · Search Essentials (last updated 2025-12-10: technical requirements, spam policies, key best practices · “very few technical things”) · Technical requirements
- Google Search Central, AI features and your website (last updated 2025-12-10 ตรวจ 15 ต.ค. 2026: index + snippet ได้, ไม่มีข้อกำหนดเทคนิคเพิ่ม, ไม่ต้องมีไฟล์หรือ markup พิเศษ, nosnippet / data-nosnippet / max-snippet / noindex, นับใน Performance ประเภท Web)
- Search Console Help: Page indexing report (ตรวจ 15 ต.ค. 2026: ไม่ใช่ทุก URL จะถูก index, Crawled – currently not indexed ไม่ต้องส่งซ้ำ, Validate fix ราว 2 สัปดาห์) · Core Web Vitals report (LCP 2.5 s, INP 200 ms, CLS 0.1 ที่ p75) · Manual actions report · Security issues report · Disavow links (ตรวจ 15 ต.ค. 2026: ใช้เมื่อมีลิงก์สแปมจำนวนมากและเกิดหรือน่าจะเกิด manual action)
- Google Search Central, Documentation updates (1 ธ.ค. 2023: ปลด Mobile-Friendly Test และรายงาน Mobile Usability · 12 มี.ค. 2024: INP แทน FID)
- Google Search Central, HTTP status codes, network and DNS errors (last updated 2026-02-04: Google’s crawlers ตาม redirect สูงสุด 10 ทอด)
- Search Console Help: Search generative AI control (ตั้ง Exclude แล้วหน้าไม่ขึ้นใน AI Overviews และ AI Mode · ค่าเริ่มต้น Include) · Generative AI performance report
- เอกสาร Google ที่ใช้ในตาราง checklist: Introduction to robots.txt · Build and submit a sitemap · Understanding page experience · Redirects and Google Search · JavaScript SEO basics · Influencing your title links · How to specify a canonical URL · How to write meta descriptions · Mobile-first indexing best practices · Image SEO best practices · General structured data guidelines · Creating helpful, reliable, people-first content · Link best practices
- SE Ranking, SEO issues study (7 มี.ค. 2025, 418,125 audit: alt หาย 74.43%, ไม่มีลิงก์ภายในชี้เข้า 69.32%, title ยาวเกิน 67.52%, meta description หาย 65.38%, meta description ยาวเกิน 63.53%)
- Ahrefs, Site audit study (31 ส.ค. 2023 เก่ากว่า 2024, 1,002,165 โดเมน: 3XX 95.2%, alt หาย 80.4%, meta description หาย 72.9%, title ยาวเกิน 63.2%, H1 หาย 59.5%, หลาย H1 51.3%)
- ข้อมูลของ The Missing Piece: snapshot เช็ก SEO พื้นฐาน 17 ข้อ ของเว็บที่ติดผล organic หน้า 1 Google ประเทศไทยใน 13 คำค้นธุรกิจ (n = 56 หลังตัด 6 เว็บ) รวมจากเช็กหน้าแรกและ redirect 15 ต.ค. 2026 และเช็ก robots.txt กับ sitemap 5 ต.ค. 2026 · Wilson 95% CI · ผลสังเกตเบื้องต้น ไม่เปิดเผยชื่อเว็บ · ตัวเลขประกอบจากงานที่เผยแพร่แล้ว: canonical หน้าใน n = 42, alt หน้าแรก 51 แบรนด์, ความกว้าง title ที่ถูกตัด, การใช้ meta description 72% (n = 211) · การสังเกตผลค้นหาและ AI Overview คำ “seo audit” และ “ตรวจ seo เว็บ” อย่างละ 1 ครั้ง 15 ต.ค. 2026 · ปริมาณค้นหาจาก Ahrefs ประเทศไทย 15 ต.ค. 2026
- Nathan Gotch, AI SEO For Dummies (Wiley, 2026), บทที่ 3 (baseline วันที่ 0 และ change log) · บทที่ 6 (dashboard ดูทุกสัปดาห์ราวสิบนาที) · บทที่ 10 (crawl สองมุม Googlebot กับ user agent ทั่วไป และเทียบ HTML ดิบกับหน้าที่ render) · บทที่ 11 (แก้ 3 ข้อสำคัญก่อนและเขียนเป็นงาน, HTML ที่ bot อ่านง่าย) · บทที่ 14 (เลือกหน้าที่ควรแก้) · บทที่ 22 (บล็อก AI crawler ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเสมอ)
- Eric Enge, Stephan Spencer, Jessie Stricchiola, The Art of SEO, 4th ed. (O’Reilly, 2023), บทที่ 4 (Search Console เป็นแหล่งคำค้นที่ดีที่สุด, server log) · บทที่ 7 (cannibalization) · บทที่ 9 (manual action และขั้นตอนรับมือ traffic ตก) · บทที่ 10 (audit 6 ขั้น, content audit, ตรวจหลัง deploy) · เครื่องมือและเกณฑ์ในเล่มที่ Google เปลี่ยนแล้ว (Mobile-Friendly Test, FID) เช็กกับเอกสารปัจจุบัน
ตรวจข้อมูลล่าสุด: 15 ต.ค. 2026 · เมื่อบทความ Core Web Vitals และ KPI SEO เผยแพร่ เราจะเพิ่มลิงก์จากหัวข้อที่เกี่ยวข้อง